Group Blog
All Blog
<<< "ปิดตานอกเปิดตาใน" >>>












“ปิดตานอก เปิดตาใน”

ถ้าเราไม่ฟังเทศน์ฟังธรรมบ่อยๆ

 หรือฟังแบบผิวเผิน เราไม่เข้าใจ เราก็จะคิดว่า

เฮ้ยเรื่องงมงายทั้งนั้นแหละ สวรรค์อยู่ที่ไหนวะ

หามาให้ดูหน่อยสิ เขาส่งจรวดขึ้นไปสำรวจในอวกาศ

ไม่เห็นมีสวรรค์เลย เขาขุดเจาะลงไปในโลก

 ส่งเรือดำน้ำลงไปใต้น้ำ

 ก็ไม่เจอนรกไม่เจออบายที่ไหน

 แล้วมันอยู่ที่ไหนกัน ไม่มีวันเข้าใจหรอก

 ถ้าไม่ได้มาตั้งใจศึกษาจริงๆ

 แล้วก็ศึกษาก็ต้องศึกษาจากผู้ที่รู้

มีประสพการณ์จริงๆ ถ้าไปศึกษากับคนไม่รู้

สอนคนไม่รู้ ก็ไม่รู้อยู่ดี ก็อ่านไปตามตำรา

แต่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าบุญอยู่ที่ไหน

 นรกอยู่ที่ไหน สวรรค์อยู่ที่ไหน

 อันนี้มันต้องเกิดจากผู้ที่ได้สัมผัสจริงๆ

 ผู้ที่ได้ไปเห็นสวรรค์จริงๆ เห็นนรกจริงๆ

 เห็นอบายจริงๆ แล้วรู้ว่าใครไปเป็นผู้สัมผัส

กับนรกกับสวรรค์ กับอบายต่างๆ

พวกเราส่วนใหญ่จึงอาศัยศรัทธาความเชื่อ

 คือยังมองไม่เห็น แต่บางทีฟังแล้วไม่เข้าใจ

ก็ขอเชื่อเอาไว้ก่อน แต่ถ้าได้ฟังอย่างละเอียด

จนเห็นภาพชัดเจนแล้ว ก็จะเห็นชัด

 ว่าสวรรค์มีจริงนรกมีจริง การเวียนว่ายตายเกิดมีจริง

 ผู้ที่เวียนว่ายตายเกิดคือใครก็รู้

 ก็คือ รู้ว่าใจไปเป็นผู้เวียนว่ายตายเกิด

 ใจเป็นผู้ไปรับผลบุญผลบาป แต่ก็ยังรู้ไม่สมบูรณ์

 รู้แบบสิบปากว่าไม่เท่าหนึ่งตาเห็น

ถ้าอยากจะรู้แบบหนึ่งตาเห็นนี้ ต้องลืมตา

 ตอนนี้เราเหมือนคนปิดตา

แล้วฟังคำสอนของพระพุทธเจ้า

 ฟังแล้วก็วาดภาพไปตามภาพ

ที่พระพุทธเจ้าวาดให้เราดู

 แต่มันก็ยังเป็นภาพวาดภาพจินตนาการ

 ยังไม่ได้เป็นภาพจริง ถ้าอยากจะเห็นภาพจริง

ก็ต้องลืมตา ตาที่ต้องลืมไม่ใช่ตาของร่างกาย

 ตาของร่างกายนี้ลืมมาตั้งแต่เกิดแล้ว

 ลืมตามาตั้งแต่เกิด แต่ไม่เห็นนรก ไม่เห็นสวรรค์

 ไม่เห็นผู้เวียนว่ายตายเกิด ถ้าอยากจะเห็น

ผู้ที่เวียนว่ายตายเกิด ผู้ที่ไปนรกไปสวรรค์

 เห็นนรกเห็นสวรรค์ ต้องเปิดตาใน ต้องเปิดตาใจ

 ใจก็มีตาเหมือนกัน แต่ตอนนี้ตาของใจถูกปิดเอาไว้

ด้วย โมหะอวิชชา ด้วยความไม่รู้ไม่ได้ศึกษา

 ด้วยโมหะ ด้วยความหลง

จะเปิดตาในได้อย่างชัดเจนนี้
ตอนต้นก็ต้องอาศัย

การฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าก่อน

 แล้วพระพุทธเจ้าจะสอนวิธีเปิดตาใน

 ตอนต้นก็จะบอกก่อนว่า เปิดตาในแล้วจะเห็นอะไร

 จะเห็นนรก เห็นสวรรค์ เห็นผู้เวียนว่ายตายเกิด

พออยากจะเห็น ท่านก็จะสอนวิธีที่จะทำให้เราเห็น

 วิธีที่จะทำให้เราเห็นก็ต้องนั่งหลับตานอก

 หลับตาร่างกาย แล้วตาในมันก็จะเปิดขึ้นมา

 จะเปิดได้จะต้องมีธรรมของพระพุทธเจ้ามาเปิด

 ธรรมที่จะเปิดตาในก็คือ สติปัญญา

ถ้าเราหลับตานอกแล้วเรานอนหลับนี้ไม่มีสติ

 เราก็เลยยังไม่เห็นนรกเห็นสวรรค์

 เวลาเรานอนหลับนี้เราปิดตานอกกัน

 แต่เราก็ยังปิดตาในด้วย เราไม่ได้เปิดตาใน

 เพราะเราไม่มีสติไม่มีปัญญา

 ถ้าเราอยากจะเปิดตาในนี้

 เราต้องปิดด้วยสติ เปิดด้วยปัญญา

 พระพุทธเจ้าจึงสอนให้เรามานั่งสมาธิ

เพื่อจะได้ปิดตานอก แล้วจะได้เปิดตาในได้.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

.................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๑








ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 28 มกราคม 2561
Last Update : 28 มกราคม 2561 5:44:50 น.
Counter : 324 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ