Group Blog
All Blog
<<< " อานิสงค์ของการทำความดี" >>>











“อานิสงส์ของการทำความดี”

พระพุทธเจ้าทรงบอกอานิสงส์ของการทำความดีนี้

มีอยู่หลายข้อด้วยกัน

ข้อที่ ๑. จะเป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย

จะไม่มีใครเกลียดชังคนที่ทำความดี

 ใครเห็นใครรู้ก็จะทักทาย เข้ามาหา

ข้อที่ ๒. เทวดาจะคุ้มครองรักษา

ข้อที่ ๓. จะมีความสุขทั้งในขณะที่ตื่นและในขณะที่หลับ

ข้อที่ ๔. เวลานอนหลับก็จะไม่ฝันร้าย จะฝันดี

ข้อที่ ๕. จะไม่ตายด้วยอาวุธหรือยาพิษ

จะไม่มีใครคิดฆ่าเราด้วยอาวุธและยาพิษ

 เพราะเราไม่ได้ไปทำให้ใครเขาเสียหายเดือดร้อน

 มีแต่ทำคุณทำประโยชน์

มีแต่คนจะคอยปกป้องคุ้มครองรักษาเรา

ข้อที่ ๖. จะมีผิวพรรณหน้าตาผ่องใส

ข้อที่ ๗. เวลานั่งสมาธิก็จะสงบได้ง่าย

 นี่เวลาฝึกจิตฝึกใจเพื่อให้มีพลัง

 นั่งสมาธินี้จะสงบได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ทำความดี

และข้อที่ ๘. เวลาตายไปก็จะไปสู่สุคติ

ถ้ายังไปไม่ถึงนิพพาน ก็จะไปสู่สวรรค์ชั้นต่างๆ

 หรือไปสู่พระอริยบุคคลชั้นต่างๆ

จนในที่สุด ก็จะไปถึงพระนิพพานได้

นี่แหละคือบุญกุศล

การทำบุญทำทานจึงเป็นรากฐาน

ของความเจริญก้าวหน้าของจิตใจ

ของการพัฒนาจิตใจเพื่อให้กำจัดความทุกข์ต่างๆ

 ที่จิตใจจะต้องเผชิญต่อไป

 เช่น ต้องเจอกับความแก่ ความเจ็บ ความตาย

 เจอกับการสูญเสีย เจอกับการพลัดพรากจากกัน

อย่างนี้จิตใจจะไม่เศร้าโศกเสียใจ จะไม่หวั่นไหว

 จะรู้เฉยๆ รู้ว่ามันเป็นอย่างนี้แล

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

 อันนี้ต้องเริ่มต้นด้วยการทำบุญทำทาน

 อย่าเอาเงินที่มีเหลือกินเหลือใช้นี้

ไปทำให้จิตใจอ่อนไหวง่าย

วิธีจะทำให้จิตใจอ่อนไหวก็คือ

 เอาเงินใช้ตามความอยาก ใช้ตามกิเลส

 เพราะถ้าใช้ตามกิเลสนี้ใจจะอ่อนไหว

จะไม่มีแรงต้านกิเลสนั่นเอง

 ทำตามกิเลสก็แสดงว่ารับใช้กิเลส

 พอถึงเวลาที่จะต่อสู้กับกิเลส จะสู้ไม่ไหว

 จะไม่มีกำลัง ดังนั้น อย่าเอาเงินไปรับใช้กิเลส

 อย่าเอาไปซื้อของตามความอยากต่างๆ

อยากเอาไปใช้เวลาอยากไปเที่ยว ก็อย่าไปเที่ยว

อยากเอาเงินไปซื้อของฟุ่มเฟือย ก็อย่าไปซื้อ

 อยากจะซื้อของหรูหรา ก็อย่าไปซื้อ

ซื้อของจำเป็นซื้อได้ แต่ของไม่จำเป็น

ของฟุ่มเฟือยของหรูหรา อย่าไปซื้อ

 อย่าไปซื้อความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย

 เช่น ไปดูไปฟังไปดื่มไปรับประทานอะไรต่างๆ

 เพราะมันจะทำให้จิตใจนี้อ่อนแอ

เพราะต่อไปจะทุกข์มาก

เวลาเกิดความอยากแล้ว

ไม่สามารถทำตามความอยากได้

เช่น เวลาแก่จะทำตามความอยากไม่ได้

 เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยเวลาจะตายนี้

 จะทำตามความอยากไม่ได้

 เวลานั้นจะทุกข์ทรมานมาก

แต่ถ้าเราเอาเงินที่จะไปใช้

ตามความอยากนี้ไปทำบุญ

 มันจะตัดการที่เราจะไปรับใช้ความอยาก

 ไปรับใช้กิเลส ทำให้ใจเรามีความแข็ง

มีกำลังที่จะต่อต้านกิเลสตัณหาได้

 กิเลสตัณหาสั่งให้ไปซื้อของฟุ่มเฟือยก็ไม่ไป

 สั่งให้ไปเที่ยวก็ไม่ไป ไปทำบุญดีกว่า

 ไปทำบุญแล้วก็ได้ทำอย่างอื่นด้วย

 ไปวัดไม่ใช่เพียงแต่ทำบุญอย่างเดียว

 ทำบุญแล้วยังได้ฟังเทศน์ฟังธรรม

 ได้วิชาความรู้ที่ไม่สามารถที่จะเรียนรู้ได้จากที่อื่น

 ได้มีโอกาสนั่งทำใจให้สงบ

นี่แหละเป็นวิธีสร้างพลังใจให้รับกับเหตุการณ์ต่างๆ

ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ได้อย่างไม่สะทกสะท้าน

 นี่คือเรื่องของการทำบุญทำทาน การทำความดี.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

....................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๑






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 13 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2561 4:37:45 น.
Counter : 110 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ