Group Blog
All Blog
<<< "ความมืดบอดของใจ" >>>









“ความมืดบอดของใจ”

การที่เรามาวัดกัน มาวัดเพื่อมาศึกษาพระธรรม

คำสอนของพระพุทธเจ้า

 ที่เราเรียกว่าแสงสว่างแห่งธรรม

ถ้าเรามีแสงสว่างแห่งธรรม

 เราก็จะมีดวงตาเห็นธรรม

 ธรรมก็คือความสว่างที่จะมากำจัดความมืดบอด

ที่มีอยู่ในใจกัน ความทุกข์ใจของพวกเรา

เกิดจากความมืดบอดของใจเอง

เหมือนกับคนตาบอด

คนตาบอดถ้าไม่มีคนนำทาง

 เดินไปไหนมาไหนเดี๋ยวก็จะต้องไปประสบ

กับอุบัติเหตุต่างๆ เพราะมองไม่เห็น

เดินไปข้างหน้าอาจจะเดินไปชนกับเสา

เดินไปชนกับต้นไม้ เดินไปชนกับรถ

 หรือเดินไปเหยียบของแหลมคม

หรือไปตกหลุมตกบ่อ เพราะไม่มีตา มองไม่เห็น

 ถ้าเดินไปแบบหลับตาเดินอย่างนี้

โอกาสที่จะไปพบกับการเจ็บเนื้อเจ็บตัว

 ก็จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ฉันใดใจก็เป็นเหมือนคนตาบอด

ใจของเราคือผู้รู้ผู้คิด

 แต่คิดไปในทางที่จะทำให้เกิดความทุกข์

 ความวุ่นวายใจต่างๆ ขึ้นมา

 อันนี้เป็นความคิดที่มืดบอด

 คือคิดไม่ตรงกับความเป็นจริง

คิดเหมือนกับคนตาบอดว่า

ข้างหน้าไม่มีต้นไม้ก็เดินไป

 แต่ความจริงมันมีต้นไม้อยู่ พอคิดว่าไม่มีต้นไม้

 เดินไปก็เดินไปชนต้นไม้ เดินชนต้นไม้ก็เจ็บตัว

 หรือคิดว่าข้างหน้าเป็นทางเรียบไม่มีหลุมไม่มีบ่อ

พอเดินไปก็ไปตกหลุมตกบ่อ

 เพราะมองไม่เห็นความจริง

 เห็นตามความคิดของตนเอง

นี่คือใจของผู้ที่ไม่มีธรรมะ จะเป็นใจที่มืดบอด

 จะเป็นใจที่เห็นผิดเป็นชอบ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว

 เห็นสิ่งที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุข

เห็นสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง

 เห็นสิ่งที่ไม่ใช่ของเราว่าเป็นของเรา

 นี่คือความมืดบอดของใจ

ที่ทำให้เราวุ่นวายใจกัน ทุกข์ใจกัน เสียใจกัน

 หวาดกลัวกัน เกิดจากความมืดบอด

 เกิดจากความเห็นผิดเป็นชอบ

 ไปเห็นสิ่งที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุข

 เหมือนกับเห็นงูพิษว่าเป็นปลาไหล

พอเห็นปลาใหลก็อยากจะจับมากิน

 พอไปจับงูพิษที่คิดว่าเป็นปลาไหล แต่มันเป็นงูพิษ

พอไปจับงูพิษก็เลยถูกงูพิษกัดตายได้

 นี่คือมองไม่เห็นความจริงของสิ่งต่างๆ

 ที่มีอยู่ในโลกนี้

 ใจของเราก็เลยแทนที่จะมีความสุข

กลับมีความทุกข์กัน

 เพราะสิ่งที่ใจต้องการก็คือความสุข

ทุกคนต้องการความสุขใจกัน เวลามีความสุขใจ

มันดีกว่ามีความทุกข์ใจ เวลามีความทุกข์ใจ

มันเหมือนกับมีใครมาบีบหัวใจ

 เวลามีความสุขใจนี่เหมือนใจลอยอยู่บนท้องฟ้า

ใจเบา ใจสบาย แต่เวลาใจทุกข์นี่

เหมือนถูกบีบถูกเหยียบ

 เราจึงไม่ต้องการความทุกข์กัน

 เราต้องการแต่ความสุขกัน

 แล้วทำไมเราจึงต้องมาเจอความทุกข์กัน

 มีใครบ้างที่ไม่มีความทุกข์ ยกมือขึ้นมาหน่อย

 มีใครบ้างมีแต่ความสุขใจ สบายใจ

สุขหนอๆ หรือ ทุกข์หนอๆ บ่นอยู่ทั้งวัน

บ่นเรื่องนั้นบ่นเรื่องนี้ ทุกข์กับคนนั้นทุกข์กับคนนี้

 ทุกข์กับสิ่งนั้นทุกข์กับสิ่งนี้

 ก็เพราะเราคิดว่าเขาเป็นสุข เราก็เลยไปหาเขา

 พอไปหาเขาไปเกี่ยวข้องกับเขา

แทนที่เขาจะให้ความสุขกับเรา

 เขาก็เลยให้ความทุกข์กับเรา

 เห็นงูพิษเป็นปลาไหล ก็เลยไปเล่นกับงูพิษ

 คิดว่าจะได้จับงูพิษนั้นมาทำเป็นอาหาร

คิดว่างูพิษเป็นปลาไหล มันจะไม่กัดเรา

พอเราไปเล่นกับมัน ไปจับมันเข้า

ก็เลยโดนมันกัดเอา  นี่คือความเห็นผิดเป็นชอบ

 เช่นเห็นสุรายาเมาว่าเป็นเครื่องดื่ม

ที่จะดับความทุกข์ใจได้ คนเราเวลาไม่สบายใจ

ก็ไปเข้าบาร์เข้าผับกัน ไปดื่มสุรากัน

ทำงานเครียด เลิกจากงานก็ไปหาสุราดื่มกัน

 เพราะคิดว่าสุราจะดับความเครียดได้

 แต่ทำไปทำมาก็ไปติดสุราเข้า

 ดื่มสุราบ่อยๆ ก็ติดสุรา

 พอติดสุราแล้วก็เกิดโทษตามมา

ถ้าดื่มสุรามากๆ ก็จะมึนเมา

 จะทำให้ไม่สามารถไปทำงานทำการได้

 แทนที่จะไปทำงานก็ไปดื่มสุรา

พอดื่มสุราเมา พอจะไปทำงานก็ไปทำไม่ได้

 เสียงานเสียการ เสียเงินเสียทอง

 เพราะต้องใช้เงินซื้อสุรามาดื่ม

 ดื่มแล้วก็เมา เมาแล้วก็ไปหาเงินหาทองไม่ได้

 ก็มีแต่จะเสียเงินเสียทองไปเรื่อยๆ

หรือถ้าทำงานก็ทำไม่ได้เต็มที่

 ทำไม่ได้ประโยชน์เต็มที่ ทำได้นิดหน่อย

เดี๋ยวก็อยากจะเลิก อยากจะไปดื่มสุราแล้ว

พอทำอะไรเกิดความเครียดขึ้นมาหน่อย

 ก็อยากจะไปดื่มสุราเพื่อระบายความเครียด

พอดื่มแล้วก็จะมึนเมา ก็จะไม่สามารถทำงานต่อได้

 การดื่มสุรานี้เสียหลายอย่าง เสียเงินทองเสียเวลา

 เสียงานเสียการ เสียสุขภาพ สุขภาพจิตก็เสีย

มีอาการมึนเมาทำให้ไม่มีสติสตัง

 เป็นคนเสียสติไปชั่วคราว

เวลาดื่มสุราเมาแล้วก็มักจะอาละวาด

ไปทำร้ายผู้อื่น ไปพูดจาหยาบคาย

 อันนี้ความเสียหายที่เกิดจากการดื่มสุรา

 แล้วก็ทำให้ร่างกายเจ็บไข้ได้ป่วยจากพิษของสุรา

ดื่มสุราแล้วต่อไปก็จะเป็นโรคตับ

 โรคไต โรคตับแข็ง

 แล้วก็เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคอย่างอื่น

หมอจึงห้ามไม่ให้ดื่มสุรากัน

ถ้าอยากจะมีสุขภาพแข็งแรง

นี่ตัวอย่างว่าทำไมคนเรา

ถึงไปดื่มสิ่งที่เป็นพิษกับตนเอง

 ก็เพราะไปคิดว่ามันเป็นประโยชน์

 คิดว่าดื่มแล้วทำให้สบายใจ คลายเครียด

 เวลาคนเครียดนี้มักจะไปดื่มสุรากัน

เพื่อคลายเครียด อันนี้ไม่ใช่เป็นวิธี

ที่คลายเครียดที่ถูกวิธี

 วิธีที่คลายเครียดที่ถูกวิธีนี้ต้องศึกษา

ดูต้นเหตุของความเครียดว่าเกิดจากอะไร

 เราเครียดกับงาน เราก็ต้องใช้ปัญญา

วิเคราะห์ดูว่า เราทำไมถึงต้องมาเครียดกับงาน

 เครียดเพราะว่าทำไม่สำเร็จใช่ไหม

หรืออยากจะให้มันได้ผลดี แต่มันไม่ได้ผลดี

 เราก็เลยเครียดกับมัน เราต้องดูว่า

 แล้วเราทำอะไรได้หรือเปล่า

ทำให้มันดีได้หรือเปล่า

 ทำให้มันสำเร็จได้หรือเปล่า ถ้าทำไม่ได้

เราก็ต้องยอมรับความจริง

ทำไม่ได้ไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร

ก็ไปหาทำอย่างอื่นที่ง่าย ที่เราทำสำเร็จได้

 เราอาจจะไปเลือกงานที่มันยาก

กว่าความสามารถของเรา

ยากกว่ากำลังของเราที่จะทำให้สำเร็จได้

เราก็ยอมรับความจริงสิ ก็หมดเรื่อง

ก็เปลี่ยนงาน ไปทำงานที่มันง่าย

ที่เราทำแล้วสำเร็จ มันก็ไม่เครียด

 แต่บางทีความอยาก

ที่จะได้รับประโยชน์จากงานนั้น

มันจึงทำให้เราเครียด

คืองานนี้ทำแล้วจะได้รายได้มาก

เราต้องการรายได้ เราจึงไปทำงานที่ยาก

พอทำยากแล้วมันไม่ได้

แทนที่จะได้อาจจะต้องเสีย

 อาจจะต้องขาดทุน

แล้วเมื่อทำไปแล้วก็ถอยหลังไม่ได้

 เดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ขาดทุน

 ถ้าใช้เหตุผลก็ต้องมองความจริง

 ถ้าเดินไปข้างหน้าไปไม่ได้ก็ต้องขาดทุนอยู่ดี

 ตอนนี้ถ้าไม่ไปก็ขาดทุน

 แต่อาจจะขาดทุนน้อยกว่า

 ก็ยอมขาดทุนดีกว่า แล้วก็เลิกงานนั้นไป

ก็จะไม่เครียด ยอมรับว่า

รายได้ที่เราต้องการนี้คงจะไม่ได้

 ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไปหางานอย่างอื่น

ที่จะทำให้ได้รายได้ที่เราต้องการ

 อาจจะน้อยหน่อย แต่ได้แน่ๆ

เช่นไปเก็บขยะนี้ได้แน่ๆ เอาขยะไปขายนี่

ตามข้างถนนนี่ เดินไปเถิด

 มีทรัพย์อยู่ข้างถนนเยอะแยะไปหมด

มีขวดพลาสติก มีของที่คนใช้แล้วทิ้งอยู่ข้างทาง

 ถ้าเราเป็นคนที่ฉลาด

 เมื่อเราไม่สามารถหารายได้จากงานที่ยาก

 เราก็หารายได้จากงานที่ง่ายก็ได้ นี่ยกตัวอย่าง

 ใช้เหตุผล ที่เราเครียดเพราะเราอยากให้มันสำเร็จ

 แล้วพอมันไม่สำเร็จ มันก็เลยทำให้เราเครียด

 แต่ถ้ามองว่าทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จ

ก็ยอมเปลี่ยนใจเสียก็หมดเรื่องแล้ว

 ถ้าไม่สำเร็จก็ไม่เอาก็ได้ เมื่อไม่เอาก็หายเครียด

 เครียดก็ไม่ต้องไปดื่มสุรา

 เพราะการดื่มสุราไม่ได้เป็นวิธีแก้ปัญหา

 เป็นเพียงแต่เป็นการหนีปัญหาชั่วคราว

 พอเครียดกับเรื่องงาน

เรื่องการคิดอยู่กับเรื่องงานเรื่องการแล้วเครียด

 ก็เลยไปดื่มสุรา พอดื่มสุราแล้วมึนเมา

มันก็เลยลืมเรื่องที่ทำให้เครียดไป

แต่เดี๋ยวพอหายจากการดื่มสุรา

 ต้องกลับไปทำงานก็ไปเจอเรื่องเครียดใหม่

 ก็จะหนีมันหน่อย หนีไปดื่มสุราไหม่

นี่ปัญหาของพวกเรา พระพุทธเจ้าทรงบอกว่า

ความเครียดต่างๆ ความวุ่นวายใจต่างๆ

ความทุกข์ต่างๆ เกิดจากความอยากของเรา

 อยากเกินความสามารถของเรา

อยากในสิ่งที่เราไม่สามารถทำได้หรือหามาได้

 เราก็เลยเครียดกัน หรือบางทีเครียดเพราะว่า

เมื่อเราไม่สามารถหาสิ่งที่เราอยากได้

ด้วยการทำมาหากินที่ไม่ผิดกฎหมาย

เราก็ไปทำมาหากินที่ผิดกฎหมาย

 เพราะว่ามันทำให้เราได้ในสิ่งที่เราอยากได้

 เช่นเงินทอง หาเงินทางทำงาน

แล้วเงินทองไม่พอใช้ อยากจะได้เงินทองเพิ่ม

 อาจจะต้องไปลักขโมยเงิน

หรือไปทำอะไรที่จะทำให้เราได้เงินทองมาเพิ่ม

โดยไม่ถูกกฎหมาย พอไปทำผิดกฏหมาย

ก็ทำให้เราเครียดขึ้นมา เพราะเรากลัว

จะถูกจับไปลงโทษนั่นเอง

 นี่คือปัญหาของความเครียดต่างๆ

 ของความทุกข์ต่างๆ เกิดจากความต้องการ

ที่เกินความสามารถของเรา ที่เราจะสามารถทำได้.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

..................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๑






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 21 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2561 6:34:56 น.
Counter : 186 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ