หลายเรื่องราว...เล่าเรื่องลูก...ที่คงไม่มีวันเลือนหาย..ในความรู้สึกของแม่
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
11 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
ต้นไม้ของแฟร้งคลิ่น



วันนี้จัดหนังสือของนิกที่อยู่ในชั้นวางให้เรียบร้อย
มีหนังสือหลายเล่มที่นิกเคยอ่านเมื่อยังเรียนประถมหนึ่ง
หนังสือเหล่านี้ฉันยังเก็บไว้ให้อลีนารับช่วงอ่านต่อจากพี่นิก
หนังสือเล่มนี้เป็นอีกเล่มหนึ่งที่ฉันประทับใจ และเก็บไว้อ่านให้อลีนาฟัง และหวังว่าซักวันอลีนาจะอ่านได้ด้วยตัวเอง



หนังสือมีชื่อว่า Franklin plants a tree



เรื่องมีอยู่ว่า แฟร้งคลิ่น เต่าน้อยตัวหนึ่ง อาศัยอยู่ในป่ากับบรรดาผองเพื่อนทั้งหลาย สถานที่เล่นของแฟร้งคลิ่นกับเพื่อนคือ ต้นเมเปิ้ลใหญ่ที่มีบ้านหลังหนึ่งถูกปลูกสร้างไว้ด้านบนเพื่อให้พวกเขาขึ้นไปเล่น



วันหนึ่งแฟร้งคลิ่นเห็นประกาศแผ่นหนึ่งที่บอกไว้ว่า จะมีการแจกต้นไม้ฟรี แฟร้งคลิ่นนึกกระหยิ่มใจ คิดหวังเอาไว้ว่า ตัวเองจะมีต้นไม้ใหญ่ส่วนตัวอยู่หลังบ้านให้ปีนป่ายเล่น แฟร้งคลิ่นจัดแจงกลับบ้าน ขุดดินหลังบ้านเป็นหลุมกว้างใหญ่เพื่อให้พอดีกับเมเปิลต้นใหญ่ดังที่คาดการณ์เอาไว้



เมื่อถึงวันที่มีการแจกต้นไม้ แฟร้งคลิ่นเตรียมรถลากไปรับต้นไม้ใหญ่ แต่ระหว่างทางเขาเจอเพื่อนๆที่เดินไปรับแจกต้นไม้ เดินสวนทางกลับบ้านไป แฟร้งคลิ่นถามเพื่อนๆสัตว์เหล่านั้นว่า ไหนล่ะต้นไม้ใหญ่ของพวกเธอ คำตอบของเพื่อนๆทำให้แฟร้งคลิ่นจิตใจห่อเหี่ยว เพราะแต่ละคนได้รับต้นกล้าเล็กๆเท่านั้น กระนั้นแฟร้งคลิ่นยังไม่หมดกำลังใจเสียทีเดียว เขายังคาดหวังว่า ตัวเองจะได้ต้นไม้ใหญ่ไปปลูกและได้เล่นอย่างทันอกทันใจ



ถึงคิวของแฟร้งคลิ่นที่จะรับต้นกล้า แฟร้งคลิ่นรู้สึกผิดหวังทันทีเพราะสิ่งที่เขาได้รับเป็นต้นกล้าเล็กๆ เช่นเดียวกับของเพื่อนๆที่เดินผ่านไป ไม่ใช่ไม้ใหญ่อย่างที่คาดหวังไว้ แฟร้งคลิ่นเดินกลับบ้านอย่างหมดอาลัยตายอยาก กลับถึงบ้านก็ต้องกลบหลุมใหญ่ที่ขุดเตรียมเอาไว้แต่แรกให้เล็กลง แต่เมื่อแฟร้งคลิ่นหันไปเพื่อจะหยิบต้นกล้า กลับพบกับความว่างปล่าว ของรถเข็น



บนโต๊ะอาหารแฟร้งคลิ่นเล่าให้พ่อแม่ฟังเกี่ยวกับต้นไม้ที่หายไป แฟร้งคลิ่นพูดอย่างเสียไม่ได้ว่า
" ไม่สำคัญหรอกครับ เพราะถึงอย่างไรมันก็ไม่ใช่ต้นไม้ที่ใหญ่พอที่จะเล่นได้" พ่อแม่ของแฟร้งคลิ่นตอบลูกว่า
"เล็กหรือใหญ่มันก็ไม่สำคัญ ถ้าลูกดูแลมันให้ดีๆ"



แฟร้งคลิ่นจึงกลับไปตามหาต้นไม้ที่ตัวเองทำหายไป
ระหว่างทางแฟร้งคลิ่นเจอตัวตุ่น และถามว่า
"เธอทำอะไร" ตัวตุ่นตอบว่า "ฉันวัดความสูงของมันเอาไว้ ในอีกสามปีมันจะต้องสูงกว่าตัวฉันแน่ๆ"
ระหว่างทางแฟร้งคลิ่นเจอเพื่อนกระต่าย และถามว่าเธอกำลังทำอะไร กระต่ายตอบว่า "ฉันปลูกต้นกล้าของฉันในที่แสงสว่างส่องถึง และจะรดน้ำมันทุกวันเลย"
แฟร้งคลิ่นเริ่มคิดถึงต้นกล้าของตัวเองที่หายไปว่า ถ้ามันไม่ได้รับแสงอย่างเพียงพอ ไม่ได้รับน้ำ มันคงต้องตายแน่ๆ ระหว่างทางอีกเช่นกันที่แฟร้งคลิ่นเจอหมีน้อย จึงถามว่าหมีน้อยทำอะไร หมีน้อยตอบว่า "ฉันทำรั้วกั้นต้นกล้าเอาไว้ ฉันกลัวว่าใครจะมาเหยียบมันตาย"แฟร้งคลิ่นเริ่มวิตกกังวลกับต้นไม้ที่หายไปเช่นเคย กลัวว่าใครจะเหยียบมันเข้าและมันคงไม่มีโอกาสเจริญเติบโต และสูงกว่าเขาเป็นแน่แท้



แฟร้งคลิ่นเร่งรีบเดินไปให้ถึงสถานที่ๆได้รับการแจกต้นไม้ ที่นั่นเขาเจอลุงนกกระยางที่กำลังเก็บข้าวของ ลุงนกกระยางถามถึงต้นไม้ของแฟร้งคลิ่น เขาจึงเล่าให้ลุงนกกระยางฟังว่า เขาทำมันหายไป ลุงนกกระยางจึงหยิบต้นกล้าของแฟร้งคลิ่นชูขึ้นมา แล้วส่งให้แฟร้งคลิ่น พร้อมๆกับบอกว่า มีคนเก็บได้แล้วนำคืนมาให้ลุง แฟร้งคลิ่นรู้สึกดีใจที่ต้นไม้ของเขาไม่ได้หาย หรือตายไปอย่างที่คิด



ก่อนกลับ..ลุงนกกระยาง อวดรูปภาพรูปหนึ่งให้แฟร้งคลิ่นดู ภาพนั้นเป็นภาพลุงนกกระยางในวัยเด็กที่ปลูกต้นกล้า ลุงนกกระยางบอกแฟร้งคลิ่นว่า " นั่นเป็นภาพฉันปลูกต้นไม้ต้นแรก ตอนที่อายุเท่าๆเธอ" แฟร้งคลิ่นถามว่า "แล้วมันโตมั๊ยครับ" ลุงนกกระยางตอบว่า "แน่นอน..และเรากำลังยืนอยู่ใต้ร่มเงาของมันอยู่นี่ไงล่ะ"



( ต้นไม้ต้นนั้นคือต้นไม้ที่ปลูกสร้างบ้านเอาไว้ให้แฟร้งคลิ่นและเพื่อนๆได้ปีนป่ายเล่นนั่นเอง)




..........................................................



ถ้าอ่านหนังสือเล่มนี้ให้ลูกฟัง ลูกคงเข้าใจความหมายในเรื่องนี้ว่า หนังสือเล่มนี้สอนให้รู้จักดูแลรักษา ของที่เป็นของตัวเองไม่ว่าของสิ่งนั้นจะเล็กหรือใหญ่ก็ตาม



แต่สำหรับฉันๆคิดลึกไปกว่านั้นว่า เวลาที่เราปลูกต้นไม้ต้นหนึ่ง เราย่อมรู้ดีว่า ต้นไม้นั้นต้องการการดูแลและรักษาเพื่อให้มันเจริญเติบโตเป็นไม้ใหญ่ ที่มีความสวยงามและแผ่ร่มเงาให้เราได้อาศัยร่มเงาของมัน ก็คงเปรียบเหมือนลูกของฉัน ที่ฉันต้องอบรมเลี้ยงดูเพื่อที่ว่า วันหนึ่งลูกจะได้เติบโตงดงามโดยที่เราไม่ต้องกางปีกปกป้องอีกต่อไป



เวลาที่เรารักใครซักคนโดยไม่มีข้อแม้ เราก็ต้องการเช่นนี้มิใช่หรือ เราคงไม่เห็นแก่ตัวอยากให้เขาอยู่กับเราตลอดไป เพราะวันหนึ่งเขาก็ต้องไปมีชีวิตของเขาเอง และถ้าเราเป็นผู้ให้ที่แท้จริง เราก็ควรยินดีและภูมิใจที่ได้เห็นเขาก้าวเดินไปได้อย่างมั่นคง







Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2550 7:44:01 น. 26 comments
Counter : 367 Pageviews.

 
เป็นนิทานที่อบอุ่นมากๆๆเลยค่ะ สอนได้ดีมากๆๆเลย
วันหลังน้องเก๋จะเอาไปประยุกต์ เล่าให้น้องอิ๊งค์ฟังบ้างนะคะ
อาจเปลี่ยนชื่อแฟรงค์คลิ่นเป็นเจ้าตัวน้อย อะไรงี้

นี่ไม่ได้ตอนแต่เด็กๆได้เท่านั้นนะคะเนี้ย ผู้ใหญ่อย่างเราๆ
อ่านแล้วยังรู้สึกเลย ว่าบางทีสิ่งนั้นเล็กหรือใหญ่ไม่สำคัญจริงๆ
เราให้เวลา ให้ความรัก ให้ความเอาใจใส่ ต่อสิ่งนั้นหรือเปล่า

ตอนเด็กๆ ที่บ้านเลี้ยงปลาทองเยอะมาก จนเปิดร้านได้พักนึง
เก๋เลยได้เรียนรู้เกี่ยวกับเจ้าลูกปลาเนี้ย

เหมือนกับการเลี้ยงลูกปลา ตอนที่มันออกจากไข่ใหม่ๆ
ตัวจิ๋วจนแทบมองไม่เห้น พอโตมาอีกนิด ตัวมันเริ่มมีสีเงิน
ทั้งที่เป็นปลาทอง มันยังไม่ค่อยสวยเลย แต่ผ่านไปอีกหน่อย
ในที่สุดมันก็กลานยเป็นปลาทองจริงๆๆ ที่เรารักเสียด้วย
เพราะได้เอาใจใส่ดูแล เห็นความเปลี่ยนแปลงตลอด

หากไปซื้อปลาตัวโตๆๆมา ปล่อยไว้ในตู้ ก็คงไม่ได้รู้สึก
ผูกพันธ์กับปลาตัวนั้นเท่าไหร่ เพียงแต่ เออ มันสวยดี
ซื้อทีเดียว สวยเลยโตเลย

แต่เราอาจเสียโอกาสในการเรียนรู้ประสบการณ์บางอย่าง
ว่ากว่าที่ลูกปลาจะโต กว่ามันจะเปลี่ยนสี และการอดทน
การมีความหวัง และความสุข


โดย: ขอโทษทีบ้านนี้ไม่มีนางเอก IP: 61.19.65.115 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:18:40:10 น.  

 
พี่แมว
แวะมาบอกว่าคิดถึง
ไม่ได้อ่านอะไรเลยขอโทษคะ
รีบแวะมาและรีบจากไป
ไว้ว่างจะมาอ่านคะ
ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ
ได้ประโยชน์มากๆคะ


โดย: ขวัญจ๊ะ IP: 124.120.168.205 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:20:57:55 น.  

 
พี่แมวสรุปได้กินใจมากค่ะ


โดย: Lauderdale By The Sea วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:13:30 น.  

 









สวัสดีค่ะ แวะมาเยี่ยมค่ะ มีความสุขมากๆนะค๊า

Justin Loves Frankin also ka.. good story !!!
.............................

Love is
being honest wish youself
at all times
being honest with the other person
at all times
telling, listening, respecting the truth,
and never pretending
Love is the source of reality.


เทคแคร์ค่ะ




โดย: Baby I love you วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:0:21:13 น.  

 
น้องเก๋

จับใจนะจ๊ะจับใจ เขียนได้จับใจจริงๆ
เคยเลี้ยงปลาทอง มันต๊าย!
ตายทุกเซ็ทที่เลี้ยง เลยไม่เลี้ยงมันเลย
บาปกรรมปล่าวๆ ปลาทองเลี้ยงยาก

เวลาที่อ่านนิทานให้ลูกฟัง พี่ชอบ
ตั้งคำถาม เพราะอยากรู้ว่าลูกคิดอย่างไร
กับเรื่องที่อ่าน ตอนนี้กำลังทำอย่างนี้
กับอลีนาอยู่

ส่วนนิก หมดยุคของการถาม
เวลาพี่อ่านนิทานให้อลีนาจบ
นิกรีบบอกว่า แม่ครับ..แม่รู้มั๊ย
นิทานเรื่องนี้สอนว่า....ฮื่อ..
เอากับนิกมันสิ สรุปให้แม่เรียบร้อย
เพราะครูให้ทำการบ้านสรุปเรื่องที่อ่าน
บ่อยครั้ง พี่ก็แอบดีใจว่า..เออ..ใช่ได้ว่ะ

แล้วก็ขำอลีนานะที่เมื่อคืน เธอบอกพี่ว่า
หนูจะนับเป็นภาษาไทยให้แม่ฟัง
แล้วเธอก็เริ่มด้วย...หนง..สง..สำ..สี..ฮ่า
ขำกระจายทั้งพ่อทั้งแม่เลยสำเนียงไม่ให้ แต่จำได้ก็ดีแล้วเนอะ

แม่ขวัญ

พี่ไปตอบในบล๊อกนะจ๊ะ

แม่ปุ๊

ไว้เคนเนธเริ่มฟังนิทานอย่างตั้งใจเมื่อไหร่
แม่ปุ๊ก็ต้องทำหน้าที่อย่างพี่เหมือนกันแหละน่ะ เพื่อลูกเนาะ ลุยเข้าไป

คุณแพท

ไปตอบไว้ที่บล๊อกนะจ๊ะ


โดย: แม่น้องนิก (Mommy and me ) วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:2:16:08 น.  

 
เข้ามาเจอนิทาน ก็เลยอ่านซะหน่อย....
เข้าไปดูที่บล๊อคหรือยัง...ควันลงเมื่อปีใหม่... ไม่ได้เอารูปให้ดู นึกว่ากุ๊กลบรูปที่บ้านแล้ว กุ๊กบอกว่าเอาไว้ที่เครื่องไง ก็เลยเอามาให้ดู เมื่อวันเสาร์พี่ไก่ให้ไปตัดแว่น เพราะเราบ่นว่าสายตายาว มองใกล้ไม่เห็นชัด มันเบลอๆ อ่านและเขียนหนังสือมันไม่ชัด และต้องหรี่ตาถึงจะชัด ก็ไปตัดแว่น เลือกสีชมพูนะ ใส่กรอบทองแล้วดูแก่ว่ะ จะไม่ใส่ก็ไม่ได้ อายุมากขึ้นแล้ว ไม่ไหว แม่น้องนิกล่ะ ตาเริ่มมองไม่ชัดหรือยัง....อายุเราเท่ากันไม่ใช่หรือ


โดย: แม่น้องกุ๊ก IP: 210.246.144.19 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:49:29 น.  

 
เชิญแวะไปหยิบอีโม ได้ที่บล็อกนู๋ซีนะคะ ตามลิงก์ไปได้เลยค๊า
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=ae7906&group=13&month=02-2007&date=09&blog=5


โดย: แม่นู๋มรรค (มรรคณิชา ) วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:12:06:56 น.  

 
แม่น้องนิก ได้โทรไปหาบ้านพ่อหรือเปล่า พ่อโทรมาถามเรา โทรมาไม่ติด ไม่ทันได้รับไม่รู้ว่าเป็นใคร เขากลัวเป็นแม่น้องนิก เขาให้เราถาม มีอะไรหรือเปล่า ........
บอกเราได้......


โดย: แม่น้องกุ๊ก IP: 203.146.201.1 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:23:44 น.  

 
แวะมาอีกทีคะ จะบอกว่า เอาสคริปไปแปะไว้ในคอมเม้นต์ของบล็อกนู๋มรรค เรื่อง "หมกมุ่น"
ไม่กล้ามาแปะในนี้ เพราะกลัวเด๋วทำบล็อกแม่น้องนิกเลอะเทอะป่าวไม่รุ


โดย: มรรคณิชา วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:31:13 น.  

 
แง๊ว...ระบบเค้าไม่ให้ลอกแปะในช่องเม้มท์ หรือ หน้าบล็อกเลยอ่ะคะ

เอาไงดีคะ แม่น้องนิก... ลองแวะไปถามนู๋ซีโดยตรงดีไหมคะ เพราะแม่นู๋มรรคก็ไม่เก่งเลยอ่ะ เจ้าคอมฯเนียะ



โดย: มรรคณิชา วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:44:38 น.  

 
แม่หนูมรรค

ใจดีจริงๆแวะไปบอกไว้ที่บล๊อกแล้วนะจ๊ะ
ลืมไปว่ามันแปะในเม้นท์ไม่ได้

ขอบคุณค่ะแม่หนูมรรค


โดย: แม่น้องนิก IP: 4.232.144.204 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:2:49:10 น.  

 









Happy Valentine’s day ka
.............................

..ไม่อยากส่งถ้อยคำหวาน
..กลัวใครแอบอ่านแล้จะอิจฉา
..จึงส่งข้อความสุดแสนธรรมดา
..เพียงให้เธอรู้ว่า"ฉันรักเธอ"ก็สุขใจ

เทคแคร์ค่ะ




โดย: Baby I love you วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:3:48:53 น.  

 
Happy Valentine’s day ค่ะ

ส่งเมลไปหาพี่แมวเมื่อเช้า เช็คด้วยนะคะ ตอนนี้ขอออกไปข้างนอกก่อนค่ะ


โดย: น้องคนดี IP: 125.25.204.115 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:9:24:26 น.  

 
แฮปปี้วาเลนไทร์นะแม่น้องนิก แม่น้องนิกไม่เห็นตอบเราเลย ว่าโทรหาพ่อหรือเปล่า


โดย: แม่น้องกุ๊ก IP: 203.146.201.1 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:36:28 น.  

 
แม่น้องกุ๊ก

เราไม่ได้โทร
แต่วันนี้โทรไปบอกเพ็ญแล้ว
เราโทรไปบ้านพ่อ สายไม่ว่างว่ะ
พรุ่งนี้เราโทรหาพ่ออีกที บอกพ่อเราด้วย
พฤหัสเช้า ไปตลาดเสร็จแล้ว
บอกพ่อเราว่าอย่าไปไหน
เราจะโทรไปหา



โดย: แม่น้องนิก IP: 4.131.153.180 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:58:50 น.  

 



แวะมาสุขสันต์วันแห่งความรักทางโน้นนะคะ
ที่นู่นคงคึกคักน่าดูแน่ๆเลย
มีความสุขมากๆๆๆนะคะ
และทุกๆๆวันขอให้เป็นวันแห่งความรักค่ะ


โดย: ขอโทษทีบ้านนี้ไม่มีนางเอก วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:0:25:11 น.  

 
ขอบคุณเจ้าแม่เก๋


โดย: แม่น้องนิก IP: 4.232.141.236 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:3:24:43 น.  

 
เป็นหนังสือทีสร้างนิสัยที่ดีให้เด็กๆ ได้เลยนะนี่ .. (อีโมเปลี่ยน จิ้มไม่ถูกเลย)

ตอนเด็กๆ เคยอ่านหนังสือวรรณกรรมเยาวชน เรื่อง "ติสตู"
ติสตูเป็นเด็กผู้ชายที่มีนิ้วหัวแม่มือสีเขียว ปลูกอะไรก็งอกงาม (คล้ายๆ ที่คนไทยเรียกว่ามือเย็น)
ตอนหลังๆ ติสตูเฮี้ยนมาก เอานิ้วหัวแม่มือไปจิ้มๆ ที่กระบอกปืน
เมล็ดพันธุ์พืชที่หลงเหลือเกาะอยู่นิดหน่อยก็ยังงงอกงามได้ ทำให้ไม่มีการสู้รบกัน

จำรายละเอียดไม่ได้ จำได้แต่ว่าจบเศร้า
เหมือนจะปีนต้นถั่วไปบนฟ้าไปปลูกต้นไม้ ..(จำสับสนกับเรื่องแจ๊คผู้ฆ่ายักษ์หรือเปล่าไม่รู้)
แต่ที่แน่ๆ ติสตูไปไหนสักที่เพื่อปลูกต้นไม้ แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย


โดย: อาร์ตค่ะ IP: 58.10.128.224 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:9:48:45 น.  

 
จิ้มๆไปเหอะน่ะน้องอาร์ต
ที่พี่ชอบที่สุดก็อิตัวขำก๊ากๆ
ที่เราใช้บ่อยๆไงล่ะ

เลยไปจิกขอแม่หนูมรรคให้ก๊อบส่งมาให้
อาร์ตอยากได้ป่ะ เดี๋ยวจัดส่งให้
มันน่ารักดี พี่ช๊อบชอบ

พี่ไม่เคยอ่านติสตูอ่ะน้องอาร์ต
ยังหลงเหลืออยู่หรือปล่าวเนี่ย
วรรณกรรมเด็กของฝรั่ง มีเยอะไปหมด
สุดแต่เราจะเลือก





โดย: แม่น้องนิก IP: 4.232.99.142 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:08:06 น.  

 
" จัดหนังสือ "

เมื่อวานเพิ่งออกคำสั่งประกาศิต กับ หลานรักทั้ง 2 คนว่า
"เช้าวันอาทิตย์ หนังสือทุกเล่ม(การ์ตูน,นิยาย,ฯลฯ) ต้องครบทุกเล่ม"
เนื่องจาก ตอนนี้ชั้นหนังสือที่บ้านนับหนังสือที่เหลืออยู่ได้เลย - -"
แล้วเมื่อวาน มีหนังสือสำคัญหายไปเล่ม ยังสืบหาที่มาไม่ได้ด้วย
เพราะงั้นวันอาทิตย์นี้ คงต้องลงแรงจัดบ้านล่ะครับผม

^^


โดย: อายส์ . . . IP: 58.9.64.79 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:17:12:17 น.  

 
ติสตู อ่านตั้งแต่เด็กๆ แล้วจ้ะ เข้าใจว่าน่าจะเป็นวรรณกรรมเยาวชนของฝรั่งเศสนะคะ
พอย้ายบ้านก็ไม่รู้ไปไหนแล้ว หรือว่าจะบริจาคไปพร้อมๆ กับสตรีสารแล้วก็ไม่รู้
..ว่าแล้วก็คิดถึงสตรีสารนะ พี่แม่น้องนิกเคยอ่านสตรีสารป่าว?



โดย: อาร์ต ค่ะ (นางสาวอาร์ต ) วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:19:47:21 น.  

 
ชอบมากครับเรื่องนี้...
และอยากให้แม่น้องนิกนำนิทานแบบนี้มาอ่านให้น้องนิกกับพวกเราบ่อยๆ เนาะ


โดย: pu_chiangdao IP: 203.150.103.150 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:22:50:00 น.  

 
อายส์

ขำอายส์...มียื่นคำขาดด้วยนะ
เช้าวันอาทิตย์ หนังสือต้องครบ
ถ้าไม่ครบ เป็นเรื่อง

อาร์ต

พี่เคยเห็นสตรีสาร แต่ไม่เคยอ่าน
เชื่อมั๊ยว่า พี่มารักการอ่านอย่างจริงจัง
ก็ตอนรู้จักกับคุณสามีนี่แหละ
เธอเป็นหนอนหนังสือ เราก็ไม่รู้
จะทำอะไร ก็เลยอ่านตาม
เลยอ่านมาจนทุกวันนี้
พอลูกเรียน แม่เลยยิ่งขยันใหญ่

คิดๆไปก็เสียดาย เวลาที่ผ่านมาในวัยเด็ก
ที่ควรอ่านตั้งแต่ตอนนั้น แต่ที่บ้านพี่
พ่อแม่ไม่ได้อ่านหนังสือให้เห็น
และถึงแม้จะอ่านตอนนี้ก็ยังไม่สายเนาะ
โอกาสที่เราพลาดไป เราก็เอามาเติมเต็ม
ให้ลูกๆได้ สรุปแล้ว นิกกับอลีนารับไปเต็มๆ
สู้ตายค่ะ

คุณภู

ขอบคุณเจ้าคุณภู ที่แวะมา
คุณภูชอบเรื่องแปลที่อ่อนโยนเนาะ
ไว้แปลอีก จะไปจิกคุณภูมาอ่านเน่อเจ้า


โดย: แม่น้องนิก IP: 4.232.144.254 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:35:29 น.  

 
พี่แมว..เคนเนธยังไม่ยอมให้อ่านหนังสือให้ฟังเลยค่ะ เค้าชอบนั่งอ่านของเค้าเองคนเดียว ถ้าไปแซวบอก ก ไก่ ข ไข่ จะยิ้มชอบใจแต่ห้ามไปแตะหนังสือเค้านะเค้าห้ามยุ่ง

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ค่ะพี่แมว


โดย: Lauderdale By The Sea วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:7:26:04 น.  

 
ตรุษจีนแล้วเหรอแม่ปุ๊
ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ค่ะแม่ปุ๊

แหม..เคนเนธยังเล็กอยู่เนาะ
จับหนังสือก็ถือว่ามากแล้ว
วันนึงที่ลูกชอบฟังที่แม่อ่าน
แล้วแม่จะเบื่อเลยล่ะ


โดย: แม่น้องนิก IP: 4.131.152.140 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:8:39:52 น.  

 


โดย: p IP: 125.25.226.161 วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:16:30:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Mommy and me
Location :
California United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Mommy and me's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.