Group Blog
All Blog
<<< "วัตถุทาน วิทยาทาน ธรรมทาน " >>>








“วัตถุทาน วิทยาทาน ธรรมทาน”

เราจึงควรมาศึกษาวิธีสร้างบุญ ๑๐ ประการนี้

 เช่น ๑ การทำทาน

 เรียกว่าทำอย่างไรถึงจะเรียกว่าทำทาน

ทำทานก็คือให้สิ่งที่เรามีอยู่

 ไม่จำเป็นจะต้องหาสิ่งที่เราไม่มีเอามาให้

 อันนี้ไม่ใช่เป็นการทำทาน

ทำทานหมายถึงให้เราทำในสิ่งที่เรามีเหลือมีเกิน

 มีสิ่งที่เป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการมีก็ได้

เก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้อะไรตายไปก็เอาไปไม่ได้

 ให้เอาสิ่งนี้ไปทำบุญทำทาน

เราจะได้ไม่ต้องมีอะไร

ต้องมาคอยดูแลรักษามากจนเกินไป

การมีอะไรมากๆ แทนที่จะมีความสุข

กลับทำให้เราไม่มีความสุข

 เพราะเราจะต้องมาคอยกังวล

เกี่ยวกับการดูแลรักษาสิ่งของต่างๆ

 ถ้าเราให้ผู้อื่นเขาไป

 แล้วเขาได้รับประโยชน์มันก็ดีกว่า

 เป็นการได้ประโยชน์สองต่อ

 ผู้รับก็ได้ประโยชน์ผู้ให้ก็ได้ประโยชน์

 เพราะไม่ต้องมาคอยกังวลกับของที่ให้ไป

ไม่ต้องรอคอยดูแลรักษา และก็ทำให้ใจมีความสุข

เพราะเป็นการทำบุญ สิ่งที่เราสามารถจะให้ได้

ก็มีอยู่ ๓ อย่างด้วยกัน

คือ ๑ ข้าวของเงินทอง เรียกว่าวัตถุทาน

ถ้าเรามีข้าวของเงินทองที่เราไม่ได้ใช้

 ที่เราไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บเอาไว้

 เราก็เอาไปบริจาคทำบุญทำทาน

ให้แก่ผู้ที่เขาทุกข์ยากเดือดร้อนกว่าเรา

 เช่นมีเสื้อผ้ามากเกินไปเต็มตู้รกตู้

ไม่รู้ว่าจะไปเก็บที่ไหน

 ถ้าไปซื้อตู้มาก็ต้องเสียเงินเพิ่มอีก

 แล้วเดี๋ยวพอมีตู้เก็บเดี๋ยวก็อยากจะซื้ออีก

 ก็ซื้อไปโดยที่ไม่ได้ทำให้เกิดความสุขใจขึ้นมา

 ความสุขที่ได้ก็เป็นความสุขเดี๋ยวเดียว

 ได้ตอนที่ซื้อมา แต่พอหลังจากซื้อมาแล้ว

มันก็ไม่มีความหมายอีกต่อไป

สู้เอาของที่มันล้นตู้นี้เอาไปให้คนที่เขาไม่มี

 คนที่เขาขาดแคลน คนยากคนจน

คนที่ไม่มีเสื้อผ้าใส่เอาไปบริจาค

 อย่างนี้เรียกว่าวัตถุทาน

 จะเป็นข้าวของก็ได้ เป็นเงินทองก็ได้

 เงินทองที่เราใส่บาตรให้เป็นค่าน้ำค่าไฟ

เงินทองที่เราให้ขอทาน ให้ญาติสนิทมิตรสหาย

 ให้บิดามารดา อันนี้ก็ถือว่า

เป็นการทำทานทั้งนั้น เป็นการทำบุญ

การทำบุญนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องทำกับพระ

แต่เป็นประเพณีธรรมเนียมนิยมที่จะใช้คำว่าบุญ

 เวลาให้ของกับพระเราเรียกว่าบุญ

 แต่เวลาที่เราให้ของผู้อื่น

ที่ไม่ใช่เป็นพระเราเรียกว่าทำทาน

 แต่ความจริงมันเป็นการทำบุญมันเป็นการทำทาน

 ทานแปลว่าให้ เป็นการให้ เราให้ของใคร

ก็ถือว่าเราได้ทำทาน ไม่ว่าเราจะทำกับพระ

กับผู้ไม่ใช่เป็นพระ ก็เรียกว่าเป็นการทำทาน

 แล้วผลที่เกิดจากการทำทานคือความสุขใจ

นี้ก็เรียกว่าบุญนี่เอง

ดังนั้น การทำบุญทำทานนี้

มีความหมายอันเดียวกัน

 ทานคือแปลว่าการให้

 เป็นเหตุ ส่วนบุญคือเป็นผล

 คือความสุขใจ เราจะให้กับใคร

เราก็ได้ความสุขใจเหมือนกัน

ให้กับพระเราก็ได้ความสุขใจ

ให้กับผู้ที่ไม่ใช่พระ

 เช่น ญาติพี่น้อง บิดามารดา

 บุคคลที่ตกทุกข์ได้ยากเดือดร้อน

 เช่น ขอทาน ให้เราก็ได้บุญเหมือนกัน

 เราก็ได้ความสุขใจเหมือนกัน

หรือแม้แต่ให้สัตว์เดรัจฉาน

เราก็ได้ความสุขใจเหมือนกัน

 เช่น เห็นหมาจรจัดไม่มีข้าวกิน

เราก็หาข้าวให้มันกิน

 อย่างนี้เราก็ได้ความสุขใจ

เราได้ให้ข้าวแก่สุนัขไป

 คำว่าทานนี้แปลว่าการให้ ให้ในสิ่งที่เรามี

 ถ้าเราไม่มีไม่จำเป็นที่จะต้องไปหามาให้

 อันนี้ไม่ใช่เป็นการให้

 เป็นการสร้างกิเลสขึ้นมาด้วยความอยาก

อยากจะให้ เมื่อไม่มีจะให้

จะไปหาเงินหาทองจากคนนั้นคนนี้

 ไปขอเงินคนนั้นคนนี้มาทำบุญทำทาน

 อย่างนี้ไม่ใช่เป็นการทำบุญทำทาน

 เพราะเป็นการสร้างกิเลส สร้างความโลภ

 สร้างความอยาก ที่จะทำให้เกิดความทุกข์ใจ

 เพราะเวลาเราไปขอเงินใคร

แล้วเกิดเขาไม่ให้เรา

 เราก็จะเสียใจ หรือเราก็จะโกรธ

คนที่เราไปขอเงินได้

ดังนั้น ถ้าเราไม่มีให้ก็ไม่ต้อง

ให้ทำบุญอย่างอื่นได้

 หรือให้อย่างอื่นที่เรายังมีที่จะให้ได้

 สิ่งที่ยังมีที่เราจะให้ได้ก็มีอีกสองอย่าง ถ้าเรามี

อย่างที่ ๒ ที่เราให้ได้ก็คือ

ความรู้ที่เราได้เรียนรู้มา

เช่น ถ้าเรามีความรู้เรียนจบปริญญา

เราก็มีความรู้ในวิชาต่างๆ ภาษาอังกฤษ

วิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์

ถ้าเราอยากจะทำทานเราก็ทำได้

โดยการให้ความรู้เหล่านี้

แก่นักเรียนที่ต้องการความรู้

 เช่น สอนพิเศษให้กับนักเรียน

ที่ต้องการเสริมความรู้

 เรียนที่โรงเรียนอาจจะไม่เข้าใจ

ก็อยากจะมาเรียนเพิ่มเติม ถ้าเรามีเวลาว่าง

เราก็สอนเด็กเหล่านี้ได้โดยที่ไม่คิดเงินทอง

ไม่คิดค่าใช้จ่าย ให้ความรู้ฟรีๆ

อันนี้เราเรียกว่าวิทยาทาน การให้ความรู้แก่ผู้อื่น

 ถ้าเราไม่มีเงินแต่เรามีความรู้และเรามีเวลาว่าง

เราก็จะสามารถทำทานได้

ทานชนิดนี้เรียกว่าวิทยาทาน

แล้วสิ่งที่เราจะให้ได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ ธรรมะ

ถ้าเรามีธรรมะเช่นเราไปวัดบ่อยๆ

 เราได้รับหนังสือจากทางวัดไปอ่าน

 อ่านแล้วเราเห็นว่ามีคุณมีประโยชน์

 อ่านแล้วทำให้เรามีความสุขใจ

สามารถทำให้เราลดความทุกข์ใจ

ลดความกังวลใจต่างๆ ได้

 ถ้าเรามีคนที่เขาทุกข์ใจไม่สบายใจ

 เราจะแบ่งหนังสือธรรมะเหล่านี้ให้กับเขาไปก็ได้

 การให้หนังสือธรรมะแก่ผู้อื่นก็เป็นการให้ธรรมะ

 เรียกว่าธรรมทาน

 ก็เป็นการทำบุญทำทานอย่างหนึ่ง

 เพราะจะทำให้ผู้ที่เขาได้รับธรรมะนั้น

บรรเทาความทุกข์ใจ

ความเดือดเนื้อร้อนใจลงไปได้

หรือถ้าเราไม่มีหนังสือแต่เรามีความรู้

เพราะว่าเราได้ปฏิบัติตาม

คำสอนของพระพุทธเจ้า

 เราได้ทำบุญทำทาน เราได้รักษาศีล

เราได้ภาวนา แล้วเราเห็นผล

ที่เกิดจากการทำบุญทำทาน รักษาศีล ภาวนา

 ว่าทำให้ใจเรามีความสุขบรรเทาความทุกข์ใจได้

เราก็สามารถเอาไปสอน

ไปบอกพูดให้เขามีทุกข์ใจได้

 แต่การจะสอนต้องรอให้เขามาถามเราก่อน

มาขอความช่วยเหลือจากเราก่อน

 ถ้าเขาไม่มาขอก็ไม่ควรที่จะไปสอนเขา

 เพราะเขาอาจจะไม่ยินดีที่จะฟังก็ได้

ฉะนั้น การจะสอนธรรมะ

หรือการจะให้อะไรกับใคร

เราก็ต้องดูว่าผู้รับเขาพร้อม

ที่จะรับสิ่งที่เราให้เขาหรือไม่

 ถ้าเขาไม่พร้อมเขาไม่เอาเขาไม่ต้องการ

ก็อย่าให้เขาดีกว่า เพราะจะเสียของเปล่าๆ

 เช่นหนังสือธรรมะดีๆ ที่เราเห็นว่าดี

 แต่คนอื่นถ้าเขาไม่สนใจก็ไม่ต้องเอาไปให้เขา

 ไว้ให้เขาสนใจก่อนให้เขาถามถึงก่อน

แล้วเราก็ให้เขาจะดีกว่า

เพราะถ้าเราให้เขาตอนที่เขาไม่ยินดี

เขาก็อาจจะเอาไปวางไว้เฉยๆ

 เขาจะไม่เอาไปอ่านไปศึกษา

 เขาจะไม่ได้ประโยชน์อะไร

และการให้ของเราก็ไม่เป็นประโยชน์

ควรจะรู้จักให้ไม่ว่าจะให้อะไรก็ตาม

 ให้เงินให้ทอง ให้ข้าวให้ของ ให้วิชาความรู้

 ให้ธรรมะก็ต้องดูผู้รับว่า

 เขาสมควรที่จะรับอย่างไหน

 เขาควรจะรับมากรับน้อยอย่างไร

ถ้าให้โดยที่ไม่ได้ใช้เหตุใช้ผลนี้

ประโยชน์ก็อาจจะไม่เกิด

และแทนที่จะเกิดประโยชน์ก็อาจจะเกิดโทษได้

ดังนั้น การให้ก็ต้องใช้เหตุใช้ผล

ใช้ความรอบคอบ

 ใช้สติ ใช้ปัญญา ถึงจะเกิดประโยชน์

ถึงแม้ว่าการให้ของเรา

จะเกิดความสุขกับใจเราก็ตาม

 แต่ถ้าเรามารู้ที่หลังว่าเราให้เขาแล้ว

ไปเกิดเป็นโทษกับเขา

 เราก็อาจจะเกิดความเสียใจขึ้นมาได้

นี่คือเรื่องของทาน มี ๓ ชนิดด้วยกัน

 มีวัตถุทาน มีวิทยาทาน และมีธรรมทาน.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

...............................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

“สิ่งที่สำคัญที่สุด”







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 30 มิถุนายน 2561
Last Update : 30 มิถุนายน 2561 5:52:59 น.
Counter : 168 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ