happy memories
Group Blog
 
<<
กันยายน 2556
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
18 กันยายน 2556
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๕๕




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - Yuhki Kuramoto









วันที่ระลึก 'วันทรงดนตรี'


จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขอเชิญร่วมงาน “วันที่ระลึกวันทรงดนตรี” ปี ๒๕๕๕ “We are (very big) family” วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๕ เวลา ๑๘.๐๐ – ๒๑.๐๐ น. ณ หอประชุมจุฬาฯ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เสด็จฯมาทรงดนตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างปี ๒๕๐๑ – ๒๕๑๖


งาน “วันที่รำลึกวันทรงดนตรี” ในครั้งนี้ วงดนตรีสากล สโมสรนิสิตจุฬาฯ (วงซียูแบนด์) จะขับขานและบรรเลงบทเพลงเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ในเพลง “แสงส่องไทย” “อิสสริยะมหาราชินี” และ”ไชโยโอรสาธิราช” ตามลำดับ






รวมทั้งยังได้อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ทรงคุณค่าในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเรียงร้อยเป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์ในชุด “จากยามย่ำสนธยา จวบฟ้าสาง” ประกอบด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ยามเย็น” “ค่ำแล้ว” “ยามค่ำ” “เมื่อโสมส่อง” “แสงเดือน” “ดวงใจกับความรัก” “ไร้จันทร์” “ไร้เดือน” “ใกล้รุ่ง” นอกจากนี้วงดนตรีพี่เก่า ICU Band พร้อมนักร้องรับเชิญกิตติมศักดิ์จะนำเสนอบทเพลงไพเราะที่มีชื่อเสียงมากมาย


ผู้สนใจเข้าชมการแสดงฟรี และเชิญร่วมบริจาคเงินสมทบ “ทุนอานันทมหิดล” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งานสารนิเทศ ศูนย์สื่อสารองค์กร จุฬาฯ โทร ๐-๒๒๑๘-๓๓๖๔-๕ สำนักบริหารงานกิจการนิสิต จุฬาฯ โทร ๐-๒๒๑๘-๗๐๔๕-๖







ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุค cuband
manager.co.th
banmuang.co.th














"คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติจาก เดอะ นิว ออร์ลีนส์ แจ๊ส ออล สตาร์ส”


เป็นที่ทราบกันดีว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงโปรดดนตรี “นิวออร์ลีนส์แจซซ์” มาตั้งแต่ครั้ง ยังทรงพระเยาว์ เมื่อเสด็จนิวัติพระนครเป็นการถาวร ทรงก่อตั้งวงดนตรีร่วมกับพระประยูรญาติชั้นผู้ใหญ่พระราชทานนามว่า “ลายคราม” ต่อมาเมื่อจำนวนสมาชิกลดน้อยลงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ ศ.ดร.แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ นำนักดนตรีรุ่นหนุ่มเข้ามาถวายตัวจนเกิดเป็นวงดนตรี “อ.ส.วันศุกร์” โดยที่พระองค์ทรงแซ็กโซโฟน คลาริเน็ต และทรัมเป็ตประจำวง และหนึ่งในสมาชิกปัจจุบันคือ ผศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ ศิลปินชั้นแนวหน้าของประเทศไทย ผู้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้ร่วมบรรเลงดนตรีกับวงตั้งแต่อายุ ๑๔ ปี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๖ พรรษา ในวันที่ ๕ ธ.ค. ๒๕๕๖ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ร่วมกับ มาสเตอร์การ์ด เวิลด์วายด์ และ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เตรียมจัดคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ “รอยัล นิว ออร์ลีนส์ แจซซ์ เซเรเบรชั่น ๒o๑๓” นำโดยศิลปินแจซซ์ระดับโลก เดอะ นิว ออร์ลีนส์ แจซซ์ ออล สตาร์ส ซึ่งมารวมตัวกันเป็นครั้งแรก







ผศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดดนตรีแจซซ์มาก ซึ่งดนตรีนิวออร์ลีนส์แจซซ์นั้นนับเป็นต้นตำรับของดนตรีและเป็นแก่นแท้ของวัฒนธรรมที่น่าชื่นชม ที่ผ่านมาเคยมีวงดนตรีจากเมืองนิวออร์ลีนส์มาเปิดการแสดงในเมืองไทยหลายครั้ง พร้อมเล่นดนตรีถวาย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงร่วมเล่นกับวงเหล่านั้นด้วย ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๖ พรรษา และโอกาสพิเศษครบ ๑๘o ปีความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐอเมริกา ได้จัดคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดให้ประชาชนชมฟรีในช่วงปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยได้เชิญศิลปินแจซซ์ระดับโลกจากนิว ออร์ลีนส์ ซึ่งนักดนตรีทุกคนมีความชื่นชมและยกย่องในพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากจะเล่นเพลงที่เป็นที่นิยมของตัวเองแล้ว ยังนำบทเพลงพระราชนิพนธ์ อาทิ เพลงไกลกังวล, เพลงชะตาชีวิต ฯลฯ มาเรียบเรียงใหม่ให้มีความเป็นดนตรีนิวออร์ลีนส์แจซซ์มากที่สุดถวายพระองค์ และเป็นของขวัญสำหรับชาวไทยให้ได้สัมผัสดนตรีแจซซ์แบบต้นตำรับ เข้าถึงความหมายของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวนิวออร์ลีนส์ที่เป็นเป้าหมายสำคัญด้วย


นิว ออร์ลีนส์ แจซซ์ ออล สตาร์ เป็นการรวมตัวนักดนตรีแจซซ์ชั้นแนวหน้าจากเมืองนิวออร์ลีนส์ ซึ่งสืบทอดการเล่นดนตรีและวัฒนธรรมที่แท้จริงจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ทุกคนล้วนเป็นศิลปินระดับแนวหน้าในแต่ละชนิดของเครื่องดนตรี ประกอบด้วย หัวหน้าวง เวนเดลล์ บรูเนียส นักทรัมเป็ตระดับตำนาน, เมย์นาร์ด แชทเทอร์ส นักทรอมโบน, คริส เซเวอริน มือดับเบิลเบสที่โลดแล่นอยู่ในวงการแจซซ์มากว่า ๓น ปี, แธดิอุส ริชาร์ด มือเปียโนที่เติบโตมาในครอบครัวนักดนตรี, คริสเตียน วินเธอร์ นักแซ็กโซโฟนและคลาริเน็ต ชาวเดนมาร์ก, เรย์มอนด์ เว็บเบอร์ มือกลองชั้นครู และ ผศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ นักแซ็กโซโฟนชั้นแนวหน้าของเมืองไทยร่วมบรรเลงกับวง.



ภาพและข้อมูลจากเวบ
dailynews.co.th








นิทรรศการ "กาลิเลโอ คีนิ เดอะ จูเวลส์ ออฟ เดคอเรชั่นส์”
(Galileo ChiniThe Jewels of Decorations )



อ่านประวัติท่านคีนิได้ที่นี่ค่ะ Galileo Chini



เพื่อร่วมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างสาธารณรัฐอิตาลีและประเทศไทย ที่มีมายาวนานกว่า ๑๔๕ ปี ผลงานประติมากรรมตกแต่งอาคาร ออกแบบโดย กาลิเลโอ คีนิ(Galileo Chini)ศิลปินเอกชาวอิตาเลียนและจิตรกรหลวงผู้เคยสร้างสรรค์ภาพจิตรกรรมเฟรสโก( Fresco ) อันงดงาม ฝากไว้ภายในโดมท้องพระโรงของพระที่นั่งอนันตสมาคม ได้ถูกนำมาจัดแสดงให้คนไทยได้ชม ในนิทรรศการ Galileo ChiniThe Jewels of Decorations (กาลิเลโอ คีนิ เดอะ จูเวลส์ ออฟ เดคอเรชั่นส์) ซึ่งจัดขึ้นโดย สถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอน


กาลิเลโอ คินิ เกิดเมื่อปี ค.ศ. ๑๘๗๓ และถึงแก่กรรมเมื่อปีค.ศ. ๑๙๕๖ เป็นศิลปินเอกชาวอิตาลี ผู้มีบทบาทสำคัญต่อ ศิลปะแนวอาร์ตนูโว (Art Nouveau) เป็นทั้งมัณฑนากร นักออกแบบ ประติมากรและอาจารย์สอนศิลปะ โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กาลิเลโอ คีนิ มารับใช้เบื้องพระยุคลบาทในฐานะจิตรกรวาดภาพเฟรสโก ณ โดมท้องพระโรงของพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งเขาได้ใช้ชีวิตอยู่ในสยามประเทศจนถึงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว





กาลิเลโอ คินิ (พ.ศ. ๒๔๑๖ - ๒๔๙๙)






ค.ศ.​๑๙oo สปา หรือ โรงอาบน้ำสาธารณะ เป็นบริการสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากในยุโรป โดย เมืองซัลโซ่มัจจอเร่ (Salsomaggiore) เป็นเมืองสปาที่โด่งดังที่สุด เพราะอุดมด้วยน้ำแร่ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติพิเศษในการบำบัดโรคต่าง ๆ จึงได้มีการก่อสร้างสปาขึ้นหลายแห่ง


ค.ศ. ๑๙๑๗ เตอร์มาเอแบร์ซิเอรี่ (ThermaeBerzieri) เป็นสปาที่ ถูกสร้างขึ้น ณ เมืองซัลโซมัจจอเร่ ในแคว้นปาร์มา ทางตอนเหนือของอิตาลี โดยเทศบาลเมือง ได้มอบหมายให้ กาลิเลโอ คีนิ เป็นผู้แบบผู้ออกแบบประติมากรรมตกแต่งอาคาร และช่างผู้เชี่ยวชาญของ โรงผลิตในบอร์โก ซาน ลอเรนโซ (Manufacturing of Borgo San Lorenzo)ใกล้เมืองฟลอเรนซ์ที่กาลิเลโอคีนิและ คีโน่ คีนี่ (Chino Chini) ลูกพี่ลูกน้องร่วมก่อตั้งขึ้นเพื่อสร้างสรรค์ศิลปะประดับคุณภาพสูง รังสรรค์ผลงานประติมากรรมตกแต่งอาคารแต่ละชิ้นขึ้นมา กระทั่งปัจจุบันใครได้ที่ได้มีโอกาสไปเยือนสปาแห่งนี้ ซึ่งยังเปิดบริการอยู่ และถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่ง ก็จะได้พบผลงานประติมากรรมแต่ละชิ้นยังคงอวดความงามวิจิตร และถูกขนานนามให้เป็นสปาน้ำแร่ชั้นนำที่มีหรูหรา งดงาม และมีชื่อเสียงที่สุดในยุโรป และแห่งหนึ่งของโลก





สถาปัตยกรรมอันวิจิตรของอาคารเตอร์มาเอ แบร์ซิเอรี่ แห่งซัลโซ่มัจจอเร่ สปาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก





ภายในเตอร์มาเอ แบร์ซิเอรี่ แห่งซัลโซ่มัจจอเร่ ประดับประดาด้วยผลงานจิตรกรรมของกาลิเลโอ คีนี่



เมื่อไม่กี่ปีมานี้ เพิ่งมีผู้ค้นพบชิ้นสำรองของผลงานประติมากรรมตกแต่งอาคารสปา เตอร์มาเอแบร์ซิเอรี่ โดยบังเอิญ ณ ห้องใต้ดินของอาคารสปาดังกล่าว ซึ่งแต่ละชิ้นผลิตขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นยุค 20s มีเพียงแค่แบบละชิ้น และยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์แม้จะมีอายุกว่า ๙o ปีแล้วก็ตาม ล่าสุดผลงานชิ้นสำรองของประติมากรรมตกแต่งอาคารสปา จำนวน ๒๖ ชิ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในบรรดาที่ถูกค้นพบทั้งหมด ถูกนำมาจัดแสดงที่ประเทศไทย และถือได้ว่าเป็นการนำออกนอกประเทศอิตาลีครั้งแรก


มีทั้งงานประติมากรรมประดับตกแต่งภายนอกและภายในตัวอาคาร ซึ่งเป็นศิลปะเครื่องเคลือบดินเผาที่สร้างสรรค์จากดินสโตนแวร์ (Stone ware) มีความแข็งแกร่งทนทาน และศิลปะไมออลิกา (Maiolica) ซึ่งเป็นเครื่องเคลือบดินเผาเอกลักษณ์เฉพาะของอิตาลี บางชิ้นประดับด้วยทองคำบริสุทธิ์ สีที่พบหลัก ๆ คือ “สีทอง” อันแสดงถึง “ความหรูหรา” และ “สีฟ้า” ซึ่งสื่อถึง “น้ำ”


เหตุผลที่คนไทยไม่ควรพลาดไปชมผลงานประติมากรรมตกแต่งอาคารเหล่านี้ เพราะ กาลิเลโอ คีนิ ได้สร้างสรรค์ขึ้น หลังกลับจากสยามประเทศ ทำให้รูปแบบของประติมากรรมสะท้อนให้เห็นกลิ่นอายของโลกตะวันออกอย่างชัดเจนโดยเฉพาะลวดลายโค้งมนต่าง ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่อยู่ทั่วตัวอาคารได้สื่อถึงน้ำพุร้อนตามธรรมชาติ และแม่น้ำลำคลองต่าง ๆ ในเมืองไทย รวมถึงได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เช่น ประติมากรรมรูปดอกไม้ และลูกสน





วิเอรี่ คีนิ ผู้มีศักดิ์เป็นหลานของ กาลิเลโอ คีนิ เดินทางมาเมืองไทยพร้อมด้วยภรรยา



วิเอรี่ คีนิ วัย ๘o กว่าปี ผู้มีศักดิ์เป็นหลานของ กาลิเลโอ คีนิ ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นนักออกแบบเครื่องเคลือบและดูแลการผลิตผลงานศิลป์ของตระกูลคีนิ ณ บอร์โก ซาน ลอเรนโซ ใกล้กับเมืองฟลอเรนซ์ บอกเล่าให้ฟังเพิ่มเติมในวันที่เดินทางมาร่วมงานเปิดนิทรรศการที่ประเทศไทยว่า


"ขณะที่ กาลิเลโอ คีนิ เป็นคนคิดโปรเจกต์ และออกแบบผลงานประติมากรรมตกแต่งอาคารแต่ละชิ้น คีโน่ คีนี่ ปู่ของเขาซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของ กาลิเลโอ คีนิ จะเป็นคนที่ทำงานทางด้านเทคนิค ทำให้งานที่กาลิเลโอ คีนิออกแบบเสร็จออกมาเป็นชิ้นงาน ตอนที่กาลิเลโอ คีนิ มาทำงานที่เมืองไทย ได้เห็นสไตล์การทำงานของทางด้านเอเชีย และจากการทำงานให้กับพระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นแรงบันดาลใจให้กับการสร้างผลงานประติมากรรมประดับสปาที่อิตาลี ซึ่งสร้างเมื่อปี ๑๙๑๗ กระทั่งสร้างเสร็จและเปิดใช้เมื่อปี ๑๙๒๓ ตอนแรกสปาถูกออกแบบไว้ไม่ใหญ่มาก แต่ภายหลังงานก็เริ่มขยายออกไป จนมีคนงานประมาณ ๒oo กว่าคน ปัจจุบัน สปาแห่งนี้ก็ยังเปิดใช้อยู่ ซึ่งในเวลาที่มีผู้ไปใช้บริการจะเสมือนได้พาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางสถาปัตยกรรมในยุค คริสต์ศตวรรษที่ ๑๙"














ความน่าสนใจอีกส่วนหนึ่งภายในนิทรรศการ Galileo ChiniThe Jewels of Decorations (กาลิเลโอ คีนิ เดอะ จูเวลส์ ออฟ เดคอเรชั่นส์) ยังได้มีการจัดแสดงเครื่องประดับจิวเวอรี่จากแบรนด์เครื่องประดับอิตาเลี่ยนชั้นนำ คาซาโต้ (Casato) ที่นำแรงบันดาลใจจากรูปแบบประติมากรรมของสปาแห่งนี้ มาสร้างสรรค์ชุดเครื่องประดับเงิน ทอง และ ทองประดับเพชร ประกอบด้วยแหวน จี้ และ ต่างหู พร้อมด้วยการจัดแสดงผลงานศิลปะที่สร้างสรรค์โดย ไมตรี ศิริบูรณ์ ศิลปินรุ่นใหม่ของไทยชาวจังหวัดอุบลราชธานี ศิษย์เก่าภาควิชาศิลปะไทย คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเคยมีผลงานจัดแสดงมาแล้วในหลายประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส,อิตาลี, อังกฤษ, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, จีน, บราซิล, สิงคโปร์, มาเลเซีย และ ลาว


ภาพหญิงสาวที่กาลิเลโอ คีนิ เขียนไว้บนแผ่นกระเบื้องเคลือบ ได้ถูก ไมตรีนำมาใช้เป็นภาพต้นแบบ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเทคนิคภาพโมเสกกระจกสีขื่อ “เด็กเลี้ยงควายผมแดง” ขนาดความกว้าง ๑ เมตรและสูง ๒ เมตร ซึ่งเป็นเทคนิคที่เขาชอบที่จะทำควบคู่มากับการทำงานภาพถ่าย


“ตอนผมทำงานทีซีทตอนที่จะจบจากภาควิชาศิลปะไทย ผลทำงานศิลปะเทคนิคประดับกระจกสี โดยมีอาจารย์สาครินทร์ เครืออ่อน เป็นที่ปรึกษา มันเป็นอะไรที่เราทิ้งไม่ได้ เพราะเราชอบจริง ซึ่งหลายคนก็รู้ว่าผมทำทั้งงานประดับกระจกและงานภาพถ่าย มันก็เลยต่อเนื่องมาถึงงานนี้”










ไมตรียอมรับว่าเขามีความทรงจำที่ลางเลือนมากเกี่ยวกับ กาลิเลโอ คีนี และไม่เคยมีโอกาสไปชมภาพเฟรสโกที่พระที่นั่งอนันตสมาคม


“Camillo Pellegatta ซึ่งเขาเป็นโปรดิวเซอร์ของนิทรรศการนี้ เขาไปเจองานศิลปะของผมที่ สิงคโปร์ อาร์ต สตรีท เมื่อต้นเดือนมกราคม เมื่อเขาสนใจ จากนั้นเราก็มาคุยงานกัน และเขาได้เล่าประวัติ รวมถึงการทำงานออกแบบประติมากรรมตกแต่งสปาของ กาลิเลโอ คีนิ ให้ฟัง ผมก็เลยมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาและดูภาพผลงานของกาลิเลโอ คีนิ เยอะมาก เพื่อหาแรงบันดาลใจมาสร้างงานชิ้นนี้ ตอนที่กาลิเลโอ คีนิ มาเมืองไทยแล้วกลับไปที่อิตาลี เขาได้รับแรงบันดาลใจจากประเทศไทยไปเยอะมาก และได้เอาไปพัฒนาต่อ ผมจึงคิดว่า มันจะเป็นไปได้ไหมที่ ศิลปินไทยคนหนึ่งจะไปได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของ กาลิเลโอ คีนิ อีกทีนึง แล้วเอามาทำงานในเชิงของความเป็นไทย และโชว์ในกรุงเทพฯ”





ไมตรี ศิริบูรณ์





ตัวอย่างเครื่องประดับแบรนด์ คาซาโต้ (Casato) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผลงานของ กาลิเลโอ คินี



จากความทรงจำอันเลือนลางสู่ความแจ่มชัดเกี่ยวกับ กาลิเลโอ คีนิ ...ไมตรีกล่าวว่า ทำให้เขาได้เรียนรู้ว่า กว่าศิลปินคนหนึ่งจะสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาสักชิ้น ต้องมีการศึกษาหาข้อมูลเป็นอย่างดี


"ก่อนที่กาลิเลโอ คีนิ จะเขียนภาพที่พระที่นั่งอนัตสมาคม เขาต้องไปศึกษาทุกอย่าง ไม่ได้เขียนขึ้นมาเองจากจินตนาการ ขณะที่ผมจะใช้จินตนาการ ในการทำงานศิลปะเป็นส่วนใหญ่ แต่กาลิเลโอ คีนิ งานของเขามีพื้นฐานมาจากเรื่องจริง และต้องรู้เยอะมากเกี่ยวกับประเทศไทย ถึงจะเขียนงานออกมา เพราะงานที่เขาสื่อออกมามันจะต้องอยู่ไปอีกนานมาก เขาพยายามจะดึงความเป็นไทยร่วมสมัยในยุคนั้นเอามาใช้ แล้วรู้สึกจะดึงมาได้อย่างพอดี เข้าใจดึงเอกลักษณ์ในเรื่องสี การออกแบบชุด เขาทำหลายอย่างมาก ทั้งเขียน ทั้งออกแบบ ทำเยอะ ผมก็เลยคิดว่าการที่เราศึกษาก่อนลงมือทำงาน เป็นอะไรที่สำคัญ”


และในมุมมองของไมตรี เหตุผลที่คนไทยที่สนใจศิลปะต้องมาชมนิทรรศการครั้งนี้เพราะ กาลิเลโอ คีนิ ถือเป็นศิลปินในประวัติศาสตร์ศิลปะของไทยคนหนึ่ง


“กาลิเลโอ คีนิ เป็นคนหนึ่งที่ร่วมสร้างประวัติศาสตร์ของศิลปะไทยเหมือนกันนะ ผลงานที่ฝากไว้ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นงานที่จะอยู่กับคนไทยไปตลอด หลีกเลียงไม่ได้ว่าเขาไม่ได้เป็นศิลปินที่อยู่ในประวัติศ่าสตร์ของศิลปะไทย ดังนั้นถ้าคุณรักศิลปะ คุณก็ต้องมาทำความรู้จักเขา และงานนี้มันแสดงให้เห็นว่าศิลปินคนนี้ไม่ได้เป็นแค่จิตรกรอย่างเดียว แต่ยังทำงานที่เป็นงานเชิงตกแต่ง เอางานไปอยู่ร่วมกับสถาปัตยกรรมที่เป็นสปาที่มีชื่อโด่งดังของยุโรป อาจจะช่วยเปิดโลกทัศน์ของศิลปินหรือคนที่ทำงานศิลปะว่า นอกจากคุณจะทำงานเพื่อแสดงในแกลเลอรี่ คุณสามารถที่จะนำงานศิลปะของคุณไปเป็นส่วนหนึ่งกับงานสถาปัตยกรรมอื่นๆ ทำงานร่วมกับสถาปนิกและดูเป็นตัวอย่างว่า ณ ช่วงเวลาหนึ่งศิลปินคนหนึ่งเขาทำงานอย่างไร”





เปิดนิทรรศการโดยมี นายมิเกลันเจโล ปิปัน เอกอัครราชทูตอิตาลี ประจำประเทศไทย เป็นประธาน







ภาพและข้อมูลจากเวบ
mthai.com
manager.co.th













"จินตนาการผ่านพรรณพฤกษา สวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ”


อลังการงานดอกไม้ทุกปี สำหรับการตกแต่งพื้นที่ของโรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ ให้เป็นนิทรรศการแสดงดอกไม้การกุศลมาตลอดตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๙ สำหรับปีนี้มีการเพิ่มความพิเศษเนื่องในโอกาสครบ ๓o ปี ของโรงแรม จึงพร้อมนำเสนอมหกรรมงานแสดงดอกไม้ที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย พร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์อีกมากมาย เพื่อนำรายได้ทั้งหมดจากการจัดงานมอบให้ ๓ องค์กรการกุศล โดยมีการเปิดเผยรายละเอียดกิจกรรมพร้อมไฮไลท์ของงานไปแล้ว บริเวณห้องเดอะ คอนเซอเวเทอรี่ ของโรงแรมเมื่อวันก่อน


พิไลพรรณ สมบัติศิริ ประธานกรรมการการจัดงานดอกไม้ กล่าวว่า ในปีนี้มีการจัดดอกไม้ในคอนเซ็ปต์ของความเกินจริง ในโลกเหนือจินตนาการ เพื่อฉลองครบ ๓o ปี ของโรงแรม และร่วมกิจกรรมหารายได้ทำบุญดังเช่นทุกปี ตามเจตนารมณ์ของท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ ผู้ริเริ่มงานดอกไม้ เพื่อถ่ายทอดแนวคิดจากการได้รับการปลูกฝังเรื่องการรักษาธรรมชาติว่า มีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์มากเพียงใดมาตั้งแต่เด็ก โดยในปีนี้รายได้จากการจัดงานจะมอบให้สมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดาร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ และกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเสริมสร้างโอกาสให้เด็กเหล่านี้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีคุณภาพชีวิตพร้อมเป็นอนาคตของชาติในอนาคต






ทางด้าน ณพารัตน์ โพธิรัตนังกูร ณรงค์เดช กรรมการการจัดงาน บอกเพิ่มเติมว่า ตลอด ๔ วันจัดงาน ยังมีมินิคอนเสิร์ตนำโดย "ตุ้ย" ธีรภัทร์ สัจกุล "มัดหมี่" พิมดาว พานิชสมัย "ปุ๊กลุก" ฝนทิพย์ วัชรตระกูล พร้อมชมแฟชั่นโชว์จากห้องเสื้อธีระพันธ์ ดินเนอร์หรู จากเชฟแวร์เนอร์ มาร์ติน แห่งร้านมาร์ติน เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อิ่มอร่อยกับเทศกาลอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ โดยเชฟยอดฝีมือจากโรงแรมสวิสโฮเต็ล ๔ ประเทศ มีการเรียนเพ้นท์ถาดดอกไม้โดย อ.นวลนิต วสุวัต คลาสเรียนโยคะในวิวสวนสวย โดยมาสเตอร์คามาลแห่งครีโยคะ พร้อมเลือกซื้อดอกไม้ ต้นไม้สวย ๆ ได้ภายในงานอีกด้วย


โดยกิจกรรมพิเศษในงานที่จะถึงนี้ คือ การร่วมประมูลภาพเขียนฝีพระหัตถ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เป็นรูปต้นไม้มีชื่อว่า "ชมพูพันธุ์ทิพย์" ขนดา ๑ x ๑ เมตร ใช้เทคนิคการลงสีอะครีลิคบนผ้าใบ ถวายการสอนโดย อ.ยุทธนา วิวัฒน์เดชากุล โดยทรงวาดทั้งหมด ๔ ครั้ง เริ่มจากการเขียนกิ่งไม้ สีน้ำตาล แดง ดำ และโอ๊ค ทรงจุ่มสีและลากเป็นเส้นกิ่งไม้อย่างอิสระ ต่อด้วยการเขียนใบไม้ ครูจะถวายการสอนโดยจับที่ข้อพระหัตถ์ก่อน เพื่อให้ทรงเข้าพระทัยถึงรูปของใบไม้ จากนั้นทรงวาดต่อ โดยทรงใช้เวลาแต่งแต้มใบไม้ในจุดต่าง ๆ เพื่อเพิ่มเติมความสมบูรณ์ของภาพ สุดท้ายที่ขั้นตอนการเติมดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ ครูถวายการสอนโดยร่างภาพให้ทอดพระเนตรก่อน แล้วทูลให้ทรงลองวาดเป็นแบบร่างและสอนการใช้สีจนเข้าพระทัย และทรงวาดต่อ รวมระยะเวลาที่ทรงใช้ในการวาดภาพนี้ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกถึงขั้นตอนสุดท้ายเป็นเวลา ๒ ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีรูปภาพของเหล่าศิลปิน-ดาราชื่อดังมากมาย อีก ๑๘ ภาพ ซึ่งเปิดให้ร่วมประมูลกันแล้วตั้งแต่วันนี้


มาร่วมปลุกไอเดียการสร้างสรรค์จากพลังของมวลดอกไม้ได้ในวันที่ ๒๖-๒๙ กันยายนนี้ เปิดให้เข้าชมโลกสีสวยตั้งแต่เวลา ๑o.oo-๒o.oo น.เป็นต้นไป



ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net













"Life เรื่องราวชีวิตในงานพอร์เทรต”


“Life” คือนิทรรศการที่รวบรวมผลงาน Portrait ในการสะสมของนำทองแกลเลอรี่ จัดแสดงเนื่องในโอกาสการก้าวเข้าสู่ปีที่ ๑๗ ของการดำเนินกิจการ ซึ่งเป็นผลงาน Portrait ที่สร้างจากหลากหลายศิลปิน หลากเครื่องมือและวิธีการแสดงออก ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรม วาดเส้น ภาพถ่าย สื่อประสม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ เป็นต้น งาน Portrait ในฐานะสิ่งที่เป็นมากกว่าการสร้างภาพเหมือน เป็นการกล่าวอ้างถึงตัวตน หรือสภาวะของบุคคล ในช่วงเวลา และสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป นิทรรศการ “Life” จึงเป็นการบอกเล่าเรื่องราวมากมายผ่านภาพลักษณ์ใบหน้าที่เปิดเผยในโลกศิลปะร่วมสมัย






ในขณะเดียวกันผลงานสะสมเหล่านี้ยังสะท้อนบุคลิกลักษณะ ตัวตนและชีวิตของนำทอง แซ่ตั้ง ทำให้เรารับรู้ถึงศิลปะและชีวิตที่ดำเนินคู่ขนาน ร่องรอยของชีวิตที่คลุกคลีกับศิลปะจนไม่อาจแยกออกจากกันได้ พร้อมกันนี้ยังมีผลงานของศิลปินรับเชิญอย่าง นิติ วัตุยา, สมบูรณ์ หอมเทียนทอง, ชาติชาย ปุยเปีย และ คามิน เลิศชัยประเสริฐ ซึ่งทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนาน รวมถึงศิลปินรุ่นใหม่ที่สร้างผลงานสะท้อนมุมมอง portrait ของยุคสมัย เช่น วันสว่าง เย็นสบายดี และ จตุรงค์ เลาหตระกูล เป็นต้น นิทรรศการ “Life” จึงเปรียบได้กับการสังสรรค์ทางประวัติศาสตร์ ที่มีภาพใบหน้าบุคคล และศิลปินต่างๆ เป็นตัวแทนเพื่อถ่ายทอดเรื่องเล่าและความทรงจำ ทั้งทุกข์และสุขของชีวิตสามัญ บนเส้นทางของศิลปะร่วมสมัย


จัดแสดงระหว่างวันที่ ๓๑ สิงหาคม - ๒๘ กันยายน ๒๕๕๖

เข้าชมได้ทุกวันจันทร์ - วันเสาร์ เวลา ๑๑.oo - ๑๘.oo น. (เว้นวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ)







ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุคนำทองแกลอรี













"Life in Nature : ชีวิตในธรรมชาติ”


นิทรรศการ "ชีวิตในธรรมชาติ" นำเสนอศิลปะภาพพิมพ์ภายใต้แนวความคิดเกี่ยวกับความงดงามแห่งธรรมชาติ และมนต์เสน่ห์ของทิวทัศน์อันร่มรื่นด้วยพืชผลต้นไม้ โดยสร้างสรรค์ผ่านทักษะกระบวนการภาพพิมพ์อันหลายหลากของ ๔ ศิลปินรุ่นใหม่ คือ ผลงานภาพพิมพ์เทคนิคผสมซึ่งซับซ้อนด้วยขั้นตอนมากมายของจิรวิทย์ เสริฐสิทธิ์ ผลงานภาพพิมพ์ตะแกรงไหมที่มีความคมชัดละเอียดอ่อนดุจภาพถ่ายของโจชัว แพร์รี่ ผลงานภาพพิมพ์แกะไม้สีน้ำมันบนผ้าใบที่สว่างสดใสของไชยยา วรรณเลิศ และผลงานภาพพิมพ์แกะไม้อันวิจิตรบรรจงของสุรศักดิ์ สอนเสนา


“ชีวิตในธรรมชาติ”โดย จิรวิทย์ เสริฐสิทธิ์, โจชัว แพร์รี่, ไชยยา วรรณเลิศ และสุรศักดิ์ สอนเสนา
ภัณฑารักษ์: สมพร รอดบุญ
ระหว่างวันที่ ๑๗ กันยายน – ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๖
ณ ดีโอบีหัวลำโพง แกลเลอรี่


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล
โทร: o๒-๔๒๒-๒o๙๒, o๘๖-๘๙o-๒๗๖๒ แฟกซ์: o๒-๔๒๒-๒o๙๑
อังคาร-เสาร์ ๑o.๓o - ๑๙.oo น. อาทิตย์ ๑o.๓o - ๑๗.๓o น. (ปิดวันจันทร์)
เว็บไซต์: ardelgallery.com



ภาพและข้อมูลจากเวบ
thailandexhibition.com













'คลับหน้าพระลาน' ปลุกหัวใจรักทะเลแสนงาม


แม้จะเป็นกลุ่มคนรักศิลปะที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อ ๒ ปีก่อน แต่คนดูงานศิลปะยังต้องยกนิ้วให้ศิลปินคลับหน้าพระลานเป็นศิลปินคุณภาพ หลังเห็นฝีมือถ่ายทอดผลงานในนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยชุด "ทะเล" (Seascape 2013) ที่ประเดิมงานแสดงแรกในปีนี้ที่ลานนิทรรศการชั้น ๓ ของโรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ


ศิลปินคลับหน้าพระลานเป็นกลุ่มคนรักศิลปะที่รวมตัวกันในโลกออนไลน์ ก่อนจะขยายเปิดรับทุกคนที่สนใจและรักในงานศิลปะ จนสามารถรวมพลังกันเปิดแสดงผลงานสู่สาธารณชนได้อย่างน่าประทับใจ






มนัส คงรอด ประธานคลับหน้าพระลาน เผยว่า เราเริ่มต้นที่กลุ่มศิษย์เก่าคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิล ปากร นำผลงานศิลปะมาแสดงในเฟซบุ๊กที่กลุ่มสมัครไว้ชื่อ "คลับหน้าพระลาน" เพื่อชื่นชมและวิจารณ์ให้คนที่รักศิลปะได้พัฒนาตัวเอง จากผล


งานที่นำมาโชว์จำนวนมาก มีเพื่อนศิลปินในคลับเพิ่มขึ้น ไม่เฉพาะรั้วศิลปากร ก็ชวนกันทำนิทรรศการ กำหนดหัวข้อการแสดง และประสบผลสำเร็จ มีคนดูงานพร้อมซื้อชิ้นงาน เงินรายได้เพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส และสมทบทุนการศึกษานักศึกษาคณะจิตรกรรมฯ ศิลปากร ปัจจุบันได้ตั้งกองทุนช่วยเหลือเพื่อนศิลปะด้วย






"ทะเล" เป็นงานแสดงล่าสุดของคลับหน้าพระลาน แสดงผลงานกว่า ๕o ชิ้น จาก ๕o ศิลปินที่คัดสรรมา ถ่ายทอดความงดงามของทะเล อยากชวนให้มาดูความสวย อลังการของท้องทะเลไทย ได้สัมผัสแล้วจะเกิดจิตสำนึกรักและหวงแหนธรรมชาติ" ประธานคลับฯ กล่าว พร้อมชวนซื้อภาพเขียนช่วยศิลปิน


ธราธิป นัทธีศรี รองประธานคลับหน้าพระลาน กล่าวว่า คนรักศิลปะที่มาร่วมคลับเรามีทั้งศิลปินมือสมัครเล่น อาชีพอิสระ ฯลฯ เปิดกว้างมาก การโพสต์ผลงานศิลปะในเฟซบุ๊กช่วยให้คนมีพื้นที่แสดงความสามารถ ชอบกดไลค์ กดแชร์ และแสดงความคิดเห็นได้ ที่ผ่านมากระตุ้นให้เกิดศิลปินหน้าใหม่ มีผลงานสร้างสรรค์เป็นที่ถูกใจคนดูงาน ส่วนนิทรรศการครั้งนี้มีงานหลากหลายเทคนิค ทั้งเพนต์ ดิจิตอลเพนต์ ภาพสีน้ำ สีน้ำมัน ภาพลายเส้น หรือผลงานของตนเป็นเทคนิคผสมภาพพิมพ์บนกระดาษแฮนด์เมดญี่ปุ่น ผลงานเกือบครึ่งร้อยเปรียบทะเลหลากหลายอารมณ์






นิทรรศการนี้ปลุกหัวใจของศิลปินคลับหน้าพระลานทุกคนให้กลับมาฮึกเหิมอีกครั้ง ณรงค์ศักดิ์ มุ่งมิตร อีกหนึ่งสมาชิกคลับฯ ร่วมโชว์ภาพเขียนสีน้ำมัน "เพียงหาดทราย ทะเล สายลมกับสองเรา" กล่าวว่า นิทรรศการนี้เป็นโอกาสดีที่กลุ่มคนรักศิลปะจะได้จัดแสดงผลงานกัน บางคนวางมือแล้ว มีแรงกระตุ้นกลับมาสร้างงาน ปกติ


ตนมีรายได้จากการรับวาดภาพ แล้วนำรายได้ส่วนหนึ่งมาเลี้ยงดูหมาจรจัดจำนวน ๓๘ ตัว และแมว ๘ ตัว ครั้งนี้วาดภาพสีน้ำมัน มีเพื่อนสี่ขาของตนนั่งเล่นที่หาดทรายทะเลระยอง โดยจินตนาการสร้างบรรยากาศท้องฟ้าและแสงอาทิตย์เพิ่มเติมให้มีเรื่องราว แล้วยังมีงานของเพื่อนศิลปินอีกมาก ดูแล้วสบายตา ผ่อนคลายกับทะเลสวยๆ ลีลาการใช้เส้นสีแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

นิทรรศการชุด "ทะเล" ของศิลปินคลับหน้าพระลาน จัดแสดงระหว่างวันที่ ๓-๓o กันยายน ๒๕๕๖ เป็นอีกงานแสดงงานศิลป์สวย ๆ ที่จะสร้างความประทับใจให้ทุกคนด้วยทะเลไทย.







ภาพและข้อมูลจากเวบ
thaipost.net
เฟซบุคคลับหน้าพระลาน













"สถานพักตากอากาศ : นิทรรศการศิลปะเพื่อภูมิทัศน์ของการพัก”


ในบรรยากาศแห่งการรุดหน้าของการดำเนินชีวิต การดึงตัวตนให้หยุดหรือช้าลงเกือบจะเป็นสิ่งที่ต้านทานอย่างสิ้นเชิงกับกระแสความเร็วของโลก ความสำคัญในเวลาแห่งการพักถูกแลกกับความต้องการอันหลากหลายของชีวิต เพื่อสร้างภูมิทัศน์ของสิ่งรายล้อมรอบตัว ประกอบขึ้นเป็นภาพความหมายของตัวตน จัดสร้างตำแหน่งของตนต่อโลกรอบข้าง แต่ในขณะที่เราตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อภูมิทัศน์ภายนอก เป็นเรื่องง่ายที่เรามองข้ามดินแดนภายใน ซึ่งคือพื้นที่ส่วนบุคคลประกอบภาพของตัวตนที่สำคัญยิ่งกว่า ภูมิทัศน์ที่มนุษย์ตอบรับต่อโลกภายนอก มีความหมายอยู่ในสิ่งที่ตาเห็น ซึ่งต่างจากความหมายของดินแดนภายใน สร้างผ่านการสะสมข้อมูลชั้นละเอียด ผ่านประสบการณ์การรับรู้และสัมผัส


ภูมิทัศน์หรือทัศนะแห่งการมองโลก เปรียบได้กับการมองเห็นจักรวาลอันกว้างใหญ่ มีพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกอยู่ร่วมกันเป็นคู่ขนาน และมีเส้นต่างของการรับรู้แค่การบิดเปลี่ยน ในทางดาราศาสตร์ คำว่า ‘พารัลแลกซ์’ (Parallax) ให้ความหมายของการมองเปลี่ยนมุมที่นำมาประเมินระยะ สร้างมิติแห่งความลึก เอื้อให้เห็นตำแหน่งของสิ่งต่างๆ มุมมองต่อโลกที่เราสามารถบิดเปลี่ยนคือสาระสำคัญในที่นี้ ที่สามารถอธิบายความหมายของการพักควบคู่กันไปกับการดำเนินชีวิต บิดเปลี่ยนทัศนะจากภายนอกสู่ภายใน ขับเคลื่อนเวลาด้วยกฏแห่งความช้าและความเข้าใจ ในการเดินทางเหลื่อมมุมไร้เงื่อนไขของเวลานี้ ได้สร้างทางพิเศษเฉพาะบุคคลเพื่อค้นหาทิศทางของตน ปลดปล่อย หลีกหนี หลบภัย ทำความเข้าใจซึ่งตัวตน เพื่อรักษาคุณสมบัติอันเปราะบางที่สำคัญของตนให้ปลอดภัยจากเงื่อนไขรอบข้าง


ในพื้นที่ เวลา และความเป็นเจ้าของซึ่งตัวตน คือความหมายของ ‘สถานพักตากอากาศ’ ที่ต้องอาศัยการเดินทางไปในอีกลักษณะ ในสถานที่นี้คือการบอกเล่าถึงความละเอียดของชีวิตด้วยเวลาที่ยืดขยาย สภาวะแปลกใหม่ที่อยู่ในความคุ้นชิน ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ความเป็นไปได้พื้นที่เล็ก ๆ ที่แบ่งปันในอาณาจักรอันยิ่งใหญ่แห่งความว่างเปล่า การกลับถึงบ้านที่มีที่ตั้งอยู่ในตัวเรา และความเข้าใจในที่พักอาศัยที่ไม่ใช่แค่ก้อนสถาปัตยกรรม แต่เป็นสถานที่ที่ถูกค้นพบคุณค่าอันแท้จริงของการใช้ชีวิตอยู่ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งสารผ่านผลงานศิลปะต่างรูปแบบ ขยายความหมายของการพักพ้นสภาวะทางกายภาพ ในขณะที่แต่ละผลงานนำเสนอความคิดและความรู้สึก ก็ได้นำเสนอช่องว่างที่เอื้อสู่จินตนาการของการสร้างพื้นที่ จัดเตรียมเวลา เพื่อตอบสนองภูมิศาสตร์ทางความคิด สร้างภาพรวมแห่งการพัก รอการค้นพบสำหรับแต่ละบุคคล


ภัณฑารักษ์ : พิชญา ศุภวานิช

ศิลปิน :
อาคิค อาว
จักรวาล นิลธำรงค์
ฌอง ลุค วิลมุท
ฌอง ดาวิด ไกยูเอ็ท
กรินทร์ พิศลยบุตร
ลิม ค็อค ยุง
ไมเคิล ลี
นิติ วัตุยา
อรวรรณ อรุณรักษ์
ปรีชญา ศิริพานิช
สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์
สันติ ลอรัชวี
สมบูรณ์ หอมเทียนทอง
สุริยะ อัมพันศิริรัตน์
อุเทน มหามิตร
วูฟกัง เบลวิงเกิล

โครงการริเริ่มและดำเนินงานโดย ฝ่ายนิทรรศการ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
สอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ๙๓๙ ถ. พระรามที่ ๑ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ๑o๓๓o
โทรศัพท์ o๒-๒๑๔-๖๖๓o โทรสาร o๒-๒๑๔-๖๖๓๙ เวบไซต์ bacc.or.th


ภาพและข้อมูลจากเวบ
bacc.or.th













"นิทรรศการโครงการค่ายเยาวชนสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัย ประจำปี ๒๕๕๖”


สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยขอเชิญน้อง ๆ นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไป
เข้าร่วมพิธีเปิดนิทรรศการโครงการค่ายเยาวชนสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัย ปี ๒๕๕๖
ในวันศุกร์ที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.๐๐ น.
ณ ชั้น ๓ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนินฯ

เชิญชมนิทรรศการโครงการค่ายเยาวชนสร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมสมัย ประจำปี ๒๕๕๖
ระหว่างวันที่ ๖ – ๒๗ กันยายน ๒๕๕๖
ณ ชั้น ๓ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนินฯ



ภาพและข้อมูลจากเวบ
เฟซบุคสนง.ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
thailandexhibition.com













"นัยจิต”


“ทุกข์เป็นธรรมดา ธรรมดาของธรรมชาติ” การพยายามทำความเข้าใจและการตั้งคำถามต่อการหาดุลยภาพของชีวิตในสังคมปัจจุบัน ที่ต่างใช้ความอยากความต้องการเป็นแรงขับเคลื่อนความปรารถนาอันมากมายไม่มีที่สิ้นสุด


ด้วยสภาวะเช่นนี้เอง ทำให้ข้าพเจ้าได้หวนกลับมาทบทวนถึงสภาวะจำยอมที่เกิดขึ้นในครอบครัว เปรียบเสมือนการรื้อฟื้นความรู้สึกจากประสบการณ์ของตนเองและบุคคลในครอบครัวเพื่อพิจารณาร่วมกับสภาวการณ์ ปัจจุบัน นำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมตามทัศนคติส่วนตน เพื่อช่วยในการคอยย้ำเตือนไม่ให้ก้าวล่วงไปในสภาวะจำยอมมากเกินไปและเป็นการค้นหาดุลยภาพที่แท้จริงในชีวิต


Number 1 Gallery ภูมิใจเสนอนิทรรศการศิลปะ “นัยจิต”โดย มานิตย์ ศรีสุวรรณ ขอเชิญร่วมพิธีเปิดนิทรรศการวันพฤหัสบดีที่ ๑o ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.oo น. และร่วมกิจกรรมพบปะพุดคุยกับศิลปินและรับสูจิบัตร


นิทรรศการ : นัยจิต
ศิลปิน : มานิตย์ ศรีสุวรรณ
วันที่ : ๑o ตุลาคม – ๙ พฤศจิกายน สิงหาคม ๒๕๕๖
สถานที่ : นัมเบอร์วันแกลอรี่อาคาร เดอะสีลมแกลเลอเรีย
สามารถโหลดไฟล์ภาพขนาดใหญ่ได้ที่ number1gallery.com

รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับนิทรรศการกรุณาติดต่อ คุณกรกต ศรีดี โทร : o๘๓-๔๔๕-๘๓๓๓, o๒-๖๓o-๒๕๒



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"Games of Desire”


ก้อย อาร์ต แกเลอรี่ นำเสนอนิทรรศการ “Games of Desire” ผลงานจิตรกรรมร่วมสมัย โดย โกวิท วัฒนราช ศิลปินหนุ่มมากฝีมือ ที่สะท้อนให้เห็นความเย้ายวนชวนให้หลงใหลของความงามและแรงปรารถนาที่บ่อยครั้งเป็นเพียงเปลือกนอก


“Games of Desire” การแสดงผลงานเดี่ยวของ โกวิท วัฒนราช ขุดลึกถึงแก่นแท้ของความเย้ายวนที่มากไปกว่าเสน่ห์และความงามอันไร้เดียงสาของสีหน้า แววตา และเรือนร่างของผู้หญิง ซึ่งนอกจากจะหยุดสายตาทุกคู่ด้วยความงามอันชวนหลงใหลของเรือนร่างและหน้าตาของผู้หญิง ยังชวนให้ติดตามค้นหาความจริงอันแสนเศร้าของสังคมไทยที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนต้องทุกข์ทนกับอาชีพต้องห้าม โดยศิลปินเลือกใช้สัญลักษณ์แฝงไว้ในผลงานสีน้ำมันให้ผู้ชมได้ขบตีความหมายที่ซ่อนเร้นในแต่ละภาพได้อย่างยอดเยี่ยม


ศิลปินเลือกใช้เส้นสี ทีแปรง และ ผืนผ้าใบ เชิญชวนให้ผู้ชมพิเคราะห์เจาะลึกผ่านความงามที่บางครั้งอาจเป็นเพียงแค่เปลือกนอกที่สร้างขึ้นมาเพื่อยั่วยวนชวนให้รักให้หลงติดกับดักของเกมแห่งปรารถนาในยามราตรี ปริศนาที่ซ่อนงำไว้ภายใต้เสน่หามักเป็นความจริงที่สร้างความเจ็บปวดให้กับผู้อยู่ในวังวนของเกมรักซ่อนกล โดยเฉพาะนารีแห่งราตรีกาลที่ยังไม่อาจหลุดพ้นจากบ่วงปรารถนานี้ได้


นิทรรศการ : “Games of Desire”
ศิลปิน : โกวิท วัฒนราช
วันที่ : ๒๗ กันยายน – ๓o ตุลาคม ๒๕๕๖
สถานที่ : ก้อย อาร์ต แกเลอรี่
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร : o๒-๖๖๒-๓๒๑๘






























ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"นิทรรศการ : บ้า…ตามแวนโก๊ะ”


ด้วยความสนใจในงานศิลปะ “บุญชัย บุญญานุรักษ์” จึงทุ่มเทเวลาศึกษาศิลปะด้วยตนเอง ด้วยการฝึกฝนปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง จริงจังและปฏิบัติเพิ่มมากขึ้นทุก ๆ วัน


“อิมเพรสชันนิสม์” (impressionism) เป็นแนวทางที่บุญชัยสนใจศึกษามาตลอด และลุง “แวนโก๊ะ”(van Gogh) ก็เข้ามาอยู่ในสายเลือดโดยไม่รู้ตัว “ลุงโก๊ะ” จึงเป็นศิลปินในดวงใจคนหนึ่งในเส้นทาง “อิมเพรสชันนิสม์” ผลงานหลาย ๆ ชิ้นที่วาดขึ้น จะ “ถูก” เพื่อน ๆ ทักว่ามีแนวทางคล้าย ๆ ไปทาง “ลุงโก๊ะ” ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นจากการศึกษาจากตำรา และประทับใจในผลงานของ“ลุงโก๊ะ”จนซึมซาบเข้าไปในจิตวิญญาณนั่นเอง ผลงานที่นำมาแสดงครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงตัวตนของบุญชัย บุญญานุรักษ์ ที่ได้รับเอาอิทธิพลจาก “ลุงโก๊ะ” เต็ม ๆ ทุกภาพวาดจากสถานที่จริง ยกเว้นภาพ“ลุงโก๊ะ” ซึ่งวาดจากตำรา ด้วยจิตที่ตั้งใจวาดเพื่อบูชา “ครู” โดยแท้


นิทรรศการ : บ้า…ตามแวนโก๊ะ
ศิลปิน : บุญชัย บุญญานุรักษ์
วันที่ : ๑๔ กันยายน – ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
สถานที่ : อรุณ อิน บางกอก แพร่งภูธร กรุงเทพฯ
รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ : o๒-๖๒๒-๒๓๑๖, o๘๔-๑๕๙-๒๒๙๕
(เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ เวลา ๑o.oo น. – ๒o.ooน.)



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













"หมึกไทย / กระดาษญี่ปุ่น”


การแสดงผลงานครั้ง ประกอบไปด้วยศิลปิน ๕ ท่าน: ศรีใจ กันทะวัง, ไทวิจิตร พึ่งเกษมสมบูรณ์, เกศ ชวนะลิขิกร, กิติก้อง ติลกวัฒโนทัย, อมรินทร์ กันทะวงศ์

การแสดงผลงานศิลปะภาพพิมพ์ "หมึกไทย | กระดาษญี่ปุ่น" จากการร่วมงานระหว่าง Awagami Factory ซึ่งเป็นสตูดิโอกระดาษทำมือที่มีชื่อเสียงระดับสากล สร้างสรรค์กระดาษหลากหลายประเภทมายาวนานกว่า ๓oo ปี กับ C.A.P studio (Chiangmai Art on Paper) สตูดิโอภาพพิมพ์ ก่อตั้งเพื่อสร้างสรรค์และผลิตผลงานภาพพิมพ์กับศิลปินที่มีเชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศมาเป็นเวลากว่า ๑o ปี


งาน "หมึกไทย / กระดาษญี่ปุ่น" เป็นการออกแบบการจัดวางใหม่ทั้งหมดและที่พิเศษที่สุดคือ ศิลปินทำงานพิเศษเพิ่มอีกคนละหนึ่งชิ้นบนกระดาษชิ้นใหญ่พิเศษที่ได้รับมาจากอาวากามิ ซึ่งเป็นกระดาษ Kōzo 楮 ใยต้นปอสาญี่ปุ่น หนา ๖oo กรัม ขนาดใหญ่ ๑ x ๑ เมตร ซึ่งเป็นกระดาษพิเศษที่ทำโดยช่างทำกระดาษผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ทางบริษัทอาวากามิให้ความเชื่อมั่นศิลปินไทยและได้ทำกระดาษพิเศษนี้ให้คนละหนึ่งชิ้นเพื่อนำเสนองานในกรุงเทพครั้งนี้


นิทรรศการนี้เป็นโอกาสอันดีที่ได้ชมฝีมือศิลปินไทยด้วยวัสดุกระดาษที่ผลิตได้มาตราฐานด้วยกรรมวิธีท้องถิ่นของญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับมากว่า ๓oo ปี


วันและเวลาจัดแสดง : ๑๙ กันยายน - ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๖
สถานที่ : เซรินเดีย แกลอรี่







ภาพและข้อมูลจากเวบ
wikalenda.com













"นิทรรศการสื่อสารผ่านสีสรรค์”

เวลาจัดแสดง : ๕ กันยายน - ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๖
สถานที่: People's Gallery ชั้น ๒
โดย ฟิลลิป มาร์ค ออโดแมท



ภาพและข้อมูลจากเวบ
portfolios.net




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 18 กันยายน 2556
Last Update : 18 กันยายน 2556 23:28:58 น. 0 comments
Counter : 3542 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.