Group Blog
All Blog
<<< "สร้างความสุขใจด้วยการทำบุญ " >>>









“สร้างความสุขใจด้วยการทำบุญ”

การที่จะภาวนาได้เราก็ต้องมีศีลเป็นผู้สนับสนุน

และการที่เราจะมีศีลเราก็ต้องเป็นคนที่ใจบุญ

คนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ถ้าเป็นคนที่ไม่ใช่ใจบุญ

ก็จะรักษาศีลลำบาก เพราะคนที่ไม่ใจบุญนี้

จะมีความโลภความอยาก มีความเห็นแก่ตัว

ก็อยากจะทำอะไรให้กับตัวเองมากกว่าทำให้กับผู้อื่น

แล้วเวลาอยากจะทำอะไรอยากจะได้อะไรมากๆ

ก็อาจจะไปทำร้ายผู้อื่นก็ได้ แต่คนที่ชอบทำบุญนี้

จะไม่ชอบทำร้ายผู้อื่น

จะไม่ชอบทำความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น

ก็จะทำให้รักษาศีลต่างๆ ได้

พระพุทธเจ้าจึงสอนให้เราเริ่มต้นที่การทำบุญทำทาน

แล้วให้เราก้าวไปสู่การรักษาศีลและสู่การภาวนา

แล้วจะทำให้เราสามารถ

สร้างความสุขใจได้อย่างเต็มร้อย

ส่วนบุญชนิดอื่นเราก็สามารถเลือกทำได้

ตามวาระตามโอกาส บุญต่างๆ

นี้เราอาจจะสามารถแบ่งไว้เป็นสองพวกใหญ่ๆ

คือ พวกจำเป็นจะต้องทำ และพวกที่ทำไปตามโอกาส

ถ้าเปรียบเทียบก็เป็นเหมือนอาหารหลักกับอาหารเสริม

อาหารหลักนี้เป็นอาหารที่เราต้องกินกันทุกวัน

เช่น กินข้าวกินกับข้าว อันนี้เราต้องกินกันทุกวัน

แต่อาหารเสริม เช่น ขนมนมเนย ผลไม้

ของหวานอะไรต่างๆ เป็นของเสริมมีกินก็กินได้

ไม่มีกินก็ไม่กินก็ได้ไม่เดือดร้อน บุญเป็นลักษณะนั้น

บุญที่เราต้องทำเป็นประจำ

กับบุญที่เราทำตามวาระโอกาส

ที่มีโอกาสให้ทำเราก็ทำไป

บุญที่เป็นบุญหลักที่เราควรที่จะมีอยู่

ก็มีอยู่ ๔ ชนิดด้วยกัน คือ

๑. การทำทาน ๒. การรักษาศีล ๓.การภาวนา

๔.การฟังเทศน์ฟังธรรม

 และ ๕. การมีความเห็นที่ถูกต้อง

อันนี้เป็นบุญหลักที่เราต้องมีเสมอ

เราต้องทำทานเพราะการทำทานนี้

เป็นเหมือนกับการรับประทานอาหาร

ให้อาหารกับใจ ร่างกายเราต้องกินอาหารทุกวัน

เราก็ต้องควรจะทำบุญทุกวัน

ศีลเราก็ต้องควรรักษาตลอดเวลา

ภาวนาเราก็ควรทำตลอดเวลา

ถ้าเราอยากจะเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว

เราต้องขยันภาวนา อย่าไปทำกิจกรรมอย่างอื่น

และเราก็ต้องฟังเทศน์ฟังธรรม

เพราะถ้าเราไม่ฟังเทศน์ฟังธรรมเราอาจจะหลงทางได้

เพราะการฟังเทศน์ฟังธรรมเป็น

เหมือนกับการดูแผนที่ที่เรากำลังจะเดินทาง

ไปสู่ที่ที่เราไม่เคยไป ถ้าเราไม่คอยเปิดแผนที่

เดี๋ยวเราก็เดินไปผิดทางได้

ฉะนั้น เราต้องคอยเปิดแผนที่ดูว่า

เรากำลังสร้างความสุขใจให้กับเรา

หรือว่าเรากำลังสร้างความไม่สบายใจให้กับเรา

เราจะรู้ถ้าเราเปิดแผนที่ดู

พอเราไปทำกิจกรรมที่ไม่มีอยู่ในแผนที่

ก็แสดงว่าเราไปผิดทางแล้ว

เช่น พอเราไปเที่ยวกันนี้ก็เรียกว่าเราไปหลงทางแล้ว

พอเราไปหาลาภยศสรรเสริญหรือไปหาความสุข

ทางตาหูจมูกลิ้นกาย เช่น ไปดูหนังฟังเพลง

ไปทำอะไรต่างๆ ทางตาหูจมูกลิ้นกาย

แสดงว่าเรากำลังหลงทาง ไปผิดทางแล้ว

เราต้องรู้ว่าเราไปในทาง

ของบุญ ๑๐ ประการนี้หรือเปล่า

ถ้าเรายังทำทานอยู่ ยังรักษาศีลอยู่ ยังภาวนาอยู่

ยังฟังเทศน์ฟังธรรมอยู่ ยังมีความเห็นที่ถูกต้องอยู่

ยังอุทิศบุญอยู่ เวลาเราทำบุญแล้วเราก็อุทิศบุญ

เวลาเห็นคนอื่นเขาทำบุญ

เราก็อนุโมทนาบุญกับเขาไป

เวลาเห็นคนอื่นเขาทุกข์ยากเดือดร้อน

เราก็ช่วยเหลือเขารับใช้กันไป เวลาที่เราพบปะกัน

อ่อนน้อมถ่อมตนหรือเปล่า หรือเราถือเนื้อถือตัว

อวดเบ่งอวดดีหรือเปล่า

อันนี้ก็จะเป็นแผนที่คอยบอกให้เรารู้ว่า

เราไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่

เพราะถ้าเราไม่หมั่นฟังเทศน์ฟังธรรม

เดี๋ยวเราหลงทางได้ เดี๋ยวเราลืมทางได้

เพราะว่าเรามีตัวที่ชอบหลง

มาคอยหลอกเราอยู่เรื่อยๆ

คือความหลง ความหลงมันจะชอบหลอก

ให้เราไปอีกทางหนึ่ง

ไปหาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย

หลอกให้เราไปหาลาภยศสรรเสริญ

หรือ เช่นบางคนนี้ถูกหลอกว่าต้องไปหาเงินเยอะๆ

ก่อนถึงจะมาบวชได้ ทีนี้พอมันมีเงินเยอะ

มันก็บวชไม่ได้หรอก มันเสียดายเงิน

ฉะนั้น อย่าไปถูกหลอก

 บางคนก็ถูกหลอกให้ไปหาเงินจะได้มาทำบุญ

 แต่ไม่ใช่จะเอาเงินมาทำบุญหรอก

เอาเงินไปเที่ยวมากกว่า

 เอาเงินไปซื้อของกันของเล่นมากกว่า

อาจจะมาทำบุญแต่ก็เป็นส่วนน้อย

อาจจะทำบุญสักร้อยละสิบ

คนชอบมาขอหวยพระเรื่อย

ขอหวยบอกถูกหวยแล้วจะมาทำบุญ

พอถูกจริงๆ ก็มาทำแค่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง

อีกเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ก็เอาไปเที่ยวไปดื่มไปเล่นกัน

เขาเรียกว่าติดสินบนพระ

 ฉะนั้น เราต้องฟังเทศน์ฟังธรรมอยู่เรื่อยๆ

 จะได้ไม่หลงทาง ส่วนบุญอื่นเราก็ทำไปตามโอกาส

 อุทิศบุญเวลาที่เราทำบุญแล้ว

เราก็อุทิศบุญให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

 ถ้าเราเห็นผู้อื่นเขาทำบุญเราก็แสดงความยินดี

ไปกับการทำบุญของเขา อย่าไปขวางอยากไปห้าม

 เพราะการทำบุญไม่เสียหาย ไม่สร้างความทุกข์

สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร มีแต่คุณมีประโยชน์

 อันนี้ก็คือบุญเสริม บุญเสริมก็คือการอนุโมทนาบุญ

 การอุทิศบุญ การช่วยเหลือรับใช้ผู้อื่น

การอ่อนน้อมถ่อมตน และการให้ธรรมะแก่ผู้อื่น

 ถ้าเรามีธรรมะเราก็สามารถให้ธรรมะแก่ผู้อื่นได้

 ถ้าเรายังไม่มีเราก็ยังไม่ต้องให้

 นี่คือเรื่องของการทำบุญ ๑๐ ประการด้วยกัน

 ที่จะทำให้ใจของเรามีความสุข

 และจะเป็นความสุขที่เหนือกว่าความสุขทั้งปวง

 สุขใดในโลกนี้ไม่มีเหนือกว่าความสุขใจ

 ฉะนั้นขอให้เราสร้างความสุขใจกัน

 ด้วยการทำบุญทั้ง ๑๐ ประการนี้.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

...........................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 05 กรกฎาคม 2561
Last Update : 5 กรกฎาคม 2561 10:49:25 น.
Counter : 173 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ