Group Blog
All Blog
<<< "ฐานของจิต" >>>











“ฐานของจิต”

จุดยืนของใจหรือฐานของจิต

 เราต้องดึงจิตเข้าไปที่ฐาน ถ้าจิตยืนอยู่บนฐานแล้ว

 จิตจะมีความมั่นคง มีความหนักแน่น

 ไม่สะทกสะท้าน ไม่หวั่นไหว

กับรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ

ที่ใจมาสัมผัสรับรู้ เท่านี้เอง

 นี่คือเคล็ดลับของชีวิต

 เคล็ดลับของความสุขใจ อยู่ตรงนี้แหละ

ดึงใจให้มันไปอยู่ตรงจุดนั้นให้ได้

 ตรงจุดที่เป็นอุเบกขาสักแต่ว่ารู้

แล้วเวลาอะไรมากระทบนี้

มันจะสักแต่ว่ารู้แค่นั้นเอง

 มันจะไม่ดีใจไม่เสียใจ ไม่วิตกไม่กังวลไม่ห่วงใย

 ใจของเราตอนนี้มันถูกกิเลสตัณหาโมหะอวิชชา

หลอกให้ออกจากจุดนั้น

 หลอกให้เรามาอยู่กับรูปเสียงกลิ่นรส

แล้วก็ไปดีใจเสียใจกับรูปเสียงกลิ่นรสกัน

 เราต้องดึงใจเราให้กลับไปอยู่ที่ฐานอยู่ที่อุเบกขา

 แล้วเวลารับรู้รูปเสียงกลิ่นรสแล้ว

ก็จะไม่เดือดร้อน ไม่วุ่นวาย ไม่หนักอกหนักใจ

สิ่งที่จะดึงใจให้เราไปที่ฐานได้ไปที่อุเบกขาได้

 นั่นก็คือสติและปัญญา ขั้นต้นนี้ใช้สติ

 เพราะสตินี้เป็นธรรมที่ง่ายกว่าปัญญา

สตินี้เพียงแต่ระลึกรู้อยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

ไม่ให้จิตไปคิดเรื่องอื่น มันก็จะเข้าสู่อุเบกขาได้

 เช่นอยู่กับกรรมฐานใดกรรมฐานหนึ่ง

 กรรมฐานมีอยู่ ๔๐ ชนิด

อนุสติก็มีอยู่ ๑๐ ชนิดด้วยกัน

 เช่นพุทธานุสติ ระลึกถึงพระพุทธเจ้า

 จะระลึกโดยวิธีเจริญบทพุทธคุณก็ได้

ท่องอิติปิโสฯ ไปภายในใจ ท่องอยู่เรื่อยๆ

อย่าปล่อยให้ใจคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้

หรือจะใช้คำบริกรรมพุทโธพุทโธไปก็ได้

 พุทโธพุทโธไปอย่าปล่อยให้ใจคิด

ถ้าใจไม่คิดก็หยุดพุทโธก็ได้

 ถ้าใจไม่คิดใจรู้เฉยๆ ก็หยุดพุทโธ

แต่ถ้าใจคิดเราก็ต้องพุทโธพุทโธ

จนกว่ามันจะหยุดคิด

 ถ้ามันหยุดคิดเราก็หยุดพุทโธได้

 นี่อนุสติก็มีอยู่ ๑๐ พุทธานุสติ

 ธรรมมานุสติก็บทธรรมคุณหรือบริกรรมสังโฆ

 สังโฆสังฆานุสติก็ระลึกถึงพระสังฆคุณ

หรือสังโฆสังโฆไป เทวานุสติ

หลับตา เราก็ดูลมหายใจเข้าออกไป

 แต่ถ้าเราไม่ได้นั่งเฉยๆ เราก็ใช้พุทธานุสติ

 เช่นเราเดินหรือทำอะไรอยู่

 แล้วใจมันยังคิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่

 เราก็ใช้พุทธานุสติหรือบริกรรมพุทโธพุทโธ

 ดึงใจให้หยุดคิด

 ให้กลับมาอยู่กับเรื่องที่เรากำลังทำอยู่

 อยู่กับงานที่เรากำลังทำอยู่ นี่เป็นวิธีเจริญสติ

 พุทธานุสติก็ได้ หรือกายคตาสติก็ได้

 กายคตาสติก็ให้ดูร่างกาย

 ดูร่างกายก็ดูได้สองแบบ

ดูการเคลื่อนไหวของร่างกาย

 ตอนนี้ร่างกายกำลังทำอะไรอยู่

ก็ให้อยู่กับการกระทำของร่างกายเพียงอย่างเดียว

ไม่ให้ใจไปคิดถึงเรื่องอื่น

กำลังเดินก็ให้อยู่กับการเดิน

 กำลังรับประทานก็ให้อยู่กับการรับประทาน

 กำลังดื่มก็ให้อยู่กับการดื่ม

ไม่ว่าร่างกายทำอะไร

ก็ให้ใจเราดูร่างกายเพียงอย่างเดียว

 อย่าปล่อยให้ไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้

เรียกว่ากายคตาสติ กายคตาสติอีกแบบหนึ่ง

ก็ให้ดูอาการ ๓๒ ของร่างกาย.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

......................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๐







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าชองภาพค่ะ




Create Date : 24 มกราคม 2561
Last Update : 24 มกราคม 2561 3:58:15 น.
Counter : 258 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ