Group Blog
All Blog
<<< "การดับความทุกข์ใจต้องเกิดจากการปฏิบัติ" >>>









"การดับความทุกข์ใจ

   ต้องเกิดจากการปฏิบัติ”

ปัญหาของความโกรธ

ถ้าจะแก้ความโกรธอย่างถึงรากถึงโคน

ก็ต้องมาแก้ที่ความอยาก

อยากให้เขาพูดดีกับเรา

 พอเขาไม่พูดดีกับเราเราก็โกรธ

อยากให้เขาไม่ทำร้ายเรา

 พอเขาทำร้ายเราเราก็โกรธ

 แต่ถ้าเราไม่มีความอยากเพราะเรารู้ว่า

เราไปห้ามเขาไม่ได้

ไปควบคุมบังคับไปสั่งเขาไม่ได้

 เขาจะโกรธเราก็ห้ามเขาไม่ได้

 เขาจะทำร้ายเราเราก็ห้ามเขาไม่ได้

 แต่เราห้ามใจของเราไม่ให้โกรธได้

 ถ้าเราซ้อมไว้ก่อนเราทำข้อสอบไว้ก่อน

ทำการบ้านไว้ก่อน คิดไว้ก่อน

ว่าเออเขาอาจจะด่าเราก็ได้ เขาอาจจะทำร้ายเราก็ได้

 เพราะเวลาเขาเกิดอารมณ์ขึ้นมาแล้วเขายับยั้งไม่อยู่

 เขาไม่มีสติ เขาก็อาจจะด่าเราได้

เขาก็อาจจะทุบตีเราได้ทำร้ายเราได้

 อันนี้คือการทำการบ้านเรียกว่า จินตามยปัญญา

 ต้องเตรียมตัวเตรียมใจซ้อมไว้ก่อน

นึกภาพขึ้นมาก่อน จินตนาการเหตุการณ์ขึ้นมาก่อน

 แล้วพอเกิดเหตุการณ์จริงเราจะได้ทำใจได้

 เหมือนทหารเนี่ย เชื่อไหมเขาต้องซ้อมรบกัน

 เพราะว่าเขาไม่รู้ว่าเวลาข้าศึกศัตรูมา

เขาจะมาทางไหนกัน จะมาแบบไหน

 เขาก็เลยต้องซ้อมวิธีต่างๆ คิดไว้ล่วงหน้าก่อน

ว่าเขาอาจจะมาทางอากาศ เขาอาจจะมาทางน้ำ

 เขาอาจจะมาทางบก

 เราก็ต้องซ้อมรับกับการมาของเขา

 มาทางอากาศเราก็มีเครื่องต่อสู้กับเขา

 ทางน้ำเราก็มีเครื่องต่อสู้กับเขา ทางบกเราก็มี

 เราซ้อมรบไว้ก่อนเราก็จะมีความมั่นใจ

 แล้วพอเวลาที่เกิดเหตุการณ์จริง

เราก็สามารถต่อสู้กับมันได้ นี่คือความรู้ขั้นที่สอง

 เรียกว่าจินตามยปัญญา

 ให้เราคิดไว้ล่วงหน้าก่อนถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น

 แล้วเราจะรับเหตุการณ์นั้นได้อย่างไร

 พอเราเตรียมตัวแล้วพอถึงเวลาเกิดเหตุการณ์จริง

เราจะรู้ว่าจะสอบผ่านหรือไม่ผ่าน

 เวลาเขาด่าเราขึ้นมาจริงอย่างงี้ ดูซิว่าใจเราจะเฉย

หรือว่าใจเราจะร้อนใจเราจะโกรธ

 ถ้าโกรธถือว่าสอบตกขั้นที่หนึ่งแล้ว

 ถ้าโกรธแล้วไปอาฆาตพยาบาท

 แต่เราหยุดอาฆาตพยาบาทได้ หายโกรธได้

ก็แสดงว่าอย่างน้อยข้อที่สองเราสอบผ่าน

แต่ข้อที่หนึ่งเรายังไม่ผ่านเพราะเรายังโกรธอยู่

 แต่ถ้าเราไม่โกรธเลยนี้เราก็จะผ่านหมดเลย

เราเตรียมตัวเตรียมใจรับกับเหตุการณ์ไว้ว่า

เขาจะทำอะไรก็ได้เราไปห้ามเขาไม่ได้

 เราไปหวังอะไรจากเขาไม่ได้

ถ้าเราไม่หวังอะไรจากเขาแล้วเราจะไม่โกรธ

 นี่คือขั้นที่สาม

การดับความทุกข์ใจต้องเกิดจากการปฏิบัติ

และจะปฏิบัติได้ก็ต้องผ่านขั้นที่หนึ่ง

ขั้นที่สองก่อน ขั้นที่หนึ่งก็ต้องศึกษา

วิธีระงับความโกรธระงับความทุกข์ว่าระงับอย่างไร

 ขั้นที่สองก็เอาไปซ้อมก่อน

เอาไปคิดพิจารณาไปทบทวน

จำลองเหตุการณ์ขึ้นมาในใจก่อน

เกิดมีอะไรเกิดขึ้นกับเรา

เราจะเสียใจไหมเราจะโกรธไหม

 ถ้าโกรธเราก็ต้องหาวิธีว่าเราโกรธเพราะอะไร

เพราะไม่อยากเสีย

เราไม่อยากจะให้เกิดเหตุการณ์นั้นใช่ไหม

เราก็ต้องพิจารณาด้วยปัญญาต่อไปว่า

 แล้วเราไปห้ามเหตุการณ์

ที่จะเกิดขึ้นนั้นได้หรือเปล่า

 เราก็ห้ามไม่ได้ ถ้าเราคิดอย่างนี้แล้ว

เราก็จะได้ทำใจยอมรับว่า

เราเกิดมาอยู่ในโลกของ

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตานี่เอง

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มันไม่แน่นอน

ไม่ว่าจะเป็นคนหรือเป็นสัตว์

เป็นสิ่งของมันไม่แน่นอนมันเปลี่ยนแปลงได้

 สามวันดีสี่วันไข้ เคยได้ยินคำนี้ไหม

 บางวันก็ดีบางวันก็ร้าย อนัตตา

 เราไปห้ามเขาไม่ได้ไปสั่งเขาไม่ได้

สั่งให้เขาดีไปตลอดไม่ได้

ห้ามไม่ให้เขาไม่ดีกับเราไม่ได้

 สิ่งที่เราทำได้ก็คือใจของเรา

 ถ้าเราระงับความอยากให้เขาดีกับเรา

แล้วเราจะไม่เสียใจเวลาที่เขาไม่ดีกับเรา

ฉะนั้นเราอย่าไปหวังอะไรจากใคร

 ถ้าเราเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้

มันไม่เที่ยงแท้แน่นอนเราไม่สามารถไปสั่ง

ไปควบคุมบังคับให้มันเที่ยงแท้แน่นอนได้

 เราก็อย่าไปหวัง เราต้องเตรียมตัวรับกับ

ความไม่แน่นอนรับกับการเปลี่ยนแปลง

 และเวลาเกิดเหตุการณ์จริงเราก็จะทำใจได้

ถ้าทำใจไม่ได้ก็แสดงว่าใจเรามีกิเลสมาก

เรายังคอยควบคุมกิเลสหยุดกิเลสไม่ได้

เราก็ต้องไปฝึกสติทำใจให้สงบ

เพราะเวลาใจสงบเราหยุดกิเลสได้

 ถ้าเรารู้ว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นแล้ว

เราเตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้ว

 แต่พอถึงเจอเหตุการณ์จริงๆ

ก็ยังเสียใจอยู่ยังโกรธอยู่

 ก็แสดงว่ากิเลสมันยังไม่ยอม

 ความโลภความโกรธความหลงมันยังไม่ยอม

 ยังไม่ยอมให้อภัย ความคิดของเรา

เราให้อภัยได้แต่กิเลสมันไม่ยอม

ฉะนั้นเราก็ต้องทำให้มันยอม

วิธีที่จะทำให้มันยอมก็คือเราต้องไปฝึกสติ

ไปหยุดความคิดหยุดความโลภ

ความโกรธความหลง ไม่มีอะไรจะหยุดมันได้

นอกจากสติ ต้องมีสติควบคุมความคิด

แล้วมันถึงจะหยุดได้

 เพียงแต่ว่าสติก็จะได้เป็นชั่วครั้งชั่วคราว

 เวลามีสติก็จะหยุดได้

เวลาเผลอสติมันก็จะหยุดไม่ได้

 ฉะนั้นเราต้องฝึกสติก่อนเพื่อให้หยุดมัน

 เมื่อหยุดมันได้แล้วทีนี้เราก็เอาความรู้

ที่เราได้จากพระพุทธเจ้านี้มาสอนเราอีกทีว่า

เราต้องหยุดความโกรธ ถ้าเราใช้ความรู้

ควบคู่กับสติที่เราได้สร้างขึ้นมา

ทุกครั้งที่เกิดความกลัว

เกิดความโลภเกิดความอยาก

 เราก็จะสามารถหยุดมันได้

ถ้าเราหยุดมันได้

 ความทุกข์ในใจเราก็จะไม่เกิดขึ้น.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

.................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๑






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 26 พฤษภาคม 2561
Last Update : 26 พฤษภาคม 2561 10:34:15 น.
Counter : 259 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ