happy memories
Group Blog
 
<<
กันยายน 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
29 กันยายน 2555
 
All Blogs
 

เสพงานศิลป์ ๑๓




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - ‪Yuhki Kuramoto‬









พานพระศรีทองคำลงยาพร้อมเครื่อง
เครื่องราชอิสริยยศ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
พานพระศรีทองคำลงยา เครื่องพร้อม ประกอบด้วยซองพลู
พระกรรบิด (มีดเจียนหมาก) จอกหมากกลม ผอบยอดปริก และตลับภู่ใส่สีผึ้ง



“เครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์”


กรมธนารักษ์พัฒนาปรับปรุงรูปแบบการจัดแสดง “เครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์” โดยนำเทคโนโลยี Augmented Reality Technologies มาเสริมการจัดแสดงให้น่าสนใจ และเกิดประโยชน์แก่ผู้เข้าชมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ





เครื่องอุปโภคพระเจ้าวรวงค์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีฯ



นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะกำกับดูแลกรมธนารักษ์ กล่าวว่า “ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเหรียญกษาปณ์” เป็นพิพิธภัณฑ์ของกรมธนารักษ์ที่จัดตั้งขึ้นโดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้อาคารสำนักงานพระคลังข้างที่ในพระบรมมหาราชวัง บริเวณวัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นสถานที่จัดแสดง เริ่มเปิดตัวมาจาก “ศาลาเหรียญกษาปณ์ไทย” เมื่อปี ๒๕๑๙ และเป็น “ศาลาเครื่องราชอิสริยยศ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์” ในปี ๒๕๒๑ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัคราชกุมารี ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดศาลาดังกล่าวทั้งสองครั้ง ซึ่งนับเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจสูงสุดแก่ชาวกรมธนารักษ์อย่างหาที่สุดมิได้





ชฎาพระกลีบ
สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ ทำด้วยทองคำลงยาประดับเพชร
เครื่องประกอบมีใบสนและกรรเจียก สำหรับพระมหากษัตริย์ทรง
บางโอกาสทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมราชวงศ์ได้ทรงในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ
เป็นพระชฎาลักษณะเดียวกับพระชฎาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๑




นายวิรุฬ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากรมธนารักษ์มีการพัฒนาระบบการจัดเก็บทรัพย์สินที่มีค่าต่าง ๆ ทั้งเครื่องยศสำหรับพระมหากษัตริย์และเครื่องประกอบยศ ตลอดจนเหรียญในยุคต่าง ๆ แม้กระทั้งแสตมป์โบราณอันมีค่ายิ่งแล้วนำออกแสดงเผยแพร่ตลอดมา ซึ่งได้มีการปรับปรุงรูปแบบใหม่ ๆ ในการจัดแสดงเพื่อให้มีความน่าสนใจอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง คือ ในปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๕๐ และล่าสุดในปี ๒๕๕๓ ได้ริเริ่มดำเนินการนำระบบเทคโนโลยีเสมือนจริง หรือที่เรียกว่า Augmented Reality Technologies มาประยุกต์ใช้กับการจัดแสดงเพื่อให้ผู้เข้าชมเกิดความรู้สึกเหมือนได้สัมผัสกับทรัพย์สินที่จัดแสดง และสามารถเข้าใจถึงเรื่องราวเกี่ยวกับทรัพย์สินจัดแสดงได้ง่ายขึ้น จากการนำเสนอผ่านสื่อผสมที่สามารถเห็นภาพเสมือนจริงของทรัพย์สินที่จัดแสดงได้รอบด้าน ๓๖o องศา พร้อมทั้งมีการบอกเล่าข้อมูลโดยสังเขป นอกจากนี้ ยังได้จัดทำเว็บไซต์ e-museum ด้วยเทคโนโลยี Virtual Museum ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงในลักษณะของการเดิมชม (Walkthrough) ตามแผนผังและภาพจำลองของพิพิธภัณฑ์จริง โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมการเผยแพร่ผลงานจัดแสดงทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ได้จากทุกแห่งทั่วโลกตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทางเว็บไซต์ emuseum.treasury.go.th





พระมาลาเส้าสูงทองคำลงยา เป็นมาลาสักหลาด รอบมาลามีเกี้ยวทองคำลงยา
ขอบเกี้ยวบนและล่างประดับกระจังเจิมทองคำลงยา
ที่ขอบกระจังด้านในมีญี่ก่ากาญจน์ทองคำลงยาประดับเพชรซีกปักขนนกการเวก
ส่วนยอดพระมาลาทำเป็นยอดแบบพระเกี้ยวประดับ




สำหรับผู้สนใจสามารถชมศาลาเครื่องราชอิสริยยศฯ ได้ทุกวัน ระหว่างเวลา ๘.๓o – ๑๖.oo น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ยกเว้นวันที่มีพระราชพิธี) ค่าธรรมเนียมการเข้าชมคนละ ๑o บาท ยกเว้นคนไทยที่มีอายุ ๖o ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ และหน่วยงานที่ทำหนังสือขออนุญาตเข้าชมเป็นหมู่คณะและขอยกเว้นค่าธรรมเนียม





พระเกี้ยวทองคำลงยา เป็นเครื่องศิราภรณ์สำหรับพระราชโอรส
พระราชธิดา ชั้นเจ้าฟ้า ทรงประดับพระเมาฬี ในพระราชพิธีโสกันต์



ภาพและข้อมูลจากเวบ
matichon.co.th
emuseum.treasury.go.th















“งานแสดงดอกไม้นานาชาติ ประจำปี ๒๕๕๕”


โรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ กรุงเทพฯ เจ้าของตำนานงานดอกไม้การกุศลประจำปีในโรงแรมแห่งแรกของประเทศไทย จะจัดงานแสดงดอกไม้ประจำปีเป็นครั้งที่ ๒๖ ระหว่างวันที่ ๔ - ๗ ตุลาคม ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา ๑o.oo - ๒o.oo น. ที่โรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ


ซึ่งได้มีการแถลงข่าวไปเมื่อวันก่อน โดยผู้บริหารโรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ กรุงเทพฯ พิไลพรรณ สมบัติศิริ ลัณหพิศ โพธิรัตนังกูร และ ณพาภรณ์ ณรงค์เดช โดยในปีนี้ใช้ชื่อว่า Nai Lert Park Bangkok International Flower Show 2012 รายได้จากการจัดงานในปีนี้จะมอบให้องค์กรกุศล ๔ แห่ง ได้แก่ มูลนิธิ Make-A-Wish Foundation ในประเทศไทย, สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพิการทางสมองและปัญญา (บ้านเฟื่องฟ้า), สถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางละมุง จังหวัดชลบุรี และกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็งที่โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลเลิดสิน กรุงเทพฯ






โรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ กรุงเทพฯ เจ้าของตำนานงานดอกไม้การกุศลประจำปีในโรงแรมแห่งแรกของประเทศไทย จะจัดงานแสดงดอกไม้ประจำปีเป็นครั้งที่ ๒๖ ระหว่างวันที่ ๔ - ๗ ตุลาคม ๒๕๕๕ ตั้งแต่เวลา ๑o.oo - ๒o.oo น. ที่โรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ


ซึ่งได้มีการแถลงข่าวไปเมื่อวันก่อน โดยผู้บริหารโรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ กรุงเทพฯ พิไลพรรณ สมบัติศิริ ลัณหพิศ โพธิรัตนังกูร และ ณพาภรณ์ ณรงค์เดช โดยในปีนี้ใช้ชื่อว่า Nai Lert Park Bangkok International Flower Show 2012 รายได้จากการจัดงานในปีนี้จะมอบให้องค์กรกุศล ๔ แห่ง ได้แก่ มูลนิธิ Make-A-Wish Foundation ในประเทศไทย, สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพิการทางสมองและปัญญา (บ้านเฟื่องฟ้า), สถานสงเคราะห์คนชราบ้านบางละมุง จังหวัดชลบุรี และกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็งที่โรงพยาบาลศิริราช และโรงพยาบาลเลิดสิน กรุงเทพฯ






งานแสดงดอกไม้ประจำปี โรงแรมปาร์คนายเลิศ กรุงเทพฯ ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ซึ่งได้ริเริ่มจัดขึ้นโดยดำริของ ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ ผู้ก่อตั้งโรงแรมปาร์คนายเลิศ จากการที่ท่านได้รับการปลูกฝังให้รักพันธุ์พืชและดอกไม้เป็นอย่างมากเมื่อครั้งยังเยาว์วัยจากบิดาคือ พระยาภักดีนรเศรษฐ (นายเลิศ เศรษฐบุตร) หรือที่รู้จักกันในนาม นายเลิศ คหบดีผู้มั่งคั่งและมีคุณูปการต่อสังคมไทย ภายในบริเวณ “บ้านนายเลิศ” รายล้อมไปด้วยสวนสวยเขียวขจีขนาดใหญ่ ที่ปกคลุมไปด้วยพันธุ์ไม้และดอกไม้นานาพรรณอันอุดมสมบูรณ์ จนได้รับการขนานนามว่า “ปาร์คนายเลิศ”






เพราะอยู่ในอ้อมกอดของธรรมชาตินี่เอง ทำให้สมาชิกในบ้านนายเลิศทุกคนต่างมีสุขภาพกายและใจที่ดี กระทั่งมีการก่อสร้างโรงแรมปาร์คนายเลิศขึ้นบนพื้นที่ส่วนหนึ่งของสวนในบ้าน ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ จึงได้มีดำริให้คงสภาพสวนสวยบนพื้นที่ ๘ ไร่ ของโรงแรมเอาไว้ โดยมิให้มีการตัดต้นไม้แม้แต่เพียงต้นเดียว และต้องการให้ผู้อื่นได้มีโอกาสเข้าชมความงามของพันธุ์ไม้และดอกไม้ที่ท่าน รักและหวงแหนดุจชีวัตจิตใจของท่าน จึงให้จัดเป็นงานแสดงดอกไม้การกุศลประจำปีโรงแรมปาร์คนายเลิศขึ้นเป็นครั้ง แรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๙ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสาธารณชนนับแต่นั้นเป็นต้นมา และประสบความสำเร็จอย่างสูงต่อเนื่องมาอย่างยาวนานจนกลายเป็นที่กล่าวขานใน ระดับประเทศ ในฐานะงานแดงดอกไม้ประจำปีในโรงแรมแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งยังคงสืบทอดมนต์เสน่ห์และความยิ่งใหญ่ที่สุดจวบจนปัจจุบัน รวมระยะเวลาแล้วกว่า ๒๕ ปีของการทำหน้าที่เป็นแหล่งรวมความรู้ และภูมิปัญญาด้านดอกไม้พันธุ์ไม้และสวน อย่างกว้างขวางแก่สังคมไทยในหลายยุคสมัย กลายเป็นงานสังคมการกุศลขนาดใหญ่ซึ่งอุทิศรายได้สู่สังคมมาแล้วมากกว่า ๓๘ ล้านบาท ตลอด ๒๕ ปีที่ผ่านมา และยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นจากพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จทรงเป็นประธานเปิดงานแสดงดอกไม้ประจำปีมาอย่างต่อเนื่อง






ณณพาภรณ์ ณรงค์เดช ทายาทและผู้บริหารโรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ กรุงเทพฯ กล่าวว่า “งานแสดงดอกไม้นานาชาติประจำปี ๒๕๕๕ นี้ จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๔ - ๗ ตุลาคม ตลอด ๔ วันมีการจำหน่ายบัตรเข้าชมงานสำหรับผู้ใหญ่ในราคาท่านละ ๑๒o บาท และพิเศษสำหรับนักเรียนที่เข้าชมเป็นหมู่คณะ จำนวน ๑o ท่านขึ้นไป ราคาเพียงท่านละ ๕o บาท เปิดจำหน่ายบัตรที่หน้างาน ในปีนี้มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมายคือ ที่บริเวณเดอะแกลเลอรี่ - เพลิดเพลินกับการชมการจัดดอกไม้จากนักจัดดอกไม้มืออาชีพจากร้านดอกไม้ชื่อดังและสมัครเล่น นำโดย คุณสกุล อินทกุล ศิลปินนักออกแบบงานจัดดอกไม้แนวหน้าของประเทศไทย”






คุณสกุล อินทกุล ศิลปิน นักออกแบบงานจัดดอกไม้แนวหน้าของประเทศไทย กล่าวว่า “งานจัดดอกไม้ของปาร์คนายเลิศเป็นงานที่จัดมาอย่างยาวนานถึง ๒๕ ปี ถือว่านานที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้ และปีนี้เข้าสู่ปีที่ ๒๖ ซึ่งตัวผมเองก็ได้เข้าร่วมจัดดอกไม้ตั้งแต่รุ่นแรก ๆ และได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของงานในแต่ละปี ถือว่างานแสดงดอกไม้ประจำปีของที่นี่เป็นงานที่เปิดโอกาสให้กับศิลปินนักจัดดอกไม้ทั้งมืออาชีพและสมัครเล่นได้อวดฝีมือกันอย่างเต็มที่จริง ๆ”






คุณณพาภรณ์ ณรงค์เดช ยังกล่าวต่อว่า "และที่ Upper Gallery เป็นแหล่งรวมความคิดการจัดดอกไม้งานวิวาห์สำหรับบ่าวสาวและยังสามารถเลือกซื้อต้นไม้ ไม้ประดับ ดอกไม้ ที่อาคารเดอะพรอมานาด และปีนี้พิเศษสุดที่ศาลาไทย บริเวณหน้าทางเข้าล๊อบบี้โรงแรมมีต้นไม้ในร่ม ต้นไม้กลางแจ้ง ที่เพาะชำมาจากบ้านปาร์ค อาทิ ต้นละมุดสีดา ต้นมะเฟือง ต้นบัวสวรรค์ ต้นฟิโลเดนดรอน และต้นไม้ตระกูลเฟิร์น เป็นต้น ซึ่งเป็นของรักของหวงของคุณย่า คือ ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ มาจำหน่ายในงานนี้ด้วย มีเพียง ๒oo กระถางเท่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถอิ่มอร่อยกับอาหารเลิศรสที่ “ตลาดไทย” บริเวณสวนสวรรค์กลางแจ้งของโรงแรม แหล่งรวมอาหารรสชาติติดดาวจากทั่วสารทิศ หรือจะเป็นขนมหวานจากร้านดังทั่วกรุงเทพฯที่ Sweet Factory เช่น มาการอง คัพเค้กและเบเกอรี่นานาชนิดจากร้านเบเกอรี่ชื่อดังสุดฮิตสุดฮ๊อตทั่วกรุงเทพฯ และขนมหวานแบบไทย ๆ ที่หารับประทานได้ยาก สรรหามาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ที่บริเวณ Garden Wing ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะยังมี “เทศกาลอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ” จากพ่อครัวรับเชิญยอดฝีมือลจากโรงแรมในเครือสวิสโฮเต็ล ๔ ประเทศ คือ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และ ออสเตรเลีย บินตรงมาเพื่อปรุงอาหารสุดยอดตำรับ ที่ห้องอาหาร ไอโซ่ ในราคาพิเศษในมื้อกลางวันเพียง ท่านละ ๔๙๙๙ บาท และมื้อเย็นเพียงท่านละ ๖๙๙ บาท ให้ท่านได้อิ่มอร่อยกันอย่างจุใจ






และในวัน ศุกร์ที่ ๕ ตุลาคมนี้พลาดไม่ได้คือ มินิคอนเสิร์ต Beauty and The Gentleman โดย ศิลปินและเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทย อาทิ ซี ศิวัฒน์, มัดหมี่ พิมดาว พานิชสมัย, และ หนึ่ง จักรวาล พร้อมแฟชั่นโชว์จาก ๕ ห้องเสื้อดัง เดินแบบโดยนางแบบและนายแบบกิตติมศักดิ์ อำนวยการโดยบริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด เวลา ๑๙.oo น. ที่ห้องเลิศวนาลัย บอลรูม บัตรราคาท่านละ ๔,ooo บาท






และในวันศุกร์ที่ ๕ ตุลาคมนี้พลาดไม่ได้คือ มินิคอนเสิร์ต Beauty and The Gentleman โดย ศิลปินและเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทย อาทิ ซี ศิวัฒน์, มัดหมี่ พิมดาว พานิชสมัย, และ หนึ่ง จักรวาล พร้อมแฟชั่นโชว์จาก ๕ ห้องเสื้อดัง เดินแบบโดยนางแบบและนายแบบกิตติมศักดิ์ อำนวยการโดยบริษัท เจเอสแอล โกลบอล มีเดีย จำกัด เวลา ๑๙.oo น. ที่ห้องเลิศวนาลัย บอลรูม บัตรราคาท่านละ ๔,ooo บาท


ส่วนในวันเสาร์ที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๕ ที่ ซินบาร์ (Syn Bar) เปิดสอนการเพ้นสท์จานแก้ว โดย อาจารย์นวลนิต วสุวัต ผู้เชี่ยวชาญการเพ้นท์จานแก้ว ในเวลา ๑๓.oo- ๑๗.oo น. เพียงท่านละ ๒,ooo บาทพร้อมอุปกรณ์ เมื่อเพ้นท์เสร็จแล้วสามารถนำจานที่เพ้นท์กลับไปได้อีกด้วย นอกจากนี้ท่านยังสามารถหยั่งรู้อนาคตได้โดยการดูดวงชะตากับ ๗ ยอดเซียนหมอดูชื่อดังแห่งวงการโหราศาสตร์ ชมและเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้ามากมายไม่ว่าจะเป็นสินค้าแฟชั่น สินค้าที่ระลึกที่ Gallery C-D-E แถมจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษให้ท่านได้พักผ่อนท่ามกลางสวนสวยของปาร์คนาย เลิศ กับราคาห้องพักพิเศษสุดเริ่มต้นที่ ๒,๖oo++ บาท รวมอาหารเช้า เริ่มจองได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 7 ตุลาคม และเข้าพักระหว่างวันที่ ๑ - ๘ ตุลาคมนี้ ท่านสามารถเข้างานแสดงดอกไม้ได้ฟรี ระหว่างวันที่ ๔ - ๗ ตุลาคม ๒๕๕๕


สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ กรุงเทพฯ โทร. o๒-๒๕๓-o๑๒๓



ภาพและข้อมูลจากเวบ
ryt9.com
acnews.net
travel.in.th















“แอน” ชวนน้อง ๆ คนรัก “การ์ตูน” ร่วมวาดภาพ “ดาราคนโปรด”


ปิดเทอมนี้นางเอกสาวเก่ง แอน ทองประสม ผู้จัดรายการ “ดาราการ์ตูน” ซึ่งออกอากาศทุกวันพุธ เวลา ๑๕.๔๕ น. ทางช่อง ๓ มีกิจกรรมดีๆ มาฝากน้อง ๆ หนู ๆ ให้ได้สนุก ๆ แถมได้ความรู้ & โชว์ความสามารถ โดยชวนร่วมประกวดวาดภาพในหัวข้อ “ดาราคนโปรดในแบบฉบับการ์ตูนของน้อง ๆ” พร้อมบรรยายเรียงความสั้น ๆ ว่า “หนึ่งวันกับดารา หนูอยากทำอะไร?”


แอน เผยว่า “เกือบ ๓ ปีที่ผ่านมา กระแสตอบรับรายการค่อนข้างดี โดยเฉพาะเด็ก ๆ ชอบดูกันมาก มีหลายคนเรียกร้องถามไถ่เข้ามาเรื่อย ๆ ว่าอยากจะลองวาดภาพ อยากรู้เทคนิคการเขียนการ์ตูน แอนกับทีมงานเห็นว่าเราน่าจะเปิดเวิร์คช็อปสอนการวาดภาพให้กับแฟน ๆ รายการทางบ้าน เลยจัดกิจกรรมชวนร่วมประกวดวาดภาพในหัวข้อ “ดาราคนโปรดในแบบฉบับการ์ตูนของน้อง ๆ” พร้อมบรรยายเรียงความสั้น ๆว่า “หนึ่งวันกับดารา หนูอยากทำอะไร?” งานนี้ไม่จำกัดอายุ ขอแค่มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถวาดรูปดาราคนโปรดในแบบลายเส้นการ์ตูน ที่สำคัญต้องวาดออกมาให้มีจุดเด่นหรือแสดงถึงตัวตนคาแรคเตอร์ของดาราคนนั้นๆ แต่ไม่ใช่ในสไตล์ของฮีโร่หรือยอดมนุษย์นะคะ โดยน้องๆ ที่ผ่านการคัดเลือก ๒o คนจะได้มาเวิร์คช็อปวาดภาพการ์ตูน ในวันอาทิตย์ที่ ๑๘ พฤศจิกายนนี้ ณ ศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค กับแอนและแขกรับเชิญดาราคนดัง, อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศิลปะที่จะมาสอนวาดภาพและให้ความรู้กับน้อง ๆ พร้อมร่วมแข่งขันวาดการ์ตูนลุ้นรับของรางวัลจากทางรายการ


สำหรับน้องๆ ที่สนใจสามารถส่งภาพขนาด A4 มาที่รายการดาราการ์ตูน ๙๒/๒๕ ซ.พัฒนาการ ๔o ถ.พัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ ๑o๒๕o (วงเล็บมุมซองว่าวาดภาพกับดาราการ์ตูน) หรืออีเมลล์มาที่ daracartoon@gmail.com เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ - ๓๑ ตุลาคมนี้ ประกาศผลการคัดเลือกในรายการวันพุธที่ ๑๔ พฤศจิกายนนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ //www.facebook.com/daracartoonfans หรือสอบถามข้อมูลที่เบอร์ o๒-๗๒๒-๙๙๖๘ / o๘๙-๔๔๗-๔๙๙๓ แล้วพบกันนะคะ”



ภาพและข้อมูลจากเวบ
กระทู้พันทิบ
thaidrama.net















"ดอกไม้หลากสี (๒)"


ทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้ล้วนมีความหลากหลาย มีดีบ้างเลวบ้าง สวยบ้าง ไม่สวยบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา เปรียบเสมือนมนุษย์เราที่มีความแตกต่างหลากหลายทั้งความเป็นอยู่ ความคิด ความรู้ ความสามารถที่แตกต่างกันออกไป


ซึ่งความแตกต่างอาจเป็นเพราะเรามีที่มาที่แตกต่างกันทั้งพื้นฐานที่มา วัฒนธรรม ภาษา สังคม การปลูกฝัง การรับรู้ในมุมมองที่แตกต่างกัน ทำให้คนเรามีตัวตนที่แตกต่าง ถึงยังไงก็ตามถ้าเรามองดูให้ดีจะมีความงามบนความต่าง หากเรายอมรับและเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
พิธีเปิดนิทรรศการศิลปกรรม ในวันศุกร์ที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๙.oo น.


นิทรรศการ : “ดอกไม้หลากสี (๒)”

ศิลปิน : นิตยา ตามวงค์

วันที่ : ๕ ตุลาคม – ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

สถานที่ : 9 Art Gallery /Architect Studio เชียงราย

ติดต่อโทร : o-๕๓๗๑-๙๑๑o

อีเมล์ : artgallery9@hotmail.com

เว็บไซต์ : //www.9artgallery.com







ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com















ประกวดหมอลำ "จิม ทอมป์สัน ฟาร์มสุดสะแนน แดนอีสาน"


จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม มุ่งมั่นอนุรักษ์วัฒนธรรมอีสาน จัดการประกวดหมอลำ “จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม สุดสะแนน แดนอีสาน” และโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์หมอลำแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้ตระหนักถึงคุณค่าทางการแสดงดนตรีพื้นบ้านอีสาน และสืบสานการแสดงหมอลำให้คงอยู่เป็นสมบัติของชาติ





บรรยากาศงานแถลงข่าวโครงการประกวดหมอลำ “จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม สุดสะแนน แดนอีสาน”



นางชุติมา ดำสุวรรณ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ จิม ทอมป์สัน กล่าวถึงโครงการ “จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม สุดสะแนน แดนอีสาน” ว่า เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เยาวชนภาคอีสานได้ร่วมสืบสานการแสดงหมอลำให้คงอยู่ เป็นสมบัติของชาติ ผ่านการเข้าร่วมประกวด เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้ตระหนักถึงคุณค่าทางการแสดงดนตรีพื้นบ้านอีสาน โดยการแข่งขันออกเป็นระดับมัธยมศึกษา และอุดมศึกษาโดยคณะกรรมการตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิด้านหมอลำ และดนตรีพื้นบ้านอีสาน





คณะกรรมการตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิด้านหมอลำ และดนตรีพื้นบ้านอีสาน พร้อมนักแสดง



“ทางโครงการจะเริ่มรับสมัครนักเรียน นักศึกษาทั่วภาคอีสานเข้าร่วมประกวด ตั้งแต่วันนี้ ถึง ๓o กันยายน ๒๕๕๕ และจัดรอบชิงชนะเลิศในงาน “จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ ๒๕๕๕” ณ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ในเดือนธันวาคม ๒๕๕๕ โดยมีกรรมการตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ คุณฉวีวรรณ ดำเนิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงหมอลำ, คุณบานเย็น รากแก่น ศิลปินหมอลำและศิลปินมรดกอีสาน, ผศ.ชอบ ดีสวนโคก ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น และ รศ.ดร.เจริญชัย ชนไพโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญประจำวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม” นางชุติมา กล่าว





คุณฉวีวรรณ ดำเนิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงหมอลำ



พร้อมกันนี้ อาจารย์พหลไชย เปรมใจ ที่ปรึกษาและสถาปนิกประจำ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ยังได้เผยถึงโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์หมอลำ ใน จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ว่า “พิพิธภัณฑ์หมอลำ” เป็นเป้าหมายที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ตั้งใจจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียน นักศึกษา ศิลปินหมอลำ และบุคคลทั่วไป ที่ต้องการศึกษาเรื่องของหมอลำ เพื่อให้ผู้เข้าชมตระหนักถึงคุณค่าและร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมอีสานอันเก่า แก่และงดงาม โดยในปีนี้จะเริ่มจากการจัดแสดงนิทรรศการหมอลำขึ้นในพื้นที่ของหอไตรกลางน้ำ ซึ่งจะเริ่มเปิดให้เข้าชมเป็นครั้งแรกในงาน จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ ในปี ๒๕๕๕ ระหว่างวันที่ ๑๕ ธ.ค. ๒๕๕๕ ถึง ๑๓ ม.ค. ๒๕๕๖





คุณบานเย็น รากแก่น วาดลวดลายหมอลำ มรดกอีสาน



นอกจากนั้น ภายในงานแถลงข่าวยังได้มีการสาธิตขับร้องหมอลำกลอน ลำทางยาว และหมอลำเต้ย ประกอบเสียงแคน โดยตัวแทนนักศึกษา ฝ่ายชาย ได้แก่ หมอลำธีระวัฒน์ เวฬุวัน มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน จังหวัดขอนแก่น ฝ่ายหญิง ได้แก่ หมอลำเพชรา พระธาตุขามแก่น จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี และหมอแคน ได้แก่นายพงศพร อุปนิ มหาวิทยาลัยขอนแก่น สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้เข้าร่วมแถลงข่าวได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ยังปิดท้ายด้วยการแสดงจาก คุณฉวีวรรณ ดำเนิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงหมอลำ, คุณบานเย็น รากแก่น ศิลปินหมอลำและศิลปินมรดกอีสานด้วย





เครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน



“นักเรียน นักศึกษาทั่วภาคอีสานที่เข้าร่วมประกวดหมอลำ และชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า ๕oo,ooo บาท พร้อมด้วยโอกาสในการไปทำการแสดงที่ร้านอาหารของ จิม ทอมป์สัน ประเทศสิงคโปร์ เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชน และประชาชนทั่วไปตระหนักในคุณค่าของการแสดงหมอลำ ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของชาวไทยเชื้อสายลาวที่อาศัยอยู่ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สู่สายตาชาวไทย และชาวต่างชาติ”





รศ.ดร.เจริญชัย ชนไพโรจน์ ผู้เชี่ยวชาญประจำวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม



ผู้สนใจเข้าร่วมประกวดหมอลำ “จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม สุดสะแนน แดนอีสาน” สามารถส่งใบสมัครและผลงานบันทึกการแสดงในรูปแบบ DVD มาที่ คุณธีรารัตน์ เกนี่ บริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด ๙๖ ซ.พึ่งมี ๒๙ ถ.สุขุมวิท ๙๓ แขวงบางจาก เขตพระโขนง ๑o๒๖o





อาจารย์พหลไชย เปรมใจ ที่ปรึกษาและสถาปนิกประจำ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดใบสมัครเข้าร่วมการประกวดได้ที่ //www.jimthompsonfarm.com หรือสอบถามที่ o๒-๗๖๒-๒๕๖๔, o๘๔-๗๕๑-๒o๑๑ และอีเมล teerarat@jimthompson.com





คุณฉวีวรรณ ดำเนิน




คุณบานเย็น รากแก่น


ภาพและข้อมูลจากเวบ
manager.co.th
isangate.com














รศ.ดร.สมบัติ ทีฆทรัพย์เปิดนิทรรศการศิลปะชุด "ทะเล กะ ทะเล"
ผลงานของศิลปินกลุ่ม ๒ + ๑ เพื่อนำรายได้มอบเป็นทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนยากจน
โรงเรียนนวมินทราชินูทิศหอวัง นนทบุรี โดยมี โซราบ คุกเรจา และ ณิชยา ชัยวิสุทธิ์ มาร่วมงานด้วย
ที่ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท วันก่อน



"ศิลปะไร้พรมแดน "ทะเล กะ ทะเล""


อมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ เชิญชมนิทรรศการศิลปะไร้พรมแดนชุด "ทะเล กะ ทะเล" โดย ศิลปินกลุ่ม ๒ + ๑ เปิดให้ชมถึงวันที่ ๓o กันยายน o๙.oo-๒๑.oo น. บริเวณลานนิทรรศการ ชั้น ๓ รายได้จากการจำหน่ายภาพมอบเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียนนักเรียน ร.ร.นวมินทราชินูทิศหอวัง นนทบุรี สอบถามโทร.o๒-๖๕๓-๙ooo ต่อ ๕o๒o-๑


ภาพและข้อมูลจากเวบ
komchadluek.net
thairath.co.th















“ศิลปะร่วมสมัยของศิลปินกลุ่มธรรมครั้งที่ ๑๒ ”



นิทรรศการครั้งนี้สร้างสรรค์ผลงานด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับปรัชญาชีวิตทั้งแบบสัญลักษณ์และแบบเหนือจริง (Symbolism and Surrealism) รองลงมาคือความงามของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่างๆ อาทิ ทิวทัศน์ ดอกไม้ สถาปัตยกรรมและอื่นๆตามประสบการณ์ของศิลปินแต่ละคน และที่สำคัญก็คือศิลปินกลุ่มธรรมจำนวนไม่น้อย ได้นำเสนอผลงานแนวนามธรรมทั้งแบบที่แสดงอารมณ์แบบอิสระ ความพลิ้วของสีและรอยแปรงอย่างอิสระ (Lyrical Abstraction)และปรัชญาการสร้างสรรค์โดยมี “ธรรมชาติ” เป็นแรงบันดาลใจโดยมีรูปแบบและเนื้อหา แสดงลักษณะเฉพาะของศิลปินกลุ่มธรรมแต่ละคนสมกับคำยืนยันของ ประเทือง เอมเจริญ ที่เคยกล่าวไว้สูจิบัตร นิทรรศการศิลปะของกลุ่มธรรม ครั้งที่ ๔ ว่า...“ การมองเห็นธรรมชาติตามความเป็นจริงจะรู้สึกได้ถึงความเป็นปกติของธรรมชาติ ความเป็นปกตินั้นดำเนินไปอย่างงดงามและนำมาซึ่งความสงบสันติ ข้าพเจ้าวาดรูปตามความเชื่อเหล่านั้น”


นิทรรศการ ศิลปะร่วมสมัยของศิลปินกลุ่มธรรมครั้งที่ ๑๒ 

จัดแสดง ณ หอศิลป์ริมน่าน

ระหว่างวันที่ ๖ ตุลาคม - ๔ ธันวาคม ๒๕๕๕

สอบถามรายละเอียดได้ที่ หอศิลป์ริมน่าน โทร. o๘-๑๙๘๙-๒๙๑๒

เปิดบริการเวลา : o๙.oo น. – ๑๗.oo น. / ปิดบริการ : เฉพาะวันพุธ









ภาพและข้อมูลจากเวบ
eighteggs.com















“เสพงานศิลป์ Tempting Passion, Vanishing Emotion.”
Thanasatith Kongsatith


ณ ช่วงเวลาต่าง ๆ ในการเดินทางของชีวิต มนุษย์ได้ประสบเรื่องราวหลากหลายต่างแง่มุม ที่ก่อให้เกิดอารมณ์ ความรู้สึก สุข ทุกข์ เศร้า เหงา และการเข้ามาอย่างรวดเร็วของบรรดาสิ่งเย้ายวนต่างๆ ได้สร้างความลุ่มหลง ความหลงใหลในรูปรส และกลิ่นของสิ่งชวนฝัน






ทว่าอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์นั้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกจิตใจ สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปจนทำให้เรารู้สึกจืดจางหรือเลือนหายไปได้ คือความไม่จีรังและความไม่จริงของอารมณ์ที่เราหลงใหลในวันนั้น







…แต่เมื่อมองสิ่งเหล่านั้นอย่างเข้าใจ ทุกสิ่งต่างให้ความหมายในตัวของมันเอง นั่นคือประสบการความทรงจำที่ติดด้างอยู่ในจิตใจ ที่นำมาสู่การคิด วิเคราะห์ เพื่อสร้างโลกแห่งจินตนาการ ให้น่าค้นหาอย่างไม่มีวันรู้จบ…


ติดตามงานแสดงศิลปะได้ตั้งแต่วันที่ ๒o กันยายน - ๒o ตุลาคม ๒๕๕๕ ที่Number 1 Gallery อาคาร เดอะสีลมแกลเลอเรีย อาคาร B1 ชั้น B 26 ถนนสีลม ซอย ๑๙ กรุงเทพฯ ติดต่อสอบถามได้ที่ o๒-๖๓o ๒๕๒๓, o๘๓-๔๔๕-๘๓๓๓ เวบไซท์ thairath.co.th


ภาพและข้อมูลจากเวบ
mthai.com
portfolios.net















"Rhythm of Thai Life" บันทึกวิถีไทยโดยช่างภาพชั้นครู จีเส่ง หว่อง


วันเวลาเปลี่ยนชีวิตเปลี่ยนวิถีชีวิตเปลี่ยน เวลาเนิ่นนานเกือบศตวรรษของชีวิตย่อมมองเห็นความเปลี่ยนแปลง...เป็นสัจธรรม แต่ด้วยการบันทึกไว้ด้วยภาพแสงและเงา สีขาวดำ วิถีแห่งอดีตของไทยนั้นล้วนควรชื่นชมให้เห็นความงามและการเปลี่ยนแปลง


จีเส่ง หว่อง เกิดในเมืองไทยที่ปากตรอกจันทน์ย่านยานนาวา คุณพ่อเป็นครูใหญ่โรงเรียนกว่างเจ้า เรียนหนังสือในเมืองไทยเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่สาม พอสงครามโลกเกิดก็ออกจากระบบโรงเรียนมาช่วยทางบ้านทำมาหากิน อายุสิบกว่าขวบไปเป็นช่างฟิตฝึกหัดซ่อมรถยนต์ เป็นงานที่หนักและเหนื่อย






แต่เมื่อป้าให้กล้องมาถ่ายภาพเล่น จึงสนุกกับการถ่ายภาพ อยากบันทึกความงามตามสายตาที่พบเห็นไว้ จึงศึกษาเรื่องกล้องและการถ่ายภาพจากหนังสือต่างประเทศโดยเฉพาะจากฮ่องกง ศึกษาจนสามารถถ่ายภาพได้ ทำงานเทคนิคในห้องมืดได้ และได้แรงจูงใจเมื่อรูปแรกๆ สามารถคว้ารางวัลจากหนังสือเดลิเมล์วันจันทร์ได้ ในปี พ.ศ. ๒๕o๑


พ.ศ. ๒๕o๘ เป็นปีทองของช่างภาพ จีเส่ง หว่อง ได้รับรางวัลพระราชทานจากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้รับรางวัลเหรียญทองและถ้วยชนะเลิศจาก ๕ ประเทศ แต่พอถึงปีพ.ศ. ๒๕๑o เขากลับวางกล้อง หันไปทำอู่รถที่ซอยพิพัฒน์สีลมเลี้ยงครอบครัวอย่างจริงจัง สิบปีผ่านไปจึงหวนมาสู่สิ่งที่รักอีกครั้งจนปัจจุบัน จีเส่ง หว่อง ได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์ภาพขาวดำคนหนึ่งของเมืองไทย และแม้ยุคนี้จะเป็นยุคดิจิตอลแต่เสน่ห์ของภาพขาวดำและฝีมือเทคนิคในเรื่อง ของแสงเงายังบันทึกเรื่องราววิถีไทยไว้ได้อย่างมีชีวิตชีวา






"Rhythm of Thai Life" เป็นงานการแสดงภาพถ่ายขาวดำที่ได้บันทึกวิถีชีวิตไทยไว้ด้วยกาลเวลาตั้งแต่กึ่งพุทธกาล ไล่เลียงมาจนถึงปัจจุบันราวครึ่งศตวรรษ ด้วยความคิด จินตนาการ และฝีมือการอัดล้างขยายและซ้อนฟิล์ม ที่ต้องพิศเจริญถึงความงาม ยิ่งพิศยิ่งงาม


ภาพเก่าที่สุดบันทึกไว้เมื่อปี พ.ศ. ๒๕o๑ ที่บันทึกซอยบ้านคือซอยตลาดวัดสุทธิ เห็นภาพประตูบานพับแบบเก่าของห้องแถวบ้านพักร้านค้าที่วันนี้ไม่มีให้เห็น อีกแล้ว ถนนเชื้อเพลิงในปี พ.ศ. ๒๕o๒ คนใช้แรงงานกำลังแบกกระสอบขนของลงจากตู้รถไฟ อารมณ์ของหน้าตาที่สะท้อนให้เห็นความหนักแสงเงากล้ามเนื้อกรรมกรงดงาม จีเส่ง หว่องเห็นความงามลีลาของกรรมกรทำงาน จับกังบนเรือในปี พ.ศ.๒๕o๓ จับกังแบกข้าวในเรือเอี๊ยมจุ้นใหญ่ที่ท่าเรือคลองเตย เม็ดข้าวที่เรี่ยรายลงผ่านหน้า เป็นการจัดภาพจังหวะที่ลงตัวงดงาม






ภาพที่งดงามในช่วงแรกของชีวิตคือภาพ "ทะเลโหด" (๒๕o๓) เป็นการจัดภาพที่งดงาม อารมณ์ความรู้สึกของเรือที่ผจญคลื่นเห็นแล้วนึกถึงภาพคลื่นยักษ์นอกฝั่งทะนะงะวะ ของศิลปินญี่ปุ่นยุคเอโด คะสึชิกะ โฮะกุไซ หรือภาพ "หนีคลื่น" (๒๕o๕) ภาพคลื่นถาโถมวัดกับนกที่กำลังบินกลับ พลังแรงของคลื่นเห็นได้ชัดเจน กับงานยุคแรก ๆ ก่อนไปเปิดอู่รถอย่างจริงจังคือการบันทึกภาพ "รถรางเยาวราช" (๒๕o๘) ไว้เป็นยุคก่อนที่รถรางจะเลิกราไปจากเมืองไทยในปี ๒๕๑๑






งานช่วงที่สองในยุคที่สองที่หวนกลับมาทำงานถ่ายภาพใหม่ตั้งแต่ปี ๒๕๒o ภาพ "แม่ลูกอ่อน" (๒๕๒o) เป็นภาพแม่สาวชาวกระเหรี่ยงยืนรอรถเมล์แล้วก็ให้ลูกดื่มนมกินริมถนน จีเส่ง หว่องผ่านไปจึงบันทึกไว้ด้วยความงามของแสงและเงาสายตาของแม่ที่มอง เด็กที่ดูดนมอย่างมีความสุข ภาพ "ปากน้ำปราณ" (๒๕๒๓) แสงเงาน้ำหนักได้อารมณ์ "ทอดกฐินทางชลมารค" ภาพนี้ เรือสุพรรณหงส์แล่นมาได้จังหวะหน้าพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามได้จังหวะขนาด นี้ต้องอดทนรอคอยและที่สำคัญหลายอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ภาพ "เอกลักษณ์ไทย" (๒๕๒๗) หญิงสาวกำลังเขียนหัวโขน จังหวะวางของหัวโขน สื่อสายตาสาวที่จับพู่กันวาด






ผลงานในช่วง ๒๕๓o ถึงปัจจุบัน "ประดิษฐ์ประดอย" (๒๕๓๘) เป็นภาพหญิงชาวเขานั่งปักผ้า เด็กๆ แอบมาดูข้างหลัง เธอสวยมาก มาทราบภายหลังเธอเป็นธิดาชาวเขาของเชียงราย แสงเงาเส้นลีลาอารมณ์ดีเหลือหลาย ภาพ "กายกรรมเปียงยาง" (๒๕๓๘) ไปดูกายกรรมแล้วเกิดอยากถ่าย จึงไปอยู่ข้าง ๆ เวที แสงมาด้านข้างเป็นภาพที่แปลกถ่ายไว้หลายรูปแต่รูปนี้ลงตัวที่สุด ที่สามารถเห็นความงามของเส้นโค้ง ลีลาของแขนเป็นจังหวะที่ลงตัวพอดีงาม "ถ่ายภาพบางทีต้องโชคช่วยจึงได้จังหวะลงตัวพอดีอย่างนี้ได้" ครูจีเส่ง หว่อง บอก






ภาพ "ฝุ่นตลบ" (๒๕๓๕) เป็นภาพฝูงควายวิ่งลงมากินน้ำ ฝุ่นตลบได้อารมณ์เป็นภาพที่สุโขทัย หลังจากนั้นไม่นานครูไปอีก และเพื่อน ๆ ช่างภาพได้ไปอีกก็ไม่เห็นฝูงควายเช่น นี้แล้ว ถามชาวบ้านบอกเขาเลิกเลี้ยงควายกันแล้ว






ถามว่าภาพไหนที่ครูชอบมาก ๆ คือ ภาพ "ไปหาปลา" (๒๕o๒) เป็นภาพคนเดินเป็นแถวไปทอดแหหาปลา ที่เดินเป็นขบวนภาพนี้เกิดขึ้นแถวหาดเจ้าสำราญ เพชรบุรี นำภูเขาด้านหลังมาซ้อนทำให้เห็นเป็นภาพเด่นชัด หลากลีลาจังหวะของการหาบไม้คานสะพายตะข้องกับแห วันนี้ภาพอย่างนี้ปรากฏให้เห็นได้ยาก ภาพที่ชอบมาก ๆ อีกภาพ "ยุ้งข้าว" (๒๕๔๕) ที่มีหัวควายที่สุพรรณบุรี ไปเห็นแสงเงามาลงตรงนั้นพอดี ไม่ได้ทำอะไรเลยเรื่องราวสื่อความหมายชีวิตชาวนาและเครื่องมือช่วยดำรงให้ กับชีวิตชาวนาชัดเจนไม่ต้องอธิบายอันดีอีก






แม้โลกจะก้าวไกลไปกับกล้องดิจิทัล แม้กล้องดิจิทัลจะทำขาวดำได้ แต่ขาวดำจากกล้องไม่ใช่ขาวดำที่เป็นแสงเงาขาวดำไล่โทนได้ดังแต่ก่อน จึงปรากฏความงามให้เห็นต่างกัน การทำงานขาวดำต้องใจรักจริง ๆ การถ่ายภาพขาวดำให้งดงามได้ ต้องคำนึงถึงแสง แสง ๔๕ องศาจึงจะสวย ส่วนการวางองค์ประกอบภาพ ครูจีเส่งว่ายังเคารพและยึดหลักจุดตัดเก้าช่องยังคงใช้ได้อยู่เสมอ






"Rhythm of Thai Life" เป็นบันทึกวิถีไทยในสายตาของ จีเส่ง หว่อง ปรมาจารย์ถ่ายภาพขาวดำของเมืองไทย ที่ต้องไปชื่นชมความงามในความคิดจินตนาการและฝีมือให้ได้ แล้วจะพบว่าหลายสิ่งหลายอย่างน่าเสียดายหายไปเสียแล้ว แต่ฝีมือครูจีเส่ง หว่องยังคงอยู่และบันทึกภาพขาวดำไว้ให้เป็นที่ปรากฏเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตไทยไว้อย่างงดงาม


นิทรรศการ "Rhythm of Thai Life" จัดแสดงที่ห้องนิทรรศการหมุนเวียนของพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย ถนนวิภาวดี ใกล้วัดเสมียนนารี พร้อมศิลปินรับเชิญอีกแปดท่านจนถึง ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕






ภาพและข้อมูลจากเวบ
bangkokbiznews.com
photofairthailand.com















"เวิร์คช็อปปักผ้าสไตล์ฝรั่งเศส"



หลังจากประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นกับการจัดเวิร์คช็อปปักผ้าเมื่อปีที่แล้ว เอลิซาเบธ รูโล อาจารย์สอนปักผ้าชื่อดังชาวฝรั่งเศสจะกลับมาอีกครั้งเพื่อแบ่งปันความรู้ พร้อมนำเสนอเวิร์คช็อปการปักผ้าแบบดั้งเดิม แบบชั้นสูง และใหม่ล่าสุด เวิร์คช็อปพัฒนาทักษะการปักผ้าสำหรับผู้ที่เคยเรียนเวิร์คช็อปการปักผ้าชั้นสูงมาแล้ว






ในครั้งนี้ เอลิซาเบธ รูโล จะจัดเวิร์คช็อปการปักผ้าแบบดั้งเดิมและการปักผ้าชั้นสูง รวมถึงขยายขอบเขตความรู้ที่เคยสอนไปด้วยการเปิดเวิร์คช็อปเพื่อพัฒนาทักษะ การปักผ้าสำหรับคนที่เคยเรียนเวิร์คช็อปการปักผ้าชั้นสูงมาแล้ว โดย เอลิซาเบธ รูโล พยายามปรับเปลี่ยนเนื้อหาการเรียนตามความต้องการของผู้เรียน คอยชี้แนะให้ผู้เรียนเข้าถึงการปักผ้าให้สวยงามอย่างมีศิลป์ และชักจูงให้ผู้เรียนนำความคิดสร้างสรรค์ที่มีมาวาดเป็นแบบแล้วลงมือปักจนสำเร็จ






เอลิซาเบธ รูโล จบการศึกษาจาก Ecole de Broderie d’Art Haute Couture et Décoration Intérieure Lesage เคยสอนเทคนิคการปักผ้าที่ Ecole des Beaux-Arts de Lyon และเคยปักเสื้อให้กับห้องเสื้อชื่อดัง อาทิเช่น แอร์กแมส ชาแนล ดิออร์ เป็นต้น


นักปักผ้าผู้เปี่ยมด้วยความฝันผู้นี้เคยจัดเวิร์คช็อปเพื่อแบ่งปันความ ชื่นชอบด้านการปักผ้าและเผยแพร่วัฒนธรรมฝรั่งเศสมาแล้วทั้งที่กรุงมาดริด บาร์เซโลน่า ลอนดอน มิวนิค กรุงเทพฯ ไต้หวัน และล่าสุดที่ประเทศปากีสถานและโครเอเชีย






เวิร์คช็อปการปักผ้าแบบดั้งเดิมจะจัดขึ้นในวันที่ ๒๙ - ๓๑ ตุลาคม ราคา ๖,๕oo บาท (รวมอุปกรณ์) เวิร์คช็อปการปักผ้าชั้นสูงวันที่ ๑ - ๓ พฤศจิกายน ราคา ๗,๙oo บาท (รวมอุปกรณ์) และเวิร์คช็อปพัฒนาทักษะด้านการปักผ้าวันที่ ๓o ตุลาคม – ๓ พฤศจิกายน ราคา ๘,๑oo บาท (ไม่รวมค่าอุปกรณ์) สอนโดยใช้ภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ และอิตาเลียน จัดขึ้น ณ ศูนย์ศิลปะนานาชาติ สมาคมฝรั่งเศสฯ


ภาพและข้อมูลจากเวบ
ryt9.com
thanonline.com
manager.co.th















"ชมงาน "กลุ่มโป๊ยเซียน"


ขอเชิญผู้สนใจร่วมชมนิทรรศการ READING EUROPE by Poysien Group ซึ่งเป็นนิทรรศการศิลปะจาก ๕ สถาบันที่มีการเรียนการสอนศิลปะ ได้แก่ มหาวิทยาลัยศิลปากร, วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหา วิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ที่ได้คัดเลือกนักศึกษา โดยมีศิลปินอิสระ คณาจารย์ และศิลปินกลุ่มโป๊ยเซียน เข้าร่วมโครงการ ไปทัศนศึกษายังประเทศสาธารณรัฐโรมาเนีย และประเทศสาธารณรัฐอิตาลี ภายใต้การสนับสนุนทุนโดยท่าน ดร.ชุมพล พรประภา มากว่า ๑o ปี จัดแสดงระหว่างวันที่ ๓ - ๓o ต.ค. ๒๕๕๕ ณ หอศิลป์ G23 ศูนย์ศิลปกรรมแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ o๘๖-๗๙๗-๒๒๕๙


ภาพและข้อมูลจากเวบ
news.rmutt.ac.th



บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




 

Create Date : 29 กันยายน 2555
0 comments
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2555 19:01:03 น.
Counter : 10997 Pageviews.


haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.