Group Blog
All Blog
<<< "ความเพียร " >>>









“ความเพียร”

ปัญหาของพวกเราส่วนใหญ่

ก็อยู่ตรงที่การไม่มีความเพียรนี้เอง

เราไม่มีความเพียรพยายาม

เราจึงไม่สามารถที่จะบรรลุมรรคผลนิพพานกันได้

ผู้ใดที่มีความเพียร ผู้นั้นก็จะสามารถบรรลุ

มรรคผลนิพพานได้ ดังเช่นพระสาวกทั้งหลาย

 ท่านเหล่านี้ท่านมีความเพียรพยายามมาก

 ท่านทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับการเจริญมรรค

ท่านมีอะไร สมบัติข้าวของเงินทอง

 มีความสุขทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย

ท่านโยนทิ้งหมดเลยท่านไม่เอา ท่านเห็นแล้วว่า

มันไม่ใช่ทางไปสู่ความสุขที่แท้จริง

ไม่ได้เป็นทางไปสู่ความดับทุกข์

 แต่เป็นทางไปสู่ความทุกข์

ไปสู่ความสุขที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอน

 เป็นความสุขชั่วคราว ท่านจึงสลัดทิ้งหมด

แล้วทุ่มเทชีวิตจิตใจให้กับการสร้างมรรค

 เพียรพยายามสร้างมรรคทุกเวลานาที

 ตั้งแต่ตื่นจนหลับ บางท่านถึงกับถือข้อเนสัชชิกเลย

 คือไม่ยอมนอนเลย กลัวจะเสียเวลา

ถ้าจะนอนจะหลับก็ให้หลับในท่ายืนท่าเดินหรือท่านั่ง

 แต่จะไม่ยอมเอนหลังลงไปนอน

 ถ้าจะหลับก็ให้มันหลับอยู่ใน ๓ ท่านั้น

 เพราะมันจะหลับไม่นาน

 นั่งสับปะหงกไปได้สักชั่วโมงสองชั่วโมงก็จะตื่น

 พอตื่นท่านก็จะเร่งเจริญความเพียรทันที

 เจริญสติทันทีเดินจงกรมนั่งสมาธิทันที

 แล้วถ้าออกมาจากสมาธิแล้ว ก็สอนใจ

ให้เห็นไตรลักษณ์อยู่เรื่อยๆ ให้เห็นอสุภะอยู่เรื่อยๆ

นี่แหละผู้ที่มีความเพียรแบบนี้แหละ

จึงสามารถที่จะบรรลุมรรคผลนิพพานได้

พวกเราถ้าต้องการบรรลุมรรคผลนิพพาน

 ก็ต้องมีความเพียรเช่นเดียวกัน

 เพราะความเพียรเป็นเหตุ เมื่อมีเหตุแล้ว

 ผลคือมรรคผลนิพพาน ก็จะตามมาอย่างแน่นอน

 ถ้าไม่มีความเพียร ผลก็จะไม่ตามมา

 นี่คือความแตกต่างระหว่างพระอริยบุคคลกับปุถุชน

 แตกต่างกันตรงที่ความเพียรนี่เอง

 อย่างอื่นไม่แตกต่าง อย่างอื่นมีเหมือนกันหมด

มีอาการ ๓๒ เหมือนกัน

มีตา หู จมูก ลิ้น กายเหมือนกัน

 มีร่างกายมีจิตใจเหมือนกัน ต่างตรงที่ว่า

มีความเพียรหรือไม่มีความเพียร

ถ้ามีความเพียรที่จะเจริญมรรค

 มรรคผลนิพพานมันก็จะต้องตามมา

 การบรรลุเป็นพระอริยบุคคลขั้นต่างๆ ก็จะตามมา

 ถ้าไม่มีความเพียร มันก็จะวนเวียนว่าย

อยู่กับการเวียนว่ายตายเกิดอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ

ดังนั้น ขอให้พวกเราปลุกความเพียรของเราขึ้นมา

 ด้วยการระลึกถึงเวลาของเรา ที่จะมีน้อยลงไปเรื่อยๆ

 วันเวลาของเราผ่านไปๆเรากำลังเดินเข้าหาความแก่

หาความเจ็บ เข้าหาความตายกัน

 เรากำลังทำอะไรอยู่ กำลังสร้างมรรค

หรือกำลังสร้างลาภ ยศ สรรเสริญ สุข อยู่

ถ้าเราถามอย่างนี้บ่อยๆ เราจะได้รู้ทิศทางของเรา

 ว่าเรากำลังเดินไปในทิศทางใด

ถ้าเราเดินไปในทิศทางที่สวนกับ

ทางที่พระพุทธเจ้าทรงดำเนิน

 เราก็ควรที่จะยูเทิร์นเลี้ยวกลับ

 ถ้าเรายังเดินไปหาลาภ ยศ สรรเสริญ สุขอยู่

 เราก็ควรที่จะยูเทิร์นเลี้ยวกลับมาหาการเจริญมรรค

 เลี้ยวกลับมาหาการทำทาน หาการรักษาศีล

 หาการภาวนา แล้วเราจะได้ไปถูกทาง

 แล้วเราจะได้ไปถึงจุดหมายปลายทางที่ดีที่แท้จริง

 ไม่ใช่เป็นความสุขปลอม

อย่างทางของลาภ ยศ สรรเสริญจะให้กับเรา

เป็นความสุขปลอม

 เป็นความสุขที่เคลือบความทุกข์เอาไว้

 เป็นความสุขชั่วคราวเดี๋ยวเดียว

แล้วก็จะเกิดความทุกข์ตามมา

 แต่ถ้าไปทางมรรคจะมีแต่ความสุขถาวร

 แต่จะมีความทุกข์เคลือบไว้อยู่

 เพราะเป็นการเดินขึ้นภูเขา การปีนป่ายขึ้นภูเขานี้

มันต้องเป็นเรื่องทุกข์ยากลำบากอย่างแน่นอน

 แต่เมื่อถึงยอดเขาแล้วมันสบาย มันจะสบายไปตลอด

 ทางมรรคนี้เรียกว่าทุกข์ต้นแต่สุขปลาย

ทางลาภ ยศ สรรเสริญ

 สุขนี้เรียกว่าสุขต้นแต่ทุกข์ปลาย

เราจะเอาอย่างไหนดี เอาสุขต้นทุกข์ปลายดี

 หรือว่าเอาทุกข์ต้นแล้วสุขปลายดี

เราจะเอาแบบพระพุทธเจ้าดีหรือเอาแบบปุถุชนดี

 ปุถุชนตอนที่เขามีกำลังวังชา

เขามีความสามารถ เขาก็หาความสุขต่างๆ

 ผ่านทางลาภ ยศ สรรเสริญ ผ่านตา หู จมูก ลิ้น กายได้

 แต่พอเวลาที่ร่างกายเขาหมดสภาพ ไม่สามารถหาได้

เขาจะหาอะไร เขาก็จะหาแต่ความทุกข์

ใส่ใจของเขาเท่านั้น แต่ทางของพระพุทธเจ้านี้

 ถึงแม้ว่าร่างกายจะแก่ จะเจ็บ จะตาย

 ใจก็ยังเป็น ปรมัง สุขังอยู่.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

...................................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๗




ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 06 สิงหาคม 2561
Last Update : 6 สิงหาคม 2561 9:30:30 น.
Counter : 163 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ