Group Blog
All Blog
<<< "การใช้เงินที่ไม่สูญเปล่า" >>>










"การใช้เงินที่ไม่สูญเปล่า"

ความสุขที่เราได้จากการซื้อของฟุ่มเฟือย

หรือไปเที่ยวกันนี้ จะเป็นความสุขเดี๋ยวเดียว

 เวลาที่เราไปเที่ยวกันไปซื้อของที่เราอยากได้กัน

 เราก็จะมีความสุขกัน แต่พอเรากลับมาบ้าน

ความสุขเหล่านั้นก็จางหายไปหมด

แล้วก็เงินที่ใช้ไปก็หมดไป

 แต่ถ้าเราเอาเงินนี้มาทำบุญทำทาน

 เราจะได้อีกแบบหนึ่ง ความสุขใจ ความอิ่มใจ

 ความอิ่มเอิบใจ ความพอใจ

 แล้วทุกครั้งที่เราคิดถึงบุญที่เราได้ทำ

 เราก็ยังเกิดความสุขใจอิ่มเอิบใจ

 ไม่เหมือนกับเราคิดถึงสถานที่

ที่เราไปท่องเที่ยว หรือของที่เราไปซื้อมา

 เพราะคิดแล้วแทนที่จะสุขใจ

กลับเกิดความหิวโหยขึ้นมา

 เกิดความอยากไปเที่ยวใหม่

 อยากจะซื้อของใหม่

 แทนที่จะมีความอิ่มใจสุขใจ

 กลับเกิดความหิวขึ้นมา เกิดความอยาก

อยากจะไปเที่ยวอีก อยากจะไปซื้อของอีก

 แล้วการเอาเงินไปซื้อข้าวของ

สิ่งที่เราได้มาก็คือข้าวของ

 ซึ่งเราบางทีก็ไม่ได้ใช้

 ซื้อมาแล้วก็เอามาวางไว้เฉยๆ

ปล่อยไว้นานๆ เข้ามันก็เก่า

 เดี๋ยวมันก็เสียมันก็หมดสภาพไป

 แต่เงินที่เราเอาไปทำบุญทำทานนี้

เราไม่ได้สิ่งของกลับมา แต่เราได้บุญกลับมา

 ที่เป็นเหมือนกับเงินที่เราฝากไว้กับธนาคาร

 ภพหน้าชาติหน้าเวลาเรากลับมาเกิดใหม่

เป็นมนุษย์ใหม่ เราจะมีเงินที่เราฝากไว้

ในการทำบุญนี้รอเราอยู่

 เรากลับมาเราจะได้มีเงินมากกว่า

ที่เรามีในภพนี้ชาตินี้

เพราะเป็นเหมือนกับ

การเอาไปฝากไว้ในธนาคาร

 มีทั้งต้นและมีทั้งดอกเพิ่มขึ้นอีก

 หรือถ้าจะเปรียบเทียบ

ก็เหมือนกับการเอาเมล็ดข้าวไปปลูก

เมล็ดข้าวเมล็ดหนึ่งจะได้ต้นข้าวต้นหนึ่ง

 แต่เมื่อต้นข้าวต้นหนึ่งออกรวงมา

จะได้เมล็ดข้าวอีกหลายสิบเมล็ดด้วยกัน

ก็เป็นเหมือนกับการปลูกข้าว

ทำบุญบาทหนึ่งนี้จะได้กลับมาเป็นร้อยเป็นสิบ

 เหมือนกับเมล็ดข้าวเม็ดหนึ่ง

 เมื่อเราปลูกไปได้ต้นข้าวมาต้นหนึ่ง

พอต้นข้าวออกดอกออกรวงขึ้นมา

ออกข้าวขึ้นมาก็ได้หลายสิบเมล็ด

นี่คือการใช้เงินที่ไม่สูญเปล่า

 ใช้เงินแล้วจะได้กลับคืนมา

เวลาที่เรากลับมาเกิดใหม่

 การที่พวกเรามาเกิดแล้

มีฐานะการเงินการทองต่างกัน

ก็เป็นเพราะว่าเราได้ทำบุญในอดีต

มามากน้อยไม่เท่ากันนั้นเอง

 เราทำบุญมากเรากลับมาเกิด

เราก็จะกลับมาเกิดเป็นลูกของคนร่ำรวย

 มาเกิดเป็นลูกของคนมีเงินมีทอง

ถ้าเราไม่ได้ทำบุญทำทานเรากลับมา

ก็จะกลับมาเกิดเป็นลูกของคนยากจน

นี่คือประโยชน์ที่เราจะได้รับต่างกัน

 จากการใช้เงินก้อนเดียวกัน

 เอาเงินไปเที่ยวเอาเงินไปซื้อ

ของฟุ่มเฟือยของไม่จำเป็น

 กับเอาเงินนี้ไปทำบุญนี้

ประโยชน์ที่จะได้รับไม่เหมือนกัน

 เอาไปเที่ยวก็สุขขณะที่เที่ยว

 กลับมาความสุขนั้นก็หมดไป

 แล้วถ้ากลับมาเกิดใหม่ในภพหน้าชาติหน้า

ก็ไม่มีเงินทองรอรับเรา

 เพราะเราไม่ได้เอาไปทำบุญ

 แต่ถ้าเราเอาไปทำบุญ กลับมาจากทำบุญ

เราก็ยังมีความสุขใจอิ่มเอิบใจ

จากการที่เราได้ทำบุญ

 แล้วถ้าวันไหนเราคิดถึงบุญที่เราได้ทำ

 บุญนั้นก็ยังทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มใจสุขใจอยู่

แล้วเวลาเรากลับมาเกิดใหม่

เราก็จะมีเงินทองที่เราทำบุญนี้มารอเราอยู่.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

...................................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐

"วันพระในยุคปัจจุบัน"









ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2561
Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2561 11:46:09 น.
Counter : 215 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ