Group Blog
All Blog
<<< "ต้องมีข้อสอบมาพิสูจน์ใจ" >>>










" ต้องมีข้อสอบมาพิสูจน์ใจ”

ผู้ใดที่มีดวงตาเห็นธรรมแล้วนี้

จะไม่กลับไปอยู่ในเพศของฆราวาสอย่างแน่นอน

 ที่บอกว่าเป็นโสดาบัน แล้วกลับไป สึกไปนี้

 ก็เป็นโสดาบันเทียมเข้าใจไหม

 โสดาบันตามความคิด แต่ไม่ได้เป็นไปทางจิตใจ

คิดว่าตัวเองเข้าใจแล้วว่า ร่างกายไม่ใช่ตัวเราของเรา

 มันจะแก่ จะเจ็บ จะตายก็ช่างมัน อันนี้ก็พูดได้

 เพราะมันยังไม่เจอของจริง มันยังไม่ได้ไปสอบ

ต้องเข้าห้องสอบ ถึงจะรู้จริงว่าปล่อยได้หรือเปล่า

 ต้องนั่งสู้กับเวทนาให้เกิด แล้วมันดับของมันไปเอง

 แล้วจิตใจไม่มีความทุกข์ไม่มีความหวั่นไหว

กับทุกขเวทนา คือความเจ็บปวดของร่างกาย

แล้วก็ต้องพาร่างกายไปหาที่ไหนที่มันน่ากลัว

 ที่มันน่ากลัวตายนี้

 ให้มันไปดูสิว่ามันยังกลัวอยู่หรือเปล่า

 อันนี้ถึงจะรู้ว่าเป็นโสดาบันจริงหรือไม่จริง

แต่เพียงแต่นั่งคิดตรงนี้ว่า อ๋อ ร่างกายไม่ใช่ของเรา

 เกิดแล้วต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย ปล่อยให้มันตายไป

 อันนี้ก็พูดได้ ใครๆก็พูดได้

 แต่เวลาไม่สบายแล้วไปหาหมอ

 หมอบอกเป็นมะเร็งนี่

 จะรักษาไม่หายนี่ ดูสิใจจะเป็นยังไง

 ตอนนั้นแหละจะรู้ว่าเป็นโสดาบันหรือไม่โสดาบัน

 ถ้ารู้สึกเฉยๆ เอ้อ เดี๋ยวมันต้องธรรมดา

 มันต้องเจ็บเดี๋ยวมันต้องตาย เอ้อก็ดี

จะได้เตรียมตัวเตรียมใจ โดยที่ไม่รู้สึกหวั่นไหว

 ไม่รู้สึกเศร้าโศกเสียใจเดือดร้อน

 อย่างนั้นแหละโสดาบันจริง

คือมันต้องมีข้อสอบมาพิสูจน์ใจ

ไม่ใช่เพียงแต่ฟังหรืออ่านแล้วก็มาคิดว่า

อ๋อ ร่างกายไม่ใช่เรา มาจากดินน้ำลมไฟ

 มาจากพ่อจากแม่ เดี๋ยวมันต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย

ถ้าไปยึดกับมันก็จะทุกข์ ฉะนั้นอย่าไปยึดมันดีกว่า

อันนี้มันพูดได้ เพราะตอนนี้มันยังไม่ทุกข์

ต้องไปเจอตอนที่มันทุกข์ แล้วดูสิว่ามันทุกข์หรือเปล่า

 ไปเจอตอนที่มันเจ็บ ตอนที่มันตาย

 หรือสำหรับบางคน คนที่ชอบสวยชอบงาม

 พอเห็นหนังเหี่ยว พอเห็นผมขาวขึ้นมา

ดูสิว่ามันทุกข์ขึ้นมาหรือเปล่า

หรือสิวฝ้าโผล่ขึ้นมาบนใบหน้า

อันนี้แหละมันต้องมีข้อสอบ ไม่ใช่อยู่ดีๆมานั่งคิด

ตอนที่ยังไม่มีข้อสอบ เหมือนเด็กที่จะเข้าสอบ

 ยังไม่สอบนี่ โอ้ย ดูเข้าใจแล้วสอบยังไงก็สอบได้

 เออพูดได้ แต่ต้องไปสอบก่อนถึงจะรู้จริงว่าสอบได้

หรือสอบไม่ได้ ถึงแม้จะได้ทำการบ้านแล้วก็ตาม

 แต่ถ้ายังไม่ไปทำข้อสอบนี้

 ยังไม่รู้ว่าสอบได้จริงหรือเปล่า

 อันนี้ก็เหมือนกัน หรือเหมือนนักมวย

ที่ซ้อมชกอยู่กระสอบทราย

 ซ้อมชกกับคู่ซ้อมจนมีความมั่นใจ

 โอย เอาชนะมันได้แน่นอน

ก็ยังเป็นความคิดเท่านั้นเอง ยังไม่เป็นความจริง

 มันต้องรู้กันตอนที่ขึ้นเวทีเท่านั้นแหละ

 ถ้าไปขึ้นเวทีแล้วทีนี้จะรู้แล้วแพ้หรือชนะ

 ดังนั้นเราจะต้องเจอกับเหตุการณ์จริง

 แล้วถึงจะรู้ว่าใจเรานี้ทุกข์หรือไม่ทุกข์

ปล่อยหรือไม่ปล่อย.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

.............................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2561
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2561 11:17:20 น.
Counter : 175 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ