Group Blog
All Blog
<<< "ความสุขแบบควันไฟ" >>>












“ความสุขแบบควันไฟ”

ใจของพวกเรานี้ไม่เคยสงบเลย

 มีแต่หมุนติ้วหมุนติ้วอยู่ตลอดเวลา

 ถ้าเป็นรถยนต์ก็แบบว่าไม่มีเวลาจอดเลย

 วิ่งตลอดเวลา จนเครื่องมันร้อน

 เพราะไม่มีเบรค หาเบรคไม่เจอ

ถ้าขับรถแล้วไม่มีเบรคนี้ทำยังไง

จะจอดมันจอดไม่ได้ มันก็วิ่งไปเรื่อยๆ

 ใจของเราไม่มีเบรคกัน

 ใจเรามันไม่เคยสงบไม่เคยหยุด

 หยุดอะไร ก็หยุดคิดไง ใจเรานี่คิดตลอดเวลา

คิดตั้งแต่ตื่นขึ้นมา ตื่นขึ้นมาก็คิด

คิดว่าจะไปหาลาภยศสรรเสริญ

ไปหารูปเสียงกลิ่นรสที่ไหนดี

 คิดอยู่กับเรื่องราวเหล่านี้

 แล้วก็ไปวุ่นวายไปกับการหาลาภยศสรรเสริญ

หารูปเสียงกลิ่นรสกัน พอเหนื่อยกลับมาบ้าน

ก็พักผ่อนหลับนอน ตื่นขึ้นมาก็ไปอีก

ทุกวี่ทุกวัน ไม่ว่าวันทำงานหรือวันหยุด

วันทำงานก็ไปเงินหาลาภยศกัน

 วันหยุดก็ไปหารูปเสียงกลิ่นรสกัน

ไปเที่ยวกันอีก ไปเที่ยวก็ไปหารูปเสียงกลิ่นรส

 เพราะเวลาเราเที่ยวเราก็ใช้ตาเที่ยว

 ใช้หูเที่ยว ใช้ลิ้นใช้จมูกเที่ยว

 เที่ยวหารูปเสียงกลิ่นรสชนิดต่างๆ มาเสพ

 เสพแล้วก็เกิดความสุข แต่เป็นความสุขแบบควันไฟ

 ได้มาแล้วก็จางหายไป ไปเที่ยวเสร็จกลับมาบ้าน

ความสุขนั้นก็หายไป ก็ทำให้เกิดความว้าเหว่ขึ้นมา

 ความว้าเหว่ก็เป็นความทุกข์แบบหนึ่ง

หรือความหิวความอยาก อยากจะเที่ยว

ก็เป็นความทุกข์ขึ้นมา คือไม่เจอความอิ่ม

 ไม่ได้พบกับความอิ่มจากการหาความสุขเหล่านี้

 ความสุขเหล่านี้ไม่ได้ให้ความอิ่มความพอ

 แต่จะให้ความหิวความอยากเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ

 ทำให้อยู่ไม่เป็นสุข อยู่เฉยๆ ไม่ได้

 อยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ อยู่บ้านก็ต้องมีอะไรให้เสพ

มีทีวีมีอะไรให้ดูให้ฟัง มีอาหารเต็มตู้เย็น

มีคอยให้เสพอยู่ตลอดเวลา

นี่แหละเป็นเพราะว่าเราไม่รู้ว่า

นี่ไม่ใช่เป็นวิธีหาความสุข

 ไม่ใช่เป็นความสุขที่จะทำให้เราอิ่มทำให้เราพอ

 แต่มีแต่จะทำให้เราหิวให้เราอยาก

 แล้วพอเราหิวเราอยากเราก็อยู่เฉยๆ ไม่ได้

เราก็ต้องไปดิ้นรนไปทำอะไรตามความอยากต่างๆ

ทำได้เท่าไหร่ทำมากน้อยเท่าไหร่ก็ไม่อิ่มไม่พอ

 ความอยากมันก็ไม่หมด ความหิวความอยาก

ความต้องการมันก็ไม่หมด

นี่แหละ เป็นความมืดบอดความโง่ของพวกเรา

 ไม่รู้ว่าการที่จะทำให้ใจเราสุขให้อิ่มให้พอทำอย่างไร

 ถ้าเราไม่ได้มาพบกับพระพุทธพระธรรม

พระสงฆ์องค์ใดองค์หนึ่ง ไม่ต้องพบทั้งสามองค์

 องค์ใดก็ได้เป็นตัวแทนกัน ได้พบกับพระพุทธเจ้า

 พบกับพระธรรมคำสอน เช่นอ่านหนังสือธรรมะนี้

 ก็ได้พบกับพระธรรมคำสอน ฟังเทศน์ฟังธรรม

จากครูบาอาจารย์หลวงปู่หลวงตา

ก็ได้พบกับพระอริยสงฆ์สาวก

 หรือถ้าไปเกิดในสมัยพระพุทธกาล

 ได้เจอพระพุทธเจ้า

ก็จะได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า

 แต่ไม่ว่าจะเจอองค์ใดทั้งสามองค์นี้

จะสอนเหมือนกัน คำสอนเหมือนกัน

 จะสอนให้เรามาหาความสุขด้วยการทำใจให้สงบกัน

 ถ้าไม่มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

ก็จะมีแต่คนสอนให้ไปหาลาภยศสรรเสริญ

 หารูปเสียงกลิ่นรสกัน.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

.........................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๑








ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 27 มกราคม 2561
Last Update : 27 มกราคม 2561 5:38:17 น.
Counter : 139 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ