Group Blog
All Blog
<<< "ประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำใจให้สงบ" >>>










“ประโยชน์ที่เราจะได้รับ

  จากการทำใจให้สงบ”

การปฏิบัติของพวกเรา

ก็เพื่อทำใจให้นิ่งทุกเวลานาที

กับทุกเหตุการณ์ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

ถ้าเรามีสติมีสมาธิมีปัญญา

เราจะรักษาใจให้นิ่งได้ตลอดเวลา

แต่ถ้าเราไม่มีสติไม่มีสมาธิไม่มีปัญญา

ใจเรานี้จะวูบวาบกับเหตุการณ์ที่มาสัมผัส

จะไม่ยอมอยู่กับความเป็นจริง จะหนีความจริง

จะอยากจะเปลี่ยนความจริงอยู่เรื่อยๆ

เวลาใครด่า ถูกใครเขาด่าก็อยากจะให้เขาหยุดด่า

ไม่อยากจะฟัง เวลานั้นก็เครียดเวลานั้นก็ทุกข์ขึ้นมา

 แต่ถ้าไม่มีความอยากให้เขาหยุดด่า

 นั่งฟังไปอย่างสบายเหมือนตอนนี้เราฟัง นั่งกันอยู่

 (นั่งภาวนาฟังพระอาจารย์เทศน์สอนบนศาลา

 พร้อมกับเสียงนกเป็นเเบล็กกราวด์)

 นกมันคงด่ากันว่า พวกนี้มันมาทำอะไรกัน

มาเเย่งที่อยู่อาศัยของเรา ทำไมไม่กลับไปบ้านสักที

 เราก็ไม่ไปสนใจเขาเราปล่อยให้เขาด่าไป

 เรากลับชอบเสียอีกว่าเสียงด่าของเขานี้

ไพเราะดีเหลือเกิน แต่ถ้าเราเข้าใจความหมาย

เราอาจจะไม่อยากฟังก็ได้

เนี่ยเขากำลังด่าเรากำลังไล่เรา

 แต่เรากลับฟังว่ามันเเสนไพเราะ

 เพราะเราไม่เข้าใจความหมาย

พอเราเข้าใจความหมายแล้ว

ต่อให้เป็นเสียงนางฟ้าเทวดามาพูดก็ไม่อยากฟัง

 ไม่ยอมฟัง ถ้าเขาด่าเราเขาว่าเรา

ตัวเสียงไม่เป็นปัญหา ตัวเเปลต่างหากที่เป็นปัญหา

 แปลแล้วเกิดความชอบความชังขึ้นมา

 วิธีแก้ก็คือ อย่าไปสนใจกับความหมาย

 ให้คิดว่าเป็นเพียงเสียง

เสียงนี้มันไม่สามารถทำอะไรเราได้

แต่สิ่งที่ทำเราได้คือความหมายของเสียงนั้น

 และใจของเราที่ไม่นิ่ง ถ้าใจของเรานิ่งแล้ว

ถึงแม้จะรู้ความหมายก็ไม่เป็นปัญหาอะไร

 เขาอยากจะด่าก็ปล่อยเขาด่าไป

 เราทำใจนิ่งได้แล้วซะอย่าง ไม่เป็นปัญหา

เขาด่าไปก็เหมือนเขาด่าเสา เสาไฟฟ้า

 ลองไปยืนด่าเสาไฟฟ้าดู ด่าไปสักพักเดี๋ยวก็เหนื่อย

 แล้วเขาจะหยุดด่าเอง

ถ้าเราทำตัวเราให้เหมือนเสาไฟฟ้าได้

 เวลาใครเขาด่าเรา เราก็นิ่งเฉยอยากด่าก็ด่าไป

เป็นทองไม่รู้ร้อน ด่าไปสักพักเดี๋ยวเขาก็เหนื่อย

ปากเปียก ปากฉีก เดี๋ยวเขาก็หยุดด่าเอง

นี้แหละคือประโยชน์ที่เราจะได้รับ

จากการที่เรามาฝึกฝนอบรมทำใจให้สงบ

 ด้วยการเจริญสติเพื่อให้ใจสงบ

 เพื่อหยุดความคิดปรุงเเต่ง

 พอหยุดความคิดปรุงเเต่งได้ ใจก็จะนิ่งได้

ใจจะเป็นอุเบกขาได้ แล้วถ้ามีปัญญามาสอนใจ

ให้คอยกำจัดความอยากต่างๆ

ที่จะมาขโมยความสงบ ความนิ่งของใจ

 พอเกิดความอยากก็จะใช้ปัญญาพิจารณา

ว่า เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ได้มาแล้วไม่คุ้มเสีย

 ได้สิ่งที่อยากมา แต่เสียความสงบไป

 เสียความนิ่งไป แล้วต่อไปจะทุกข์

 เวลามีอะไรเกิดขึ้นมา สู้รักษาความนิ่งไว้ดีกว่า

 อย่าไปทำตามความอยาก.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

..............................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๖







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 26 เมษายน 2561
Last Update : 26 เมษายน 2561 8:27:02 น.
Counter : 261 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ