Group Blog
All Blog
<<< "ความสุขชั่วคราว" >>>











“ความสุขชั่วคราว”

ต่อให้เราหาได้เงินมากน้อยเท่าไหร่

 ซื้อของมามากน้อยเท่าไหร่

ก็ได้ความสุขแบบเดียวกันทุกคน

คือความสุขแบบควันไฟ ความสุขแบบชั่วคราว

ได้มาแล้วก็หมดไป หมดไปแล้วก็ต้องหาใหม่

หามาเพิ่มอยู่เรื่อยๆ เหมือนเติมน้ำไปในตุ่มที่มีรอยรั่ว

 เติมไปเท่าไหร่มันก็เต็มเดี๋ยวเดียว

พอสักพักมันก็รั่วออกมาซึมออกมา

 ถ้าอยากจะให้น้ำเต็มก็ต้องเติมใหม่

พอเติมให้มันเต็มจนเต็มจนล้น

เดี๋ยวมันก็พร่องลงไปอีก

 นี่คือการหาความสุขของมนุษย์ทั้งหลาย

 ของสัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย หาความสุขแบบนี้

เพราะไม่รู้จักความสุขอีกแบบหนึ่ง

ความสุขที่ไม่มีใครรู้

นอกจากพระพุทธเจ้ากับพระสาวก

 เป็นความสุขที่พระพุทธเจ้า

เป็นผู้ทรงค้นพบด้วยพระองค์เอง

 เมื่อก่อนที่จะพบความสุขแบบนี้

 พระพุทธเจ้าก็หาความสุข

แบบเดียวกับที่พวกเราหากันอยู่

 อยู่ในวังเห็นไหม มีปราสาทสามฤดูเห็นไหม

 คิดว่ามีปราสาทหลายๆ หลังแล้วจะมีความสุข

หลังเดียวไม่พอก็เลยต้องสร้างสามหลัง

เพราะต้องอยู่สามที่

 เวลาหนาวก็หนีไปอยู่ที่มันไม่หนาว

เวลาร้อนก็หนีไปอยู่ที่ที่มันไม่ร้อน

 เวลาฝนตกก็ไปอยู่ที่ที่ฝนมันไม่ค่อยตก

 ย้ายที่ เหมือนคนสมัยนี้เห็นไหม

ชาวต่างชาติตอนนี้หนาว

บ้านเขาเหมือนกับเป็นตู้เย็นเลย ตู้แช่แข็งเนี่ย

 เขาก็เลยหนีมาอยู่เนี่ย มาอยู่เกาะพะงันนี้ใช่ไหม

อยู่ที่นั่นไม่ต้องใส่เสื้อผ้าล่อนจ้อนได้

ถ้าอยู่ที่บ้านเขาไม่ได้ หนาว เนี่ยเขาก็เหมือนกัน

พระพุทธเจ้าก็เหมือนกัน เหมือนกับคนสมัยนี้

 พระพุทธเจ้าเมื่อก่อนเป็นเจ้าชาย

ก็เลยมีเงินมีทองมีความสามารถที่จะเปลี่ยนที่อยู่ได้

ที่นี่หนาวจัดก็ย้ายไปอยู่ที่มันไม่หนาวมาก

ที่ไหนร้อนก็หนีไปอยู่ที่มันไม่ค่อยร้อน

ที่ไหนฝนตกมากก็เปลี่ยนไปที่ที่ฝนไม่ค่อยตก

 เลยมีปราสาทสามฤดู ฤดูร้อน ฤดูหนาว ฤดูฝน

แต่มันก็ต้องย้ายไปย้ายมาอย่างนี้

 แล้วความสุขที่ได้มันก็หมดไป ได้มาแล้วก็หมดไป

 ได้มาแล้วก็หมดไป แล้วพอไปเห็นว่า

ตัวเองจะต้องแก่ต้องเจ็บต้องตายนี้

ทีนี้ก็เกิดความวิตกขึ้นมาหละสิ

 ว่าต่อไปเวลาแก่เวลาเจ็บเวลาตายมันจะทำไม่ได้แล้วสิ

 มันจะโยกย้ายไปไหนมาไหนมันไม่ไหวแล้ว

 แล้วมันจะหาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกายก็หาไม่ได้

เวลาไม่สบายเนี่ยมีแต่นอนโอดร้องครวญคราง

หรือเวลาแก่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก ทำก็ได้น้อย

จึงทำให้พระพุทธเจ้าเกิดโจทย์ขึ้นมา

พระพุทธเจ้าเป็นคนช่างคิด

 เมื่อมีปัญหาก็ต้องหาวิธีแก้ปัญหา

 จะแก้ปัญหาได้อย่างไร ทำไมจะได้ไม่ต้องมาทุกข์

ตอนที่แก่ตอนที่เจ็บตอนที่ตาย

 ก็เลยได้ไปเห็นนักบวชว่าเป็นผู้กำลังค้นคว้า

หาวิธีอยู่แบบไม่เจ็บไม่ตาย

 หรือเวลาแก่เวลาเจ็บเวลาตายก็อยู่ได้ไม่เดือดร้อน

 มีความสุขได้ ก็เลยตัดสินใจออกบวช

 เพราะถ้าอยู่ต่อไปเดี๋ยวก็ต้องแก่ต้องเจ็บต้องตาย

 แล้วก็ต้องทุกข์ทรมานใจ

เพราะจะไม่สามารถหาความสุขแบบนี้ได้

ไม่สามารถหาความสุขผ่านทางร่างกายได้.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

........................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๑







ขอบคุณที่มา fb พระอาจารย์สถุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2561
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2561 5:06:21 น.
Counter : 229 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ