happy memories
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2556
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
6 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 

เสพงานศิลป์ ๓๙




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto








"นิทรรศการ จิตรกรรมฝาผนัง ของ ชลูด นิ่มเสมอ"
(CHALOOD'S MURAL PAINTING - RETROSPECTIVE)


ศิลปินชนบท ชลูด นิ่มเสมอ...“ผมเป็นศิลปินชนบท” เหตุใดจึงต้องนิยามตนเองว่าเช่นนี้ สำหรับ ศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์(ประติมากรรม) ปี พ.ศ. ๒๕๔๑ วัย ๘๔ ปี


เมื่อไปอยู่ท่ามกลางผลงานศิลปะของเขา ที่มีตั้งแต่ผลงานยุคแรกจนถึงยุคปัจุบัน มาจัดแสดงให้คนทั่วไปได้ชมในขณะนี้ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เชื่อว่าทุกคนน่าจะพอคาดเดาถึงที่มาของนิยามดังกล่าว


เพราะเมื่อเดินเข้าสู่ "จิตรกรรมฝาผนัง" ส่วนแรกของนิทรรศการ ที่มีผลงานจิตรกรรมบนกระดาษ(สร้างสรรค์เมื่อปี ๒๕๕๓ - ๒๕๕๖) หลายร้อยชิ้นมาติดเรียงรายเต็มฝาผนัง นอกจากจะพอทำให้รู้เหตุผลว่า ทำไมนิทรรศการครั้งสำคัญของศิลปินอาวุโสท่านนี้จึงมีชื่อว่า “จิตรกรรมฝาผนัง ของ ชะลูด นิ่มเสมอ”


ภาพของผู้หญิงและเด็กหญิงผมสั้นในชุดแต่งกายแบบหญิงชาวบ้านในชนบทที่ปรากฎอยู่ในภาพเล็กๆแต่ละภาพก็น่าจะเป็นส่วนสนับสนุนนิยามที่ศิลปินมีให้กับตัวเองได้เป็นอย่างดี






รวมไปถึงผลงานในชุด “ประติมากรรมชนบท” (สร้างขึ้นเมื่อ ปี ๒๕๒๕) ส่วนที่ ๔ ของนิทรรศการ ที่เมื่อครั้งอดีตศิลปินได้รับแรงบันดาลใจมาจากสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตชนบทไทย มีการหยิบจับวัตถุและวัสดุจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทั้งวัสดุจากธรรมชาติ และวัสดุสังเคราะห์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันมาเป็นสื่อในการแสดงออก จนถือได้ว่าเป็นผู้หนึ่งที่บุกเบิกการทำงานศิลปะเชิงความคิด (conceptual art)


ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะได้รับเชิญให้เป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมขนาดใหญ่ ติดตั้งนอกอาคารหลายแห่ง อาทิ ผลงานประติมากรรมชื่อ “องค์สาม” พ.ศ. ๒๕๒๔ และ “อินทรีย์ ๕” (พ.ศ. ๒๕๔๑) สำหรับธนาคารกสิกรไทย


“พระบรมโพธิสมภาร” (พ.ศ. ๒๕๓๑) สำหรับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และ “โลกุตระ” (พ.ศ. ๒๕๓๔)สำหรับศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งผู้ที่ผ่านไปผ่านมาตามสถานที่เหล่านี้คงพอจะคุ้นตาอยู่บ้าง









นอกจากนี้นิทรรศการในส่วนที่ ๒, ๓, ๕ และ ๖ ยังมีผลงานศิลปะอื่น ๆ ของ อ.ชลูดให้ชมได้แก่


ผลงานชุด "ธรรมศิลป์" (สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. ๒๕๓o - ๒๕๓๙)โดยมิได้มีเจตนาสื่อแสดงความหมายธรรมะในพุทธศาสนา แต่ถ่ายทอดออกมาจากสภาวะจิตใจที่มีธรรมะเป็นเครื่องกล่อมเกลา ด้วยรูปแบบผลงานที่เรียบง่าย รูปทรงอันสงบนิ่ง และสีสันที่นุ่มนวลสะอาดตา สะท้อนความบริสุทธิ์ของจิตใจที่สงบนิ่งและปล่อยวาง อันเป็นผลมาจากภาวะของสมาธิ ซึ่งเกิดขึ้นในขณะทำงาน และจากการศึกษาปฏิบัติธรรม


ผลงานชุด "วาดเส้น" ซึ่งเป็นเทคนิคการสร้างสรรค์ที่ศาสตราจารย์ชลูดมีความชื่นชอบเป็นพิเศษ และได้สร้างสรรค์ผลงานด้วยเทคนิคนี้ไว้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเทคนิคที่เรียบง่าย แต่สามารถถ่ายทอดและแสดงออกซึ่งอารมณ์ความรู้สึกได้เป็นอย่างดี แบ่งออกเป็น ๔ ชุด ด้วยกัน คือ ผลงานชุด “บทกวี” (พ.ศ. ๒๕๒๕ - ๒๕๒๖) ผลงานชุด“ลูกสาว” (พ.ศ. ๒๕๒๘) ผลงานชุด “ประติมากรรมในทิวทัศน์” (พ.ศ. ๒๕๕o) และผลงานชุด “วาดเส้นภาวนา” (พ.ศ. ๒๕๕๔) ซึ่งสร้างขึ้นในระหว่างหนีภัยน้ำท่วมไปอยู่ที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี









ผลงาน "วาดเส้นจากโรมและภาพพิมพ์นามธรรม" โดยในช่วงเวลาที่เดินทางไปศึกษาเทคนิคภาพพิมพ์กลวิธีร่องลึก (intaglio) ที่ประเทศอิตาลี ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๙ - ๒๕o๑ และศึกษาเทคนิคภาพพิมพ์หิน (lithograph) ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. ๒๕o๗ นั้น ศาสตราจารย์ชลูดได้เดินทางไปวาดภาพทิวทัศน์ตามสถานที่ต่าง ๆ ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี และกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส กล่าวได้ว่าเป็นผลงานที่ยังไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน นอกจากนี้ยังมีผลงานภาพพิมพ์นามธรรม ซึ่งมีเทคนิคที่น่าสนใจอีกจำนวนหนึ่งด้วย


ปิดท้ายด้วย "ผลงานยุคแรก" (สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ - ๒๕o๕) เป็นผลงานเทคนิคภาพพิมพ์แบบแกะลายเส้น (engraving)ที่สะท้อนภาพวิถีชีวิตชนบทไทย โดยศิลปินทดลองนำเมโซไนท์ (mesonite) หรือกระดาษอัดแข็งมาใช้แทนไม้เป็นคนแรกของไทย ต่อมาได้สร้างสรรค์ผลงานด้วยเทคนิคภาพพิมพ์แกะไม้ (wood cut) ซึ่งมีทั้งภาพพิมพ์ขาวดำและภาพพิมพ์สี เป็นการค้นพบเทคนิคที่มีความกลมกลืนกับอารมณ์การแสดงออก ด้วยเรื่องราวและรูปทรงที่เรียบง่าย แสดงออกถึงความเป็นไทย นอกจากนี้ในส่วนผลงานยุคแรกยังมีผลงานจิตรกรรมชุด “ชีวิตชนบทปิดทอง” (พ.ศ. ๒๔๙๙) ซึ่งศิลปินทดลองติดทองคำเปลวลงบนจิตรกรรมร่วมสมัยเป็นคนแรก









วันเปิดนิทรรศการ มีลูกศิษย์ลูกหาและผู้ชมงานศิลปะไปให้กำลังใจอย่างคับคั่ง เนื่องจากที่ผ่านมานอกจากทำงานศิลปะในฐานะศิลปิน ที่มีเหรียญทองศิลปกรรมแห่งชาติ การันตีหลายรางวัล ศ.ชลูด ยังมีอีกบทบาทหนึ่งคือการเป็นอาจารย์สอนศิลปะ เคยดำรงตำแหน่งคณบดี,จัดตั้งภาควิชาภาพพิมพ์ (พ.ศ. ๒๕o๘) และจัดตั้ง ภาควิชาศิลปะไทย(พ.ศ. ๒๕๑๙) คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร


ดังนั้นงานนี้ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์(จิตรกรรม) ปี ๒๕๕๔ ผู้เป็นนักศึกษารุ่นแรกของภาควิชาศิลปไทย จึงถือโอกาสทำหน้าที่นำชมนิทรรศการของผู้เป็นอาจารย์ด้วยตนเอง เมื่อมาหยุดอยู่ที่งานศิลปะชุด “แบกะดิน” ผลงานประติมากรรมชิ้นเล็กๆหลายชิ้นหลากเทคนิค ซึ่งตั้งให้ชมอยู่บนพื้นห้องในส่วนของงานชุด “จิตรกรรมฝาผนัง” ศ.ชลูด เจ้าของผลงานได้กล่าวขึ้นว่า


“เคยจัดแสดงมาบ้างแล้วแต่ไม่เยอะเท่าครั้งนี้ ผมจัดแสดงเพื่อกระแนะกระแหนเฉลิมชัย เพราะงานเขามีราคา แต่งานผมแบกะดิน เลหลัง”





ศ.ประหยัด พงษ์ดำ,ศ.ชลูด นิ่มเสมอ และเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์<





ศ.ประหยัด พงษ์ดำ “ผมไม่ได้ก๊อปปี้ อ.ชลูด”


และเมื่อไปหยุดอยู่ที่หน้าผลงานศิลปะเทคนิคภาพพิมพ์แกะไม้ในส่วนของผลงานยุคแรกของ ศ.ชลูด เฉลิมชัยได้บรรยาย ณ จุดนี้ ให้ทุกคนได้ฟัง รวมทั้งถือโอกาสกระแนะกระแหน ศาตราจารย์ประหยัด พงษ์ดำ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์(ภาพพิมพ์) ปี ๒๕๔๑ ผู้เป็นรุ่นน้อง ศ.ชลูด เพียง ๒ ปี ที่เดินชมตามไปติด ๆ ว่า


“อาจารย์ชลูดเป็นผู้นำในด้านการทำภาพพิมพ์ wood cut และอาจารย์ประหยัดก็ได้อานิสงค์นี้ จนทำตามและขายดี” ทำเอาอาจารย์ประหยัดหัวเราะไม่เต็มเสียงแต่ก็อธิบายถึงที่มาที่ไปว่า


“คืออย่างนี้ครับ ความคิดเผอิญเหมือนกัน ผมเป็นคนบ้านนอก และก็ทำงานภาพพิมพ์ wood cut ที่เป็นรูปผู้หญิงไทยอารมณ์ใส่เสื้อคอกระเช้าด้วย และเผอิญว่าอาจารย์ชลูดท่านก็ทำเรื่องผู้หญิงคล้าย ๆ กัน แต่ผู้หญิงของอาจารย์ชลูดจะดูสงบ ขณะที่ผู้หญิงของผมจะออกแอคชั่น และอยู่ในภาพที่มีสีฉูดฉาดหน่อย


เทคนิคที่เราใช้นำเสนอ ก็ได้มาจากอาจารย์ศิลป์(พีระศรี) ด้วยกัน ตอนอาจารย์ชลูดเรียนอยู่ปี ๕ ผมอยู่ปี ๓ แล้วตอนผมขึ้นปี ๔ ผมเริ่มทำ wood cut และได้เห็นแบบอย่างว่าอาจารย์ชลูดทำ wood cut ฟีลลิ่งออกมาจึงอาจจะใกล้เคียงกัน หลายคนบอก ผมก็ยอมรับ เพราะว่า เรียนจากครูบาอาจารย์คนเดียวกัน เห็นพี่เค้าทำเราก็ทำตาม ไม่ใช่ copy แต่เป็นเรื่องความรู้สึกที่เราอาจจะชอบเหมือน ๆ กัน อย่างไรก็ตาม ผมยอมรับว่าเรามีอาจารย์ชลูดเป็นแบบอย่าง แล้วตอนหลังเราก็มาคลี่คลายเป็นตัวของเราเอง”









อ.ชลูด เปิดรับความคิดเห็นใหม่ ๆ จากนักศึกษาอยู่ตลอดเวลา


อนุพงษ์ จันทร ศิลปินรุ่นใหม่ผู้มีผลงานเป็นที่ยอมรับ อดีตนักศึกษาภาควิชาศิลปะไทย ผู้เคยเรียนกับ ศ.ชลูดเมื่อครั้งเรียนในระดับปริญาตรีและโท และตอนนี้ผันตัวเองไปเป็นอาจารย์สอนศิลปะด้วย กล่าวถึง ศ.ชลูดในมุมมองของตนว่า


“ตอนแรกก็คิดว่าอาจารย์เป็นคนที่ดุมาก แต่พอได้ไปเรียนด้วยจึงได้พบว่าอาจารย์เป็นคนที่ใจดีมาก ๆ และเป็นศิลปินที่ทำงานศิลปะอยู่ตลอดเวลาและต่อเนื่องอย่างที่เราได้เห็นผ่านผลงานที่นำมาแสดงในนิทรรศการ อาจารย์เป็นต้นแบบในด้านนี้ และเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็นพร้อมทั้งเปิดรับความคิดเห็นใหม่ๆจากนักศึกษาอยู่ตลอดเวลา และยังค้นคว้าเกี่ยวกับศิลปะที่มันเคลื่อนไหวในวงการศิลปะโลกควบคู่ไปกับสิ่งที่สอนในสาขาวิชาศิลปะไทย และพยายามดึงเอาแก่นหรือสาระของความเป็นไทยที่อยู่ในวิถีชีวิตของนักศึกษาแต่ละคนออกมา”









นิทรรศการจัดตั้งแต่วันนี้ - ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ณ ชั้น ๙ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน วันเปิดนิทรรศการ มีลูกศิษย์ลูกหาและผู้ชมงานศิลปะไปให้กำลังใจอย่างคับคั่ง เนื่องจากที่ผ่านมานอกจากทำงานศิลปะในฐานะศิลปิน ที่มีเหรียญทองศิลปกรรมแห่งชาติ การันตีหลายรางวัล ศ.ชลูด ยังมีอีกบทบาทหนึ่งคือการเป็นอาจารย์สอนศิลปะ เคยดำรงตำแหน่งคณบดี,จัดตั้งภาควิชาภาพพิมพ์ (พ.ศ. ๒๕o๘) และจัดตั้ง ภาควิชาศิลปะไทย(พ.ศ. ๒๕๑๙) คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร


ดังนั้นงานนี้ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์(จิตรกรรม) ปี ๒๕๕๔ ผู้เป็นนักศึกษารุ่นแรกของภาควิชาศิลปไทย จึงถือโอกาสทำหน้าที่นำชมนิทรรศการของผู้เป็นอาจารย์ด้วยตนเอง


เมื่อมาหยุดอยู่ที่งานศิลปะชุด “แบกะดิน” ผลงานประติมากรรมชิ้นเล็กๆหลายชิ้นหลากเทคนิค ซึ่งตั้งให้ชมอยู่บนพื้นห้องในส่วนของงานชุด “จิตรกรรมฝาผนัง” ศ.ชลูด เจ้าของผลงานได้กล่าวขึ้นว่า


“เคยจัดแสดงมาบ้างแล้วแต่ไม่เยอะเท่าครั้งนี้ ผมจัดแสดงเพื่อกระแนะกระแหนเฉลิมชัย เพราะงานเขามีราคา แต่งานผมแบกะดิน เลหลัง”


นิทรรศการจัดตั้งแต่่วันนี้ - ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ณ ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน โทร. o๒-๒๑๔-๖๖๓o



ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th













"Workshop สีสัน การลากและระบาย โดย อ.อารี สุทธิพันธุ์”


กลับมาตามคำเรียกร้องของคนรักศิลปะ และชื่นชมศรัทธาในความสามารถของ ศาสตราจารย์พิเศษ อารี สุทธิพันธุ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) บริษัท นานมี จำกัด ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจงานศิลปะแนวใหม่ เข้าร่วมเวิร์คชอป " สีสันการลากและระบาย " โดย อ.อารี สุทธิพันธุ์ และ อ.พิบูลย์ มังกร ร่วมถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์ตรงอย่างเข้าใจง่าย โดยผู้เรียนไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านศิลปะ เป็นการสร้างสรรค์ผลงานแบบที่ไม่ต้องใช้พู่กัน เพื่อถ่ายทอดออกมาเป็นผลงานตามความคิดสร้างสรรค์ การให้สีสันและการจับคู่สีตามจินตนาการ เรียนรู้เทคนิคแปลกใหม่ที่สามารถปรับใช้ในแบบของตัวเองได้อย่างสนุกและมีความสุข ในวันเสาร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๕๖ ณ นานมี แกลเลอรี่ ณ ชั้น ๓ อาคารนานมี ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ สนใจสำรองที่นั่งและสอบถามเพิ่มเติมที่ ฝ่ายการตลาด บริษัท นานมี จำกัด o๒-๖๔๘-๘ooo ด่วนที่นั่งจำนวนจำกัด



ภาพและข้อมูลจากเวบ
nanmee.com
thailandexhibition.com













"หุ่นไทยในสยาม”


สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ (สพร.) เปิดตัวโครงการ “Museum Family” จับมือเครือข่ายพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ ๒o แห่ง พร้อมยกขบวนความรู้และกิจกรรมหลากหลายมาจัดแสดงที่ “มิวเซียมสยาม” ตลอดทั้งปี สืบสานและสร้างสรรค์ภูมิปัญญาไทย : ศิลปะการเชิดหุ่น โดย ศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

• นิทรรศการ “หุ่นไทยในสยาม”
วันที่ ๑ – ๓o มิถุนายน ๒๕๕๖
เวลา ๑o.oo – ๑๘.oo น.
ณ มิวเซียมสยาม (ห้องตึกเก่าเล่าเรื่อง อาคารนิทรรศการ)


ร่วมเดินทางเรียนรู้ไปกับเรื่องราวศิลปะการแสดงหุ่น มหรสพของไทยที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งปรากฏหลักฐานในกลอนสวดเรื่อง “เนมิกราช” ซึ่งเขียนขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชว่า มีหุ่น มีโขน


• การแสดง “ศิลปะการเชิดหุ่น”
ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตลอดเดือนมิถุนายน ๒๕๕๖
เวลา ๑๓.oo น. และ ๑๕.oo น. (วันละ 2 รอบ)
ณ มิวเซียมสยาม (ห้องเบิกโรง อาคารนิทรรศการ)
พบกับการแสดงศิลปะการเชิดหุ่นประเภทต่าง ๆ อาทิ หุ่นกระบอก หุ่นละครเล็ก หุ่นคน ผ่านเรื่องราวในวรรณกรรมและวรรณคดี


• การแสดงหนังใหญ่ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน “หนุมานถวายแหวน” และ “ศึกทศกัณฐ์ ครั้งที่ ๕ (ยกรบ)”
วันที่ ๒๙ – ๓o มิถุนายน ๒๕๕๖
เวลา ๑๔.oo น. และ ๑๖.oo น. (วันละ ๒ รอบ)
ณ มิวเซียมสยาม (ลานกิจกรรม ด้านหลังอาคารนิทรรศการ)


• เสวนา “เล่าเรื่องราวเส้นทางหนังใหญ่ที่หายไป”
วันที่ ๓o มิถุนายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๕.oo – ๑๖.oo น.
ณ มิวเซียมสยาม (ลานกิจกรรม ด้านหลังอาคารนิทรรศการ)

วิทยากร:
หลวงพ่อพระครูพิทักษ์ -- เจ้าอาวาสวัดขนอน จังหวัดราชบุรี
คุณจฬรรณ์ ถาวรนุกูลพงษ์ -- ผู้จัดการการแสดงหนังใหญ่วัดขนอน
ผู้ดำเนินรายการ: คุณทวีศักดิ์ วรฤทธิ์เรืองอุไร -- นักจัดการความรู้อาวุโส สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ
ทำไมหนังใหญ่ของไทยจึงหายไป แล้วหนังใหญ่หายไปไหน ร่วมค้นหาเรื่องราวของหนังใหญ่ ศิลปะการแสดงมหรสพชั้นสูงของไทย แต่ทำไมถึงไปอยู่ที่วัดขนอน


• กิจกรรมสาธิต “แกะสลักตัวหนัง” โดย กลุ่มอนุรักษ์หนังใหญ่วัดขนอน
วันที่ ๒๙ – ๓o มิถุนายน ๒๕๕๖
เวลา ๑o.oo – ๑๘.oo น.
ณ มิวเซียมสยาม (ลานกิจกรรม ด้านหลังอาคารนิทรรศการ)
ร่วมเรียนรู้และทดลองการแกะสลักลวดลายตัวหนัง ของดีเมืองราชบุรีที่คุณก็สามารถทำได้


* ทุกรายการร่วมกิจกรรม ฟรี!! สอบถามโทร. o๒-๒๒๕-๒๗๗๗ ต่อ ๔oo หรือ facebook.com/MuseumSiamFan

หมายเหตุ: กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม


ภาพและข้อมูลจากเวบ
luckyyak.com













"ในธรรมชาติ”


อมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ ขอเชิญชมงาน นิทรรศการศิลปะชุด “ในธรรมชาติ”ผลงานของ ณัฐวุฒิ โสภาวัง ระหว่างวันที่ ๔ - ๓o มิถุนายน ศกนี้ ตั้งแต่เวลา o๙.oo – ๒๑.oo น. ณ บริเวณลานนิทรรศการ ชั้น ๓ ของโรงแรมฯ รายได้จากการจำหน่ายภาพ สมทบทุน ศิริราชมูลนิธิ (เพื่อผู้ป่วยยากไร้โรงพยาบาลศิริราช)






“ในธรรมชาติ” ผลงานของ ณัฐวุฒิ โสภาวัง ได้รับแรงบันดาลใจจากความประทับใจในธรรมชาติที่ก่อให้เกิดประโยชน์มากมายต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ และในธรรมชาติยังมีมุมมอง มีความหลากหลาย ที่สะท้อนให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกัน การพึ่งพากัน และการสื่อสารกัน ระหว่างคน สัตว์ และ ศิลปะ กับ ธรรมชาติ ซึ่งผลงานชุดนี้ได้ถ่ายทอดทุกรายละเอียดดังที่กล่าวมานั้นได้อย่างงดงามลงตัว






ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ที่ปรึกษาคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานใน วันอังคารที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.๒o น. ณ บริเวณลานนิทรรศการ ชั้น ๓ ของโรงแรมฯ



ภาพและข้อมูลจากเวบ
bsnnews.com













"มองศิลป์: นิทรรศการศิลปะจากไมเคิล ดีลอฟ”


การเป็นศิลปิน บางครั้งก็ไม่ต้องจบศาสตร์ทางศิลปะมาก็ได้ เพราะการเดินทาง สิ่งแวดล้อมรอบตัวทำให้หลายคนกลายเป็นศิลปินได้ อย่างเช่น ไมเคิล ดีลอฟ ศิลปินชาวฝรั่งเศส ที่กำลังจะจัดนิทรรศการศิลปะของเขาเองที่โรงแรมโซฟิเทล โซ แบงคอก






ในอดีตไมเคิลเติบโตที่แอฟริกา และเป็นนักข่าว ก่อนที่เขาจะเดินทางไปทั่วโลก และหันมาสนใจงานศิลปะเมื่อเขาอายุ ๓o ปี เขาเล่าให้ฟังว่า “การทำงานศิลปะเป็นเรื่องที่ยากที่สุดในชีวิต ผมวาดงานศิลปะเหมือนกับคุณกลังโยนขวดไปในทะเล โดยไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุดอย่างไร” แต่หลังจากนั้นงานศิลปะเขาก็สิ้นสุดและได้จัดแสดงที่ซานฟรานซิสโก ลอสแอนเจลลิส มอนทรีล นิวยอร์ค และปารีส


ผลงาน Calligraphie 3D เป็นทัศนศิลป์แสดงศิลปะของการเขียนตัวอักษรในรูปแบบสามมิติ ของไมเคิล ดีลอฟ ได้ร่วมเป็นหนึ่งในผลงานศิลปะร่วมสมัยของประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้เขายังสนใจเรื่องธรรมชาติและหาแรงบันดาลใจจากธรรมชาติใหม่เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะใหม่ๆ






นิทรรศการศิลปะครั้งนี้ ไมเคิล ดีลอฟ ได้รับแรงบันดาลใจจากกการออกแบบตกแต่งของโรงแรมโซฟิเทล โซ แบงคอก เพื่อสร้างสรรค์ให้สอดคล้องกับโรงแรม ที่สื่อความงามเรียบง่ายและบริสุทธิ์ โรงแรมโซฟิเทล โซ มีเอกลักษณ์ของตำนานและนิยายในแต่ละประเทศ อย่างเช่นในกรุงเทพฯ ได้รับแรงบันดาลใจจากป่าหิมพานต์ แต่ยังคงความทันสมัยเพื่อคงความเป็นลักซัวรีแบรนด์


นิทรรศการศิลปะจากไมเคิล ดีลอฟ นำผลงานศิลปะทั้งหมด ๑o ชิ้นมาแสดงในบริเวณ สตรีท ล็อบบี้ ของโรงแรมโซฟิเทล โซ แบงคอก เพื่อเปิดแสดงให้บุคคลภายนอกได้เข้าร่วมชมตั้งแต่วันที่ ๖ มิถุนายน - ๘ กรกฏาคม ๒๕๕๖



ภาพและข้อมูลจากเวบ
lifestyleasia.com













"แนวตั้ง / แนวนอน , ด้านใน / ด้านนอก”


Exhibition นิทรรศการภาพถ่าย “แนวตั้ง / แนวนอน ด้านใน/ด้านนอก”

โดยช่างภาพชาวฝรั่งเศส Françoise Huguier

จัดแสดงตั้งแต่วันที่ ๓๑ พฤษภาคม – ๓o มิถุนายน ๒๕๕๖

ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

นิทรรศการนี้เป็นหนึ่งในเทศกาล La Fête จัดโดยสถานทูตฝรั่งเศสในประเทศไทย

-ติดตามเว็บไซต์ La Fête ได้ที่ cooperation-ambafrance-th.org
เว็บไซต์ของศิลปิน françoise huguier fr.francoisehuguier.com



ภาพและข้อมูลจากเวบ
fineart-magazine.com













"นิทรรศการเพื่อคนตาบอด ตามฝันสุดขอบฟ้า เทิดพระเกียรติแม่ของแผ่นดิน”


คงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ความฝันของคนตาบอดได้มีโอกาสเห็นสิ่งต่างๆ ที่คนตาดีสามารถเห็นเป็นความจริงขึ้นมาได้ เนื่องจากพวกเขาจะรับรู้สิ่งของ สถานที่ ตัวบุคคล ความรู้ในตำราเรียนได้จากการสัมผัสและการได้ยินเท่านั้น


เมื่อเร็ว ๆ นี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกรมการท่องเที่ยว ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดโครงการ "นิทรรศการศิลปะเพื่อคนตาบอด “ตามฝัน สุดขอบฟ้า เทิดพระเกียรติแม่ของแผ่นดิน” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมพรรษา ๘๑ พรรษา ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๖ โดยเชิญชวนผู้สนใจส่งภาพถ่าย ๘๑ ความฝัน เข้าร่วมจัดนิทรรศการศิลปะรูปปั้นนูนต่ำ เพื่อเปิดโอกาสให้คนตาบอดได้สัมผัสและสร้างจินตนาการในการรับรู้


ดร.สุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า รัฐบาลได้ประกาศเป็นนโยบายที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิของคนพิการ และให้การสนับสนุนมาตรการผลักดันการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการ ให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในสิ่งต่างๆ ได้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่เป็นคนพิการทางสายตา หรือ “คนตาบอด” เป็นกลุ่มคนที่ประสบปัญหาและข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสเข้าถึงการท่องเที่ยว ทั้ง ๆ ที่พวกเขามีความฝันที่จะได้สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ การสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของคนตาบอด


การจัดโครงการนิทรรศการศิลปะเพื่อคนตาบอด “ตามฝัน สุดขอบฟ้า เทิดพระเกียรติแม่ของแผ่นดิน” ที่จะจัดแสดงระหว่างวันที่ ๑๓ - ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๖ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ได้กราบทูลเชิญพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จมาทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงานนิทรรศการดังกล่าว


รูปแบบของนิทรรศการ ประกอบด้วย การแสดงภาพถ่าย ภาพวาด และศิลปะปูนปั้นนูนต่ำ เพื่อเปิดให้ประชาชนทั่วไปและคนพิการทางสายตาได้ชมและสัมผัส โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะจัดรถรับ-ส่งเด็กนักเรียนตาบอด เพื่อให้มีโอกาสได้ชมงานศิลปะของคนตาบอดจำนวน ๘๑ ความฝัน


โครงการนิทรรศการศิลปะภาพนูน ส่งเสริมการท่องเที่ยวกลุ่มคนตาบอดในปีนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ ๒ เกิดจากแรงบันดาลใจจากคนตาบอดคนหนึ่งที่เอ่ยว่าอยากเห็นรถโรลล์สรอยซ์จากการสัมผัส ทำให้เพื่อนที่เป็นสมาชิกในสมาคมช่างภาพได้ทำความฝันนี้ให้เป็นจริงด้วยการริเริ่มแปลงภาพถ่ายให้กลายเป็นประติมากรรมนูนต่ำที่คนตาบอดสัมผัสได้


รศ.ดร.ธนิต ธงทอง รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ยินดีที่จะร่วมมือในโครงการนี้ เพราะมีคณะศิลปกรรมที่มีศักยภาพในการแปลงสภาพรูปภาพให้เป็นงานปั้นภาพนูน เพื่อให้คนตาบอดได้มีโอกาสสัมผัสได้ตามจินตนาการของผู้ถ่ายภาพ ขณะที่อาจารย์ไพยันต์ บรรจงเกลี้ยง หัวหน้าภาควิชาจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ ม.ศิลปากร กล่าวว่า โครงการนี้จะมีศิลปินแห่งชาติ อาทิ อาจารย์นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน รวมทั้งมหาวิทยาลัยอื่นมาร่วมถ่ายทอดภาพถ่ายมาเป็นปูนปั้น เพื่อให้คนตาบอดได้มีโอกาสสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวได้


ในงานเปิดตัวยังเชื้อเชิญ น้องสโรชา กิตติสุขพันธุ์ นิสิตปี ๒ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้พิการทางสายตา มาบอกเล่าความฝันที่อยากเห็นก็คือ อยากรับรู้ว่าหน้าตาของพ่อแม่ พี่น้อง หน้าตาตัวเรา และเพื่อน ๆ หรือคนที่คอยให้ความช่วยเหลือดูแลเรา และเรารู้สึกดี อยากรู้จักเขามากกว่านี้ และอยากรู้ว่าหน้าตาเขาเป็นอย่างไร อยากเห็นภาพธรรมชาติ ใบหญ้า ภูเขา พระอาทิตย์ตกดินก่อนลับเหลี่ยมเขาเป็นอย่างไร


"ภาพพระอาทิตย์ค่อยๆ ตกดินคงทำได้ยาก เพราะเป็นภาพเคลื่อนไหว และหนูก็อยากเห็นทะเล รีสอร์ต สัตว์ พืช ปะการัง ส่วนรีสอร์ตที่อยากเห็น เพราะเป็นสิ่งที่มนุษย์ออกแบบ อยากรู้ว่าเขามีจินตนาการยังไง"


ธรรมนิตย์ ชาญจรัสพงศ์ นิสิตปริญญาเอก ภาควิชาการจัดการนวัตกรรม จุฬาฯ เป็นผู้ตาบอดอีกคนที่มีความใฝ่ฝันอยากเข้าถึงภาพที่อยากเห็น กล่าวว่า เป็นสิ่งไม่คาดคิดที่มีโครงการนี้ เหมือนทำให้คนตาบอดไม่บอดอีกต่อไป


วีรศักดิ์ ตั้งพูนพันธุ์ ผู้พิการทางสายตาอีกคน กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่ทำให้เกิดโครงการนี้ ซึ่งเริ่มครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๕๕ และเป็นครั้งแรกที่ได้สัมผัสในสิ่งที่อยากเห็นด้วยมือตัวเอง เป็นสิ่งประทับใจ หลายภาพไม่เคยเห็น เช่น ภาพนางรำคืออะไร ไม่เคยรู้ท่วงท่านางรำว่าเป็นอย่างไร และจากปีที่แล้วก็คิดว่าจะมีโครงการเช่นนี้อีกไหม


"นิทรรศการครั้งก่อนจัดมา ๗o ภาพ ผมเดินคลำทุกภาพ คลำเป็นชั่วโมง เสียดายคนตาบอดอีกมากไม่รู้ข่าว ไม่มีโอกาสมาสัมผัสภาพต่าง ๆ ด้วยมือตัวเอง"


ภาพถ่ายมีการกำหนดหัวข้อตามฝันจำนวน ๘๑ ความฝัน ที่คนตาบอดอยากจะสัมผัสและรับรู้ อาจเป็นสถานที่ วัตถุสิ่งของ และสิ่งอื่น ๆ ก็ได้ ส่งภาพถ่ายขนาดด้านยาว ๑,๙๒o พิกเซล พร้อมเขียนชื่อ-นามสกุล อายุ ที่อยู่ และโทรศัพท์ที่ติดต่อได้สะดวก พร้อมระบุชื่อหัวข้อความฝัน ส่งอีเมล์ที่ ourdreams@escapephotographer.com กำหนดปิดรับภาพถ่ายภายในวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๖ เพื่อให้คณะกรรมการจากสมาคมถ่ายภาพกรุงเทพฯ คัดเลือกและจะประกาศผลงานที่ได้รับคัดเลือกทางเว็บไซต์ escapephotographer.com


ภาพและข้อมูลจากเวบ
thaipost.net
tddf.or.th













"เฟ้นหานักออกแบบประดับวงการอัญมณีไทย”


ในโอกาสครบ ๒o ปีที่สถาบันการศึกษาด้านอัญมณีศาสตร์แห่งอเมริกา (จีไอเอ) ประเทศไทยเปิดสอนและสร้างนักอัญมณีศาสตร์สู่ทั่วโลก จึงร่วมกับแบรนด์จิวเวลรี่ชั้นนำอย่าง บิวตี้เจมส์ บลูริเวอร์ ฟาดามัส โมฮาว็าด และเซตเต้ จัดกิจกรรมเฟ้นหาสุดยอดนักออกแบบอัญมณีไทยรุ่นใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาและบุคคลทั่วไปที่มีความฝันต้องการเป็นนักออกแบบเครื่องประดับอัญมณี ได้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอก ภายใต้แนวคิด "ครีเอท บาย โอน เลกาซี่" หรือ จากจินตนาการ บันดาลใจ สู่ความงามที่เป็นหนึ่ง


เคนเนท สคาร์แรทท์ กรรมการผู้จัดการสถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและตรวจวิเคราะห์อัญมณี จีไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า กิจกรรมนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้น และส่งเสริมศักยภาพให้เกิดนักออกแบบเครื่องประดับอัญมณีชั้นนำที่เป็นคนไทย และส่งเสริมเอกลักษณ์ภายในตัวนักออกแบบให้เป็นเหมือนสมบัติแห่งความภูมิใจที่พร้อมจะส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น โดยขั้นตอนและวิธีการคัดเลือกจะยึดภายใต้หัวใจของการสร้างนักอัญมณีศาสตร์ที่สำคัญ ๓ ประการคือ ความรู้ ความหลงใหล และการสร้างสรรค์ คณะกรรมการทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนของ ๕ จิวเวลรี่แบรนด์จะทำการคัดเลือก ๕ ชิ้นงานเพื่อสร้างสรรค์จากจินตนาการสู่ผลงานจริง


ภายในงานวันแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องอเนกประสงค์ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร วันก่อน จีไอเอยังได้เชิญนักออกแบบเครื่องประดับอัญมณีระดับระดับโลก ร่วมบอกเล่าประสบการณ์และแรงบันดาลใจ ตลอดเส้นทางสู่ความสำเร็จพร้อมโชว์ผลงานชิ้นเอก โดย เจมส์ ดับบลิว เคอเรนส์ แห่งแบรนด์ไฟดี ผู้ออกแบบผลงานให้แบรนด์ระดับโลกมานานกว่า ๔ ทศวรรษ เผยว่า หลักในการออกแบบของเขาคือ ก่อนจะออกแบบอัญมณีแต่ละชิ้น ต้องมีการพูดคุยกับคนคนนั้นก่อนว่าเขาชอบแบบไหน อย่างไร และจึงออกแบบด้วยไอเดียที่สะท้อนความเป็นตัวตน โดยนำข้อมูลที่ได้มาเป็นส่วนประกอบ ทั้งนี้สไตล์การออกแบบของเขาจะเน้นที่ความคลาสสิก ไม่มากจนเกินไปเพราะจุดเด่นของเครื่องประดับแต่ละชิ้นจะอยู่ที่ตัวอัญมณีเป็นส่วนสำคัญ


ขณะที่ "พี" พีรพรรณ สงวนปิยะพันธ์ บอสสาวแห่งแบรนด์เซตเต้ บอกว่า ปัจจุบันจิวเวลรี่มีความใกล้เคียงกับแฟชั่นมากขึ้น จึงมองว่าการที่จีไอเอจัดการประกวดครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะเกิดการตื่นตัวในเรื่องการออกแบบ รวมถึงการศึกษา และผลักดันให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาสู่ธุรกิจด้านนี้มากขึ้น


"ปัจจุบันจิวเวลรี่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เครื่องประดับ แต่ยังเป็นไลฟ์สไตล์แอคเซสเซอรี่ที่มีความใกล้ชิดกับแฟชั่นมากขึ้นด้วย เซตเต้จึงนำจุดนี้มาสร้างเป็นอัตลักษณ์ของแบรนด์ ๔ อย่าง คือ เรดดี้ ทู แวร์ คือ รูปลักษณ์เรียบง่าย หรูหรา ทันสมัย และคงไว้ซึ่งฝีมือการผลิตที่ละเอียดและประณีต ที่สำคัญต้องสวมใส่สบาย มีน้ำหนักเหมาะสม มีส่วนโค้งรับกับสรีระของร่างกาย ถัดมาคือ คัลเลอร์ฟูล คือสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าได้อย่างไม่ตกเทรนด์ ต่อด้วย มัลติ ฟังก์ชั่น คือการใช้งานที่หลากหลาย สามารถถอดเปลี่ยนหรือปรับขนาดได้ และสุดท้ายคือ การสร้างซิกเนเจอร์ให้เป็นที่จดจำ" บอสสาวเผยเทคนิคการนำพาแบรนด์ก้าวสู่ความสำเร็จ


ทั้งนี้ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม สามารถดูรายละเอียด และดาวน์โหลดใบสมัครที่ เฟซบุค GIAThailand หรือ giathai.net หมดเขตส่งผลงาน ๑๕ กรกฎาคมนี้



ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net













"Beauty”


นิทรรศการ “บิวตี้” นำเสนอผลงานจิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบ ภายใต้แนวความคิดเกี่ยวกับความลุ่มหลงทางวัตถุ ที่มอมเมาให้หญิงสาวมากมายคลั่งไคล้ไปกับการตกแต่งตนเองให้สวยงามด้วยเครื่องประดับ เครื่องสำอาง และวัตถุสวย ๆ งาม ๆ


ด้วยทัศนคติและความเชื่อตามกระแสนิยมรักสวยรักงามที่มากล้นจนเกินความจำเป็น ผลงานจิตรกรรมที่สวยงามละลานตาและแพรวพราวด้วยประกายแวววาวสร้างสรรค์ โดย สุริวัลย์ สุธรรม ศิลปินหญิงสาวรุ่นใหม่ในวงการศิลปกรรมเมืองไทย


นิทรรศการ : “บิวตี้”
ศิลปิน : สุริวัลย์ สุธรรม
วันที่ : ๑๑ มิถุนายน - ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๖
สถานที่ : DOB Hualamphong Gallery
ติดต่อโทร : o๒-๔๒๒-๒o๙๒
เว็บไซต์ : ardelgallery.com






















ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"ระดับน้ำ – ระดับจิต”


นิทรรศการ ระดับน้ำ – ระดับจิต นำเสนอผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นจากการผสมผสานกระบวนการอันเรียบง่ายของงานจิตรกรรมเข้ากับเทคนิคการปะติดวัตถุ (Collage) และการประกอบวัสดุ (Assemblage)


ด้วยแรงบันดาลใจจากภัยธรรมชาติที่ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตปกติ จนนำไปสู่การตระหนักรู้และเท่าทันต่อความปรวนแปรของธรรมชาติและสัจธรรมแห่งการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปที่มีอยู่ในทุกสรรพสิ่ง พร้อมกันนี้ ยังมีพิธีเปิดตัวหนังสือรวบรวมผลงานศิลปะและบทความวิเคราะห์ผลงานของ ถาวร โกอุดมวิทย์ Thavorn Ko-udomvit : Selected Works, ๑๙๗๘ – ๒o๑๓ ซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ จนถึงปัจจุบัน


นิทรรศการ : “ระดับน้ำ – ระดับจิต”
ศิลปิน : ถาวร โกอุดมวิทย์
วันที่ : ๙ กรกฎาคม – ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๖
สถานที่ : พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA Bangkok)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ : o๒-๔๒๒-๒o๙๒













ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"ความทรงจำ”


ทะเลสงบ ท้องฟ้ากำลังค่อย ๆ หรี่แสงลง นั่งมองไปยังทิศตะวันตก เวลามองไปที่ทะเลเหมือนไร้เวลา โดยเฉพาะทะเลตอนกลางคืน คำถามเกี่ยวกับความลึกลับของชีวิตตกลงมาเป็นห่าฝนที่ไม่มีใครมองเห็น


ที่นี่ดูไม่เหมือนที่ไหน ๆ เลย เส้นขอบฟ้าตัดสีดำลึกลับตัดกับท้องฟ้าสีเงินสุดท้ายสะท้อนเมฆนั้นไม่มีอยู่จริง ทะเลกับท้องฟ้าไม่เคยบรรจบกันที่ใดในโลกแต่อยู่ขนานกันไปในทุก ๆ ที่


ทุ่งหญ้าหางหมาในฤดูแล้งโบกพัดเมล็ดหญ้าปลิวตามแรงลม กิ่งไผ่โผเอนไปในทิศเดียวกันชั่วประเดี๋ยว เสียงลมลอดกอไผ่หวีดหวิวจนแดดร้อนน่ารื่นรมย์ สายตาจับจ้องความเปลี่ยนแปลงภายนอก แต่จิตใจกลับเฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงของจิตใจเอง แต่ละขณะลมหายใจ






มีภาพผ่านตานับไม่ถ้วน แต่มีเพียงบางภาพเท่านั้นที่ติดตาตอกตรึงอยู่ในความทรงจำซึ่งยากจะอธิบาย ผมวาดรูปร่างจากภาพเหล่านั้น ผมมีความรู้สึกบางอย่างที่เชื่อมโยงกับภาพ เชื่อมโยงด้วยเวลา ประสบการณ์ และความทรงจำ บางครั้งเป็นความทรงจำเก่าแก่จากอดีตชาติ บางครั้งอาจจะมาจากอนาคต ผมไม่รู้ แต่ผมรู้สึกอย่างนั้นกับภาพบางภาพความรู้สึกที่ซ่อนตัวอยู่ ซึ่งเป็นความรู้สึกเดียวกันกับที่มีอยู่ในสรรพสิ่ง ความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงรูปร่างไปอย่างอิสระ เราอาจจะเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า จิตวิญญาณที่มีความเปลี่ยนแปลงไปชั่วนิรันดร์


นิทรรศการ : “ความทรงจำ”
ศิลปิน : อังกฤษ อัจฉริยโสภณ
วันที่ : ๗ มิถุนายน – ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖
สถานที่ : อา-ม่า หรือ อาร์ เอม เอ อินสติทูท (RMA institute)
ที่อยู่ : ๒๓๘ ซอยสายน้ำทิพย์ ๒ ถนนสุขุมวิท ๒๒ (เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ )
เวลา : ๙.๓o น. – ๑๙.oo น.
ติดต่อโทร : o๒-๖๖๓-o๘o๙
อีเมล์ : info@rmainstitute.net



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"ความว่างเปล่า”


หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล จะจัดให้มีนิทรรศการศิลปะ “ความว่างเปล่า” นำเสนอผลงานภาพพิมพ์เทคนิคผสมภายใต้เรื่องราวเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้สติสำรวจตัวตนของตนเองตามแก่นแกนหลักคิดแห่งพระพุทธศาสนา


ด้วยการจดจ่อกับความเปลี่ยนแปลง เคลื่อนไหว และไม่จีรังของชีวิต ผ่านกระบวนการกรีดกระดาษพิมพ์ภาพเรือนร่างของศิลปินให้เป็นเส้นริ้วอันละเอียด เพื่อแทนค่าเสมือนสัญลักษณ์ของความว่างและความไม่มี ผลงานภาพพิมพ์ที่เต็มไปด้วยทักษะอันโดดเด่นและแนวความคิดอันลึกซึ้งสร้างสรรค์โดยศิลปินหญิงสาวรุ่นใหม่ กมลพันธุ์ โชติวิชัย


นิทรรศการ : “ความว่างเปล่า″
ศิลปิน : กมลพันธุ์ โชติวิชัย
วันที่ : ๑ – ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๖
สถานที่ : หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล (ถนนบรมราชชนนี)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ : o๒-๔๒๒-๒o๙๒๗













ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













“ลอด ข้าม ผ่าน โครง”


ความกลัวโดยธรรมชาติแล้วมิใช่สิ่งถาวร หากแต่เป็นจินตนากรรมที่เกิดขึ้นจากเงื่อนไขทางสังคม การเมือง และวิกฤติทางอุดมการณ์อย่างไรก็ตามในสถานการณ์ปัจจุบัน ความกลัวถูกทำให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต จนในบางครั้งความกลัวอยู่ใกล้กับชีวิตจนบุคคลมิทันได้สังเกตุ


ยิ่งไปกว่านั้นความกลัวกลายเป็นรูปแบบหนึ่งของวัฒนธรรม ที่ซึ่งปัจเจกบุคคลใช้ชีวิตโดยสมยอมภายใต้วัฒนธรรมแห่งความกลัวดังกล่าว ความกลัวจึงเป็นประเภทหนึ่งของวาทกรรมทางการเมือง ซึ่งมิได้มีความเป็นแก่นสาร (Essential) ในตัวของมันเอง


เนื้อหาสำคัญในโครงการนี้คือการสร้างบทสนทนาและข้อถกเถียงในปริมณฑลของ “การเมืองแห่งความกลัว” (Politics of Fear) เพื่อที่จะเปิดโอกาสในการทำความเข้าใจลักษณะต่าง ๆ ของความกลัวในสังคมโลกร่วมสมัย ทั้งนี้เพื่อทำให้เกิดมุมมองและทางเลือกต่อเสรีภาพและอิสรภาพที่สมควรแก่ปัจเจกบุคคล


การแสดงผลงานชิ้นใหม่นี้มีความหลากหลายอย่างมากโดยไล่ตั้งแต่ประติมากรรมหุ่นสลัก ประติมากรรมเครื่องแขวน งานศิลปะเชิงจัดวาง รวมถึงภาพวาดสองมิติและการจัดแสดงศิลปะตู้ไฟ โดยจะมีการเปิดงานนิทรรศการในวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.oo – ๒๑.oo น.


นิทรรศการ : “ลอด ข้าม ผ่าน โครง : Trans-structurity”
ศิลปิน : ทัศนัย เศรษฐเสรี
วันที่ : ๗ มิถุนายน – ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๖
สถานที่ : แกลลอรี่ 338 OIDA
เปิด: วันพุธ ถึง วันอาทิตย์ เวลา ๑๓.oo น. – ๑๗.oo น. และ ตามนัดหมาย
ที่อยู่ : o๒๘/๕ อาคารพงษ์อมร ชั้น ๔ ถนนพระราม ๔, ทุ่งมหาเมฆ, สาทร, กทม ๑o๑๒o
(ประมาณ ๓o เมตร จากรถไฟฟ้าใต้ดินด้านขวา, สถานี ลุมพินี ทางออก ๑)
โทรศัพท์ : +๖๖๙-o๑๙๘-๘๗๔๙ แฟกซ์: +๖๖-๒๖๗๙-๘๖๑๙
อีเมล : info@338oidagallery.com













ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"Spatial Experiment”


“Spatial Experiment” ได้นำเอาประเด็นที่มีความสำคัญต่อการปฏิบัติการทางศิลปะ ยุคที่เทคโนโลยีร่วมสมัย รวมไปถึงเรื่องราวอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต ณ ปัจจุบันได้เข้ามามีอิทธิพลต่อความเชื่อและความเข้าใจส่วนบุคคล คนยุคนี้จะมีวิธีการในการสร้างงานศิลปะอย่างไรท่ามกลางกระแสโลกที่หมุนเวียนไปไม่สิ้นสุด ขอบเขตและบริบททางสังคมที่ขยับซ้อนทับกัน


เพื่อขยายขอบเขตทางศิลปะ ดร.ไบรอัน เคอร์ติน (Brian Curtin) ภัณฑารักษ์ของงานในครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้เฮนรี่ได้เชิญศิลปินและผู้ที่ไม่ได้เป็นศิลปินมาร่วมงาน ทั้งดีไซน์เนอร์ นักเขียน นักดนตรี และคนอื่นๆ ที่จะมาสร้างสีสันให้กับ H Project Space ณ H Gallery ซอยสาธร ๑๒ เปิดให้เข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ ๓o มีนาคม – ๓o มิถุนายน ๒๕๕๖ (ทุกวันตั้งแต่เวลา ๑o.oo-๑๘.oo น. ยกเว้นวันอังคาร) ติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการได้ที่ sexperimente.tumblr.com


พบกิจกรรมพิเศษ “นวด แสง เสียง” ในวันเสาร์ ที่ ๑ มิถุนายน เวลา ๑๘.oo - ๒๑.oo น. หนึ่งในกิจกรรมของเทศกาล La Fete Gallery Night


เฮนรี่ แทน เป็น ศิลปินรุ่นใหม่ จากกรุงเทพ ได้นำเสนอผลงานความคิดและมุมมองของศิลปินไทยรุ่นใหม่ และผลักดันให้ผลงานออกไปสู่สาธารณะทั้งในและนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง


นิทรรศการ : “Spatial Experiment”
ศิลปิน : เฮนรี่ แทน (Henry Tan)
วันที่ : ๓o พฤษภาคม – ๒๓ มิถุนายน ๒๕๕๖
สถานที่ : เอช แกลเลอรี่
ติดต่อโทร : o๘๕-o๒๑-๕๕o๘
รายละเอียดเพิ่มเติมเว็บไซต์ : hgallerybkk.com



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"มายาคติทางเพศ”


ในยุคที่การสื่อสารไร้พรมแดน สื่อทางเพศก็ได้รับการพัฒนาอย่างไร้ขอบเขตเช่นกัน จากตัวอักษรและรูปภาพในอดีตมาเป็นภาพยนตร์ และคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน ก่อให้เกิดความกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับบุคคล สื่อลามกที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจแบ่งได้เป็น ๓ กลุ่มใหญ่ ๆ


คือ กลุ่มสิ่งพิมพ์ กลุ่มภาพยนตร์หรือ และกลุ่มคอมพิวเตอร์ สิ่งเหล่านี้ทำให้ข้าพเจ้าเกิดแรงบันดาลใจ ซึ่งข้าพเจ้าต้องการนำเสนอ อารมณ์ความรู้สึก ทัศนคติและอุดมคติส่วนตัว ของข้าพเจ้าที่ได้รับอันเป็นผลกระทบมาจาก ภาพลามกอนาจารที่ปรากฏอยู่ตามสื่อต่าง ๆ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะแปลเปลี่ยนค่าของภาพลามกอนาจารที่ดาษดื่นอยู่ตามสื่อต่าง ๆ ที่เราพบเจอในชีวิตประจำวันนั้น เป็นสิ่งที่ไร้ซึ้งคุณค่า แปลเปลี่ยนเป็นงานศิลปะอันเลอค่า โดยใช้ความเป็นสุนทรียศาสตร์ตลอดจนกลวิธีการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อให้เกิดเป็นมายาคติทางเพศที่งดงามตามอุดมคติของศิลปิน


นิทรรศการ : “มายาคติทางเพศ”
ศิลปิน : จามร นิ่มนาค
วันที่ : ๓o พฤษภาคม – ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๖
สถานที่ : number1gallery (อาคาร เดอะสีลมแกลเลอเรีย) กรุงเทพฯ
ติดต่อโทร : o๒-๖๓o-๒๕๒๓, o๘๓-๔๔๕-๘๓๓๓
รายละเอียดเพิ่มเติมเว็บไซต์ : number1gallery.com










ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




 

Create Date : 06 มิถุนายน 2556
0 comments
Last Update : 20 มิถุนายน 2556 19:06:15 น.
Counter : 4495 Pageviews.


haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.