Group Blog
All Blog
<<< " ธรรมที่จะทำให้ใจนี้ไม่เสื่อม" >>>











“ธรรมที่จะทำให้ใจนี้ไม่เสื่อม”

การกระทำอะไรต่างๆทั้งหมดที่เราทำกันนี้

 เราก็ทำเพื่อร่างกายของเรา

 แต่ร่างกายของเราก็อยู่ได้ไม่นาน

 อย่างมากก็ ๑๐๐ ปีก็ต้องตายไป

 และผลต่างๆที่เราได้ทำให้กับร่างกาย

 มันก็หมดความหมายไป

แต่การกระทำต่างๆที่เราทำให้กับใจของเรานี้

 เป็นสิ่งที่จะอยู่กับใจไปได้ตลอด

เช่นถ้าเราดับความทุกข์ของใจได้

 ความทุกข์นั้นก็จะหมดไป สร้างความสุขให้กับใจ

 ความสุขนั้นก็จะอยู่กับใจต่อไป

 หลังจากที่ร่างกายนี้ตายไปแล้ว

 การสร้างความสุขดับความทุกข์ของใจ

ก็อยู่ใน ๒ ระดับด้วยกัน

ระดับที่ถาวรและระดับที่ไม่ถาวร

ถ้าสร้างความสุขดับความทุกข์ให้กับใจ

ด้วยการทำทาน ด้วยการรักษาศีล

ด้วยการเจริญสมถภาวนา ทำใจให้สงบ

 ก็จะได้รับผลชั่วคราว

 คือผลเหล่านี้มีวันที่จะเสื่อมหมดไปได้

เช่นถ้าเราทำทานรักษาศีล ๕ ได้

 เราก็จะได้ความสุขระดับเทพ

 ดับความทุกข์ในระดับของเทพได้

 แต่บุญหรือผลที่เราได้สร้างไว้นี้

มันเสื่อมได้ มันหมดได้

พอบุญที่เราได้สร้างกันขึ้นมา จากการทำทาน

 จากการรักษาศีล เสื่อมลงไป

เราก็จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่

 แล้วเราก็ต้องกลับมาทำบุญทำทานใหม่

 รักษาศีลใหม่ ถ้าเราไปถึงขั้นภาวนาได้

 เจริญสมถภาวนาทำใจให้สงบได้

 เวลาร่างกายนี้ตายไป ใจของเรานี้

ก็ยังมีความสุขระดับสมถภาวนาอยู่ คือระดับพรหม

 ก็จะไปเกิดบนพรหมโลก

แต่บุญที่ได้จากการภาวนาทำใจให้สงบ ก็เสื่อมได้

 พอเสื่อมลงมาก็จะเลื่อนลงมาสู่เทวโลก

 แล้วจากเทวโลกก็จะเลื่อนลงมาสู่มนุษยโลกต่อไป

 นี่คือบุญกุศลที่ยังอยู่ในขั้นที่เสื่อมได้

 แล้วก็มีบุญกุศลที่เรียกว่าไม่เสื่อม

 เรียกว่าโลกุตตรธรรม ธรรมที่จะทำให้ใจนี้ไม่เสื่อม

 คือความสุขในใจไม่เสื่อม ความทุกข์ที่ได้ดับไปแล้ว

ไม่หวนกลับคืนมาอีก อันนี้ก็ต้องปฏิบัติธรรมขั้นที่สูง

ต่อจากขั้นภาวนาขึ้นไป ขั้นสมถภาวนาขึ้นไป

ต้องเจริญขั้นวิปัสสนาภาวนา คือต้องเจริญปัญญา

ต้องพิจารณาให้เห็นสัจจธรรมความจริง

คืออริยสัจ ๔ พิจารณาให้เห็นอนิจจังทุกขังอนัตตา

 ถ้าเห็นอริยสัจ ๔ เห็นทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

 เห็นไตรลักษณ์ เห็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

 ใจก็จะสามารถดับความทุกข์ในระดับต่างๆได้

 ซึ่งมีอยู่ ๔ ระดับด้วยกัน

คือระดับของพระโสดาบัน ระดับของพระสกิทาคามี

 ระดับของพระอนาคามี และระดับของพระอรหันต์

 ก็จะเจริญขึ้นไปตามลำดับขั้นของปัญญา

ที่สามารถพิจารณา เห็นไตรลักษณ์ เห็นอริยสัจ ๔

 หรือเห็นความไม่สวยไม่งามของร่างกาย

 ใจก็จะก้าวขึ้นไปตามลำดับ.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

................................

ธรรมะบนเขา จุลธรรมนำใจ๔๑

วันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๗







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 20 มีนาคม 2561
Last Update : 20 มีนาคม 2561 8:54:10 น.
Counter : 262 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ