Group Blog
All Blog
<<< "จิตจะหลุดพ้นจากความทุกข์ต้องเพียรพยายาม" >>>










“จิตจะหลุดพ้นจากความทุกข์

   ต้องเพียรพยายาม”

ความสุขที่เราหากันเป็นความสุขชั่วคราว

 และเครื่องมือที่เราใช้หาความสุข

ก็เป็นเครื่องมือชั่วคราว คือร่างกาย

ความสุขที่เราได้ผ่านทางร่างกาย

คือรูปเสียงกลิ่นรสก็เป็นความสุขชั่วคราว

หาเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มไม่พอ หาได้มาปั๊บเดี๋ยวก็หมดไป

 ไปเที่ยวมาปั๊บกลับมาบ้านก็หายไปหมด

ไปกินอาหารที่ร้านอาหาร

พอกลับมาบ้านมันก็หายไปหมด

ไปดูหนังฟังเพลงกลับมาบ้านมันก็หายไปหมด

 ไปงานเลี้ยงกี่งานเลี้ยงมากลับมาบ้าน

มันก็หายไปหมด เหมือนกับไม่เคยไปมาก่อน

 ความสุขที่ได้จากการไปกระทำอะไร

ตามความอยากต่างๆมันหายไปหมด

 แต่ความสุขที่เราได้จากการทำใจให้สงบนี้

มันจะอยู่กับเราไปตลอด

 มันจะทำให้เราไม่ต้องไปหาอยู่เรื่อยๆ

ได้มาแล้วเราก็รู้จักวิธีรักษามัน

รักษามันด้วยการไม่ไปทำตามความอยาก

ความอยากก็จะหายไป ความสงบก็จะกลับมาใหม่

นี่คือเรื่องที่เราต้องมาเปลี่ยนทำกัน

 เปลี่ยนจากการหาความสุขชั่วคราว

มาหาความสุขที่แท้จริงที่ถาวร

 ด้วยการมาฝึกจิตทำจิตให้สงบ

แล้วพอเกิดความอยากก็ต้องหยุดมันให้ได้

อย่าไปทำตามความอยาก

 เพราะความอยากจะทำให้ใจเราวุ่นวายไม่มีวันสิ้นสุด

 ได้มาเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มไม่พอ

ได้มาแล้วก็มีความอยากใหม่โผล่ขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ

แล้วพอไม่ได้ดั่งใจยาก็เสียใจ

แล้วพอไม่ได้ดังใจอยากก็เสียใจ

หรือได้ของที่อยากได้มาแล้วพอเสียไปก็เสียใจ

 ฉะนั้น การทำตามความอยากนี้

เป็นการนำไปสู่ความทุกข์ความวุ่นวายใจต่างๆ

ต้องอย่าไปทำตามความอยากมาทำใจให้สงบแทน

 ทุกครั้งที่อยากก็ไปทำใจให้สงบ

พอใจสงบแล้วความอยากก็จะหายไป

 แล้วความสุขก็จะกลับมา ทำอย่างนี้ไปเรื่อยเรื่อยๆ

 ต่อไปความอยากก็จะหมดกำลังไปเอง

และเราก็จะมีแต่ความสุขไปตลอดไม่มีวันสิ้นสุด

ฉะนั้น หาเวลาไปฝึกทำจิตให้สงบ

ก่อนจะนั่งสมาธิได้ต้องมีสติก่อน

ถ้าไม่มีสตินั่งไปก็ไม่สงบ นั่งไปก็คิดเรื่อยเปื่อยไป

 ฉะนั้น ต้องหัดหยุดความคิดเรื่อยเปื่อย

ก่อนที่จะมานั่ง ตื่นขึ้นมาพอจะคิด

ก็หยุดมันด้วยพุทโธๆไป

หรือบังคับมันเฝ้าดูการกระทำของร่างกายไป

 กำลังอาบน้ำก็ให้มันอยู่กับการอาบน้ำ

 อย่าให้มันไปคิดถึงคนนั้นคนนี้

อย่าไปคิดถึงอดีตอนาคต

อย่าไปคิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ อาบน้ำก็อาบน้ำไป

 ล้างหน้าแปรงฟันก็ล้างหน้าแปรงฟันไป

หวีผมก็หวีไป แต่งเนื้อแต่งตัวก็แต่งไป

รับประทานอาหารก็รับประทานไป

ทำงานอะไรก็อยู่กับงานไป

 อย่าไปคิดเรื่องที่ไม่จำเป็นจะต้องคิด

 ถ้าจำเป็นต้องคิดก็คิดได้ เช่นวันก่อนมีคนบอกว่า

 พอมาฝึกจิตให้ไม่ให้คิดก็เลยลืมเรื่องราวต่างๆไปหมด

 จะไปทำอะไรก็ลืมไปหมด อันนี้มันก็เถรตรงเกินไป

ถ้ายังมีภารกิจต้องทำก็ต้องคอยคิดบ้าง

ว่าเดี๋ยวต้องไปทำไอ้นั่นนะเดี๋ยวต้องไปทำไอ้นี่นะ

 แต่คิดเท่านี้ก็พอ คิดเพื่อเตือนไว้ว่า

ให้รู้ว่าจะต้องไปทำอะไร แต่ไม่ต้องไปวิตกกังวล

ว่าจะทำไอ้นู่นแล้วจะเกิดไอ้นั่นไอ้นี่ขึ้นมา

มันจะมีปัญหาอย่างนู้นอย่างนี้ขึ้นมา

 อันนั้นมันคิดมากเกินไป

ไว้ให้ไปถึงเหตุการณ์แล้วค่อยไปคิด

มันมีปัญหาอะไรแล้วค่อยไปว่ากัน

แต่ให้คิดเพียงแต่ให้รู้ว่าเดี๋ยวเราต้องไปทำอะไร

แค่นี้เพื่อจะได้ไม่ลืมเท่านั้นเอง

 แล้วก็กลับมาอยู่กับปัจจุบัน

 กลับมาอยู่กับความว่างอยู่กับความไม่มีความคิด

 ถ้าเราควบคุมสมาธิได้เวลานั่งสมาธิใจเราจะนิ่งเต็มที่

 จะเฉยเต็มที่ จะมีความสุขเต็มที่

 และจะไม่หิวกับอะไร ไม่ต้องไปหาขนมกิน

ไม่ต้องไปหากาแฟดื่ม ไม่ต้องไปหาอะไรดูหาอะไรฟัง

 ใจเราจะอยู่เฉยๆได้ไม่ต้องใช้ร่างกาย

เป็นเครื่องมือหาอะไร พอร่างกายใช้ไม่ได้

ก็ไม่เดือดร้อน แต่ถ้ายังต้องใช้ร่างกายอยู่

พอใช้ไม่ได้ก็จะเดือดร้อน

พออยากจะกินกาแฟก็กินไม่ได้ หมอห้ามน้ำตาลสูง

กินขนมก็กินไม่ได้ความดันสูง

อะไรต่างๆเหล่านี้ มันก็จะทุกข์ขึ้นมา

เพราะไม่สามารถทำตามความอยากได้

 แต่ถ้าไม่มีความอยากก็จะไม่มีความทุกข์

จะไม่มีความอยากได้ ต้องทำใจให้อิ่ม

ทำใจให้เฉยด้วยการทำใจให้นิ่งให้สงบ

พอใจนิ่งสงบแล้วใจใจจะเฉย

จะไม่อยากจะไม่หิวกับอะไร

จะอยู่คนเดียวจะอยู่เฉยได้

อยู่โดยที่ไม่มีร่างกายได้ไม่ใช้ร่างกายได้

 มีก็ไม่ใช้มัน หรือว่าถ้ามันใช้ไม่ได้ก็ไม่เดือดร้อน

 อยู่เฉยๆไม่มีร่างกายก็ไม่เดือดร้อน

 พอร่างกายนี้หมดก็ไม่มีร่างกายอันใหม่

ไม่มีร่างกายอันใหม่

ก็ไม่ต้องมาทุกข์กับการทำมาหากิน

ไม่ต้องมาทุกข์กับความแก่ความเจ็บความตาย

สุขอยู่กับความสงบตลอดเวลาจะดีกว่า

ฉะนั้น มาหัดทำใจให้สงบด้วยการฝึกสติก่อน

 ฝึกสติควบคุมความคิดให้ได้ ต้องฝึกทั้งวันเลย

 ตั้งแต่ตื่นจนหลับ อย่าปล่อยให้ใจคิด

 คิดเท่าที่จำเป็น ถ้าไม่จำเป็นอย่าคิด

แล้วก็เวลาว่างก็มานั่งสมาธิ

 อย่าไปดูนั่งดูหนังนั่งเล่นไพ่กัน มานั่งสมาธิกันดีกว่า

 เวลาว่างเมื่อไหร่ก็นั่งสมาธิไป

แล้วใจจะอิ่มใจจะสบายจะไม่หิวกับอะไร

 แล้วต่อไปความอยากต่างๆก็จะหมดไป

อยากก็อย่าไปทำตามความอยาก

เวลาอยากก็มานั่งสมาธิแทน

อยากจะกินกาแฟก็มานั่งสมาธิแทน

เปลี่ยนวิธีหาความสุข

 เอาความสุขจากการนั่งสมาธิที่ดีกว่า

ความสุขจากการดื่มกาแฟ

จากการไปดูหนังฟังเพลง

มานั่งสมาธิกัน ทำจิตให้สงบอยู่เรื่อยๆ

ต่อไปความอยากต่างๆมันก็จะหายไปหมด

 เพราะไม่มีความอยากแล้วใจก็จะสงบ

มีความสุขไปตลอดจนไม่มีวันสิ้นสุด

ใจของพระพุทธเจ้าใจของพระอรหันตสาวกนี้

 ตอนนี้ก็ยังอยู่อยู่แบบสงบอยู่อย่างมีความสุข

ใจของพวกเราก็จะเป็นอย่างนั้น

ต่อไปถ้าเราสามารถทำใจให้สงบ

ตัดความอยากละความอยากให้หมดไปจากใจได้

 ใจไม่ตาย ใจของพระพุทธเจ้า

ไม่ตายใจของเราไม่ตาย เพียงแต่ว่าจะอยู่แบบไหน

อยู่แบบทุกข์หรืออยู่แบบสุข พระพุทธเจ้าอยู่แบบสุข

พระอรหันตสาวกอยู่แบบสุข แต่พวกเราอยู่แบบทุกข์กัน

 ทุกข์เพราะว่าเราทำใจไม่เป็น หยุดความอยากไม่เป็น

ทำใจให้นิ่งให้สงบไม่เป็น

 เลยถูกความอยากคอยผลักคอยดัน

คอยเตะคอยถีบให้เราไปหาความทุกข์กัน

ได้อะไรมาแล้วเดี๋ยวก็ต้องมาทุกข์กับสิ่งที่เราได้มา

แล้วพอสูญเสียมันก็ทุกข์ มีมันก็ทุกข์

 เวลามีก็ไม่อยากให้มันเสียไม่อยากให้มันจากไป

 เพราะมันจากไปก็ทุกข์อีก มีก็ทุกข์จากทุกข์

 พอไม่มีก็ทุกข์อยากจะได้มันมาอีก

 ทุกข์ตลอดเวลาถ้ามีความอยาก

 พอไม่มีความอยากตัวเดียวจะไม่ทุกข์เลย

 ไม่มีความอยากก็ไม่ไปหาอะไรไม่มีอะไร

พอไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไรจะให้ทุกข์ด้วย

ไม่มีสามีก็ไม่ต้องทุกข์กับสามี

 ไม่มีภรรยาก็ไม่ต้องทุกข์กับภรรยา

 ไม่มีลูกก็ไม่ต้องทุกข์กับลูก

ไม่มีสมบัติก็ไม่ต้องทุกข์กับสมบัติ

ไม่มีตำแหน่งก็ไม่ต้องทุกข์กับตำแหน่ง

 พอมีอะไรแล้วมันทุกข์ทันที งั้นอย่าไปมีมัน

 หยุดความอยากให้ได้

หยุดความอยากด้วยสติด้วยปัญญา

 แล้วจิตจะมีแต่ความสุข

จิตจะหลุดพ้นจากความทุกข์

ต้องเพียรพยายาม ฟังเทศน์อย่างเดียวไม่พอ

ต้องเอาไปปฏิบัติ หลุดพ้นจากความทุกข์

ได้ด้วยความเพียร

ไม่ใช่ด้วยการฟัง ฟังเฉยๆไม่หลุด

 ถ้าหลุดป่านนี้ก็หลุดกันไปนานแล้ว

ฟังมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ฟังมาจนหูฉีกแล้ว

ถ้ายังไม่หลุดก็แสดงว่ายังไม่ได้เพียร

 พวกที่เขาฟังแล้วเขาหลุด

เพราะเขาฟังไปด้วยเพียรไปด้วยทำไปด้วย

 เขาทำใจไปด้วย แต่เราไม่ทำใจ

เรายังปล่อยให้ใจดิ้นไปตามความอยากอยู่

 เวลามันดิ้นเราต้องหยุดมันให้ได้

ฉะนั้น พยายามนำเอาไปปฏิบัติ

พยายามควบคุมจิตให้สงบ

 พยายามฝืนความอยากหยุดความอยาก

 อย่าทำตามความอยากให้ได้

แล้วต่อไปความอยากก็จะไม่มีอยู่ในใจ

ใจก็จะสงบใจก็จะสุขไปตลอดไม่มีวันสิ้นสุด.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

...............................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๑







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 14 กรกฎาคม 2561
Last Update : 14 กรกฎาคม 2561 9:05:49 น.
Counter : 147 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ