Group Blog
All Blog
<<< "ให้หยุดความคิด" >>>










“ ให้หยุดความคิด”

การปฏิบัติมันไม่ใช่ปฏิบัติเฉพาะเวลานั่งอย่างเดียว

 มันต้องปฏิบัติตลอดเวลา หมายถึงสติ

ถ้าไม่มีสติตลอดเวลา เวลามานั่งนี้มันจะไม่นิ่ง

ต้องให้มันคอยควบคุมมันตั้งแต่ก่อนที่เราจะมานั่ง

 ท่านจึงสอนให้มีสติอยู่

กับทุกอิริยาบถของการเคลื่อนไหว

หรือไม่อย่างนั้นก็ให้มีพุทโธอยู่ทุกขณะ

ของการเคลื่อนไหว ก็เป็นการฝึกสติที่ต่างกัน

 แบบต่างกันแต่การฝึกสติเหมือนกัน

 ถ้ามีพุทโธ พุทโธนี้เราก็จะกำกับใจ

ไม่ให้ลอยไปกับความคิดต่างๆ

ไม่ให้ไปคิดถึงอดีต ไม่ให้ไปถึงอนาคต

 ให้อยู่ในปัจจุบัน

ให้อยู่กับการเคลื่อนไหวของร่างกาย

 ถ้าเราอยู่กับการเคลื่อนไหวได้

เราก็ไม่ต้องใช้พุทโธก็ได้ ถ้าใจไม่ไปคิดถึงอดีต

 ไม่ไปคิดถึงอนาคต อยู่กับปัจจุบัน

อยู่กับการกระทำต่างๆของร่างกาย

ข้อสำคัญก็คือไม่ให้คิด ให้รู้แต่ไม่ให้คิด

ให้รู้ว่ากำลังทำอะไร แต่ไม่ให้คิดถึงอดีต

คิดถึงอนาคต ถ้าจะคิดก็คิดกับเฉพาะ

เรื่องที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน ว่าจะทำอะไร

จะตักข้าวเข้าปาก จะเคี้ยว จะกลืนอย่างนี้

ก็ให้ทำเท่าที่จำเป็นจะต้องทำคิดเท่าที่จำเป็น

จะต้องคิดกับการกระทำ ถ้าไม่คิดได้ก็ดี

 อย่าไปคิดถึงคนนั้นคนนี้

หรือเรื่องนั้นเรื่องนี้ สิ่งนั้นสิ่งนี้

ถ้าเวลาปฏิบัติจริงๆแล้ว มันตัด ให้ตัดหมดเลย

 เพราะว่ามันไม่มีความสำคัญอะไร

ความสำคัญของผู้ปฏิบัติก็คือ การไม่คิด

 การหยุดความคิด เพราะถ้าหยุดได้

 เวลานั่งเฉยๆ นั่งดูลมหายใจเข้าออก

 มันก็จะสงบได้

สงบแล้วมันก็จะเกิดผลที่มหัศจรรย์ใจ

 คือความสุขที่เกิดจากความสงบ

ไม่มีความสุขใดเหมือนกับ

ความสุขที่ได้จากความสงบ

 เป็นความสุขที่เหนือกว่าความสุขทั้งปวง

 นัตถิ สันติ ปรมัง สุขัง

 สุขอื่นที่เหนือกว่าความสงบไม่มี

อันนี้แหละคือเป้าหมายของการปฎิบัติ

 ขั้นแรกคือขั้นสมาธิ

ต้องการที่จะให้ใจได้สัมผัสกับความสงบ

 ได้พบกับความสุขอันยิ่งใหญ่ ที่มีอยู่ในตัวเรา

 ได้ความสุขนี้ได้ความสงบนี้

ถือว่าดีกว่าได้เพชรมากำมือหนึ่ง

 ได้เพชรกำมือหนึ่งใจไม่สงบ

ใจก็ตื่นเต้น ตกใจ วิตกกังวลขึ้นมา

 อุ๊ย จะเอาไปไว้ที่ไหนดี จะเก็บไว้ที่ไหนดี

ใจสุขแบบร้อน สุขแบบกังวล วิตก ห่วงใย

 แต่ถ้าสุขแบบความสงบนี้ สุขเย็น สุขสบาย

 สุขเบาอกเบาใจ ไม่หนักอกหนักใจ

 แต่ถ้าสุขแบบได้สิ่งนั้นสิ่งนี้มา มันหนักอกหนักใจ

ได้มาแล้วมันก็ต้องหวง ต้องห่วง

เวลาเสียไป จากไป ก็เสียอกเสียใจ

 แต่ความสงบที่เราได้มานี้

พอเราได้มาแล้วเราก็รักษาได้ เราเก็บไว้ได้

 ไม่มีใครมาแย่งจากเราไปได้ แม้แต่ร่างกาย

 ความตายก็แย่งความสงบนี้ ไปไม่ได้.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

..............................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๐







ขอบคุณที่มา fb' พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2561
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2561 5:26:22 น.
Counter : 133 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ