หลายเรื่องราว...เล่าเรื่องลูก...ที่คงไม่มีวันเลือนหาย..ในความรู้สึกของแม่
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
5 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
โบสถ์..กับการดับทุกข์

ทุกๆเย็นวันพฤหัสพ่อเจ้านิกมักจะไปโบสถ์ เพื่อพบปะกับกลุ่มเพื่อน การพบปะเรียกว่า Men Meeting ซึ่งเป็นการพูดคุยถึงปัญหาของแต่ละคน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือแม้กระทั่งช่วยรับฟังถึงปัญหาของคนๆหนึ่งที่ต้องการระบายมันออกมา รวมถึงคนที่เคยผ่านประสบการณ์ชีวิตที่เลวร้ายและผ่านพ้นมันมาได้ ก็นำประสบการณ์นั้นมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นวิทยาทาน

การไปพบปะแบบนี้มีผลดีหลายประการด้วยกัน เพื่อนของแม่น้องนิกคนหนึ่งเคยบอกว่า สามีเธอนี่ดีนะใจบุญไปโบสถ์บ่อยๆแม่น้องนิกก็บอกเขาไปว่า การไปโบสถ์ไม่ได้หมายถึงว่าต้องไปทำบุญ ไม่จำเป็นต้องใจดีหรอก แต่การไปโบสถ์มันก็มีข้อดีตรงที่ว่า เขาไม่จำเจที่จะต้องอยู่บ้าน การพบปะผู้คนก็เป็นเครื่องหย่อนใจประการหนึ่ง อีกทั้งการได้พูดคุย ได้รับรู้ รับฟังปัญหาของคนอื่น ทำให้เราตระหนักและหันมามองตัวเราเองได้บ้าง ดูเหมือนว่าเพื่อนจะไม่เข้าใจที่แม่น้องนิกพูดนัก เลยต้องขยายความให้ฟังว่า สมมุติว่าเราคิดว่าเรามีปัญหาและปัญหาของเรานั้นเท่าขี้เล็บ แต่เรากลับคิดว่ามันเป็นปัญหาใหญ่ แต่พอเราได้ไปพบกับใครซักคนที่มีปัญหาใหญ่กว่าเรา ทุกข์กว่าเรา เมื่อหันกลับมามองตัวเองแล้ว จะพบว่าที่เราคิดว่าเรามีทุกข์ที่ยิ่งใหญ่นั้นแท้ที่จริงแล้ว มันน้อยนิดเมื่อเทียบกับทุกข์ของคนอื่น

แม่น้องนิกคิดว่า พ่อเจ้านิก เป็นคนที่ปฏิบัติด้วยสมาธิไม่ได้ ถึงแม้สอนเขาก็คงไม่เข้าใจมันนักที่จะรู้จักดับความโกรธและมีสติคิดแก้ไขปัญหา อย่างพ่อเจ้านิกจะต้องไปรับรู้ความทุกข์ของคนอื่นจนเกิดสติได้เอง รู้จักที่จะดับทุกข์ในใจเองเมื่อเทียบกับทุกข์ของคนอื่น แรกๆที่พ่อเจ้านิก ไปพบปะกลุ่มนี้ แม่น้องนิกไม่เข้าใจว่าเขาจะไปทำไม เสียเวลา แถมดึกด้วย ไม่เข้าใจว่าไปแล้วจะได้อะไร เวลาพ่อเจ้านิกกลับมาคุยถึงปัญหาของคนอื่นที่เขาได้รับฟังมา แม่น้องนิกก็ไม่ค่อยจะใส่ใจฟังนัก จนมาสังเกตุในช่วงหลังๆที่พ่อเจ้านิกมีการพัฒนาจิตใจมากกว่าเดิม ถ้าเป็นเมื่อก่อนเรื่องบางเรื่องเวลาเข้ามากระทบ พ่อเจ้านิกเก็บมาคิดสามวันเจ็ดวัน แต่เดี๋ยวนี้ พี่แกมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับของคนอื่น และคนอื่นก็ยังผ่านมันมาได้ ดังนั้นเรื่องของตัวเองทำเป็นลืมๆมันซะก็ไม่ได้เสียหายอะไร

แม่น้องนิกไม่ใช่คนแก่ธรรมะอะไรนัก เพื่อนยังเคยถามว่า ทำไมเธอไม่เป็นคริสต์ตามสามีเธอซะ แม่น้องนิกก็ตอบแบบไม่หวั่นไหวว่า ขนาดเป็นพุทธฉันยังไม่ค่อยจะไปวัด แล้วถ้าเป็นคริสต์เธอคิดว่าฉันจะเข้าโบสถ์เหรอ เอาแค่ศีลห้าฉันยังปฏิบัติไม่ค่อยจะได้เลย ทั้งหลายทั้งปวงแม่น้องนิกพอใจที่ว่า การออกไปพบปะผู้คนของพ่อเจ้านิก ช่วยให้เขาเรียนรู้ถึงการดับทุกข์ในใจเป็น อย่างน้อยๆการดับทุกข์ก็เป็นการสร้างสุขในครอบครัว สุขที่คนรอบข้างไม่ต้องทนเห็นเขาเป็นทุกข์ อีกทั้งทุกข์ของคนอื่นที่มองเห็นได้โดยทั่วไปนั้น ยังช่วยให้เราตระหนักถึงความจริงที่ว่า การดับทุกข์ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตามมันเป็นการชนะใจตัวเองดีๆนี่เอง


Create Date : 05 พฤษภาคม 2549
Last Update : 5 พฤษภาคม 2549 6:49:59 น. 15 comments
Counter : 342 Pageviews.

 
ศาสนาทุกศาสนาสอนให้เราเป็นคนดีอะนะ
แม่น้องนิกสบายดีมะจ้ะ อินทรีทองคำมาทักทายจ้า


โดย: อินทรีทองคำ วันที่: 5 พฤษภาคม 2549 เวลา:7:12:49 น.  

 
คุณปลากลับจากไปเที่ยวมาแล้วล่ะสิ
ดีใจค่ะที่แวะมาบอกกัน แม่น้องนิกสบายดี
ค่ะ


โดย: แม่น้องนิก IP: 4.131.152.1 วันที่: 5 พฤษภาคม 2549 เวลา:8:32:17 น.  

 
เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการไปโบสถ์ของคริสตศาสนิกชนค่ะ
ข้าเจ้าเองก็เคยไปสัมผัสกับศาสนาคริสต์อยู่ช่วงหนึ่ง
(ปกติไม่นับถือศาสนาใด ๆ มาเป็นเวลา11ปีแล้วค่ะ)
แล้วก็ได้รับสิ่งที่พ่อน้องนิกได้นั่นแหละค่ะ ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย และได้พูดคุยกับคนอื่น ๆ รับฟังปัญหา ปลอบโยนกันและกัน บรรยากาศในโบสถ์มีแต่น้ำใจและความอบอุ่นจริง ๆค่ะ แม่น้องนิกเคยลองไปโบสถ์บ้างหรือยังคะ ทำจิตใจให้ว่าง ๆ ทำใจสบาย ๆ แล้วไปพูดคุยกับคนอื่น ๆ ในโบสถ์ เราจะได้อะไร ๆ มากกว่าที่คิดอีกค่ะ

แต่ตอนนี้ ไม่ได้ไปแล้วค่ะ ไม่มีเวลา แล้วก็ตื่นสายด้วย ฮิฮิ

เคยพูดคุยกับคนรอบๆข้างเรื่องศาสนาพุทธ อย่างหนึ่งที่เห็นๆได้ชัดก็คือ ออพชั่นค่ะ คนไปวัดนี่ ต้องมีสังฆทาน ดอกไม้ ธูปเทียน ข้าวปลาอาหาร ปัจจัย(เงิน) โอ๊ยย สารพัด หอบหิ้วกันไม่หวาดไม่ไหว ไหนจะต้องบริจาคสร้างโบสถ์ สร้างวิหาร สร้างศาลากันใหญ่โตอีก.....................เหนื่อยค่ะ

พอแล้วดีกว่า เดี๋ยวกลัวมีคนหมั่นไส้ อิอิ


โดย: กากีซ่าส์ วันที่: 5 พฤษภาคม 2549 เวลา:9:29:57 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณกากีซ่าส์

มาจะกล่าวบทไป..คุณกากีซ่าส์นี่นิสัยบาง
อย่างคล้ายแม่น้องนิกนะ เรียกว่าเป็นขบถไง
แม่น้องนิกเคยไปโบสถ์กับพ่อเจ้านิกครั้งเดียว แล้วก็ไม่เคยได้ไปอีกเลย ไม่ชอบหลวงพ่ออ่ะ ท่านเอาแต่พูดเรื่องเงิน เลยไม่ศรัทธา
ไม่ตัวท่าน วัดก็ไม่ค่อยได้ไป เพราะออพชั่น
เยอะอย่างที่กากีซ่าส์บอก

พอไม่ค่อยได้ไปวัดก็เลยพยายามทำทาน
เท่าที่ทำได้ แล้วก็เกื้อกูลพ่อแม่พี่น้อง
อะไรทำนองนี้ เผื่อว่าความไม่ดีที่จะเข้ามา
มันจะลดทอนลงไปได้บ้าง

ความคิดเห็นของกากีซ่าส์ไม่ผิดหรอกค่ะ
คนเราย่อมคิดแตกต่างกันได้ ไม่ต้องกลัว
คนหมั่นไส้นะจ๊ะ



โดย: แม่น้องนิก IP: 4.232.141.90 วันที่: 5 พฤษภาคม 2549 เวลา:23:28:30 น.  

 
สวัสดีคะแวะมาเยี่ยมคะน้องนิกหล่อจังเลย


โดย: bagarbu (bagarbu ) วันที่: 7 พฤษภาคม 2549 เวลา:4:24:37 น.  

 
คุณ Bagarbu

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม และชมว่านิกหล่อ
ค่ะ


โดย: แม่น้องนิก IP: 4.232.144.164 วันที่: 7 พฤษภาคม 2549 เวลา:9:43:22 น.  

 
สวัสดีครับแม่น้องนิก


ไม่ได้อ่านบล็อกใครต่อใครเลย

เดินทางและมีงานต้องทำนิดหน่อย


เพิ่งมาอัพบล็อก (เฉพาะรูปเมื่อวานนี้)

ขอที่อยู่ด่วนด้วยนะครับ


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 7 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:08:06 น.  

 
เป็นกิจกรรมที่ดีจังเลยนะคะ
เห็นด้วยว่า การได้พูโคุย รับฟังปัญหาของคนอื่น
ทำให้มาคิดได้ว่า บางทีเรื่องของเรามันเล็กน้อยจริงๆ



โดย: วดี วันที่: 8 พฤษภาคม 2549 เวลา:6:36:45 น.  

 
แม่น้องนิกขา ดีใจ๋ขนาด คนเหนือเหมียน ๆ กัลล์

ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ทำบุญทำทานกะพระกะเจ้าเช่นค่ะ
แค่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เพื่อนมนุษย์กะสัตว์โลกก็พอแล้ว
ช่วยได้เท่าที่สามารถช่วยได้ค่ะ ไม่ถึงกับร่ำรวยเหลือเฟือ

การซื้อมะลิมาลัยที่เด็กชาวเขาเอามาเร่ขาย 20 บาท
กับการเอาเงินหย่อนลงในขันสะหลุงผ้าป่า 20 บาท
สำหรับฉัน ความรู้สึกมันต่างกันลิบลับเลยค่ะ...

อย่างไหนอิ่มใจกว่ากัน ขบถสังคมอย่างเรา ๆ รู้อยู่แกใจเนอะแม่น้องนิกเนอะ


โดย: กากีซ่าส์ IP: 124.157.236.35 วันที่: 8 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:05:49 น.  

 
ดีใจที่แม่น้องนิกใจกว้าง เข้าใจพ่อนิกว่าการออกไปพบเพื่อน พูดคุยเป็นการผ่อนคลาย และในที่สุดพ่อนิกก็ได้พบความจริงที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ คนที่ทุกข์กว่าเรานั้นมีอีกมาก เราน่ะโชคดีแล้ว..ประมาณนี้น่ะ ก็ต้องปรบมือให้พ่อนิกด้วยที่คิดได้ ไม่ใช่ทุกคนหรอกจ้ะที่จะ get

การที่พ่อนิกปล่อยวางและเข้าใจธรรมดาชีวิตเช่นนี้ นี่แหละพุทธ... คือ มีการเปลี่ยนแปลงที่ข้างใน พัฒนาที่จิตใจ ก่อเกิดปัญญาทางธรรม... พูดซะยังกับเป็นผู้รู้..ฮิฮิ..


โดย: ตะเบบูญ่า IP: 58.136.69.156 วันที่: 8 พฤษภาคม 2549 เวลา:15:06:00 น.  

 
สวัสดีจ้ะแม่น้องนิก

วันหยุดที่ผ่านมายุ่ง ๆ และชีพจรก็ลงเท้า ให้ต้องไปโน่นมานี่อยู่ตลอดเวลา

ไม่ค่อยมาอ่านอะไรเลยล่ะ

ไว้แวะมาอ่านย้อนหลัง

ดูแม่น้องนิกมีความสุขกับบล็อกนะ

รู้งี้ มาทำบล็อกเสียนานแล้ว ใช่มั้ยล่ะ (ประโยคหลังนี่ พี่หนอนฯ คิดเอาเองอ่ะจ้ะ)

อ้อ...ถ้าคุณพ่อน้องนิกมาเมืองไทย ก็บอกด้วยนะ จะหาทางไปฝากหนังสือให้ ถ้ามีจังหวะงาม ๆ


โดย: หนอนเมืองกรุงฯ วันที่: 8 พฤษภาคม 2549 เวลา:22:44:03 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณวดี

ถ้ามองเห็นปัญหาของคนอื่นที่ยิ่งใหญ่กว่า
เมื่อเที่ยบกันแล้ว ของเราอาจจะน้อยนิด
ตัดได้เร็วเท่าไหร่ก็ไม่ทุกข์นานค่ะ
ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ

สวัสดีค่ะกากีซ่าส์

แม่น้องนิกเข้าใจเรื่องการทำบุญกับทำทาน
แต่ความเป็นขบถสังคมเนี่ย ถ้าไม่ได้เห็น
ด้วยตา และเชื่อด้วยใจ หรือแม้แต่เกิดความ
รู้สึกค้านในสิ่งใดขึ้นมาแล้ว ก็ยากที่จะทำ
ใจให้ยอมรับ หรือเชื่อตามได้อ่ะ

อย่างที่กากีซ่าส์ทำอยู่ก็เรียกว่าทำทาน
มันเกิดผลทางใจในทันทีที่เราเต็มใจทำ
เป็นการให้โดยไม่หวังผลตอบแทนอ่ะ
แม่น้องนิกก็เป็นอย่างนั้นแหละ

สวัสดีค่ะพี่ตะเบบูญ่า

ปรบมือให้พี่หน่อย ที่สอนได้ตรงใจดี
จริงๆ ทีว่า การที่พ่อเจ้านิกปล่อยวางและ
เข้าใจธรรมดาชีวิต เป็นวิถีพุทธ ใช่จริงๆแหละ แต่แม่น้องนิกไม่รู้จะไปสอนเขา
อย่างไรให้เข้าใจ พอเขาได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง
ถึงธรรมดาชีวิต และรู้จักละวางได้ แม่น้อง
นิกก็พอใจแล้วอ่ะ

พ่อเจ้านิกเป็นคนที่ชอบทำบุญมากเลยพี่
ถ้าไม่มีดวงตามารคอยห้ามนะ

บางทีคำพูดบางคำพูดของพี่ ก็ให้ความกระ
จ่างแม่น้องนิกนะคะ ขอบคุณค่ะพี่

สวัสดค่ะพี่หนอนฯ

ขอบคุณค่ะพี่สละเวลาแวะมา คนลูกเยอะ
งานเยอะก็งี้แหละค่ะ ยุ่งไปหมด

การมีบล๊อก แม่น้องนิกก็มีความสุขที่ได้มีเพื่อนมาคุยด้วย บางทีมันก็เหงา บางทีก็ยุ่ง แต่การมีเพื่อนมาคอมเม้นท์ มันก็ทำให้ได้แง่คิดในบางมุมมองของเขาค่ะ เรื่องบางเรื่องที่เรามีรู้จะไปคุยกับใคร หรือปรึกษาใคร เราเขียนออกมา ก็มีคนให้คอมเม้นท์ที่เราจะนำมาใช้ประโยชน์ได้ไงคะพี่หนอนฯ

ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ


โดย: แม่น้องนิก IP: 4.232.138.216 วันที่: 8 พฤษภาคม 2549 เวลา:23:58:44 น.  

 
เมื่อไหร่จะอัพน๊อ??


โดย: กากีซ่าส์ วันที่: 10 พฤษภาคม 2549 เวลา:11:38:44 น.  

 
สวัสดีครับแม่น้องนิก

ไม่ได้สนทนากันเสียนาน เพราะผมมัวแต่เดินทาง
ขอที่อยู่ไม่ให้ ผมเลยแจกหนังสือไปหมดแล้ว
แต่ก็ยังต้องการที่อยู่ของแม่น้องนิกอยู่นะ

เพราะตั้งใจว่าจะส่งหนังสือไปให้
เพราะคงต้องซื้อเพิ่มอยู่ดี

ผมรอที่อยู่แม่น้องนิกอยู่
การที่บอกว่าอย่าส่งไปเลย "ค่าส่งมันแพง"
ผมถือว่าคุณแม่น้องนิกทำไม่ถูกนะครับ
คุณซื้อกางเกงยีนส์ส่งมาให้ผม
ส่งกระเป๋าให้เมียผม
เลี้ยงอาหารผม
แต่เมื่อถึงคราวที่ผมอยากส่งหนังสือให้
คุณแม่น้องนิกกลับปิดกั้นไม่ยอมให้ที่อยู่
เพราะผมทำที่อยู่ของแม่น้องนิกหาย
หรืออาจจะอยู่ที่ไหนสักแห่งในบ้าน แต่ผมหาไม่เจอแล้ว

เวลาที่แม่น้องนิกส่งของให้ใครแล้วมีความสุข
ผมก็เช่นเดียวกันถ้าให้ใครก็มีความสุขแบบนั้นแหละครับ


เพราะฉะนั้นกรุณาส่งที่อยู่มาทางอีเมล์ด้วยนะครับ
แต่ช่วงนี้ผมอยู่นครสวรรค์
เมื่อสะดวกแล้วจะส่งหนังสือไปให้
เพราะผมว่าการที่หนังสือได้เดินทางข้ามประเทศทางไปรษณีย์ ความรู้สึกของผู้ส่งและผู้รับน่าจะดีนะครับ

โดยที่ไม่ต้องรู้สึกว่ามันแพงหรือไม่ ?

หวังว่าคงเข้าใจนะครับ




โดย: พ่อพเยีย IP: 58.147.120.222 วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:6:14:56 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณกากีซ่าส์

ต้องขอโทษทีที่อัพบล๊อกช้า มัวแต่ทบทวน
เรื่องการเรียนให้ลูกอยู่ค่ะ นิกจะสอบข้อ
สอบState test อาทิตย์หน้า รวมถึงสองอาทิตย์ด้วยกัน เลยเบลอๆ เหนื่อยจนเขียน
ไม่ออกค่ะ

สวัสดีค่ะพ่อพเยีย

ต่อว่าได้จับใจจริงๆ น้ำตาคลอแน่ะ เหมือน
โดนด่าเลยว่า เวลาคุณให้ของผมไม่เห็นคุณ
เกรงใจผมเลย แต่พอผมจะให้คุณบ้างคุณ
คิดเกรงใจแทนผมทำไม ต่อว่าราวๆนี้หรือ
ปล่าวเนี่ย เดี๋ยวจะส่งที่อยู่ไปให้นะคะ

ยอมแล้วจ้า เนี่ยนะคบกันนักเขียน เขาก็มี
วิธีการต่อว่าแบบนักเขียน อ่านแล้วต้องทำ
ความเข้าใจว่า ที่พี่เขาต่อว่าเนี่ยมันแปลว่า
อะไร


โดย: แม่น้องนิก IP: 4.232.141.113 วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:10:46:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
Mommy and me
Location :
California United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Mommy and me's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.