happy memories
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
27 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 

เสพงานศิลป์ ๔๒




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto









"๑oo ปี เพาะช่าง”


หอศิลป์เซเว่นรังสรรค์ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมเป็นเกียรติในงานเปิด นิทรรศการ จิตรกรรมรำลึก ครั้งที่ ๓ “๑oo ปี เพาะช่าง” วันศุกร์ ที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.๓o น. ณ หอศิลป์เซเว่นรังสรรค์


นิทรรศการ : จิตรกรรมรำลึก ครั้งที่ ๓ ” ๑oo ปี เพาะช่าง ”
วันที่ : ๕ – ๓๑ ก.ค. ๒๕๕๖
สถานที่ : หอศิลป์เซเว่นรังสรรค์
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : o๒-๖๓๘-๒๓๑๕
















ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ ๒”


ศิลปินไทยในปัจจุบันมีทักษะฝีมือในการสร้างงานสูงขึ้นจริง ๆ เห็นกับตาได้ในนิทรรศการ “ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ ๒” ผลงานชนะรางวัลทุกชิ้นโดดเด่นทั้งแนวความคิดและเทคนิคในการวาดรูป โดยเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดนิทรรศการและพระราชทานถ้วยรางวัล “ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ ๒” แก่เจ้าของผลงานทั้ง ๒๔ คน ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยมีคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และคณะผู้จัดงาน เฝ้าฯ รับเสด็จ


การประกวดศิลปกรรมช้างเผือกเนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ที่บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นเน้นสนับสนุนและส่งเสริมศิลปินที่สร้างงานในแนวเหมือนจริงและศิลปะรูปลักษณ์ โชว์ทักษะและสื่อสารเรื่องราวที่อยู่ในใจของศิลปินให้ผู้ที่ชมผลงานได้อย่างตรงไปตรงมา นับเป็นการประกวดศิลปกรรมเฉพาะแนวทางนี้เป็นเวทีแรกในประเทศไทย






ปีนี้กำหนดหัวข้อในการประกวดว่า "น้ำแห่งชีวิต" เพื่อให้ศิลปินที่ส่งผลงานสะท้อนความประทับใจและสื่อถึงความสำคัญของน้ำในแง่มุมต่าง ๆ โจทย์ยากแค่ไหน แต่มีศิลปินส่งงานเข้ามาประกวดจำนวนมาก แต่ละชิ้นล้วนแสดงให้เห็นถึงความสามารถของศิลปินไทยที่ดีเยี่ยม ทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์และทักษะฝีมือในเชิงศิลปะ ซึ่ง ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมผู้อำนวยการใหญ่ ไทยเบฟ ระบุว่า การประกวดศิลปกรรมช้างเผือกจะมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนและส่งเสริมวงการศิลปะของไทยให้ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง


รางวัลใหญ่ที่สุดของการประกวด ชัชวาลย์ วรรณโพธิ์ เจ้าของผลงาน “น้ำ ชีวิต ธรรมชาติ” ได้รับรางวัลช้างเผือก พร้อมเงินรางวัล ๑ ล้านบาท ศิลปินเผยภูมิใจมาก สำหรับแรงบันดาลใจคือธรรมชาติ ส่วนใหญ่เป็นทิวทัศน์ ต้นไม้ ใบหญ้า ดอกไม้ ไม่ว่าจะเป็นทุ่งข้าว จอกแหนในน้ำที่มีเงาตกกระทบ หรือเงาสะท้อนในน้ำ






"น้ำสำคัญ คน พืช สัตว์ ต่างใช้น้ำเป็นองค์ประกอบหลักในการดำรงชีวิต ก่อนจะเขียนภาพนี้ต้องไปอยู่ในสถานที่จริงคือ ทุ่งนาย่านพุทธมณฑล ไปเฝ้าสังเกตและซึมซับบรรยากาศในวลาเดิม ซ้ำๆ ก่อนจะลงมือสร้างงาน โดยใช้เทคนิคสีน้ำมันบนผ้าใบ ใช้พู่กันเบอร์เล็กๆ จุดเป็นจอกแหนทีละใบ ๆ ไปเรื่อย แล้วก็อยากสื่อถึงการอนุรักษ์น้ำ ให้ทุกคนใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและประหยัด ตอนนี้น้ำสะอาดน้อยลง มีปัญหาคุณภาพน้ำ ซึ่งคนต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ต้องร่วมมือกัน" ศิลปินรางวัลช้างเผือกกล่าว และฝากถึงไทยเบฟให้จัดโครงการแบบนี้ต่อเนื่อง ถือว่ามีประโยชน์ต่อวงการศิลปะ


ส่วนรางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล ๓ แสนบาท ผลงาน "ถึงบ้าน" โดย ศรชัย คงวุ่น คว้าไปครอง เจ้าของภาพเล่าแนวความคิดว่า เกิดจากประสบการณ์จริง เพราะเป็นเด็กต่างจังหวัดที่ได้เข้ามาเรียนและทำงานในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลาย ความสำเร็จกว่าจะได้มาต้องดิ้นรนฝ่าฟันมาก บางครั้งรู้สึกหมดหวัง หมดกำลังใจสู้ต่อ จึงย้อนคิดไปถึงความสุข ความอบอุ่น และกำลังใจที่ได้จากบ้าน โดยเฉพาะจากคนที่ตัวเองรัก เติมเต็มชีวิตให้มีแรงสู้ต่อ


ในภาพ ศรชัยบอกเป็นเรื่องราวเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ไทย ที่ตนและใครหลายคนจะได้กลับไปแสดงความกตัญญูต่อพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย มีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เป็นประเพณีที่ดีงามของคนไทยที่สืบทอดกันมา โดยมีน้ำเป็นตัวเชื่อมโยงสายสัมพันธ์ เป็นสิริมงคลให้ชีวิต เทคนิคที่สำคัญในการสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ ศิลปินบอกว่าใช้สีอะครีลิกขีดเป็นเส้นๆ ไปตามรูปทรงของวัตถุต่าง ๆ ที่เขียนอยู่ในภาพอย่างต่อเนื่อง






"เป็นคนต่างจังหวัด ห่างบ้าน แต่วันปีใหม่ไทย น้ำเป็นตัวดึงดูดให้ลูกหลานกลับมาเจอครอบครัวที่บ้าน ซึ่งมีไออุ่น แม้กติกาการประกวดต้องวาดภาพแนวเหมือนจริง แต่ด้วยเทคนิคที่ใช้สีขีดเส้นตามวัตถุต่าง ๆ จนกลายเป็นภาพ ทำให้ผลงานชิ้นนี้ใส่ความสร้างสรรค์ สอดแทรกความเป็นศิลปะด้วย ใช้เวลา ๓ เดือนกว่าจะได้ภาพนี้ และก็ได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นสิ่งที่ตอบคำถามตัวผมว่า ถ้าเรามีเวลาและทำเต็มที่จะเกิดงานที่สมบูรณ์" ศรชัยกล่าว


ผลงานทั้ง ๒ ชิ้นมีทั้งความงามและแฝงด้วยแนวคิดเกี่ยวกับน้ำ ซึ่งยังมีรางวัลรองชนะเลิศ เงินรางวัลละ ๑๕o,ooo บาท ได้แก่ ชัยรัตน์ แสงทอง ผลงาน “พลังแห่งชีวิต”, บุญมี แสงขำ ผลงาน “น้ำ สาระ ชีวิต หมายเลข ๒”, สุรศักดิ์ สอนเสนา ผลงาน “สายฝนโปรยความสุขสู่ชีวิต”, สุพร แก้วดา ผลงาน “น้ำคือชีวิต หมายเลข ๑”, สุรเดช วัฒนาประดิษฐ์ชัย ผลงาน “ละครน้ำเน่า” ตลอดจนรางวัลชมเชย เงินรางวัลละ ๘o,ooo บาท ทั้งเล่าเรื่องผืนป่าจุดเริ่มต้นของน้ำ พืชพันธุ์ที่อาศัยในน้ำ จนกระทั่งผลงานแสดงถึงมลภาวะทางน้ำ ด้วยเทคนิคที่ศิลปินแต่ละคนชอบและถนัด ทั้งวาด ศิลปะภาพพิมพ์


นิทรรศการ “ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ ๒” เปิดให้เข้าชมฟรี ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ (ยกเว้นจันทร์) เวลา ๑o.๓o - ๒๑.oo น. ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ ณ ชั้น ๘ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน.



พระฉายาลักษณ์ ภาพและข้อมูลจากเวบ
thaipost.net
thaipost.net













'ศิลป์' สื่อความเป็นชาติ


"เราภูมิใจในบ้านเมืองของเรา เราภูมิใจในชาติไทยของเรา เราภูมิใจภูมิผไทแห่งเรา เราภูมิใจศาสตร์ศิลป์แผ่นดินของเรา เราภูมิใจศิลปาชีพของเรา" คำกล่าวขานดังกล่าวดังก้องกังวานห้องรอยัล พารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในงานเปิดตัวงาน "เลิศศาสตร์เลิศศิลป์ ศิลปาชีพบางไทร" ทำเอาแขกผู้มีเกียรติที่อยู่ภายในห้องต่างอึ้งด้วยสำนึกในคำกล่าวนั้นอย่างแท้จริง เพราะด้วยพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงสืบสานศิลปะความเป็นไทย เพื่อสืบสานความเป็นชาติผ่านผลงานศิลปาชีพมากว่า ๓o ปี จนบัดนี้ผลงานของศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มีชื่อเสียงโด่งดัง กวาดรางวัลการประกวดมาแล้วอย่างมากมายจากทั่วโลก






ล่าสุดเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเห็นถึงความสำคัญของงานศิลปาชีพ ตลอดจนสืบสานและส่งเสริมให้งานศิลปาชีพไทยคงอยู่และเป็นที่รู้จักในระดับสากล พร้อมมุ่งเน้นให้บุคคลทั่วไปตระหนักถึงความสำคัญของงานศิลปหัตถกรรมและศิลปาชีพไทย ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร และสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจึงจัดงานดังกล่าวขึ้น โดยนำผลงานที่เลอค่ามาจัดแสดงพร้อมบอกกล่าวถึงความเป็นมาอย่างถึงแก่น ผ่านงานฝีมือจากผู้เชี่ยวชาญงานด้านศิลปาชีพ ๕ แผนก ได้แก่ แผนกประดิษฐ์หัวโขน แผนกช่างประติมากรรม แผนกช่างวาดสีน้ำมัน แผนกช่างบาติก และแผนกช่างจิตรกรรมประยุกต์ โดยได้รับเกียรติจาก ธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี ในฐานะรองประธานกรรมการมูลนิธิศิลปาชีพฯ ประธานกรรมการบริหารศูนย์ศิลปาชีพบางไทร เป็นประธานเปิดงาน






อย่างผลงานชิ้นโดดเด่น เริ่มจาก "หัวรถจักรไอน้ำ" ที่รังสรรค์ด้วยเศษเหล็ก ฝีมือ เรวัฒน์ สำราญ จากแผนกโลหะ เล่าว่า ผลงานชิ้นนี้มาจากการได้มีโอกาสศึกษาดูงานที่พิพิธภัณฑ์การรถไฟแห่งประเทศไทย จึงเกิดเป็นแรงจูงใจในการสร้างแบบจำลอง เพื่อสื่อถึงวิศวกรรมกลไก และโครงสร้างของรถจักรไอน้ำ ซึ่งเป็นต้นแบบของการขนส่งทางรถไฟในอดีต ก่อนที่จะวิวัฒนการมาจนถึงปัจจุบัน อีกผลงานที่สวยงามและโดดเด่นจนสะกดสายตาผู้เข้าชมเห็นต้องยกให้ เรือพระที่นั่งจำลองทั้ง ๓ ลำ รังสรรค์โดยช่างจากแผนกช่างหัวโขน ได้แก่ เรือจำลองพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือจำลองพระที่นั่งอนันตนาคราช และ เรือจำลองพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ ที่ช่างฝีมือต่างค่อยแกะสลักแต่ละชิ้นออกมาได้อย่างสวยงาม แม้กระทั่งเกลียวเคลื่อนที่ล้อไปกับสายน้ำในขณะเรือพระที่นั่งลอยอยู่กลางนาวา


ไล่เรียงกันต่อไปที่ผลงานจากแผนกช่างผ้าบาติก โดยฝีมือของ จิรวรรณ จงสมบูรณ์สุข สมจิตต์ โสมวเดช และ พนิดา เบญจศิริ กับการรังสรรค์ผลงานด้วยกระจกสีเทคนิคผสม จนได้ "นกยูง" ซึ่งเป็นหนึ่งผลงานที่ทรงคุณค่า ด้วยนกยูงเป็นนกที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงโปรด ซึ่งใช้เทคนิคการผสมผสานระหว่างการสร้างมิติบนพื้นผิวกระจกและนำหลักการประกอบชิ้นกระจกวางทับบนกระจกสีด้วยรางโลหะ และใช้ตะกั่วบัดกรี ผลงานจึงออกมาสวยงามและมีลักษณะที่แตกต่างจากงานกระจกทั่ว ๆ ไป ในการสร้างมิติของลวดลายที่แสดงออกอย่างชัดเจนถึงเอกลักษณ์แห่งสกุลช่างอย่างแท้จริง






อีกหนึ่งผลงานที่โดดเด่นจนคว้ารางวัลเหรียญทองจากการประกวดที่สหรัฐอเมริกา กับผลงานที่ชื่อ "เทพเจ้าแห่งศิลปะ" โดย จักราวุธ พงษ์ไกรศรีสิริ แผนกช่างจิตรกรรมประยุกต์ ที่มีแนวคิดว่า เทพเจ้าแห่งศิลป์เกิดจากแรงศรัทธาและความเคารพในเทพของตัวเอง ทำให้เกิดความสำเร็จลุล่วงในเรื่องราวต่าง ๆ นานัปการ จึงถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานชิ้นนี้ ด้วยเทคนิคพอร์ชเลนที่ใช้ระยะเวลาในการทำ ๓ เดือนกว่า ๆ


ผลงานที่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางห้องที่มองไกล ๆ สะท้อนแสงไฟวับวาว กับการเป่าแก้วเป็น ขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค ๕๒ ลำผลงานของ ปกรณ์ สิงชา จากแผนกช่างเป่าแก้ว ที่นำเสนอผลงานผ่านเทคนิคการถักแก้วและชุบทอง ปิดท้ายที่ผลงานของ บุษบง วัฒนโยธิน จากแผนกช่างเขียนภาพลายไทย กับผลงาน "พระศรีอริยเมตไตรย" ด้วยเทนนิคสีอะคริลิคและการปิดทอง ซึ่งผู้ที่พลาดการชมในครั้งนี้สามารถไปร่วมสืบสานและเรียนรู้ศิลปะที่สะท้อนความเป็นชาติได้ที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ด้วยฝีมือชาวนา ชาวไร่ที่ ณ วันนี้ไร้สิ้นความลำบาก เพราะแม่ฟ้ามาโปรดพัน



ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net













"โขนชุดหนุมานข้าราชบริพารพระจักรี”


ในโอกาสเฉลิมฉลอง ๘o ปี โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง มูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง ร่วมกับ สำนักงานทรัพย์สิน ส่วนพระมหากษัตริย์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดการแสดงโขน~ศาลาเฉลิมกรุง ชุดหนุมาน ขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและเพื่อเผยแพร่นาฏศิลป์ชั้นสูงของไทย ซึ่งเป็นการจัดแสดงระยะยาว เปิด การแสดง ทุกวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ รอบ ๑๙.๓o น. ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง (เริ่มแสดงตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖ รอบ ๑๙.๓o เป็นต้นไป)






สัมผัสกลิ่นอายของนาฏยกรรมโบราณ ร่วมสืบสานแห่งจารีตธำรงเอกลักษณ์แห่งความเป็นไทย ไปกับ “โขน” สุดยอดศิลปะการแสดงชั้นสูง ชมการแสดงโขน~ศาลาเฉลิมกรุง “ชุด หนุมาน” กำกับการแสดงโดย นายศุภชัย จันทร์สุวรรณ์ ศิลปินแห่งชาติ บรรเลง ดนตรีโดย วงโรหิตาจล โขนชุดนี้จับตอนตั้งแต่กำเนิดหนุมาน พระพายซัดพละกำลังของพระอิศวร เข้าปากนางสวาหะที่ยืนเหนี่ยวต้นไม้อยู่และกำเนิดเป็น หนุมานช่วยพระรามรบกับทศกัณฐ์ จนชนะ และได้รับประทานสมญาศักดิ์เป็นพระยาอนุชิตจักรกฤษณ์พิพรรธพงศา ได้ไปครองเมืองนพบุรี ถ่ายทอดผ่าน การแสดงอันวิจิตรงดงามตระการตา ดำเนินเรื่องราวสั้นกระชับด้วยการพากย์-เจรจาและเพลงหน้าพาทย์แบบโบราณ พร้อมด้วยเทคนิคพิเศษที่นำมาผสมผสานจนเป็นการแสดงที่วิจิตรงดงามอลังการหาชม ยากยิ่ง ซึ่งสร้างสรรค์เพื่อ การแสดงในโอกาสนี้โดยเฉพาะ โดยมุ่งเน้นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของโขน~ศาลาเฉลิมกรุง ชุดหนุมาน ให้มีความ ร่วมสมัยมากขึ้น แต่ยังคงรักษาอัตลักษณ์เดิมไว้อย่างครบถ้วน โดยมีหนุมานเป็นตัวละครเอกนำเข้าสู่เรื่องราวของ รามเกียรติ์ สนุกสนานเพลิดเพลินไปเรื่องราวของหนุมาน ชมความวิจิตรงดงามของสวนแม่พระอุมา ฉากใต้น้ำที่สวยงามอลังการ สนุกสนานไปกับลีลาของหนุมานจับนางสุพรรณมัจฉา ตื่นเต้นไปกับอิทธิฤทธิ์ของหนุมานรบสหัสกุมาร ตื่นตาไปกับกระบวนทัพที่น่าอัศจรรย์ของพระราม






โขน~ศาลา เฉลิมกรุง เริ่มเปิดการแสดงมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ จัดแสดงมาอย่างต่อเนื่อง ณ โรงมหรสพหลวง ศาลาเฉลิมกรุง โดยการคัดเลือกผู้แสดงซึ่งเป็นนักเรียน นักศึกษาจากหลากหลายสถาบันชั้นนำกว่า ๑oo คน ที่มีความสามารถทางด้านนาฏศิลป์โขน เข้ามาฝึกฝนทางด้านนาฏศิลป์ชั้นสูง ภายใต้การฝึกซ้อมของ คณะครูและผู้เชี่ยวชาญจาก วิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เพื่อการแสดงที่ยิ่งใหญ่ ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง






เริ่ม! วันพฤหัสบดีที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖ รอบ ๑๙.๓o น. นี้ เป็นต้นไป (จัดแสดงทุกวันพฤหัสบดีและ วันศุกร์ บัตรราคา ๘oo บาท ๑,ooo บาท และ ๑,๒oo บาท (โปรโมชั่นพิเศษ…ชมฟรี! สำหรับเด็กอายุไม่เกิน ๑๒ ปี / นักเรียน-นักศึกษา แสดงบัตรประจำตัวรับส่วนลดราคาพิเศษ ๒oo บาท) จำหน่ายบัตรแล้วที่ศาลาเฉลิมกรุง โทร.o-๒๒๒๔-๔๔๙๙ และไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือ //www.thaiticketmajor.com โทร.o-๒๒๖๒-๓๔๕๖


วันที่แสดง : ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ - ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๖
รอบการแสดง : เปิดการแสดงทุกวันพฤหัสบดี และ วันศุกร์ ๑๙.๓o น.
สถานที่แสดง : ศาลาเฉลิมกรุง
บัตรราคา : ๑,๒oo บาท /๑,ooo บาท / ๘oo บาท
thaiticketmajor.com หรือ salachalermkrung.com






++โปรโมชั่นพิเศษ + +
นำบัตร SCG Debenture Club Card สามารถมาแลกรับส่วนลดได้ ๓o% ไม่จำกัดจำนวน

+ + โปรโมชั่นพิเศษ + +
โปรโมชั่น ผู้สูงอายุ อายุตั้งแต่ ๖o- ๖๔ ปี ได้รับส่วนลด ๕o % (แสดงบัตรประชาชน)
สมาชิกศาลาเฉลิมกรุง รับส่วนลด ๓o % (แสดงบัตรสมาชิก) ไม่จำกัดจำนวน
นักศึกษา (ไม่จำกัดระดับชั้น) ราคา ๒oo บาท (แสดงบัตรนักเรียนนักศึกษา) ๑ บัตรนักศึกษาต่อการซื้อบัตร ๑ ใบเท่านั้น
บัตรสมาชิก Royal orchid plus การบินไทย ลด 20% แสดงบัตรสมาชิก ต้องเก็บชื่อเบอร์โทรศัพท์การขายให้ชัดเจน ๑ บัตรต่อการซื้อบัตร ๑ ใบเท่านั้น
บัตรสมาชิก ควีนเซนเทนเชียล ลด ๒o% แสดงบัตรสมาชิกผู้ขายลงชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์การขายให้ชัดเจน ๑ บัตรต่อการซื้อบัตร ๑ ใบเท่านั้น
โปรโมชั่น ผู้สูงอายุ อายุตั้งแต่ ๖๕ ปี ขึ้นไป ชมฟรี !
เด็กอายุต่ำกว่า ๑๒ ปี ชมฟรี
- กรุณารับบัตรเข้าชม ก่อนการแสดงเริ่ม ได้ที่จุดจำหน่ายทุกสาขา
- ทาง Thaiticketmajor ไม่ได้ไปจำหน่ายบัตรหน้างาน


ภาพและข้อมูลจากเวบ
dealfish.co.th

thaiticketmajor.com
salachalermkrung.com












"ฟื้นความหลังวังงาม ยลศิลป์อาราม ถิ่นสถานย่านพระราชวังดุสิต”


วันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๖ จะมีกิจกรรม "ฟื้นความหลังวังงาม ยลศิลป์อาราม ถิ่นสถานย่านพระราชวังดุสิต" ชมสถานที่สำคัญซึ่งบันทึกประวัติศาสตร์สยามหลายสมัย อาทิ ถนนราชดำเนิน พระบรมรูปทรงม้า พระที่นั่งอนันตสมาคม สนามเสือป่า หมุดคณะราษฎร์ ฯลฯ มุ่งสู่ประตูปารุสกวัน ชมความงดงามโอ่อ่าด้วยสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิคแบบวิลล่าของอิตาลี และเรื่องราววิถีการดำเนินชีวิตชาววังสวนสุนันทาในแง่มุมต่าง ๆ ณ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต รวมถึงชมวัดราชาธิวาสวรวิหาร พระอารามหลวงริมแม่น้ำเจ้าพระยา วิทยากรโดย จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรม ค่าร่วมกิจกรรมท่านละ ๕oo บาท สอบถามโทร. o๘๑-๓๔๓-๔๒๖๑


กำหนดการชมสถานที่

๐๘.๐๐ น. พบกัน ณ จุดนัดหมาย บริเวณลานหน้าพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร
ถนนพระรามที่ ๕ ลงทะเบียนและรับเอกสาร

๐๘.๓๐ น. ยล วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร วัดสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯให้สถาปนาขึ้นใหม่เพื่อเป็นพระอารามหลวงประจำพระราชวังดุสิต ร่วมสืบค้นและสัมผัสความงดงามทางศิลปกรรมที่แฝงนัยเชิงสัญลักษณ์ของอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ในบริเวณวัด ซึ่งออกแบบ ก่อสร้างและตกแต่งอย่างประณีตโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

๑๐.๐๐ น. เดินเท้าผ่านลานพระราชวังดุสิตพร้อมฟังเรื่องราวเกร็ดสาระที่น่าสนใจของสถานที่สำคัญซึ่งบันทึกประวัติศาสตร์สยามหลายสมัย อาทิ ถนนราชดำเนิน พระบรมรูปทรงม้า พระที่นั่งอนันตสมาคม สนามเสือป่า หมุดคณะราษฎร์ ฯลฯ มุ่งสู่วังปารุสกวัน ขมความงดงามโอ่อ่าด้วยสถาปัตยกรรม นีโอคลาสสิคแบบวิลล่าของอิตาลี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ช่างชาวตะวันตกออกแบบและก่อสร้างเพื่อเป็นวังที่ประทับของจอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ พระราชโอรสในสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสที่ทรงสำเร็จการศึกษาวิชาการทหารจากประเทศรัสเซีย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๙ พร้อมชมประวัติความเป็นมาและภารกิจในส่วนงานต่าง ๆ นับแต่อดีตถึงปัจจุบัน ของตำรวจไทยในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ณ อาคารพิพิธภัณฑ์ตำรวจ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับวัง

๑๒.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวันหลากรสตามอัธยาศัย ณ ย่านเทเวศร์

๑๓.๓๐ น. ดื่มด่ำกับเรื่องราววิถีการดำเนินชีวิตชาววังสวนสุนันทาในแง่มุมต่างๆ นับตั้งแต่เป็นวังที่ประทับ ของเจ้านายฝ่ายในแห่งพระราชวังดุสิตจวบจนแปรเปลี่ยนเป็นสถานศึกษาและหลากเรื่องเล่า เกร็ดประวัติศาสต์ยุคแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวงเมื่อครั้งรุ่งเรืองจวบจนโรยรา ณ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

๑๖.๐๐ น. ทัศนาวัดราชาธิวาสวรวิหาร พระอารามหลวงริมแม่น้ำเจ้าพระยา สัมผัสความงามของพระอุโบสถรูปทรงแปลกตาและซุ้มพระซึ่งออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรา นุวัดติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งรัตนโกสินทร์ผู้ฝากผลงานศิลปกรรมอันเลอเลิศหลายแห่งตลอดรัชสมัย สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง พร้อมชมภาพจิตรกรรมฝาผนังปูนเปียก(Fresco)เรื่องเวสสันดรชาดก ฝีมือช่างชาวอิตาเลียนซึ่งเขียนได้งดงามราวมีชีวิต

๑๗.๐๐ น. แยกย้ายกันเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพและเปี่ยมด้วยความประทับใจ


*กำหนดการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

นำชมโดย : จุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา (นัท) วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรม

อัตราค่าร่วมกิจกรรม ท่านละ ๕๐๐ บาท (ห้าร้อยบาทถ้วน)
สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา โทร.๐๘๑-๓๔๓–๔๒๖๑

การสำรองเข้าร่วมสัญจร รับจำนวนจำกัด

๑. โอนเงิน เข้าบัญชีออมทรัพย์ธนาคารไทยพาณิชย์ (จำกัด) มหาชน สาขา สุขุมวิท ซอย ๗๑ ในนาม นายจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา เลขที่บัญชี ๐๗๑-๒๘๓๕๑๑-๕ ภายใน วันพุธที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๖

๒. เมื่อโอนเงินแล้วกรุณาโทรศัพท์หรือส่ง SMS ยืนยันเข้าร่วมกิจกรรมที่ โทร.๐–๘๑๓๔๓–๔๒๖๑ หรือทางกล่องข้อความ (inbox) ในเฟซบุ๊ค นัท จุล โดยระบุชื่อ-นามสกุล ชื่อเล่น หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อสะดวก อีเมล์แอดเดรส และชื่อในเฟซบุ๊ค เพื่อความสะดวกในการแจ้งข่าวสารกิจกรรมให้ท่านทราบต่อไป และเพื่อรักษาสิทธิ์ของท่านเนื่องจากถ้าโอนเงินมาแล้ว แต่ไม่ยืนยันการโอนเงิน ผู้จัดกิจกรรมจะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ใดโอนมาและเป็นจำนวนกี่ท่าน) กรุณานำสลิปรายการโอนเงินมาให้ในวันที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยเขียนชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์ ของท่าน รวมถึงของผู้ร่วมคณะท่านในใบสลิปอย่างชัดเจน เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบของผู้จัดกิจกรรม

๓. หากท่านได้โอนเงินมาแล้ว แต่ไม่สามารถมาร่วมกิจกรรมตามที่แจ้งไว้ได้ อาจมอบให้ผู้อื่นมาแทนได้
โดยแจ้งให้ผู้จัดทราบล่วงหน้าอย่างน้อย ๓ วัน ก่อนวันจัดกิจกรรม หากไม่แจ้งตามกำหนดดังกล่าวถือว่าสละสิทธิ์ ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์การคืนเงิน

๔. รับเฉพาะผู้สนใจชาวไทย

รับจำนวนจำกัด


ระเบียบในการเข้าชมสถานที่

๑. กรุณาแต่งกายสุภาพเพื่อเป็นการเคารพสถานที่ซึ่งไปเข้าเยี่ยมชม เป็นศาสนสถานหลายแห่ง (งดกางเกงขาสั้น กระโปรงสั้นและเสื้อแขนกุด)

๒. กรุณาปฏิบัติตามระเบียบของสถานที่ทุกแห่งที่เข้าไปเยี่ยมชม เช่น ไม่ล่วงล้ำและถ่ายภาพบางพื้นที่ ถ้าไม่ได้รับอนุญาต







ภาพและข้อมูลจากเวบ
บล็อก oknation.net
เฟซบุค a day magazine













"ย้อนรอย เส้นทางเครื่องปั้นดินเผาและสังคโลก”


จังหวัดสุโขทัยเชิญทุกท่านร่วมตามรอย “เครื่องปั้นดินเผา เครื่องสังคโลก” อันแสดงอัตลักษณ์ของเมืองสุโขทัย ด้วยศิลปวัฒนธรรมที่ยังทรงคุณค่าสืบทอดอารยธรรมมานานกว่า ๗oo ปี และมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วโลก พร้อมเชิญชมวิถีชุมชนเครื่องปั้นดินเผาที่ บ้านทุ่งหลวง เตรียมยกมาตรฐานเครื่องปั้น เพิ่มมูลค่าด้วยการพัฒนาเป็นสินค้าใหม่ๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ






นางสุมิตรา ศรีสมบัติ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า “เครื่องสังคโลกของจังหวัดสุโขทัย มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน แสดงให้เห็นถึงความเป็นบ้านเป็นเมือง เป็นแหล่งอารยธรรม อันเป็นความภาคภูมิใจของชาวสุโขทัยและของคนไทยทั้งชาติ ปัจจุบันนี้จังหวัดได้ส่งเสริมการพัฒนาเครื่องสังคโลกและเครื่องปั้นดินเผาให้เข้ากับยุคสังคมปัจจุบันมากขึ้น เป็นการยกมาตรฐานการผลิตและเพิ่มมูลค่าสินค้า ไม่ว่าจะเป็นงานปั้นในลักษณะประติมากรรมตามออเดอร์เช่น รูปปั้นของตัวละครในวรรณคดี หรืองานภาชนะ ถ้วยน้ำชากาแฟ โคมไฟ ถ้วยชาม หรือของที่ระลึกต่าง ๆ”






เครื่องสังคโลกสุโขทัยมีความโดดเด่นที่การปั้น และเคลือบน้ำยาซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของสุโขทัย มักเป็นภาชนะมีลวดลายเฉพาะของสุโขทัยคือเป็นรูปปลา กงจักร และดอกไม้ เป็นสีเขียวและสีคราม ปัจจุบันยังคงสืบทอดการทำสังคโลกกันมากที่อำเภอศรีสัชนาลัย ส่วนเครื่องปั้นดินเผาสุโขทัยก็เป็นงานฝีมือไทยที่สืบทอดกันมากว่าหลายร้อยปีเช่นกัน ดังปรากฏหลักฐานบนศิลาจารึก โดยได้รับการถ่ายทอดวิชามาจากชาวจีนที่มาทำการค้ากับสุโขทัย สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น ปัจจุบันมีแหล่งผลิตอยู่ที่บ้านทุ่งหลวง อ.คีรีมาศ เป็นงานปั้นเพื่อใช้ในการประกอบอาหารและถนอมอาหาร เช่นหม้อกรันที่ไว้ใช้ใส่ข้าวสาร ใส่น้ำดื่ม






ด้วยคุณลักษณะที่กักเก็บความเย็นได้ดี เพราะใช้ดินที่มีคุณภาพในพื้นที่ คือดินจากแหล่งหนองอ้อ และแหล่งหนองทอง ซึ่งมีคุณสมบัติเหนียวไม่มีส่วนผสมของกรวดและสิ่งเจือปน จึงง่ายต่อการนำมาปั้น ปัจจุบันดินในพื้นที่ไม่เพียงพอเพราะมีความต้องการเป็นจำนวนมาก จนต้องสั่งดินมาจากพื้นที่อื่นเช่น จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อได้มาก็นำมาเข้ากระบวนการแยกดิน,ตำดินให้เหนียว แล้วจึงนำไปขึ้นรูปทรงต่าง ๆ ที่นิยมมากที่สุดก็คือชามขนาดใหญ่ ถ้วยน้ำ พานรอง โคมไฟ ตลอดจนรูปตัวละครในวรรณคดี รูปสัตว์ ของประดับตกแต่งต่าง ๆ อาจเพิ่มความงามด้วยการฉลุลายโปร่ง กรรมวิธีการเผาของเครื่องปั้นดินเผาและเครื่องสังคโลกสุโขทัยต่างจากเครื่องปั้นดินเผาชนิดอื่น เพราะใช้เตาทุเรียง คือเตาเผารูปทรงเอกลักษณ์ คล้ายประทุนเกวียน แต่ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนเผาในเตาแก๊สที่ให้ความร้อนสูงถึง ๑,๒๕o องศา เมื่อเผาแล้วดินจะสีเข้มขึ้นเป็นสีออกส้ม






ในการตามรอยเครื่องปั้นดินเผา ณ กลุ่มเครื่องปั้นดินเผาบ้านทุ่งหลวง นักท่องเที่ยวจะได้ชมการสาธิตการทำเครื่องปั้นแบบดั้งเดิม ตั้งแต่การขึ้นรูปซึ่งจะมีอยู่สี่วิธี คือ การขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน การขึ้นรูปด้วยการหล่อ การขึ้นรูปด้วยการปั้น และการปั้นด้วยการตี ซึ่งในปัจจุบันนั้นยังหลงเหลือการทำวิธีนี้อยู่น้อยแห่งในเมืองไทย สัมผัสวิธีทำเครื่องปั้นของลูกหลานสุโขทัยครบทุกกระบวนการแล้ว ยังจะได้เยือนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสวรรควรนายก ที่อ.สวรรคโลก ชมเตาทุเรียงโบราณ เรียนรู้กรรมวิธีการทำเครื่องสังคโลก และตื่นตากับแหล่งเตาทุเรียงที่มีการขุดค้นพบมากมาย


”เราเชื่อว่า ทุกกิจกรรมท่องเที่ยว ที่จัดขึ้นในปีท่องเที่ยวสุโขทัย (รุ่งอรุณแห่งความสุข) ๒๕๕๖-๒๕๕๗ นี้ จะเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเยือนเมืองสุโขทัยมากยิ่งขึ้น เพราะสุโขทัยมิใช่เพียงโดดเด่นด้วยมรดกโลกถึงสองแห่งเท่านั้น หากแต่ยังมีธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม งานฝีมือ วิถีชีวิต แหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ตลอดจนอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์มากมาย รอต้อนรับให้ทุกคนมาสัมผัสความสุขที่สุโขทัยค่ะ” นางสุมิตรา กล่าวปิดท้าย







ภาพและข้อมูลจากเวบ
travel.mthai.com













"ภาพสวย กวีใส เติมสี ๒ ฝั่งทะเลไทย”


"ท้องทะเลไทย" ไม่ว่าจะเป็นทะเลสีมรกตฝั่งอันดามันหรือน้ำทะเลสีครามของอ่าวไทย ล้วนแต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของโลก แถมยังเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้ผู้คนมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย ทำให้ทางกระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ร่วมกับสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และนิตยสารไฟน์อาร์ต จัด โครงการ "ภาพสวย กวีใส" เพื่อร่วมตอกย้ำความสวยงามของธรรมชาติและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับ ๒ เมืองท่องเที่ยว ได้แก่ จังหวัดชลบุรีและจังหวัดกระบี่ และได้จัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการที่ห้องประชุม ๑ กระทรวงวัฒนธรรม






ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ประธานการแถลงข่าว เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการจัดงาน Asian Artists Workshop ที่จัดขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เป็นกิจกรรมที่เหล่าศิลปินนักวาดภาพที่มีชื่อเสียงทั้งไทยและเอเชียรวมตัวกันสร้างผลงานผ่านความงดงามของทะเลกระบี่ ครั้งนั้นได้รับการตอบรับและความร่วมมือจากทางจังหวัดเป็นอย่างดี ทั้งสามารถกระตุ้นความสนใจและสอดรับกับนโยบายการท่องเที่ยวชายฝั่งอันดามันได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงมอบหมายให้สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ร่วมกับจังหวัดกระบี่และจังหวัดชลบุรี ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามทั้งชายฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ดำเนินโครงการภาพสวย กวีใส และจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ The International Photographer and Writer โดยมีช่างภาพทั้งไทยและต่างประเทศรวม ๒๓ คน และนักกวี ๒ คน






"ประโยชน์ครั้งนี้เพื่อสื่อสารกับคนทั่วไปให้ทราบถึงความงามของที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรี ที่นอกจากมีชื่อเสียงด้านแหล่งบันเทิง ยังมีอีกหลายจุดที่มีโลเคชั่นสวยงามที่มีความเหมาะสมและมีความพร้อมด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ได้ด้วย โดยโครงการนี้ถือว่าได้รับประโยชน์หลายทาง ทั้งการประชาสัมพันธ์ประเทศและการนำเสนองานศิลปะของช่างภาพชั้นนำของไทย" ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมกล่าว






ด้าน เขมชาติ เทพไชย ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กล่าวรูปแบบโครงการว่า จากที่นำศิลปินเข้ามาทำกิจกรรมในพื้นที่สามารถสร้างความประทับใจและความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับประเทศไทยได้อย่างมาก ประกอบกับผลงานที่สร้างสรรค์นั้นสื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกของศิลปินไปยังผู้ชมได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านภาษา จึงถือว่าการนำเสนอการท่องเที่ยวผ่านงานศิลปะและตัวศิลปินเป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลดี ทางสำนักฯ และผู้ร่วมสนับสนุนจึงอยากตอกย้ำความประทับใจของนานาประเทศได้จดจำความงามของทะเลใส หาดทรายขาว และวิถีชีวิตท้องถิ่น จึงเป็นที่มาของการนำช่างภาพมือหนึ่งทั้งไทยและต่างประเทศลงพื้นที่จังหวัดกระบี่อีกครั้ง เพื่อสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายที่งดงามเผยแพร่ในวงกว้าง อีกทั้งยังได้เชิญนักเขียน คอลัมนิสต์ นิตยสาร สารคดี ร่วมดึงความงามของเมืองท่องเที่ยวผ่านตัวอักษร ซึ่งเป็นอีกรูปแบบของงานศิลปะที่เข้าถึงใจผู้ชม






"จึงเห็นว่าการนำช่างภาพและนักเขียนที่มากด้วยประสบการณ์เข้ามาร่วมรังสรรค์ผลงานที่ทรงคุณค่า จะสามารถทำให้การท่องเที่ยวเติบโตได้อย่างยั่งยืน และยังคงความสนใจของนักท่องเที่ยวที่นิยมธรรมชาติและงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ชลบุรีและกระบี่เป็นจังหวัดนำร่องโครงการ" ผอ.สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเผย


ในส่วนของการคัดเลือกศิลปินมาร่วมโครงการครั้งนี้เป็นหน้าที่ของทางมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยได้เลือกศิลปินที่มีชื่อเสียง เช่น จูเลียน เรมอนต์ เทนแนนต์ ช่างภาพชาวออสเตรเลีย, โจว โจว วิน ช่างภาพชาวพม่า ตลอดจนกวีนิพนธ์ชาวไทยอย่าง จีรนันท์ พิตรปรีชา และ สถาพร ศรีสัจจัง เป็นต้น สำหรับโครงการภาพสวย กวีใส จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๘-๓o มิถุนายน ๒๕๕๖ ที่จังหวัดชลบุรี และระหว่างวันที่ ๑-๕ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ที่จังหวัดกระบี่






หนึ่งในศิลปินที่เข้าร่วมโครงการ เกรียงไกร ไวยกิจ ช่างภาพอิสระ ๑ ใน ๔ ผู้ก่อตั้งกลุ่มสห+ภาพ เผยถึงความคาดหวังว่า สิ่งที่น่ากังวลในครั้งนี้คือเราจัดประชาสัมพันธ์ ๒ จังหวัดที่เป็นเมืองชายทะเล ซึ่งมีข้อจำกัดคือ ตอนนี้อยู่ในช่วงมรสุม และคงจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวประมงและผู้คนริมหาดในหน้ามรสุมที่น่าสนใจ โดยเฉพาะกระบี่ ครั้งนี้หวังไว้ว่าจะได้ภาพสไตล์ใหม่ที่ได้อารมณ์ของทะเลหน้ามรสุม และคงต้องใช้ภาพที่เคยถ่ายเก็บไว้บ้างมาควบคู่กันไปด้วย เพราะหาดทรายขาดและสีครามของน้ำทะเลก็สำคัญเช่นกัน ตลอดจนครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการจัดกิจกรรมให้ช่างภาพไทยและต่างประเทศได้พบปะกัน แต่ละคนก็มีสไตล์ที่ต่างกัน สิ่งที่จะได้เห็นชัดเจนที่สุดในการจัดแสดงผลงานคือ ภาพถ่ายที่มีลักษณะเฉพาะตามบุคลิกของแต่ละคน






ในฐานะช่างภาพอิสระและผู้จัดโครงการคืนภาพถ่ายสู่ชุมชน ได้กล่าวถึงความตั้งใจของครั้งนี้ว่า "อยากสอดแทรกการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพราะภาพถ่ายเป็นเหมือนดาบสองคม บางกลุ่มอาจเข้าไปดื่มด่ำความสวยงาม แต่มีบางกลุ่มก็เข้าไปกอบโกยความเป็นตัวตนของพื้นที่นั้นๆ เราก็อดกังวลเรื่องนี้ไม่ได้ จึงจะพยายามทำให้คนเห็นคุณค่าสถานที่ท่องเที่ยวผ่านภาพถ่ายให้มากที่สุด".







ภาพและข้อมูลจากเวบ
edtguide.com

นสพ.ไทยโพสต์ ๒๕ มิ.ย. ๒๕๕๖












“ระดับน้ำ – ระดับจิต” โดย ถาวร โกอุดมวิทย์”


พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย จะจัดให้มีนิทรรศการศิลปะ

“ระดับน้ำ – ระดับจิต”

โดย ถาวร โกอุดมวิทย์

พร้อมพิธีเปิดตัวหนังสือ “Thavorn Ko-udomvit : Selected Works, 1978 – 2013″

พิธีเปิดนิทรรศการ วันพุธที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.๓o น.

ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA Bangkok)

นิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันที่ ๙ กรกฎาคม – ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๖


นิทรรศการ “ระดับน้ำ – ระดับจิต” นำเสนอผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นจากการผสมผสานกระบวนการอันเรียบง่ายของงานจิตรกรรมเข้ากับเทคนิคการปะติดวัตถุ (Collage) และการประกอบวัสดุ (Assemblage) ด้วยแรงบันดาลใจจากภัยธรรมชาติที่ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตปกติ จนนำไปสู่การตระหนักรู้และเท่าทันต่อความปรวนแปรของธรรมชาติและสัจธรรมแห่งการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปที่มีอยู่ในทุกสรรพสิ่ง พร้อมกันนี้ ยังมีพิธีเปิดตัวหนังสือรวบรวมผลงานศิลปะและบทความวิเคราะห์ผลงานของ ถาวร โกอุดมวิทย์ ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ จนถึงปัจจุบัน


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ o๒-๔๒๒-๒o๙๒ แฟกซ์: o๒-๔๒๒-๒o๙๑ อังคาร-เสาร์ ๑o.๓o – ๑๙.oo น. อาทิตย์ ๑o.๓o – ๑๗.๓o น. (ปิดวันจันทร์)



ภาพและข้อมูลจากเวบ
fineart-magazine.com













"เทศกาลออกแบบตัวอักษร GRANSHAN”


GRANSHAN 2013 เทศกาลออกแบบตัวอักษรระดับนานาชาติครั้งแรกในไทย

เทศกาลและงานประชุมออกแบบตัวอักษรที่ไม่ใช่ละติน

เทศกาลและงานประชุม
๑๗ กรกฎาคม - ๑๘ สิงหาคม 2556
ห้องสมุดและหอศิลป์หลายแห่งในกรุงเทพฯ
o๘๒-๕๒๗-๘ooo


สมาคมอักษรศิลป์แห่งนครมิวนิค เยอรมนี หรือThe Typographische Gesellschaft Munchen e.V. (tgm: Typographical Society in Munich) และภาคีในไทย ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงาน GRANSHAN 2013 Thailand เทศกาลและงานประชุมการออกแบบตัวอักษร ประเภท Non-Latin นานาชาติ ซึ่งจะจัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ระหว่างวันที่ ๑๗ กรกฎาคม – ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๖


โดยเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของนักออกแบบตัวอักษรและผู้เชี่ยวชาญด้าน Non-Latin Typefaces จากทั่วโลก ที่จะมาร่วมกันถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ของ “ตัวอักษร” (Typefaces) ภายใต้แนวคิด “Design & Identity” ผ่านกิจกรรม ได้แก่ การประชุมนักออกแบบตัวอักษรระดับนานาชาติ ภายใต้แนวคิด “A seismograph for typographic trends and interdisciplinary dialogue” ร่วมด้วยกิจกรรมสัมมนา เวิร์คช็อป และนิทรรศการ โดยมีนักออกแบบตัวอักษรระดับแถวหน้าเข้าร่วม อาทิ มอง จิน คิม (Myung Jin Kim) จากเกาหลี ลาร์ ฮาร์มเซม (Lar Harmsem) จากเยอรมนี เกราร์ด อุงเงอร์ (Gerard Unger) จากเนเธอร์แลนด์ และ เจอร์รี เลโอไนเดส (Gerry Leonidas) จากอังกฤษ พร้อมเชิญชมนิทรรศการผลงานการประกวดการออกแบบตัวอักษรประเภท Non-Latin Typeface ที่เคยถูกจัดแสดงมาแล้วทั่วโลก ณ ห้องสมุดและหอศิลป์หลายแห่งในกรุงเทพมหานคร


ติดตามรายละเอียดกิจกรรมทั้งหมด ได้ทาง granshan.com สำหรับผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติ สามารถสำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๖ เป็นต้นไป



ภาพและข้อมูลจากเวบ
goethe.de













"พิมพ์ชิ้นเล็กที่ยิ่งใหญ่”


ภาพพิมพ์ ศิลปะอีกแขนงที่มีเอกลักษณ์โดยต่อเนื่องจากนี้หลากผลงานสร้างสรรค์ของศิลปินภาพพิมพ์ชาวไทยและศิลปินรับเชิญต่างประเทศ กว่าร้อยผลงานทั้งหมดพร้อมเผยแพร่ให้ศึกษาสัมผัสจากนี้ จวบปลายเดือนมิถุนายน ในพื้นที่ศิลปะหอศิลป์ พีเอสจี อาร์ตแกลเลอรี คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ






พิมพ์ชิ้นเล็กที่ยิ่งใหญ่ นิทรรศ การผลงานภาพพิมพ์ขนาดเล็กหลากหลายเทคนิค ที่ภาควิชาภาพพิมพ์ คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากรจัดแสดงครั้งนี้ รศ.ทินกร กาษรสุวรรณ หัวหน้าภาควิชาภาพพิมพ์บอกเล่าถึงการแสดงว่า โครงการพิมพ์ชิ้นเล็กที่ยิ่งใหญ่นิทรรศการดังกล่าวสืบเนื่องจากที่ภาควิชาภาพพิมพ์ก่อตั้งขึ้นนับจากปี พ.ศ. ๒๕o๙ โดย ศ.ชลูด นิ่มเสมอ ซึ่งตลอดระยะเวลาของการเรียนการสอนที่ผ่านมาได้ผลิตบัณฑิตภาพพิมพ์เผยแพร่ผลงานเป็นที่ประจักษ์ อีกทั้ง ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน คณาจารย์ได้สร้างสรรค์ผลงานภาพพิมพ์ได้รับรางวัลทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ในโอกาสดังกล่าวเพื่อเผยแพร่กิจกรรมด้านภาพพิมพ์ ได้หารือร่วมกันจัดแสดงนิทรรศ การขึ้นเชื่อมโยงกับโอกาสที่ภาควิชาจะมีอายุครบ ๕o ปี ในอีก ๓ ปีข้างหน้า






พิมพ์ชิ้นเล็กที่ยิ่งใหญ่ นิทรรศ การครั้งนี้ มีผลงานศิลปินภาพพิมพ์ชาวไทยผู้ทรงคุณวุฒิ คณาจารย์ ศิลปินรับเชิญต่างประเทศจากกว่า ๑๙๖ ท่าน ในการนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ประทานผลงานศิลปะภาพพิมพ์เข้าร่วมแสดงด้วย ส่วนเนื้อหาของการแสดงมีความหลากหลาย บางท่านได้แรงบันดาลใจจากดอกไม้ ธรรมชาติ สร้างสรรค์หลากรูปทรง ฯลฯ


“สิ่งที่อยากส่งต่อบอกเล่าถึงงานภาพพิมพ์ครั้งนี้มีความตั้งใจเผยแพร่ให้กับผู้ที่สนใจงานศิลปะหรือผู้ที่กำลังสนใจศิลปะซึ่งไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษาหรือบุคคลทั่วไปอยากให้เข้ามาชื่นชม สัมผัสงานศิลปะภาพพิมพ์ ศึกษาเทคนิคแต่ละเทคนิคซึ่งมีวิธีการ ขั้นตอนการสร้างสรรค์ที่ต่างกันออกไปทั้งผลงานของศิลปินไทย ผลงานของศิลปินต่างประเทศที่มีชื่อหลายท่าน”






ศิลปะภาพพิมพ์มีความเป็นสากลสร้างสรรค์กันทั่วโลก ภาพพิมพ์เป็นเทคนิคหนึ่งที่มีกระบวนการสร้าง สรรค์ค่อนข้างซับซ้อน อย่างแม่พิมพ์แกะไม้กว่าศิลปินจะได้สร้างสรรค์งานก็จะต้องหาแผ่นไม้ที่เหมาะสมกับงาน ต้องมีการแกะเส้นสายต่าง ๆ






ขณะที่การพิมพ์ศิลปินอาจใช้สีเดียวบล็อกเดียวหรืออาจใช้หลายสี ฯลฯ และนอกจากภาพพิมพ์แกะไม้ยังมีภาพพิมพ์โลหะ ภาพพิมพ์หิน ซึ่งในกระบวน การเหล่านี้ศิลปินจะเลือกสร้างสรรค์ตามความถนัดสนใจ โดยอาจนำมาผสมผสานกันซึ่งก็แล้วแต่การนำเสนอ การถ่ายทอดของศิลปินซึ่งนิทรรศการครั้งนี้ ชิ้นเล็กที่ยิ่งใหญ่ ได้ถ่ายทอดการสร้าง สรรค์ศิลปะภาพพิมพ์ให้กับผู้ที่เข้าชมได้สัมผัสใกล้ชิดกับผลงาน.



ภาพและข้อมูลจากเวบ
dailynews.co.th













"กิเลส – ตัณหา”


นิทรรศการ “กิเลส – ตัณหา” นำเสนอผลงานจิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบและผลงานวาดเส้นบนกระดาษ โดย วัชระ กล้าค้าขาย จิตรกรแนวเหมือนจริงระดับแนวหน้าของเมืองไทย


ด้วยแนวความคิดและแรงบันดาลใจเกี่ยวกับความปรารถนาในทางโลกียะของมนษย์ ที่เต็มไปด้วยความอยาก ความเย้ายวนทั้งรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ผสมผสานกับทักษะความเชี่ยวชาญเป็นเลิศของศิลปินซึ่งสร้างสรรค์ภาพคนเหมือนได้อย่างวิจิตรบรรจง ละเอียดอ่อนงดงาม เต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันเข้มข้นลึกซึ้ง


นิทรรศการ : “กิเลส – ตัณหา″
ศิลปิน : วัชระ กล้าค้าขาย
วันที่ : ๑๕ มิถุนายน - ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๖
สถานที่ : ARDEL’s Third Place Gallery
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : o๒-๔๒๒-๒o๙๒
เว็บไซต์ : ardelgallery.com




















ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com




บล็อกนี้อยู่ในหมวดศิลปะค่ะ



บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




 

Create Date : 27 มิถุนายน 2556
0 comments
Last Update : 27 มิถุนายน 2556 23:52:54 น.
Counter : 6853 Pageviews.


haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.