Group Blog
All Blog
<<< "อานิสงส์ของศีล " >>>









“อานิสงส์ของศีล”

อานิสงส์ของศีลก็มีหลายอย่างด้วยกัน

คือหนึ่ง ถ้าเราไม่ไปทำร้ายผู้อื่น

ก็จะไม่มีใครมาทำร้ายเรา

 ถ้าเราไม่ไปลักทรัพย์ของผู้อื่น

ก็จะไม่มีใครมาลักทรัพย์ของเราไป

นี่คือกฎแห่งกรรม

ทำกรรมอันใดไว้จะต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น

 แล้วถ้าเราตายไป ถ้าเรารักษาศีล ๕ ได้

เราก็จะรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ได้

 เราก็ยังไม่ต้องไปเป็นเดรัจฉาน

 แต่ถ้าเราไม่สามารถรักษาศีล ๕ ได้

 เวลาตายไปเราก็จะไปเกิดเป็นเดรัจฉาน

 เพราะใจของเรานี้ได้กลายเป็นเดรัจฉานไปแล้ว

ด้วยการกระทำบาปของเรานั่นเอง

นี่ก็คือเรื่องของการรักษาศีล เราเริ่มต้นที่ศีล ๕ ก่อน

 เพราะว่ายังมีศีลที่สูงกว่าศีล ๕ ที่เราต้องพัฒนาขึ้นไป

 ถ้าเราอยากจะสร้างความสุขใจให้มีมากขึ้น

 ยิ่งรักษาศีลได้มากขึ้นเท่าไหร่

ก็จะมีความสุขใจเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

 เพราะจะลดการกระทำที่ทำให้ใจเราไม่สุขนั่นเอง

 ทำให้ใจเราวุ่นวาย เช่นจากการรักษาศีล ๕

 เราก็เพิ่มเป็นการรักษาศีล ๘

การรักษาศีล ๘ ก็จะทำให้เรางดการกระทำเพิ่มขึ้น

อีกสามข้อหรือสี่ข้อ

ข้อที่ ๓ จากการไม่ประพฤติผิดประเวณี

 ก็จะมาถือการไม่มีการร่วมเพศกัน

 เว้นจากการร่วมเพศกัน เรียกว่าอพรหมจริยาเวรมณี

 การไม่ร่วมหลับนอนกับผู้อื่น

 การไม่ร่วมหลับนอนดีกว่าการร่วมหลับนอนอย่างไร

 ก็เพราะว่าเวลาถ้าเราร่วมหลับนอนเราก็จะติด

 เราก็อยากจะมีคนมาร่วมหลับนอนกับเรา

 และถ้าต่อไปเกิดไม่มีใครมาร่วมหลับนอนกับเรา

 เราก็จะเหงาเราก็จะว้าเหว่ เราก็จะไม่มีความสุข

 แต่ถ้าเราหัดหลับนอนคนเดียวได้

ไม่ต้องร่วมหลับนอนกับผู้อื่น

เราก็จะไม่ต้องมาเดือดร้อน

ไม่ต้องมามีความรู้สึกว้าเหว่เวลาที่เราไม่มีคู่นอน

ไม่มีเพื่อนนอนด้วย

การละเว้นแบบนี้กลับดีกว่าการไปทำ

 เพราะการกระทำนี้มันจะต้องมีวันหนึ่งวันใด

ที่เราจะไม่มีคู่ครองไม่มีผู้ที่จะมาร่วมหลับนอนกับเรา

 พอไม่มีผู้ที่มาร่วมหลับนอนกับเรา

ถ้าเราเคยร่วมหลับนอนเราก็จะรู้สึกเหงา

รู้สึกว้าเหว่ไม่มีความสุข แต่ถ้าเราหัดนอนคนเดียว

ไม่ต้องมีคู่นอน เราก็จะไม่เดือดร้อน

เวลาที่เราไม่มีคู่มานอนกับเรา

นี่ก็คือยกตัวอย่างว่าทำไมเราถึงไม่ควรกระทำ

กิจกรรมที่ศีล ๘ ห้าม เพราะจะทำให้เรามีความสุขมากขึ้น

มีความทุกข์น้อยลงนั่นเอง

ไม่ร่วมหลับนอนกับผู้อื่น ไม่รับประทานอาหารเย็น

 ไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว

 ถ้าเราเคยรับประทานอาหารอยู่อย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน เวลาใดที่เราเกิดรับประทานไม่ได้

หรือไม่มีอาหารให้เรารับประทาน เราก็จะรู้สึกเดือดร้อน

รู้สึกไม่สบายใจไม่มีความสุข

 แต่ถ้าเรามาหัดรับประทานอาหารเพียงเที่ยงวัน

 ไม่รับประทานอาหารหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว

ต่อไปเวลาที่เราไม่มีอาหารรับประทาน

เราก็จะไม่เดือดร้อน

 เพราะเรารู้จักวิธียับยั้งห้ามใจของเรา

ไม่ให้ไปอยากรับประทานอาหาร

 อันนี้ก็เป็นประโยชน์ที่เราจะได้รับจากการถือศีลข้อที่ ๖

 คือรับประทานอาหารหลังจากเที่ยงวันไปแล้ว

 ข้อที่ ๗ ก็คือการละเว้นจากการไปเที่ยว

ตามสถานบันเทิงต่างๆ ไปดูมหรสพ

 ละเว้นจากการเสริมสวยความงามทางร่างกาย

ด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวยงาม

ด้วยเครื่องสำอางค์ด้วยการทำเผ้าทำผม

ด้วยการใช้น้ำมันน้ำหอมอะไรต่างๆ

 อันนี้มันเป็นความสุขชั่วคราว

 แล้วถ้าเกิดวันไหนเราไม่สามารถทำได้

เราก็จะเกิดความทุกข์ใจขึ้นมา

 ถ้าเรามาหัดยุติการหาความสุขแบบนี้

 เราทำไป ต่อไปเราไม่ต้องไปเที่ยวเราก็มีความสุขได้

 อยู่บ้านเฉยๆ อยู่วัดเราก็อยู่ได้

 แต่ถ้าเรายังหาความสุขจากการไปเที่ยว

ไปดูมหรสพบันเทิงต่างๆ ต้องเสริมความงาม

ด้วยการแต่งเนื้อแต่งตัว

 ถ้าต่อไปเราไม่สามารถทำได้เราก็จะทุกข์มาก

 แต่ถ้าเรามาหัดทำใจงดทำกิจกรรมเหล่านี้ได้

 ต่อไปเราก็จะไม่เดือดร้อน

เวลาที่เราแก่เวลาที่เราเจ็บเราก็จะไม่รู้สึกเดือดร้อน

กับการที่เราไม่สามารถที่จะไปเที่ยวไปดูไปฟังอะไรได้

 ไม่สามารถแต่งเนื้อแต่งตัว

เสริมสวยความงามให้กับร่างกายได้

 เราก็จะไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร

นี่ก็คือประโยชน์ที่จะเกิดจาก

การที่เรารักษาศีลเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ

 นอกจากศีล ๘ แล้ว ก็มีศีล ๑๐ ศีล ๑๐

แล้ว ก็มีศีล ๒๒๗ ศีลของพระภิกษุ

 เป็นข้อห้ามต่างๆ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยว

กับการกระทำต่างๆ ที่ไม่เกิดประโยชน์อะไร

 มีแต่จะเกิดโทษแก่จิตใจทำให้ใจวุ่นวายไปเปล่าๆ

 ถ้าเลิกทำการกระทำต่างๆ เหล่านี้ได้

ใจก็จะมีความสุขเพิ่มมากขึ้น.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

................................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 02 กรกฎาคม 2561
Last Update : 2 กรกฎาคม 2561 9:37:19 น.
Counter : 210 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ