happy memories
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
11 ธันวาคม 2555
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๒o




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





‪Grace - Yukiyo Nakamura‬










"ตามรอย ๘๕ คำสอนของพ่อหลวง”



ร่วมเทิดพระเกียรติในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา ผ่านผลงานมาสเตอร์พีซของศิลปินชื่อดังในนิทรรศการ “ตามรอย ๘๕ คำสอนของพ่อหลวง"


มูลนิธิธารศิลปรักษ์จิตรกร ร่วมกับ ดิ เอ็มโพเรี่ยม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ จัดงาน “ตามรอย 85 คำสอนของพ่อหลวง” ตอน ๑ นิทรรศการศิลปะกับบทเพลง เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา ผ่านผลงานจิตรกรรมกว่า ๑๒o ชิ้น จากศิลปินแห่งชาติและศิลปินที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยกว่า ๙o ท่าน อาทิ ศาสตราจารย์เกียรติคุณประหยัด พงษ์ดำ, ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง, ศาสตราจารย์อารี สุทธิพันธ์, อ.แนบ โสตถิพันธุ์, อ.ศุภกิจ อุตตรนคร, อ.พิชัย นิรันต์ และท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เป็นต้น เป็นต้น นำผลงานมาจัดแสดงและจำหน่ายเพื่อหารายได้สมทบกองทุนรักษ์จิตรกรเพื่อช่วย เหลือศิลปินในยามเจ็บป่วย ระหว่างวันที่ ๕ - ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๕ ณ แฟชั่น อเวนิว ชั้น จี และ ชั้น ๑ ดิ เอ็มโพเรี่ยม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชมแต่อย่างใด































ภาพและข้อมูลจาก
artbangkok.com













“ศิลปินรวมใจเทิดไท้องค์ราชันย์”


เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ “๕ ธันวามหาราช” โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค สุขุมวิท ๒๒ ร่วมกับ กลุ่มศิลปินอิสระ ๙๖ กำหนดจัดงานแสดงนิทรรศการศิลปกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ “ศิลปินรวมใจ เทิดไท้องค์ราชันย์” เป็นการนำเสนอผลงานของศิลปินกว่า ๓oo คน ทั้งศิลปินอาชีพและสมัครเล่นชาวไทยและชาวต่างประเทศรวมตัวกันสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะให้ประชาชนได้ชื่นชม


ผู้สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมและเลือกซื้อผลงานของศิลปินได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ณ บริเวณล็อบบี้ของโรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค สุขุมวิท ๒๒ ระหว่างวันที่ ๓o พฤศจิกายน ๒๕๕๕ – ๖ มกราคม ๒๕๕๖ เวลา ๑o.oo-๒o.oo น. โดยรายได้ส่วนหนึ่งร่วมสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ถวายเป็นพระราชกุศลฯ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โทร. o๒-๒๖๑-๙๓oo ต่อ ๕๙๓๘






































ภาพและข้อมูลจากเวบ
hiclassociety.com














"รักในสายพระเนตร”



เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงได้จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “รักในสายพระเนตร” เผยแพร่ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบันที่หาชมได้ยาก รวมทั้งภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่ได้รับพระราชทานให้นำมาเผยแพร่เป็นครั้งแรก จำนวน ๗ ภาพ นอกจากนี้ยังจัดแสดงภาพถ่ายโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ผ่านมุมมองและฝีมือการลั่นชัตเตอร์ของ ๙ ช่างภาพชั้นนำของเมืองไทย เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกความจงรักภักดีของคนในชาติต่อสถาบันกษัตริย์ นิทรรศการนี้จัดแสดงบริเวณแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น ๑ สยามพารากอน ระหว่างวันที่ ๖ - ๑๑ ธันวาคม นี้และจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ ๘ ธันวาคมนี้ เวลา ๑๗.๐๐ น. โดยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จเป็นประธานในพิธี






ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ กล่าวถึงที่มาของนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติรักในสายพระเนตร ว่า “หลังจากเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเริ่มต้นเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรทั่วประเทศ เริ่มจากภาคกลางในพ.ศ. ๒๔๙๕ ภาตะวันออกเฉียงเหนือใน พ.ศ. ๒๔๙๘ ภาคเหนือและภาคใต้ใน พ.ศ. ๒๕o๑ เพื่อทรงรับทราบทุกข์สุข ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และทรงศึกษาข้อมูลจากสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง รวมไปถึงสภาพทางภูมิศาสตร์ของแต่ละภาค ผืนดินทุกตารางนิ้วในประเทศไทย ไม่มีที่ใดเลยที่พระองค์จะมิได้ทรงเหยียบย่างไปถึง นับเป็นการปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างหนักเพื่อต่อสู้กับความยากจน ศัตรูตัวฉกาจของราษฎรไทย


“เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหา กษัตริย์ที่พระราชทานความช่วยเหลือแก่พสกนิกรไทยมาอย่างยาวนาน และตระหนักถึงพระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติเพื่อประชาชนชาวไทย ปลูกจิตสำนึกความจงรักภักดีของคนในชาติต่อสถาบันกษัตริย์ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติรักในสายพระเนตร จึงได้เกิดขึ้น”






และในโอกาสนี้ พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ยังได้จัดทำหนังสือภาพถ่ายประกอบนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติรักในสายพระเนตร ซึ่งมีภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และภาพโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากฝีมือช่างภาพชั้นนำ ๙ คน เพื่อจำหน่ายเป็นที่ระลึกให้แก่ผู้ที่สนใจในราคา ๓๕o บาท


“จากพระบรมฉายาลักษณ์ขณะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ต่าง ๆ สังเกตได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีกล้องถ่ายรูปคล้องพระศอ และแผนที่ติดพระหัตถ์อยู่ตลอดเวลา ทรงบันทึกภาพสถานที่ สภาพแวดล้อม ตลอดจนความเป็นอยู่ของราษฎร เพื่อทรงหาทางช่วยเหลือในระยะยาว นอกจากนี้ ยังทรงฉายพระรูป สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทั้งในขณะทรงงาน และในพระอิริยาบถผ่อนคลาย ซึ่งเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่นับวันยิ่งหาดูได้ยาก และแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในการถ่ายภาพของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”






ภายในนิทรรศการจะแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ จัดแสดงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่หาชมได้ยาก และภาพถ่ายล่าสุดที่พระราชทานให้พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ นำมาเผยแพร่เป็นครั้งแรกจำนวน ๗ ภาพ ได้แก่ ภาพเสด็จฯ ไปยังทุ่งมะขามหย่อง จ. พระนครศรีอยุธยา ภาพเสด็จฯ ทางชลมารคโดยเรือพระที่นั่งอังสนา ไปทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และทรงเปิดโครงการชลประทานตามพระราชดำริอื่นๆ เป็นต้น ส่วนที่ ๒ เป็นภาพถ่ายโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ผ่านมุมมองและฝีมือการลั่นชัตเตอร์ของ ๙ ช่างภาพชั้นนำของเมืองไทย คือ ชำนิ ทิพย์มณี, นพดล ขาวสำอางค์,วสันต์ ผึ่งประเสริฐ, ณัฐ ประกอบสันติสุข, จุฑารัตน์ พรมุณีสุนทร, อุรชา จักรคชาพล,ชฤต ภู่ศิริ, อนัฆ นวราช และ ปิยทัต เหมทัต





ข้อมูลจาก
naewna.com
บล็อกนายแว่นแม่นภาษี













"ช้างในคติความเชื่อของไทย"


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงเปิดนิทรรศการ “ช้างในคติความเชื่อของไทย” โดยภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายเป็นราชสักการะเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ให้คนรุ่นใหม่ตระหนักว่าช้างมิได้เป็นเพียงสัตว์ตัวโต แสนรู้และน่ารักเท่านั้น แต่เกี่ยวพันกับวิถีชีวิตคนไทยมาช้านาน และมีบทบาทสำคัญเชิงสัญลักษณ์อยู่ในคติความเชื่อทางศาสนาและขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยตั้งแต่สมัยโบราณ และสืบทอดมาถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะช้างเผือกถือเป็นสัตว์คู่บุญบารมีของพระมหากษัตริย์ ในสมัยรัตนโกสินทร์ถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ จึงควรช่วยกันส่งเสริมอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมและสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามที่เกี่ยวกับช้าง รวมทั้งส่งเสริมการอนุรักษ์ช้างในแผ่นดินไทยไว้มิให้สูญพันธุ์ไป โดยมี ศ.คุณหญิงสุชาดา กีระนันทน์ ประธานคณะทำงานดำเนินงานร้านภูฟ้า คณะผู้บริหารและคณะทำงานร้านภูฟ้า เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ร้านภูฟ้าผสมผสาน ชั้น ๔ ศูนย์การค้าสยามพารากอน






ภายหลังทรงตัดแถบแพรเปิดนิทรรศการ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงลงพระนามาภิไธยในภาพวาดฝีพระหัตถ์ “ปีมะเส็ง” เป็นภาพงูเล็ก ๆ น่ารัก ๓ ตัว ที่ร้านภูฟ้าได้รับพระราชทานประกอบลายพระหัตถ์พร้อมกับพรพระราชทานสำหรับปีใหม่ปีมะเส็ง “ส.ค.ส. ๒๕๕๖ ปีมะเส็ง ปีงูจงรู้จริง อย่ารู้แค่งู ๆ ปลา ๆ แล้วจะสบายตลอดปี” เพื่อเป็นสิริมงคลแด่พสกนิกรไทย จากนั้นทรงพระดำเนินทอดพระเนตรภายในนิทรรศการซึ่งจัดแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ประกอบด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดช้าง,ความรู้เรื่องช้าง, กำเนิดช้างในคติความเชื่อ, เทพเจ้าที่เกี่ยวกับช้างและช้างสำคัญในศาสนาพราหมณ์, ช้างสำคัญในศาสนาพุทธ ตลอดจน “ช้างแก้ว” หนึ่งในรัตนะเจ็ดประการของพระมหาจักรพรรดิ และ “ช้างเผือก” ในรัชกาลปัจจุบัน ก่อนเสด็จฯ กลับ ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ “ช้างในคติความเชื่อของไทย” ระหว่างนี้ถึงวันที่ ๓o มิ.ย. ๒๕๕๖ ที่ร้านภูฟ้าผสมผสาน ชั้น ๔ ศูนย์การค้าสยามพารากอน.



ภาพและข้อมูลจาก
dailynews.co.th















นิทรรศการเทิดพระเกียรติ "ตามรอยพระราชา"


เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ ธนาคารไทยพาณิชย์จัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ตามรอยพระราชา” เพื่อเผยแพร่ให้เยาวชนได้เรียนรู้ถึงหลักคิด หลักปฏิบัติและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งพระราชหฤทัยทำให้พสกนิกรมาตลอดระยะเวลาการครองสิริราชสมบัติ เพื่อจะได้ยึดถือและนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของตน โดยนำเสนอพระราชดำริ พระอัจฉริยภาพและพระราชกรณียกิจที่ยิ่งใหญ่เป็นคุณูปการแก่ทุกภูมิภาคของประเทศและปวงชนชาวไทย ผ่านโครงการในพระราชดำริต่าง ๆ ได้แก่





กรรณิกา ชลิตอาภรณ์ ลงนามถวายพระพร



แก้มลิง วิธีบรรเทาปัญหาน้ำท่วมด้วยการหน่วงน้ำหรือดึงน้ำไปเก็บไว้ในพื้นที่รองรับในช่วงที่ฝนตกและมีน้ำมาก เมื่อน้ำลดจึงระบายน้ำออกฝนหลวง เทคโนโลยีฝนหลวงได้รับการเผยแพร่และเป็นที่ยอมรับในหมู่นักวิทยาศาสตร์ องค์กรและสถาบันต่าง ๆ ทั้งในระดับนานาชาติและระดับโลกว่าเป็นประดิษฐกรรมที่สามารถนำมาใช้แก้ปัญหาความแห้งแล้งขาดแคลนน้ำในการเกษตร กังหันน้ำชัยพัฒนา เครื่องบำบัดน้ำเสียด้วยวิธีการเติมอากาศให้น้ำเสียกลายเป็นน้ำดี






แกล้งดิน แนวพระราชดำริในการแก้ไขดินเปรี้ยวหรือดินเป็นกรด โดยการจำลองฤดูฝนและฤดูแล้งสลับกัน ด้วยการเติมน้ำในดินเสมือนฤดูฝนแล้วทำให้ดินแห้งเสมือนฤดูแล้งเพื่อเร่งปฏิกิริยาทางเคมีของดินให้เปรี้ยวจัดถึงที่สุดแล้วปรับปรุงบำรุงดิน โดยใช้ปูนขาวปรับสภาพดินให้เป็นกลางควบคู่กับการใช้น้ำล้างดิน ชะล้างความเปรี้ยวจนดินกลับมาเป็นดินดี ปลานิลพระราชทาน ด้วยทรงห่วงใยสุขภาพพลานามัยของประชาชนที่มีฐานะยากจนในถิ่นทุรกันดาร จึงทรงศึกษาการเพาะเลี้ยงปลานิล เพื่อที่จะใช้เป็นอาหารโปรตีนได้ในราคาย่อมเยา และยกฐานะความเป็นอยู่ของราษฎรให้มีอาชีพเลี้ยงครอบครัว หญ้าแฝก ทรงเป็นแบบอย่างในการนำหญ้าแฝกมาใช้อนุรักษ์ดินและน้ำซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการทำเกษตรด้วยลักษณะเด่นของหญ้าแฝก คือ รากตรง หยั่งลึกและแผ่กว้าง






และเศรษฐกิจพอเพียง แนวทางดำเนินชีวิตที่พระราชทานแก่ชาวไทยเพื่อช่วยให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤติเศรษฐกิจและมีภูมิคุ้มกันต่อทุกสิ่งที่อาจเกิดขึ้น โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนมีความสำคัญและเกิดจากพระราชปรีชาญาณ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยของพระองค์ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย


นอกจากนี้ ในนิทรรศการยังได้นำเสนอเรื่องราวจากภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นเบิร์ดแลนด์แดนมหัศจรรย์ ตอนพิเศษ ตามรอยพระราชา ซึ่งจะพาเด็ก ๆ ไปเรียนรู้ “งานของพ่อ” สนุกสนานไปกับสาระและความรู้เกี่ยวกับ ๒๖ โครงการในพระราชดำริ ผลิตโดย บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) พร้อมกันนี้ ธนาคารได้จัดโต๊ะลงนามถวายพระพร ณ บริเวณ Banking Hall สำนักงานใหญ่ของธนาคารหรือร่วมจุดเทียนออนไลน์ถวายพระพรชัยมงคลได้ที่ //www.thaiblessking.com (ร่วมจุดเทียนออนไลน์ได้ถึง ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๕)



ภาพและข้อมูลจาก
naewna.com














"พลาสติก วันเดอร์" อัศจรรย์แห่งพลาสติกกับศิลปะกลางแจ้ง


เป็นครั้งแรกในเมืองไทย ที่ ๘ นักสร้างสรรค์มืออาชีพจากหลายวงการ มารวมตัวกันเพื่อสร้างผลงาน Installation Art ขนาดใหญ่ ด้วยการผสมผสานศิลปะกับผลิตภัณฑ์จากเม็ดพลาสติก สำหรับแสดงในนิทรรศการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม “เอท พลาสติกวันเดอร์” (8 Plastics Wonder) เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสกับไอเดียแปลกใหม่ในบรรยากาศอันร่มรื่นล้อมรอบไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ ณ อุทยานเบญจสิริ


ในวันเปิดงาน นายจุมพล สำเภาพลรองปลัดกรุงเทพมหานคร มาเป็นประธานในพิธีเปิดและร่วมชมผลงาน พร้อมกล่าวว่า เพื่อเป็นการจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับวงการดีไซเนอร์ไทย จึงเชิญบุคคลทั้งในและนอกวงการ ร่วมกันออกแบบผลงานนิทรรศการจากผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเม็ดพลาสติก โดยคำนึงถึงการนำพลาสติกมาใช้ให้เกิดประโยชน์อันสูงสุด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถใช้ชีวิตประจำวันอยู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดี


ด้าน นายยุทธนา เจียมตระการ กรรมการผู้จัดการ SCG Performance Chemicals กล่าวเสริมว่า “ถือเป็นโอกาสดีที่ทีมงานของเราได้ร่วมกับดีไซเนอร์ชั้นนำของประเทศ มีโอกาสผลิตผลงานชิ้นงานจากพลาสติกรูปแบบใหม่เพื่อให้ผู้ที่สนใจในแวดวงต่าง ๆ ได้นำเอาแนวคิดเหล่านี้ไปต่อยอดทั้งในแง่ประโยชน์ใช้สอยและการใช้งานในเชิงศิลปะ ผมอยากให้ประเทศไทยเป็นเมืองเศรษฐกิจแบบสร้างสรรค์ นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่จัดว่านักออกแบบไทย ศิลปินไทยมีศักยภาพมีความสามารถที่จะทำงานแบบนี้ได้ดี ”


ในงานนี้ ผู้มาร่วมงานยังได้เดินยืดเส้นยืดสาย เพื่อชมผลงาน Installation Art ขนาดใหญ่ของแต่ละคน ซึ่งจัดอยู่รอบอุทยานเบญจสิริ โดยมีเจ้าของผลงานอธิบายให้ฟังถึงการตีความโจทย์ที่ได้รับ แล้วนำไปสร้างสรรค์ ผสมผสานศิลปะกับพลาสติก ที่สะท้อนถึงมุมมองต่อคุณสมบัติอันหลากหลายของพลาสติก จนกลายมาเป็นงานศิลปะแนวใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ผลงาน Unique โดย Wallpaper* จากความคิดและมุมมองเรื่องทัศนคติที่คนมีต่อพลาสติกในแง่ลบ Wallpaper* จึงนำเสนอมุมมองอีกด้านให้คนมองพลาสติกในทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะความเป็น “Unique”


ผลงาน Mass โดย Design Catalyst ทีมนักออกแบบพลาสติกมืออาชีพผลงานของทีมนี้ทำเป็นรูปทรงเหมือนบ้าน เป็นสีทองอร่ามทั้งหลัง โดยใช้เทคนิค Repetition คือ ใช้วัสดุฟอร์มเดียวกันทำซ้ำๆ กันออกมา แต่มี finishing ที่ต่างกัน เป็นการดีไซน์ความสวยงามจากของ ที่เคยมีอยู่ อยากทำให้คนรู้สึกว่าพลาสติกเป็นวัสดุที่สวยงาม น่าสัมผัส ดูสวยเกินกว่าที่จะนึกว่าเป็นพลาสติก แต่สามารถใช้งานได้จริง และมีประโยชน์ต่อชีวิตด้วย


ผลงาน Durable โดย วสุ วิรัชศิลป์สถาปนิกที่ผสมผสาน Deconstructionเข้ากับความ Modern และ Avant-garde ออกมาเป็นงานศิลปะที่น่าทึ่งไร้กาลเวลานำเอาคุณสมบัติ “Durable” ของพลาสติก คือ ความทนทาน แข็งแกร่ง มาเปรียบเทียบกับงานสถาปัตยกรรม ที่ต้องมีความแข็งแรงทนทานอยู่ยาวนาน จึงสร้างสรรค์ออกมาเป็น Monumental หรือ อนุสาวรีย์รูปเกลียวเชือก ๓ เส้น


ผลงาน Renew โดย ผศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต ผู้ที่นำขยะมาแปรเป็นงานดีไซน์อย่างมี value ใช้งานได้จริงและขายได้จริง


ผศ.ดร.สิงห์ นำแนวคิด “Renewable -Reusable-Recyclable” มาถ่ายทอดให้ทุกคนได้เข้าใจว่าพลาสติกสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้หลายครั้ง ขอเพียงแค่ทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน งานศิลปะชิ้นนี้คือ ลูกโลก โดยนำถังบำบัดน้ำเสียใช้แล้วมาเป็นตัวแทนที่สื่อถึงโลกซึ่งมีหลายระบบเชื่อมต่อกัน อะไรที่ขาดไปเรายังไม่รู้ตอนนี้แต่อาจเกิดปัญหาทีหลังได้


ผลงาน Mimic โดย พิชิต วีรังคบุตรหนุ่มผู้หลงใหลใน Pop Culture ของโลก และเป็น Collector ตัวยงของเมืองไทยเขานำความสามารถของพลาสติกที่สามารถลอกเลียน (Mimic) หน้าตาและผิวสัมผัสได้หลากหลาย มาออกแบบให้มีกลิ่นอายของความสนุก โดยมีลูกสาวสุดที่รักเป็นแรงบันดาลใจ


ผลงาน Freeform โดย อานนท์ ไพโรจน์ นักออกแบบโปรดักดีไซน์ที่ไปคว้ารางวัลในระดับโลก อานนท์ มองว่าพลาสติกมีความสำคัญมากต่อมนุษย์ แต่เพราะถูกใช้เป็นพื้นฐานชีวิตมานานจึงถูกมองข้ามคุณค่าที่แท้จริงไป และทำให้เกิดการใช้งานอย่างไม่รับผิดชอบ ด้วยความที่เป็นนักสร้างสรรค์รูปทรงไร้กฎเกณฑ์จึงนำเอาข้อดีนี้มาใช้ในผลงาน โดยใช้ท่อร้อยสายซ้อนกันทีละวงเป็นรูปโครงหน้าคน


ผลงาน Light โดย มะลิ จาตุรจินดาสาวกราฟิกดีไซน์ที่มากไปด้วยผลงานออกแบบนานาชนิด ตั้งแต่ปกหนังสือไปจนถึงลายผ้าแฟชั่น มะลิ ชอบที่จะศึกษาวัตถุดิบอย่างละเอียด เพื่อมองหาความพิเศษจากวัตถุดิบนั้น ๆ ซึ่ง “Light” หรือ ความเบา ก็คือคุณสมบัติของพลาสติกที่เธอประทับใจ ผลงานครั้งนี้เธอจึงนำมาใช้เป็นแรงบันดาลใจ


ผลงาน Multi-Color โดย ป๊อด-ธนชัย อุชชิน นักร้องนักดนตรีผู้มีสไตล์เป็นของตัวเอง ชื่นชอบงานออกแบบที่เรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยรายละเอียดที่แตกต่าง สำหรับเขาแล้วพลาสติกคือสีสันที่เข้ามาเติมเต็มเรื่องราวมากมายให้กับมนุษย์ ป๊อดจึงตั้งใจนำสีสันแบบ “Multi-Color” ที่หลากหลายมาสร้างเรื่องราวใหม่ให้กับพลาสติก


ผู้ที่สนใจสามารถชมผลงานต่าง ๆ จากนิทรรศการดังกล่าวได้ที่ //www.scg-designcatalyst.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อดีไซน์คะตะลิสต์ โทร.02-5863363


ภาพและข้อมูลจาก
naewna.com














"นิทานแผ่นดิน โครงการเทิดพระเกียรติครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์"


พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA) ขอเชิญชวนผู้สนใจทุกท่าน มาร่วมพิธีเปิด “นิทรรศการภาพถ่ายเฉลิมพระเกียรติ” อันเป็นการจัดแสดงภาพผลงานศิลปกรรม Land Art จากโครงการ “นิทานแผ่นดิน” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดย ๙ ศิลปินชั้นนำของไทย อาทิ

ศาสตราจารย์กมล ทัศนาญชลี ศิลปินแห่งชาติ ปี ๒๕๔o สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรมและสื่อผสม)
อาจารย์ทวี รัชนีกร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ. ๒๕๔๘
อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร
อาจารย์ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ
อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ไพโรจน์ วังบอน
อาจารย์สาครินทร์ เครืออ่อน
อาจารย์นภดล วิรุฬชาตะพันธ์
สุริยา นามวงศ์


ที่ได้รับการถ่ายทอดผ่านผลงานภาพถ่ายของ ณัฐพล บุญปาสาณ, พิศุทธิ์ ชูบรรเจิด และ วินิตรา ชูบรรเจิด ซึ่งจะมีกำหนดการจัดแสดงงานตั้งแต่วันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ (พิธีเปิด) ถึงวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นระยะเวลา ๒ เดือน โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดแสดงงาน ดังนี้


ร่วมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในวโรกาสครบรอบ ๙๕ พระชนมพรรษา เผยแพร่และจัดแสดงภาพผลงานจากโครงการนิทานแผ่นดินสู่สาธารณะชน เผยแพร่ผลงานของศิลปินไทยในระดับประเทศและระดับสากลได้รับรู้และเข้าใจความเป็นมาของการจัดนิทรรศการและงานศิลปกรรม Land Art ให้เด็ก เยาวชนและบุคคลทั่วไปเกิดความสนใจ มีแรงบันดาลใจในงานศิลปะ และตระหนักในความสำคัญของวัฒนธรรมและศิลปะของชาติ


เผยแพร่แนวคิดในการดำเนินชีวิตในสังคมปัจจุบันตามรอยพระราชดำริ บนพื้นฐานของวัฒนธรรมที่แม้อัตลักษณ์จะแตกต่างกันแต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนและเหมาะสม โดยมีรายชื่อศิลปินที่จะมาร่วมงานพิธีเปิดนิทรรศการภาพถ่ายเฉลิมพระเกียรติจากโครงการ “นิทานแผ่นดิน” ในวันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ดังนี้


ศิลปินผู้สร้างสรรค์ภาพ Land Art ที่จะมาร่วมงานแถลงข่าว

อาจารย์ทวี รัชนีกร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พ.ศ. ๒๕๔๘
อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร
อาจารย์ธงชัย ศรีสุขประเสริฐ
อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ไพโรจน์ วังบอน
อาจารย์สาครินทร์ เครืออ่อน
อาจารย์นภดล วิรุฬชาตะพันธ์
สุริยา นามวงศ์


ศิลปินผู้ร่วมงาน ที่จะมาร่วมร้องเพลง “นิทานแผ่นดิน”
๑. พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
๒. สุนทรี เวชานนท์


ศิลปินที่จะมาร่วมงานแถลงข่าว

ธีรภาพ โลหิตกุล
สุเมธ องอาจ
ฟอร์ด สบชัย ไกรยูรเสน
อู๋ ธรรพ์ณธร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา
ต้า Mr. Team
ศุ บุญเลี้ยง
เจี๊ยบ วัฒนา
อุ๋ย นนทรีย์ นิมิบุตร


ภาพและข้อมูลจาก
artbangkok.com














"คอรัป ฉัน ไม่ขอรับ"


โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดนิทรรศการพิเศษ แสดงผลงานศิลปะจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ในวันต่อต้านการคอรัปชั่นสากล

๒๓ มหาวิทยาลัยจากทั่วประเทศไทยจะเข้าร่วมในนิทรรศการศิลปะต่อต้านการคอรัปชั่น “คอรัป ‘ฉัน’ไม่ขอรับ” โดยการสนับสนุนจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. )


“การต่อสู้กับการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยต้องเริ่มที่ตัวเราทุกคน จากการกระทำของเรา นิสัยของเราและทัศนคติ” Luc Stevens, UNResident Coordinator และ UNDP Resident Representative ประจำประเทศไทยกล่าว ดังนั้น ทาง UNDP จึงได้ร่วมกับภาคประชาสังคม และ ป.ช.ช. ในการสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับภยันตรายจากการทุจริตคอรัปชั่น


สำหรับการจัดนิทรรศการศิลปะต่อต้านการคอรัปชั่นที่จัดขึ้นนี้ เป็นการจัดแสดงผลงานของนิสิตนักศึกษาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนมุมมองแนวความคิดเกี่ยวกับคอรัปชั่นในตัวเรา มากกว่าการมองว่าคนอื่นว่าเป็นสาเหตุหลักของการทุจริตคอรัปชั่น


“การสร้างความตระหนักรู้และเปลี่ยนทัศนคติของเยาวชนให้เข้าใจถึงผลร้ายของการทุจริตคอรัปชั่นถือเป็นงานที่ท้าทายมาก การเข้าร่วมของศิลปินเยาวชนในการจัดนิทรรศการศิลปะครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการดึงดูดเยาวชนและประชาชนคนไทยให้เกิดการตื่นตัวมากขึ้น” ป.ป.ช. กล่าว


นิทรรศการจัดแสดงงานศิลปะทุกแขนงนี้ จะเริ่มจัดแสดงรอบพิเศษในวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา ๑o.oo น. ถึง ๑๒:oo น.โดยศิลปินจะนำเสนอผลงานของตัวเอง และมีการเสวนา การพูดคุยถึงความรู้สึก มุมมองความคิดเห็นเกี่ยวกับการทุจริตในสังคมไทย โดยนิทรรศการศิลปะต่อต้านการคอรัปชั่นจะจัดแสดงขึ้นระหว่างวันที่ ๑๑ - ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๕ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 1เข้าชมฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย


นอกจากนิทรรศการศิลปะต่อต้านการคอรัปชั่น UNDP ยังได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศกว่า ๙o แห่ง ในการสร้างเครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่นในระดับอุดมศึกษา และผู้นำนักศึกษากว่า ๒,ooo คนจากทั่วประเทศไทยเข้าร่วม โดยตลอดปีที่ผ่านมา UNDP ได้จัดค่าย “เยาวชนไทย หัวใจสะอาด คอรัป ‘ฉัน’ ไม่ขอรับ” ขึ้นทั่วทุกภาคของประเทศไทย และจะมีการขยายเครือข่าย “คอรัป ‘ฉัน’ ไม่ขอรับ” สรรหาแนวร่วมเพิ่มเติมในการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้ และความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา เพื่อนำไปสู่การแก้ไขที่เป็นรูปธรรมต่อไป


ติดต่อสำนักงานหอศิลปกรุงเทพฯ : o๒-๒๑๔-๖๖๓o – ๘

โทรสาร: o๒-๒๑๔-๖๖๓๙ 

อีเมล : info@bacc.or.th

เว็บไซต์ : //www.bacc.or.th


ภาพและข้อมูลจาก
artbangkok.com














"ธ สรรสร้าง ไทย สร้างสรรค์"


ในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๕ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ บริษัท เอสซีจี เอ็กซพีเรียนซ์ จำกัด ศูนย์ให้ความรู้เรื่องวัสดุก่อสร้างและการสร้างบ้านครบวงจร ร่วมแสดงความจงรักภักดี ร่วมเทิดพระเกียติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดงาน “ธ สรรสร้าง ไทยสร้างสรรค์” ภายใต้แนวคิด “งานสร้างสรรค์เพื่อกษัตริย์ผู้สรรสร้าง” โดยรวมเหล่าศิลปินชั้นแนวหน้าของเมืองไทย ซึ่งสร้างผลงานจากแรงบันดาลใจ จากพระอัจฉริยภาพ พระราชกรณียกิจ และพระราชจริยวัตรอันงดงามของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ่ายทอดเป็นงานศิลปะแบบดิจิตอล 4D บนผนังตึกครั้งแรกของเมืองไทย ณ เอสซีจี เอ็กซพีเรียนซ์ โครงการคริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์


ชัชวาลย์ เศรษฐบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เอ็กซพีเรียนซ์ จำกัด กล่าวว่า ทางเอสซีจี เอ็กซพีเรียนซ์ มีความประสงค์ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประชาชนชาวไทย ในการร่วมเทิดพระเกียรติองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นอกจากการทรงงานหนักของพระองค์เพื่อพสกนิกรชาวไทยอย่างพวกเราแล้ว พระองค์ยังได้ทรงสร้างสรรค์ผลงานศิลปะให้พวกเราคนไทยได้ชื่นชมในพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่าน ซึ่งในผลงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นก็แฝงไปด้วยแนวคิดในการดำรงชีวิต การทำงาน และการทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติ การแสดงผลงานศิลปะครั้งนี้ใช้เทคนิคการแสดงแบบ Projection Mapping ลงบนผนังตึกครั้งแรกที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ทุกผลงานศิลปะถูกร้อยเรียงและวางแผนมาอย่างดีที่สุด เพื่อให้ทุกท่านที่มาร่วมงาน ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ได้ชื่นชมในผลงานเพื่อเทิดพระเกียรติของศิลปินทุกท่าน


ภัทรีดา ประสานทอง นักวาดภาพประกอบชื่อดังของประเทศไทย กล่าวถึงการสร้างสรรค์ผลงานของตนเองว่า โจทย์ครั้งนี้คือการวาดภาพประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ Oh I Say ซึ่งเมื่อได้ฟังเพลงนี้ก็รู้สึกเหมือนว่ามีแรงผลักดันที่ทำให้เราอยากทำงานครั้งนี้ให้ดีที่สุด ด้วยเนื้อหาของเพลงพระราชนิพนธ์นี้เกี่ยวกับความสุข จึงกลายเป็นไอเดียที่ว่า เมื่อทุกคนที่ได้ฟังเพลงนี้แล้วก็มีความสุข พอมีความสุขแล้วก็อยากทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ทางด้านน้องสาว นวลตอง ประสานทอง นักวาดภาพลายเส้นชื่อดังอีกคน กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันครั้งแรกกับ พี่โหน่ง-วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ นักเขียนและผู้ก่อตั้งนิตยสารอะเดย์ โดยที่พี่โหน่งจะเขียนเรื่องสั้น แล้วตัวเองก็วาดภาพประกอบออกมาเป็นให้เป็นเรื่องราวเพื่อถ่ายทอดให้คนดู”


ด้านโหน่ง วงศ์ทนง กล่าวว่า พอได้รับการติดต่อให้ร่วมงาน ก็ตอบรับในทันที เหตุผลแรกก็คือ เอสซีจีฯ เป็นองค์กรชั้นนำระดับประเทศ ตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ได้แสดงให้เราเห็นว่าเป็นองค์กรที่มีอุดมการณ์เพื่อสังคม ส่วนเหตุผลที่สอง โหน่งบอกว่า "ผมรักในหลวงครับ"


“ธ สรรสร้าง ไทยสร้างสรรค์” สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมชมงานอย่างไร พอลลี่-พรพรรณ สิทธินววิธ เซเลบริตี้ กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นและประทับใจไปกับศิลปะที่นำมาฉายบนผนังตึก แล้วยังทึ่งกับเทคนิค Projection Mapping อันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ด้วย พอได้ชมผลงานทั้งหมดแล้ว ตัวเองรู้สึกซาบซึ้งถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์มากขึ้นไปอีก ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อชาวไทยแบบที่คงจะหาไม่ได้อีกแล้ว ยิ่งได้ชมภาพของพระองค์ที่นำมาจัดแสดงด้วยแล้ว ยิ่งรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้มาร่วมในงานนี้


อีกหนึ่งความในใจของอาจารย์สาวสวยแห่งคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมิตา ธนะโสภณ ที่พกดีกรีจากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ๑ ใน ๑o มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ประทับใจมาก ๆ กับงานศิลปะทุกชิ้น รับรู้ได้ถึงความตั้งใจของศิลปินทุกท่าน แม้จะเป็นผลงานที่ต่างแบบต่างมุมมอง แต่ทั้งหมดก็แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพด้านต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


"เมื่อได้เข้าไปชมนิทรรศการพระบรมฉายาลักษณ์ ก็ภูมิใจมากค่ะที่ได้เกิดมาบนแผ่นดินของพระองค์ อยากให้ทุกคนแวะมาชมงานนี้" สมิตากล่าว


ผู้สนใจสามารถร่วมชมงานศิลปะแบบดิจิตอล 4D ด้วยเทคนิคการแสดง Projection Mapping อันยิ่งใหญ่นี้ได้ในช่วงเย็นของทุกวัน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ ๒o มกราคม ๒๕๕๖ ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ //www.scgexperience.co.th และwww.facebook.com/scgexperience.


ภาพและข้อมูลจาก
scgexperience.co.th
thaipost.net














"เหรียญสุริยะภูมิจักรวาล ๑ ในตำนานชีวิต ๗๓ ปี ถวัลย์ ดัชนี"


เปิดตัวยิ่งใหญ่ “เหรียญสุริยะภูมิจักรวาล” ๑ ในตำนานชีวิต ๗๓ ปี ถวัลย์ ดัชนี โอกาสเดียวในการเป็นเจ้าของ เปิดจองภายในงานวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๕ และสามารถชมนิทรรศการได้จนถึงวันที่ ๙ ธันวาคมนี้ ที่ สยามพารากอน


ได้ชื่อว่าเป็น “จักรพรรดิบนผืนผ้าใบ” เพราะได้ฝากศิลปะไทยจิตวิญญาณตะวันออกสุดวิจิตรตระการตาไว้ตามสถานที่หลาย ๆ แห่งในโลก ในโอกาสที่ ถวัลย์ ดัชนี มีอายุครบ ๗๓ ปี จึงถือเป็นวาระสำคัญที่จะนำผลงานระดับอภิมหามาสเตอร์พีซ ที่มีตำนานความยิ่งใหญ่อย่าง“สุริยะภูมิจักรวาล” มาสร้างเป็นโครงการประติมากรรม เหรียญสุริยะภูมิจักรวาล ซึ่งผลิตออกมา ๓ ประเภทด้วยกัน คือ เหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญบรอนซ์ ที่มีลวดลายอลังการ สำหรับเก็บไว้เพื่อความเป็นสิริมงคล






ผลงาน “สุริยะภูมิจักรวาล” ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้น เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๒o หรือ ๓๕ ปีที่แล้ว เป็นภาพประดับฝาผนังบางส่วนใน ปราสาทคอร์ททอร์ฟ (Gottorf Castle) อายุเก่าแก่กว่า ๗oo ปี มีพื้นที่กว้างขวางถึง ๔๕o ห้อง โดย ถวัลย์ ได้รับเชิญจากเจ้าชายเฮอร์มัน กราฟ ฟันฮารด์เฟลด์ แห่งเยอรมนี ให้ไปเขียนภาพที่ปราสาทแห่งนี้ และใช้เวลาถึง ๓ ปี ในการรังสรรค์ผลงานดังกล่าว โดยเลือกใช้ความศรัทธาใน “มาร์ส” เทพเจ้าแห่งสงคราม, ความเข้มแข็งทรงพลังของ หิน เหล็ก กระดูก, ความเร้นลับ และขลังแกร่งของเยอรมนี, ความอ่อนหวานพลิ้วไหวของอิตาเลียน ผนวกกับความเป็นไทยของลายเครือวัลย์ กลั่นกรองมาเป็น ตราพระราชลัญจกร เป็นตราสุริยะมลฑลประภาที่แสดงถึงอิทธิฤทธิ์ของสุริยเทพ






ทั้งนี้ การจัดทำเหรียญดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายมาส ร้างเป็นกองทุน “เพื่อทำนุบำรุง ศิลปวัฒนธรรมและการศึกษา” โดยแบ่งออกเป็นกองทุนต่างๆ อาทิ พิพิธภัณฑ์บ้านดำ, กองทุนบ้านดำพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรม (Baandam Art Space “BAS”), กองทุนเพื่อนักเรียนนักศึกษาศิลปะที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์


ราคาการจำหน่าย เหรียญสุริยะภูมิจักรวาล ทั้ง ๓ ประเภท เหรียญทอง, เหรียญเงิน และ เหรียญบรอนซ์ มีทั้งแบบชุด, เหรียญเดี่ยว และประติมากรรม โดยเหรียญชุด ได้แก่ ชุดสุริยะรุ้งพรายแสง (ชุดพิเศษ) ราคาชุดละ ๓,๙oo,ooo บาท, ชุดสุริยะแจรงนพดล (ชุดพิเศษ) ราคาชุดละ ๒,๙oo,ooo บาท, ชุดสุริยะถกลเกริกหล้า ราคาชุดละ ๑,๘oo,ooo บาท และชุดสุริยะเบิกฟ้าไอศูรย์ ราคาชุดละ ๑,๔oo,ooo บาท






เหรียญเดี่ยว ได้แก่ เหรียญทองคำ ขนาด ๔.๕ ซม. ราคา ๓๙o,ooo บาท,เหรียญเงิน ขนาด ๔.๕ ซม. ราคา ๒o,ooo บาท,เหรียญบรอนซ์ ขนาด ๔.๕ ซม. ราคา ๔.๕ ซม.ราคา ๕,ooo บาท และในแบบประติมากรรม ได้แก่ สุริยะทูลไถงระวิวาร ขนาด ๙๙ ซม.ราคา ๓,๙oo,ooo บาท, สุริยะกังสดาลทศทิศขนาด ๖๙ ซม. ราคา ๑,๙oo,ooo บาท และ สุริยะพิชิตจักรวาล ขนาด ๓๙ ซม. ราคา ๙oo,ooo บาท


ผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ //www.thawan-ducchanee.com หรือโทร.o๒-๕๒๖-๑o๓๓ และ o๘๙-๒๒๕-๓๓๓๓





มยุรี ชัยพรประสิทธิ์, ถวัลย์ ดัชนี และ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์




พร้อมหน้าลูกชายดอยธิเบศร์ และ ทิพยชาติ วรรณกุล ภรรยา




(ซ้าย) รอฟ วอน บูเรน (ขวา) แฟชั่นสวย ๆ


ภาพและข้อมูลจาก
naewna.com
komchadluek.net














"๗๕ ปี 'สวนสุนันทา' โชว์สาม ศิลป์ รัตนโกสินทร์"


ฉลอง ๗๕ ปี “สวนสุนันทา” เปิดบ้านโชว์ สาม ศิลป์ รัตนโกสินทร์ ย้อนรำลึกอดีต พร้อมอวด ภาพวาดสีน้ำอายุกว่า ๙o ปี และเปิดอุโมงค์ลับที่ปิดมามากกว่า ๑oo ปี ชวน ปชช.ร่วมจับจ่ายเที่ยวตลาดบกตลาดน้ำ ๑๙ - ๒๓ ธ.ค.นี้





ดอกกุหลาบดับเบิลยูอาร์ สมิท ฝีมือคุณข้าหลวงเฉลิม



วันที่ ๓ ธันวาคมที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) จัดงานแถลงข่าว “๗๕ ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา..จากพระราชอุทยานสู่สถานศึกษา” โดยมี รศ.ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช อธิการบดี มร.สส.กล่าวเปิดงานว่า ปีนี้ มร.สส.ครบรอบ ๗๕ ปี ทางมหาวิทยาลัยจึงได้จัดกิจกรรม เพื่อเฉลิมฉลองบอกเล่าเรื่องราวดีของมหาวิทยาลัยที่มีประวัติศาสตร์อัน ยาวนาน และยังเป็นสถานที่ต้นตำรับของศิลปะหลายแขนง อาทิ ดนตรี นาฏศิลป์ อาหาร งานฝีมือ รวมถึงในปัจจุบันได้มีการพัฒนาด้านการเรียนการสอน งานวิจัยให้รองรับความเปลี่ยนแปลงในโลก





ภาพวาดดอกลิลลี่ ไม่ปรากฎนามผู้วาด



ดังนั้น ระหว่างวันที่ ๑๙ - ๒๓ ธ.ค.นี้ ที่ มร.สส.จะมีการนำเสนอของดีที่มีอยู่ทั้งศาสตร์ และศิลป์ มานำเสนอ และจัดแสดงให้ประชาชนได้รู้จัก เช่น ภาพวาดสีน้ำอายุกว่า ๙o ปี มีทั้งหมด ๓๗ ภาพ เปิดอุโมงค์ลับที่ปิดมามากกว่า ๑oo ปี ให้ประชาชนได้เข้าชม ตลาดน้ำย้อนยุค ตลาดบกตลาดน้ำ สปา/นวดไทยราชสำนัก ระบำโคม เป็นต้น รวมถึงจะมีการจัดนิทรรศการ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสมีพระพรรษาครบ ๗ รอบ หรือ ๘๔ พรรษา เฉลิมฉลองเจ้าฟ้า นักบินแห่งสยาม เป็นการเฉลิมพระเกียรติ ๖o พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร และเฉลิมฉลอง รำลึกอดีต ความเป็นมาสู่การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันกว่า ๑o๔ ปี ของการจัดตั้งอุทยานสวนสุนันทาใน พระปิยมหาราช ทั้งนี้ ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จาก สมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัตน์ พระวรชายา ใน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นประธานเปิดงานในวันที่ ๑๙ ธ.ค.นี้





น้ำพริกลงเรือ ต้นกำเนิดมาจากตำหนักพระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์
กรมพระสุธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ผู้ดูแลห้องเครื่องต้น
ดูแลพระกระยาหารถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕



อย่างไรก็ตาม การจัดงานครั้งนี้จัดภายใต้แนวคิด สาม ศิลป์ รัตนโกสินทร์ คือ ดนตรี นาฏศิลป์ และศิลปะ ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย โดยภายในงานจะมีการปรับปรุง ๓ ตำหนัก เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านต่าง ๆ นำเสนอเรื่องราวศิลปะในสมัยรัตนโกสินทร์ตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลปัจจุบัน รวมถึงมีการจำลองวิถีชีวิตในวัง และสาธิตงานฝีมือต่าง ๆ เช่น เครื่องแขวน งานดอกไม้ใบตอง ต้นตำรับน้ำพริกลงเรือ เป็นต้น ส่วนด้านวิชาการ จะมีการนำเสนอผลงานด้านวิจัยที่ได้รับรางวัล รวมถึงวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชนของแต่ละคณะ สำนักฯ และวิทยาลัย เพื่อเผยแพร่ศักยภาพของอาจารย์ บุคลากรและนักศึกษา โดยจัดในรูปแบบของอุโมงค์การเรียนรู้ ยาว ๔o เมตร สำหรับผู้สนใจสามารถชมรายละเอียดการจัดงานได้ที่ //www.ssru.ac.th หรือ โทร. 0๒-๑๖o-๑o๒๓





ศูนย์สถาปัตยกรรม




ศูนย์นาฏศิลป์




ศูนย์ดนตรี




พระตำหนักสายสุทธา (สำนักศิลปะฯ)




โรงเรียนสวนสุนันทา


ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net













"Night at the Museum III"
"ค้นหาจุดเริ่มต้น ปลุกจิตวิญญาณแห่งไฟ"


มิวเซียมสยาม จัดงานใหญ่ประจำปี NIGHT AT THE MUSEUM III ตอน "หิน เหล็ก ไฟ" เนรมิตยุคหินผุดกลางกรุงรัตนโกสินทร์!!! ท่ามกลาง ราตรีอันมืดมิด เสนอเรื่องราวของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ดำรงชีวิตตามธรรมชาติตั้งแต่ ยุคหิน ถึง ยุคโลหะ และการรู้จัก ไฟ ที่ก่อให้เกิดวิวัฒนาการของมนุษย์


ภายในงานพบเสวนาให้ความรู้เรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ จากนักโบราณคดี การแสดง แสง สี เสียง ประกอบเทคนิคพิเศษเต็มรูปแบบ ที่จะพาผู้ชมร่วมเดินทางย้อนเวลาไปพร้อม "นักโบราณคดี" และ "เจ้าหนูจำไม" เพื่อพบกับ "ผู้เฒ่าหัวหน้าเผ่า" ที่จะมาบอกเล่าถึงต้นกำเนิดแห่งอารยธรรมมนุษย์ ท่ามกลางบรรยากาศรอบกองไฟ พร้อมได้เรียนรู้และเข้าใจในวิถีชีวิตของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์อย่างสนุกสนานตามสไตล์ของมิวเซียมสยาม อาทิ เรียนรู้การจุดไฟจากธรรมชาติ ทำอาวุธ เขียนสีบนผนังถ้ำ และขุดค้นเรื่องราวอีกมากมายได้จากนิทรรศการชุด "หิน เหล็ก ไฟ"


มาร่วมกันค้นหาจุดเริ่มต้น ปลุกจิตวิญญาณแห่งไฟ วันที่ ๑๔ - ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๕ เวลา ๔ โมงเย็น - ๔ ทุ่ม ที่ มิวเซียมสยาม ฟรี!!


สอบถาม: โทร. o๒-๒๒๕-๒๗๗๗ ต่อ ๔๑๓, ๔๑๔ หรือ //www.facebook.com/museumsiamfan


ภาพและข้อมูลจาก
museumsiam.com














"Hear Here เสียง เสียง"


นิทรรศการ เสียง เสียง หรือ Hear Here คือการนำเสนอประสบการณ์และเรื่องราวของเสียงที่ถูกจัดวางในพื้นที่เฉพาะ เพื่อสร้างการรับรู้หลากหลายรูปแบบ


ศิลปินในนิทรรศการนี้ใช้เสียงเพื่อ สื่อสารในแบบของตน ตั้งแต่เสียงที่ฟังแล้วน่าตระหนกใจ เสียงของอวัยวะภายในที่ไม่เงียบในตัวเรา เสียงพึมพำของเมือง เสียงคำรามของถนน หรือแม้แต่เสียงที่เกิดขึ้นของตัวสถานที่ที่เราไม่มีโอกาสได้ฟังอย่างตั้งใจ อย่างภายในหอศิลปกรุงเทพฯ


นิทรรศการ”เสียง เสียง” จึงเป็นนิทรรศการเพื่อขยายการรับรู้เกี่ยวกับเสียงธรรมดาที่ไม่ธรรมดา เพื่อผู้ชมได้ตั้งข้อสังเกตุ ทำความเข้าใจ และสร้างทรรศนะใหม่เกี่ยวกับเสียงในชีวิตประจำวัน เพื่อการตระหนักรู้นี้ ผู้ชมสามารถสร้างการรับรู้ใหม่ที่สามารถประกอบขึ้นเองได้อีกครั้งในชีวิต ประจำวัน ในอนาคต ในประสบการณ์ของตนที่เกี่ยวกับเสียง


นิทรรศการจัดวันที่ : ๙ ธันวาคม ๒๕๕๕ – ๑o กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

สถานที่ : ทางขึ้นชั้น ๗ - ๙ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
ติดต่อสำนักงานหอศิลปกรุงเทพฯ : o๒-๒๑๔-๖๖๓o – ๘

โทรสาร: o๒-๒๑๔-๖๖๓๙

อีเมล : info@bacc.or.th

เว็บไซต์ : //www.bacc.or.th



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com




บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 11 ธันวาคม 2555
Last Update : 21 ธันวาคม 2555 9:02:56 น. 24 comments
Counter : 8805 Pageviews.

 
ทุกทีอัพบล็อกหมวดนี้เป็นบล็อกเสริม ยังเขียนบล็อกวันเฉลิมฯ ภาคจบยังไม่เสร็จ งวดนี้มีงานนิทรรศการที่ใกล้จะหมดเขตอยู่ เลยตั้งเป็นบล็อกหลักให้เพื่อน ๆ ที่สนใจงานศิลปะจะได้ไปชมกันได้ทันเวลา เป็นช่วงวันเฉลิมฯ มีนิทรรศการเกี่ยวกับในหลวงอยู่หลายงาน น่าสนใจทั้งนั้น เราไปเก็บภาพมาแล้วสองสามงาน ไว้มีเวลาจะอัพภาพลงบล็อกให้ชมค่ะ


คิดว่าไม่พรุ่งนี้ก็มะรืนน่าจะอัพบล็อกภาคจบได้ แอบอู้งานมาอัพบล็อก อัพเสร็จก็ต้องกลับไปทำงาน ถ้าเย็น ๆ มีเวลาจะแวะไปทักทายเพื่อน ๆ นะคะ


โดย: haiku วันที่: 11 ธันวาคม 2555 เวลา:9:37:47 น.  

 
เจอแบบนี้ เดินกันเพลินเลยนะครับ^^


โดย: เป็ดสวรรค์ วันที่: 11 ธันวาคม 2555 เวลา:11:10:08 น.  

 
ไล้ท์ค่า

ภาพสวย ๆ ทั้งนั้นเลยอ่ะ
มีโอกาสจะแวะไปชมค่า
ขอบคุณ คุณไฮกุ ที่แบ่งปันงานดี ๆ นะค่า


โดย: ลงสะพาน...เลี้ยวขวา วันที่: 11 ธันวาคม 2555 เวลา:15:23:06 น.  

 
งดงามที่สุด ขอบคุณที่แชร์ค่ะคุณไฮกุ ขอบคุณที่เข้าไปโหสตให้เราเรื่อยด้วยนะคะ
ช่วงนี้เราไม่ค่อยได้อัพบลอก งานเยอะมาก แต่วันนี้เขียนเสียยาวเลยค่ะ


โดย: Love At First Click วันที่: 11 ธันวาคม 2555 เวลา:16:19:57 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับ


เป็นภาพวาดที่สวยงามมากเลยครับคุณไฮกุ






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 ธันวาคม 2555 เวลา:5:44:17 น.  

 
สวยงามมากเลยค่ะคุณไฮกุ
คนที่ชอบงานศิลปไปเดินชม
คงจะมีความสุขที่สุดเลยค่ะ


โดย: AppleWi วันที่: 12 ธันวาคม 2555 เวลา:11:17:13 น.  

 
ทำบล็อกดีอีกแล้ว พรุ่งนี้มาโหวตให้นะคะ

กลับมาแล้วค่าา แหะๆ

ขอเอาไปแชร์หน้าแฟนเพจตอน 13.10 น.ด้วยนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 12 ธันวาคม 2555 เวลา:11:18:13 น.  

 
สวัสดีครับคุณไฮกุ

มาดูงานศิลป์ที่บล็อกนี้ดีกว่าไปดูตัวจริงอีกครับ

ได้รายละเอียดมากแล้วก็ไม่ต้องเดินทางไกลด้วยละ


โดย: find me pr วันที่: 12 ธันวาคม 2555 เวลา:12:01:50 น.  

 
อปฺปเกนปิ เมธาวี ปาภเฏน วิจกฺขโณ
สมุฏฐาเปติ อตฺตานํ อณํ อคฺคึว สนฺธมํ

ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด ย่อมตั้งตนได้ ด้วยต้นทุนแม้น้อย
เหมือนคนก่อไฟน้อยขึ้น ฉะนั้น

พัฒนาสติปัญญาให้มั่นคงแข็งแรงเพื่อความผาสุกในชีวิต ตลอดไป...นะคะ



เป็นงานศิลป์ที่งดงามมาก...ค่ะ

ทั้งโหวตและไลค์....เป็นกำลังใจกัน...นะคะ



โดย: พรหมญาณี วันที่: 12 ธันวาคม 2555 เวลา:12:57:29 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับคุณไฮกุ






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 ธันวาคม 2555 เวลา:6:16:03 น.  

 
อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โกโธ สหเต นรํ

ความโกรธครอบงำนรชนเมื่อใด
ความมืดมนย่อมเกิดมีขึ้นเมื่อนั้น

เมตตาและให้อภัยต่อสัตว์และเพื่อนร่วมโลก ตลอดไป...นะคะ





โดย: พรหมญาณี วันที่: 13 ธันวาคม 2555 เวลา:12:20:11 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับคุณไฮกุ





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 ธันวาคม 2555 เวลา:6:19:23 น.  

 
โหวตให้นะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 14 ธันวาคม 2555 เวลา:8:33:59 น.  

 
สวยงามและสุดยอดทุกภาพเลยครับ


โดย: บูรพากรณ์ วันที่: 14 ธันวาคม 2555 เวลา:9:10:31 น.  

 
จะสิ้นปีอีกแล้ว เวลาผ่านไปเร็วนะคะคุณไฮกุ


โดย: sawkitty วันที่: 14 ธันวาคม 2555 เวลา:9:51:25 น.  

 
นิทรรศการดีๆทั้งนั้นเลยครับ
ไม่ทราบจะหาเวลาไปดูได้ไหมน้อ

ถูกใจหลายรูป......
เดี๋ยวนี้กิเลสบางเบาลงแยะเลย
ยังอยากดู แต่ไม่อยากครอบครอง
หาฝาผนังแขวนรูปไม่ได้แล้วหละ

เอ...คิดแบบนี้ศิลปินก็ไม่ชอบใจดิ
คงไม่ต้องห่วงร้อก เดี๋ยวนี้คนรวยระดับเจ้าสัวบ้านเราเยอะมาก
ยังงัยคงมีคนชอบสะสมงานศิลปะไว้เชยชมมากขึ้นแน่ๆ..เนาะ

ขอบคุณคุณไฮกุที่เขียนบล๊อกดีๆมาแชร์ให้เพื่อนๆครับ


โดย: Dingtech วันที่: 14 ธันวาคม 2555 เวลา:13:19:22 น.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

ผมเพิ่งจะทราบนะครับว่าในเดือนธันวาคมนี้มีงานนิทรรศการศิลปะที่ดี ๆ มากมายขนาดนี้ บางงานผมไม่เคยทราบข่าวมาก่อนเลยครับ สำหรับงานที่ทราบข่าวแล้วบางงานผมก็พลาดไม่ได้ไปชมเลยครับ เพราะว่าเลยกำหนดการจัดไปแล้ว

ส่วนใหญ่ผมจะเดินดูงานศิลปะเฉพาะที่หอศิลป์ฯ กรุงเทพฯ แห่งเดียวเองครับ ที่อื่น ๆ ผมไม่ค่อยจะได้ไปเลยสักแห่งครับ

ตอนนี้ผมอยากไปงาน 75 ปี สวนสุนันทามาก ๆ เลยครับ เพราะว่าในงานนี้มีโปสการ์ดที่ระลึกฝีมือภาพวาดสีน้ำสวย ๆ ของอาจารย์คนที่รู้จักกันจัดแสดงอยู่ด้วยครับ สงสัยว่าต้องหาโอกาสไปตามชมให้ได้เลยครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 14 ธันวาคม 2555 เวลา:13:43:30 น.  

 

อุ้มแวะมาเสพงานศิลปืจนอิ่มใจเลยค่ะคุณไฮกุ



โดย: อุ้มสี วันที่: 14 ธันวาคม 2555 เวลา:15:34:59 น.  

 

---------------------------
แวะเอาคลิปมาให้ขำกันก่อนนอนค่ะคุณไฮกุ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 14 ธันวาคม 2555 เวลา:22:39:40 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับคุณไฮกุ









โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 ธันวาคม 2555 เวลา:5:55:13 น.  

 
คุณแดหวา...เขียนบล็อกนี้แล้วอยากไปชมทุกงานเลยค่ะ เสียดายที่เวลามีไม่พอ อัพบล็อกช้าไปหน่อย บางงานหมดเขตไปแล้ว


คุณเค็ง...ถ้าได้ไปชมแล้ว คุณเค็งอย่าลืมเก็บภาพมาลงบล็อกให้ชมมั่งนะคะ


คุณน้ำอ้อย...ด้วยความยินดีค่ะ ถ้าแวะไปหาคุณน้ำอ้อยทีไรก็ต้องกดโหวตให้ตลอด อยากให้บล็อกเกอร์คุณภาพอย่างคุณน้ำอ้อยได้สายสะพายจริง ๆ ค่ะ แล้วจะแวะไปอ่านบล็อกใหม่ค่านะคะ


คุณก๋า...พระบรมฉายาลักษณ์และภาพวาดทั้งสองงานสวย ๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ แต่ไม่ค่อยชอบใจอยู่อย่างคือ ถ่ายภาพได้ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ ที่เอ็มโพเรียมจัดแสดงภาพตรงทางเดิน ระยะมันใกล้ไปนิด ส่วนที่โรงแรมอิมพีเรียล จัดแสงไม่ค่อยดี บางทีมืดก็ไปหน่อย แต่ก็นะ เขาจัดแสดงภาพงาม ๆ ให้ชมก็ดีใจแล้วค่ะ


คุณวิ...เห็นแต่ละงานแล้วอยากมีเวลาเยอะจริง ๆ เดินชมไป ถ่ายภาพไป เพลินมาก ๆ ค่ะ


คุณเต้ย...แวะมาโหวตแถมโฆษณาบล็อกให้ด้วย ขอบคุณหลาย ๆ นะจ๊ะ


คุณไพโรจน์...จะว่าไปแล้ว บล็อกหมวดนี้เป็นเหมือนตัวอย่างหนัง มีภาพและรายละเอียดอย่างละนิดละหน่อย พอให้รู้ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน งวดนี้เราได้ไปมาสองสามงาน เก็บภาพมาแล้วแต่ยังไม่มีเวลาจัดการสักที


คุณปอป้า...ขอบคุณมาก ๆ สำหรับกำลังใจและคะแนนที่โหวตให้นะคะ


คุณบูรพากรณ์...หายเงียบไปนานเลย สบายดีนะคะ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมกันค่ะ


คุณสาว...เวลาผ่านไปไวยิ่งกว่าโกหกเนาะ รู้สึกว่าเพิ่งฉลองปีใหม่เมื่อต้นปีไปแหมบ ๆ นี่อีกไม่ถึงเดือนก็จะปีใหม่อีกแล้ว


ครูดิ่ง...เวลาไปชมนิทรรศการ เห็นภาพงาม ๆ แล้วนึกอยากเป็นเจ้าของอยู่เหมือนกันค่ะ แต่ต้องอดใจไว้เพราะซื้อบ่ไหว วิตามินเอ็มจางฮ่ะ ได้แต่ถ่ายรูปเก็บไว้ เสียดาย บางงานไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ ก็ต้องเสพความงามด้วยตาอย่างเดียว

เดี๋ยวนี้ศิลปินคงจะไส้แห้งน้อยลงกว่าแต่ก่อน งานศิลปะขายได้มากขึ้น น่าจะเป็นเพราะมีเศรษฐีที่รักงานศิลปะเยอะขึ้นอย่างครูดิ่งว่า แบบนี้ดีนะคะ ศิลปินจะได้มีทั้งกำลังใจและกำลังเงินทำงานศิลปะดี ๆ ออกมา


คุณอาคุงกล่อง...ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมกันนะคะ

เดี๋ยวนี้มีนิทรรศการหรืองานเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมเยอะเลยค่ะ บางบล็อกใส่ข้อมูลจนเต็มพิกัด ๔๕,ooo ตัวอักษร บล็อกนี้ก็เหมือนกัน ที่หอศิลป์กรุงเทพฯ เราก็ชอบไป มีงานนิทรรศการศิลปะเยี่ยม ๆ จัดแสดงตลอด แล้วเดินทางสะดวกมากด้วยค่ะ

งานสวนสุนันทานี่ตั้งใจเลยว่าต้องไปแน่ ๆ ค่ะ อยากไปชมภาพสีน้ำมากกกก เคยอ่านคอลัมน์ที่เขียนถึงภาพสีน้ำของวังนี้ ลงภาพเล็กจัด มองไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่แต่ก็รู้สึกว่างามไม่น้อย พอได้ข่าวก็หูผึ่งทันที แล้วในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายหลายอย่าง อยากรู้ว่าในอุโมงค์ที่ปิดตายมานานเป็นร้อยปีจะมีอะไร ดีตรงที่งานจัดถึงวันอาทิตย์ด้วย แบบนี้ยังไงก็ไม่พลาดแน่ค่ะ


คุณอุ้ม...ขอบคุณที่แวะมาเสพงานศิลป์บล็อกนี้นะคะ ถ้าคุณอุ้มมีโอากสได้ไปชมต้องชอบแน่ ๆ ค่ะ


ครูเกศ...เพลงนี้กลายเป็นเพลงของโลกไปแล้ว ได้ยินจนเบื่อ ตอนนี้เห็นท่าควบม้าแล้วต้องรีบปิดหนี แต่พอเปิดคลิปของครูเกศแล้วอมยิ้มเลย


โดย: haiku วันที่: 15 ธันวาคม 2555 เวลา:8:28:19 น.  

 
มาทักทายตอนดึกค่ะคุณไฮกุ
ราตรีสวัสดิ์นะคะ


โดย: AppleWi วันที่: 16 ธันวาคม 2555 เวลา:0:10:48 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับคุณไฮกุ






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 ธันวาคม 2555 เวลา:5:56:12 น.  

 
hello!,I really like your writing so much! proportion we communicate extra approximately your article on AOL? I require a specialist on this space to solve my problem. May be that is you! Looking forward to look you.
Ray Ban Wayfarer //www.homesnetwork.com/


โดย: Ray Ban Wayfarer IP: 94.23.252.21 วันที่: 2 สิงหาคม 2557 เวลา:6:38:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 152 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.