Group Blog
 
All blogs
 

รับ ไม่รับ



คำเตือน: ใครไม่ชอบเรื่องการเมือง ขอแนะนำให้ข้ามบล็อคนี้ไปนะครับ



นานๆ ผมจะเขียนถึงเรื่องการบ้านการเมืองสักที
เพราะเรื่องแบบนี้มันละเอียดอ่อน เขียนไปแล้วมักจะเดือดร้อน
อย่างดีก็เสมอตัว..เอ้า

แต่ช่วงนี้รู้สึกเหมือนรูปข้างบน

คือมันมีกระแสกดดันมาหลายๆทาง ให้เราหลับหูหลับตารับร่างไปซะ อย่าคิดมาก
แต่ถ้าจะถาม.. ผมก็ยืนยันได้ตรงนี้ ว่าผมไม่รับ

ผมเคยชอบโฆษณาแฮปปี้ ดีแทคในโรงหนังอยู่อันนึง
ที่มีคนมาโยนแตงโม แล้วไอ้คนที่อยู่ข้างล่างไม่รับ
แล้วก็พูดว่า "ไม่รับครับ ไม่รับครับ"

ไม่ใช่เพราะมันร่างโดยสภาร่างทรงเผด็จการหรอก อันนั้นผมทำใจได้
เพราะประธานสภาร่างฯ ก็อาจารย์ผมเอง 5555

สมัยผมเรียนปีหนึ่ง อาจารย์นรนิตินี่แหละ
เป็นคนบรรยายประวัติศาสตร์การเมืองไทยให้ผมฟังเป็นฉากๆ
ตั้งแต่เริ่มเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475

ผมจบจากสถาบันที่นักศึกษาเสพข่าวการเมืองเป็นอาหารว่าง
เห็นรัฐธรรมนูญมาหลายฉบับ ผมก็ยังสบายใจกับฉบับปี 2540 ที่สุด

ฉบับ 2550 นี่ ถ้ารับไปใช้กัน ก็มีแต่ถอยหลังลงคลอง
เหมือนย้อนไปสมัยป๋าเป็นนายก ยังไงยังงั้น

แต่ก็ค่อนข้างยอมรับว่า ด้วยอิทธิพลของสื่อ
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คงผ่าน ให้เรากลับไปตะเกียกตะกาย
ล้มลุกคลุกคลานกันใหม่ มันแทบจะไม่มีทางเลือกนี่

แต่เมื่อผมมีสิทธิ ก็ต้องขอใช้ ถึงจะเป็นฝ่ายค้านส่วนน้อยก็ตาม

ตอนนี้ผมว่าบ้านเมืองมันแปลกๆ
คนมีอำนาจคิดอยู่อย่างเดียว ว่าทำยังไงจะกำจัดทักษิณให้สิ้นซาก
ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานว่า ทำยังไงบ้านเมืองจะดีขึ้น

โจทย์มันต่างกันนะครับ คิดว่าทำไงให้บ้านเมืองดีขึ้นจริงๆ
กับคิดว่าทำยังไงจะกันทักษิณกลับมามีอำนาจเนี่ย

ดูอย่าง คตส.สิ ใครไม่ให้ความร่วมมือ
เป็นเจอข้อหา กากเดนของระบอบทักษิณ...แน๊..

อย่างบล็อคนี้ เขียนแบบเห็นแย้งกะ คตส.
ถ้าผมเป็นคนดังอ่ะนะ คงมีคนพูดว่า ผมได้ท่อน้ำเลี้ยงของเสี่ยแม้ว
ถ้าจะพูดถึง ก็อย่าไปดึงน้องลิเดีย มาเกี่ยวกะผมด้วยละกัน

ผมก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่า.. ให้ผมเลือก
ผมปล่อยให้ลุงแม้วอยู่จนครบเทอมแล้วเลือกตั้งใหม่ดีกว่า

ขี้หมูขี้หมา ผมก็ยังด่าได้
ไม่ต้องกลัวว่าบล็อคนี้ จะโดนสั่งปิดไหม

แล้วจากสถิติย้อนหลัง ฝรั่งเขาเรียก Track Record
รัฐบาลอัศวินทหารขี่ม้าขาว มักจะเริ่มต้นดี แต่ลงท้าย
มักจะโกงยิ่งกว่าพลเรือน เพราะพลเรือนน่ะ เขาไม่มีปืน
ไม่มีรถถัง ไม่มีเครื่องบินขับไล่

ทักษิณโกงนี่ นักข่าวดมๆ สองที ก็ตีข่าวกันสนุกสนาน
แต่ทหารโกงนี่ ใครจะกล้าแฉไหม ปุดๆกันสองวันก็เงียบ

นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง ยังไงก็ดีตรงที่ มันเป็นระบบ
คนอเมริกันเกลียดบุชจูเนียร์ยังกะอะไรดี คนอังกฤษก็ด่า โทนี่ แบลร์ อยู่ปาวๆๆ
ผมไม่เห็นมีทหารเขาจะกล้าคิดปฏิวัติเลย เพราะเขารู้ว่า ประชาชนเขาไม่เอาด้วย

ไม่เหมือนบ้านเรา มีทหารมาฉีกรัฐธรรมนูญ
ยึดอำนาจไปจากประชาชน ดันมีคนเอาดอกไม้ขนมไปให้
ไปปิคนิคถ่ายรูปกันยังกะดิสนีย์แลนด์

ทักษิณจะดีจะชั่ว ก็คนเขาเลือกมา
กบมันจะเลือกนกกระสามาเป็นนายก็ต้องรับสภาพไป

มีแต่คนกลัวว่าทักษิณจะครอบงำทุกอย่าง ผมกลับไม่กลัวอย่างนั้น
คือถ้าระบบมันยังขับเคลื่อน มันแก้ได้ไงครับ ยังไงต้องรักษาระบบไว้ก่อน
ไม่ใช่เอาคนๆเดียวมาเป็นข้ออ้าง แล้วล้มกระดาน

มีคนวิเคราะห์ไว้น่าสนใจ ว่า.. ปัญหาของทักษิณไม่ได้อยู่ที่เรื่องคอรับชั่น
คอรับชั่นเป็นจุดอ่อนของเขา ไม่ใช่ปัญหา

ปัญหาจริงๆ อยู่ที่การเปลี่ยนระบบบริหารประเทศ
จากระบบข้าราชการธิปไตย มาเป็นพลเรือนธิปไตย
คือข้าราชการที่เคยคุมอำนาจบาตรใหญ่ เริ่มเสียกระบวน

ผลประโยชน์ที่เคยมาถึง มันก็ไม่ค่อยถึง
เพราะมันโอนไปอยู่ในมือของเอกชนซะ
วันดีคืนดี เคยทำงานเช้าชามเย็นชาม
ก็ต้องแอ็คทีพ กระตือรือร้น มีการประเมินผลแบบเอกชน

มันเป็นเรื่องของผลประโชยน์ของคนชั้นล่าง คนชั้นกลาง และสูง

การเมือง เป็นเรื่องผลประโยชน์ครับ
อย่าไปหวังว่าจะมีใครเข้ามา โดยไม่หวังอะไร
หวังได้แค่ว่า แบ่งผลประโยชน์ให้พองาม
แล้วขับเคลื่อนประเทศไปในทางที่ถูกที่ควรด้วย

ถึงผมจะไม่ได้นึกอยากไปเย้วๆให้บ้านเมืองวุ่นวายที่สนามหลวง
แต่ก็ยังคิดถึงสมัยสนธิพาคนไปเย้วๆไปทั่วเมือง แบบลอยนวลไม่ได้

เห็นไหมครับ ว่ายังไงทักษิณก็ยังให้อิสระฝ่ายที่เห็นต่าง มากกว่าสมัยนี้

วันก่อนได้เมล์จากเพื่อนชาวอเมริกัน เขาเขียนมาว่า

Eddy, what happened to Thailand?

แล้วก็ส่ง link มาให้อันนึง เป็นข่าวเรื่องที่เขาจะลงโทษตำรวจที่ทำผิดวินัย
ด้วยการติดสัญลักษณ์ Hello Kitty บนเครื่องแบบ
//news.bbc.co.uk/2/hi/asia-pacific/6932801.stm

ผมจะตอบเขายังไงดีล่ะนี่

ปล. ใครอยากไปใช้สิทธิรับร่าง ก็ว่าไปกันตามที่ท่านเห็นควรนะครับ
ผมเขียนแสดงความเห็นจากมุมของผมเอง ไม่ได้รณรงค์ให้ใครมาเชื่อตามผมนา





 

Create Date : 15 สิงหาคม 2550    
Last Update : 16 สิงหาคม 2550 7:46:46 น.
Counter : 881 Pageviews.  

เรื่องเล่าจากแม่ และความสุขของคนแพ้





ผมพาแม่ไปทานข้าวก่อนวันแม่หนึ่งวัน
เพราะวันนี้ตอนเย็น ผมต้องทำงาน

ผมกับแม่ไม่ค่อยสนิทกันนัก เพราะแม่ไปอยู่ต่างจังหวัด
และต่างประเทศตั้งแต่ผมเล็กๆ
แต่ดูท่าทางผมจะได้นิสัย และความคิดหลายอย่างผ่านโครโมโซมที่แม่ให้

เพราะผมกับแม่มีบางอย่างคล้ายกัน มากกว่ารูปร่าง หน้าตา

เมื่อวานแม่เล่าอะไรให้ฟัง สองสามเรื่อง ที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน
อย่างเรื่องชื่อ เรื่องความเป็นไปในวัยเด็กของผม

ในปีที่ผมจะอายุ 39 ผมเพิ่งจะรู้ว่า ตอนคลอดผมเพิ่งอยู่ในท้องแม่ได้ 7 เดือน
ผมเป็นเด็กคลอดก่อนกำหนดนี่เอง.. มิน่า เพี้ยนๆ 555

ผมถึงอายุห่างจากพี่สาวแค่ 10 เดือน

แม่บอกว่า ตอนผมอยู่ในท้อง ผมเจียนอยู่เจียนไปหลายที
แม่ต้องไปหาหมอ ต้องไปฉีดยาบำรุงครรภ์กันแท้งบ่อยๆ
แต่ประคองไว้ได้ 7 เดือน ก็ต้องปล่อยให้คลอดออกมา

โชคดี ที่ผมรอดมาได้ และไม่สร้างปัญหาให้แม่
แม่บอกว่า พอคลอดแล้ว ผมเลี้ยงง่ายตั้งแต่เล็ก
เป็นเด็กดี ไม่โยเย ไม่สร้างปัญหา และเรียนดีโดยไม่มีใครบังคับ

ฟังแล้วก็ดีใจ ที่แม่ภูมิใจในตัวเรา เอิกกก...
ตอนขับรถไป เจอเด็กขายพวงมาลัยที่เคยซื้อประจำตรงทางออกทางด่วนพระราม 4
ซื้อจนจำหน้าได้ น้องเขาทำหน้าดีใจระคนขำ ที่เจอผม

ถามไถ่ ได้ความว่าย้ายบ้านมาอยู่ละแวกวัดเสมียนนารี
เลยได้พวงมาลัยมาไหว้แม่เสียเลย

ผมรู้สึกได้ว่า.. แม่ผมมักจะรู้สึกผิด ว่าไม่ค่อยได้เลี้ยงผม
แม่เลยบอกว่า เอาไปไหว้พระก่อนเถอะ

ผมเลยบอกว่าแม่ว่า.. ก็พ่อแม่นี่แหละ พระอรหันต์ของลูก

หมดเรื่องแม่.. มาเรื่องที่สอง

เคยไหมครับ.. ที่รู้สึกเจ็บปวดเพราะไม่สมหวังกับอะไรบางอย่าง
รู้สึกเหมือนเป็นผู้พ่ายแพ้ เป็นคนที่เทพีแห่งโชคหันหลังให้
ยิ่งหวังมาก ก็ยิ่งเจ็บมาก ยิ่งตั้งใจมาก ก็เสียใจมาก

ในฐานะมนุษย์ธรรมดา ผมว่าเรามีเวลาเป็นแบบนั้นกันทุกคนนะ
แต่ถ้าใครที่อ่านถึงบรรทัดนี้ แล้วคุณรู้สึกว่า เฮ้ย.. ชั้นไม่เคยเสียใจ
อันนั้น ผมก็ยินดีกับคุณด้วย ที่โชคดีเป็นบ้า

ผมสังเกตว่า โลกนี้มีโอกาสให้เราพ่ายแพ้ได้บ่อยกว่าเป็นผู้ชนะ
เพราะไม่ว่าจะแข่งกีฬา จะสอบ จะประกวดประขันอะไร
มันมีที่ให้คนที่สอบตก คนที่พลาดหวัง มากกว่าที่ของผู้ชนะเสมอ

การเรียนในโลกส่วนมาก ก็จะสอน HOW TO ให้คนเป็นผู้ชนะ
มากกว่าจะสอนว่า เราควรจะอยู่กับความพ่ายแพ้ยังไง

ถ้าอนุมานว่า คนเรามีโอกาสแพ้มากกว่าชนะ
ไอ้ความคิดประเภทว่า ฉันจะมีความสุข ก็ต่อเมื่อเป็นผู้ชนะ
จึงเป็นความคิดที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง ในสายตาผม

เราอาจไปถึงป้ายรถเมล์รถไฟฟ้าช้าไปสองก้าว
เราอาจตกเครื่องบิน เราอาจจะทำข้อสอบผิดมากกว่าคนอื่นไปสองข้อ
เราอาจจะเจอเขาช้าไปเดือนนึง อาจจะเจอเร็วไปสองปี
อาจจะเพราะเคยหย่ามา มีลูกติดมาสองคน
หรืออาจจะเป็นคนที่ไม่ดีพอในสายตาใครบางคน
และอีกมากหลายความน่าจะเป็น

แต่ไม่ได้มีตรงไหนเลยที่บอกว่า เราจะเป็นสุขไม่ได้

ผมชอบใจบทสัมภาษณ์พี่ดี้ นิติพงษ์ ในนิตยสารเล่มไหนสักเล่มเมื่อเร็วๆนี้
(ที่จำไม่ได้ เพราะช่วงนี้พี่ท่านฮอตเหลือเกิน เปิดเล่มไหนเป็นเจอ)

แกพูดไว้เหมือนเตะโดนใจผมโครมใหญ่

แกบอกว่า.. แกอยากเปิดโรงเรียนสอนคนแพ้
เพราะว่าคนเราควรจะแพ้ให้เป็น ชีวิตมันถึงจะมีความสุข

ถ้าลองไคร่ครวญดูให้ดี ให้ถ้วนถี่ ..
ความสุขมันไม่ได้เกิดเพราะเราชนะหรือแพ้หรอก

มันเกิดเพราะเรา "พอใจ" หรือ "ไม่พอใจ" ต่างหาก

ต่อให้คุณเป็นคนที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก เข้าที่หนึ่งในโอลิมปิค
แต่คุณก็อาจจะไม่มีความสุขได้
เพราะคุณอาจต้องการทำลายสถิติโลก แต่คุณทำเวลาเกินไปเสี้ยววินาที

ชัยชนะเองบางที ก็เหมือนของหวาน
ทานบ้างนิดหน่อย ก็ชูใจดี แต่ทานมากเกินไปก็อันตราย

ความพ่ายแพ้เอง บางทีก็กลับเหมือนวัคซีน
มันสอนอะไรเราหลายอย่าง ให้เรามีภูมิต้านทาน ไม่ป่วยง่าย ไม่อ่อนแอ

และอาจบางที .. ในวันที่เราพ่ายแพ้ เราก็แค่ถามตัวเองว่า
เราพยายามดีที่สุดแล้วหรือยัง ถ้าได้คำตอบว่า.. ใช่
ผมว่า เราก็ภูมิใจกับตัวเองได้แล้วนะ

ชื่อล็อคอินผม มาจากทีมฟุตบอลที่ผมเชียร์มายี่สิบกว่าปี
เป็นทีมระดับกลางๆ งั้นๆ ครับ ไม่เคยได้แชมป์อะไรกับชาวบ้านเขามานานแล้ว

นี่เมื่อคืนก็เพิ่งเล่นนัดแรกของฤดูกาลใหม่ แพ้ลิเว่อพรุนไป

เชียร์ทีมแบบผมให้เป็นสุข ต้องแพ้ให้เป็น
เพราะปีนึงเราอาจจะชนะแค่ไม่กี่นัด ที่เหลือโชคดีก็เสมอ
แต่โชคร้ายก็จะแพ้ ที่แน่ๆเราแพ้บ่อยกว่าทีมอย่าง แมนยู เชลซี ลิเวอร์พูล

แต่ผมเห็นเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ บางคน เชียร์ทีมยักษ์ใหญ่
แล้วคิดแต่เรื่องว่า ต้องชนะ พอแพ้ที แทบจะรากเลือก

ฟุตบอลมันมีดีอย่างนึง คือมันสอนให้เราเห็นว่า
ชีวิตมันแบ่งเป็นส่วนๆ เป็นครึ่งๆ เป็นช่วงเวลา
บางวันเล่นเข้าฟอร์ม ก็อย่างเทพ
บางวันเล่นห่วยๆ ไปเตะกะเด็กอนุบาล ก็อาจแพ้ได้

ชีวิตก็เป็นแบบนั้น .. บางวันที่อะไรมันเป็นใจ ทำอะไรก็ดูง่ายไปหมด
แต่บางวันที่อะไรๆ มันผิดที่ผิดทาง เราก็อาจจะทำอะไรพลาดแบบง่ายๆ โง่ๆ

ความผิดแบบเดียวกับเวลาศูนย์หน้าได้บอลหน้าประตูโล่งๆ แต่ยิงออกนั่นแหละ
คือให้กลับไปยิงแบบเดิม ท่าเดิม อีกร้อยหน ก็ไม่พลาด

เพราะฉะนั้น.. ไม่มีใครชนะไปตลอดเวลา
และไม่มีใครแพ้ตลอดไป ถ้ายังมีไฟอยู่นะ

เรายอมรับความพ่ายแพ้ได้ แต่ต้องไม่ยอมแพ้ที่จะพยายามใหม่
อย่าคิดว่า ถ้าเมื่อวานนี้แพ้ พรุ่งนี้ก็ต้องแพ้อีกแหง๋ๆ

ต้องเชื่อว่า ชีวิต..มันว่ากันคราวละ 24 ชั่วโมง
วันนี้แพ้ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่

แต่ตัวผมเอง ขอยกเว้นเรื่องแฟนไว้เรื่องนะครับ
ผมค่อนข้างทำใจ และมีบทเรียนว่า รักทีไรเสียใจทุกที

เอาแค่มีคนไว้ให้รัก ให้คิดถึง ให้คอยเป็นห่วงบ้างก็พอ
เอาน่า.. ขอผมเป็นแบบเพลงนี้ดีกว่า ผมพอใจแล้ว

"วันที่เธอไม่สบาย.."
เป็นแค่เพียงคนคอยให้คำปรึกษา
เป็นแค่เพียงคน คอยห่วงใยทุกเวลา
เมื่อเธอหายดี ฉันอาจดูไม่มีค่า
ถึงรู้แต่ฉันก็มีความสุข

อืมม์.. คนเขียนเพลงนี้ เขาอัจฉริยะจริงๆ

(ขออนุญาต และขอบคุณคุณหมอพิยะดา เจ้าของเพลงมา ณ ที่นี้นะครับ)

สุขสันต์วันนี้ วันแม่ครับ




 

Create Date : 12 สิงหาคม 2550    
Last Update : 15 สิงหาคม 2550 9:49:31 น.
Counter : 1420 Pageviews.  

Bali Hi





ผมคุ้นๆคำนี้มาจากที่ไหนสักที่ Bali Hi
ไม่รู้เป็นชื่อหนัง ชื่อเพลงอะไรหรือเปล่า

ผมไปสัมมนาที่บาหลีมาครับ
สำนักงานของหุ้นส่วนทางธุรกิจจากลอนดอนเขาเป็นคนจัด
จะว่าไป ก็เหมือนชาวลอนดอนเขาก็หาเรื่องมาเที่ยวทะเลแถวนี้
เพราะไปห้าวัน ทำงานซะสองวันเองมั้ง ที่เหลือก็เที่ยว กิน เล่น

ส่วนตัวแล้ว ผมชอบสถาปัตยกรรมของบาหลี ผมว่ามันเย็นๆ น่าอยู่
เวลาไปดูบ้านจัดสรรที่ไหน บอกว่าตกแต่งสไตล์บาหลี
ผมจะอยากไปดูมากเป็นพิเศษ



แต่พอไปเห็นของจริง ก็รู้สึกว่า เอาแค่บางอย่างของเขามาก็พอแล้ว
อย่าไปเอาบาหลีแท้ๆมา เพราะมันจะรก และดูน่ากลัว

คนบาหลีเขาผูกพันกับเรื่องวิญญาน เรื่องอำนาจเหนือธรรมชาติมากนะครับ
เดินไปไหนๆ ก็มีกระทงใส่อาหารใส่ดอกไม้วางเซ่นเจ้าที่ เต็มไปหมด

อาหารไม่อร่อยครับ อยู่บ้านเราอร่อยกว่าเยอะ
ไม่ได้เทียบกันแค่อาหารพื้นบ้าน ต่อพื้นบ้าน
แต่เทียบกันที่อาหารนานาชาติ อย่างซีฟู้ด หรือสปาเก็ตตี้ด้วย

ผมรู้สึกว่าบาหลีจะเหมือนภูเก็ตหรือสมุย
เพราะเขาเป็นเกาะใหญ่ๆ มีแหล่งท่องเที่ยวกระจายไปตามจุดต่างๆ
เพียงแต่ความเจริญด้านวัตถุ เขาไม่เท่าภูเก็ตแน่
ส่วนสมุยไม่แน่ใจ ผมไม่ได้ไปนานมากแล้ว

ในขณะที่ประชากรส่วนใหญ่ของอินโดนีเซียเป็นชาวมุสลิม
ประชากรส่วนมากของบาหลีกลับเป็นฮินดูครับ พวกเขานับถือพระวิษณุ
มีวัดฮินดูในสไตล์บาหลี เต็มไปหมด

มีพื้นที่นึงชื่อ GWK Garuda Wisanu Kencana
อันนี้ผมไม่ได้ถ่ายรูปมา แต่เป็นคล้ายๆพุทธมณฑล
เขาจะสร้างอนุเสาวรีย์พระนารายณ์ทรงครุฑ ให้เป็นรูปปั้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก

จะรูปปั้นหรือรูปสลัก ผมไม่แน่ใจ เพราะไกด์บอกว่าสลักจากหิน
แต่คนอินโดที่ไปด้วยกัน เขาบอกว่ารูปปั้น มีโครงเหล็กข้างใน

แต่เอาเป็นว่าใหญ่มาก และนั่นแสดงถึงความเชื่อและศรัทธา ที่คนบาหลี มีต่อศาสนาฮินดู



วัดที่ผมไปถ่ายรูปมานี่ ก็เป็นวัดฮินดู ที่มีทิวทัศน์สวยงามมาก
ได้ไปตอนพระอาทิตย์ตกดินพอดี เลยได้รูปสวยๆมาฝาก

นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดของบาหลี ที่ผมเห็น
รองลงไปก็คือโรงแรมที่พัก อากาศ เพราะแดดออกลมดีแต่ไม่ร้อน



โรงแรมที่อยู่สวยดีครับ ที่จริง อยู่แค่ในโรงแรมก็แฮปปี้แล้ว
แต่สถาปัตยกรรมของโรงแรม ก็ไม่ใช่สไตล์บาหลีเสียทีเดียว
โรงแรม Marriot ที่ภูเก็ตก็เป็นโคโลเนียลสไตล์ คล้ายๆกัน

ทางขึ้นไปล็อบบี้ มีคบเพลิงจุดเป็นระยะๆ ยังคล้ายกันเลย
สงสัยท่าทางสถาปนิคจะคนเดียวกันเสียกระมัง



มีหลายเรื่องอยากเขียนถึง เพราะมีเวลานั่งทบทวนอะไรเยอะ
ความคิดตกตะกอนไปอีกสองสามเรื่อง ที่คิดว่า เอามาเล่าแล้วคุณๆน่าจะได้ประโยชน์กลับไป

แต่ตอนนี้ต้องไปเตรียมรายการแล้ว สายแล้วครับ

ขอบคุณที่แวะมาเสมอๆ ไม่ว่าผมจะได้ตอบความเห็นของท่านหรือไม่
ก็ขอได้รับความขอบคุณทุกท่านครับ




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2550    
Last Update : 12 สิงหาคม 2550 10:08:24 น.
Counter : 1292 Pageviews.  

รูปแบบใหม่ของชีวิต






ตั้งแต่เรียนวิปัสสนามา สิ่งหนึ่งที่ผมค้นพบบ่อยๆ คือ
มันมีมุมมองใหม่ๆ เกิดขึ้น ในชีวิตเดิมๆของผมเสมอๆ

เมื่อวานนี้ หลังจัดรายการเสร็จ ผมไปเป็นอาสาสมัคร
ทำหน้าที่ช่วยแนะนำคนที่สนใจเรียนรู้เรื่องการปฏิบัติ

คนที่มาคุยกับผม ถามผมว่า ผมเคยมีทุกข์ไหม
ผมตอบว่า เคยสิ ทุกข์บ่อยจะตาย ทุกข์ทุกวัน

เขาถามอีกว่า แล้วผมเคยอกหักไหม
เกือบจะตอบไปแล้ว ว่าอาชีพรองผม คือชาวไร่แห้ว
แต่เดี๋ยวจะดูเป็นคณะชวนชื่นไปหน่อย
เลยบอกไปว่า..เคยสิ หลายหนแล้ว

เขาถามว่า.. เวลาอกหัก ผมทำใจนานไหม
ผมบอกว่า.. ถ้าเข้าใจวิปัสสนา แล้วทำถูกทางมาระยะนึง
ผมให้อกหักไม่เกิน 3 วัน ก็จะดีขึ้น

เขาร้องโอ้โห.. ทำท่าทางไม่เชื่อ
ผมบอกว่า.. อันนั้นแบบชิวเด้น ชิวเด้นนะ
ถ้าคนเก่งๆแล้ว วันเดียวก็นานเกินไปแล้ว

ที่มันสั้น ไม่ใช่เพราะคนทำวิปัสสนาเป็น
มีอะไรวิเศษกว่าชาวบ้านเขามากมายหรอก

เพียงแต่เรามองเห็นความทุกข์ เป็นเรื่องธรรมชาติ
อ้าว.. เลิกกับแฟน อกหักรักคุด จะให้ดีใจหรือไง ..ใช่มะ

แต่เสียใจ รู้ว่าเสียใจ ...ไม่ได้พยายามปรุงแต่งจิต มากไปกว่าการรู้
รู้ด้วยอาการเข้าใจว่า.. สิ่งนี้เรียกว่าทุกข์
รู้ด้วยอาการยอมรับว่า.. ทุกข์เป็นแค่สิ่งหนึ่งที่ผ่านมาและจิตไปรู้เข้า

ไม่ใส่ใจมัน มากไปกว่าคนที่เห็นหมาขี้เรื้อนเดินผ่านหน้าบ้าน
ไม่ไยดีมัน มากไปกว่าคนที่นั่งริมน้ำแล้วเห็นหมาเน่าลอยผ่านไป
ไม่ดิ้นรนจะโดดลงไปผลักไสไล่มัน เพราะมันลอยมา ก็ลอยไปเอง

เพราะเราเห็นมาบ่อยแล้ว ซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า
มันผ่านมา แล้วมันก็จะผ่านไป ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่
ไม่ว่าเราจะยินดีหรือไม่ มันก็เหม็นตามธรรมชาติอยู่แล้ว

อย่าไปหวังให้หมาเน่ามันหอม
อย่าไปแกล้งคิดว่า อกหักแล้วดี มีความสุข
อันนั้นมันแทรกแซงธรรมชาติ ถึงจะเป็นเรื่องคิดดี
แต่ถ้าไม่ใช่ของจริง ความจริง ก็ไม่ใช่วิปัสสนา

เวลาดูทุกข์ตัวเอง บ่อยๆ มันจะเห็นอย่างนึงว่า
คนเรามีทุกข์จากความรัก เพราะเราไม่ได้รักเขาเฉยๆ

แต่ในแพ็กเกจของความรัก มันมีความยึด ความอยาก อยู่ด้วย
แล้วเราก็ทุกข์ เพราะความอยาก อยากให้เขารัก อยากให้เขาดีกับเรา

ลำพังความรักหรือไม่รัก มันทำอะไรใครไม่ได้หรอก
ความอยาก ความยึด ของเราต่างหาก ที่ทำร้ายเราเอง

คนทำวิปัสสนา ก็คนธรรมดา ใช้หัวใจสูบฉีดเลือดนี่แหละ
เราก็ยังมีโลภ มีโกรธ มีหลง อาจจะรู้สึกว่าเยอะกว่าคนธรรมดาด้วยซ้ำ

เพราะเราดูตัวเอง แล้วเราเห็นบ่อยๆ เห็นเนืองๆ เห็นตามความเป็นจริง
ไม่ต้องเสแสร้ง แกล้งดี ไม่ต้องเก็บกด ไม่ต้องปฏิเสธว่า
ไม่จริ๊งงงง ฉันไม่เคยคิดร้าย ฉันไม่เคยโลภ ฉันไม่เคยหลง

ทั้งๆที่ จริงๆ เราก็หลงกันทั้งวันนี่แหละ หลงคิดดีบ้าง ร้ายบ้าง
ที่หลงกันแบบใหญ่โตที่สุด และดูยากที่สุด เข้าใจยากที่สุด
คือหลงเข้าใจว่า จิตนี้คือตัวตนของเรา

พระพุทธเจ้าบอกว่า.. ตัวเรา ไม่เคยมีในอดีต ไม่มีในปัจจุบัน ไม่มีในอนาคต

ที่มีอยู่ เป็นเพียงความเข้าใจผิด สำคัญผิด ว่าสิ่งนี้คือตัวเรา

งง รู้ว่า งง นะครับ สงสัย รู้ว่าสงสัย รู้ไวๆ
อยากถามรู้ว่า อยากถาม แล้วก็ไม่ต้องเชื่อด้วย
ที่พูดให้ฟังทั้งหมดเนี่ย ไม่ต้องเชื่อเลยสักข้อ

ให้ไปลองหัดทำ หัดดู หัดรู้สึกตัว แล้ววันนึงค่อยตอบตัวเองว่า
ผมพูดจริง หรือผมแค่โม้

ไม่ต้องทำอะไรมากหรอก.. แค่รู้สึกตัวไว้ในปัจจุบันก็พอ
ความรู้บางอย่าง มันเหมือนผลไม้ มันจะสุกเมื่อมันถึงเวลาอันสมควร

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นตามเหตุและปัจจัย ดับไปก็ด้วยเหตุและปัจจัย
ไม่ใช่เพราะเกิดเพราะเราอยาก หรือไม่อยาก

ฝนจะตก ก็เพราะเหตุและปัจจัยมันสมควรจะตก
ฝนจะหยุด ก็เพราะมีเหตุและปัจจัยสมควรจะหยุด
ไม่ใช่เพราะเราอยากให้ตก หรืออยากให้หยุด

แต่ถ้ารู้ทันความอยากบ่อยๆ
จะเห็นว่า ในความเป็นคนธรรมดา ถ้ามีสติรู้ทันความอยาก
ความอยากก็จะเกิดสั้นลงๆ เราจะทุกข์น้อยลงๆ

ฝนตก ก็เรื่องของฝนมัน ฝนจะหยุด ก็เรื่องของฝนมัน
จิตจะสุข ก็เรื่องของจิต จิตจะทุกข์ ก็เรื่องของจิต

จิตไม่ใช่เรา .. แต่ที่เราทุกข์ เพราะเราไม่เคยรู้ทัน
เพราะเราหลงอยู่ในความคิดว่า จิต คือตัวเรา
เมื่อจิตทุกข์ เราจึงรู้สึกทุกข์ไปกับจิตด้วย

ผมขมวดท้ายการอธิบายว่า.. ที่ให้หัดรู้สึกตัวบ่อยๆ
ก็เพราะต้องการให้สติเกิด เมื่อสติเกิดเอง ก็จะเห็นความจริง
เห็นความจริงบ่อยๆ ก็จะเริ่มเข้าใจได้ปัญญา
ปัญญายิ่งเพิ่ม ก็จะอยากสั้นลง ยึดน้อยลง

เพราะจะค่อยๆยอมรับว่า.. มันไม่มีอะไรที่บังคับได้สักอย่าง
ไม่ว่าจะสุข หรือทุกข์ มันมาแล้วมันก็ไปเสมอกัน
มันเกิดขึ้น มันดับไปเสมอกัน ตามเหตุและปัจจัย
ไม่ใช่เพราะเราอยากหรือไม่อยาก

กระบวนการเห็นจริง ตามที่กาย ที่จิตเป็น
นี่แหละ เขาเรียกวิปัสสนา ไม่ได้เกี่ยวกับนั่งสมาธิ ยืนหรือเดินสมาธิ

ทำวิปัสสนาเก่งๆ ไม่จำเป็นต้องนุ่งขาว เลิกแต่งหน้า
เลิกกับสามีภรรยา เลิกทำงาน คลานไปเฝ้าวัด

วิปัสสนาแท้ๆที่ประกอบด้วยปัญญา ไม่ได้ทำให้คนวิ่งหนีโลกเก่ง
แต่ทำให้คนอยู่กับโลกเก่ง เข้าใจ และไม่โดนโลกมันลากไป

อันนี้ประโยชน์แค่เบื้องต้น แต่เบื้องปลายไม่ต้องพูดละกัน
พูดเรื่องนิพพานมันจะดูไกลตัวไป

แต่อาจารย์ผมท่านบอกว่า.. ของดี มันอยู่ต่อหน้าต่อตาเรานี่เอง

แต่แค่รู้สึกตัวเป็น ก็ดีถมเถแล้ว
รูปแบบใหม่ของชีวิต มันก็เกิดขึ้นพร้อมๆกับปัญญานี่แหละ

แล้วจะร้องเหมือนเพลงนี้ว่า.. This Never Happened Before

ผมไม่อยู่ 5 วันนะครับ ต้องไปประชุมต่างประเทศ (อีกแล้ว)

รักษาสุขภาพกายใจ ด้วยกันทุกท่านครับ




 

Create Date : 05 สิงหาคม 2550    
Last Update : 11 สิงหาคม 2550 9:50:04 น.
Counter : 984 Pageviews.  

Music and Lyrics เหตุผลที่คนรักกัน






พระพุทธเจ้าบอกว่า ที่ใดมีรัก ที่นั่นย่อมมีทุกข์

เจอโรม เคิร์น นักแต่งเพลงระดับตำนาน เคยบอกว่า
ยามที่ไฟรักลุกโหมทรวง ควันมันจะเข้าตาเรา
ในเพลงชื่อ Smoke Gets In Your Eyes

วงร็อคชื่อ นาซาเร็ท บอกว่า Love Hurts
เดอะ แน็ค เคยร้องเพลงชื่อ How Can Love Hurt So Much

เดอะ สกายไลนเนอร์ เคยบรรยายความปวดร้าวยามไม่มีเธอ
ว่ามันไม่มีอะไรเหลือเลยในชีวิต ในเพลง Since I Don't Have You

เบิร์ท แบคแครท เคยเขียนเพลงชื่อ I'll Never Fall In Love Again
บอกว่า.. รักแล้วไม่เห็นมีอะไรดี มีแต่ข้อเสีย

เหมือนที่ดิออน วอร์วิค เคยร้องว่า ฉันจะไม่รักใครแบบนี้อีกแล้ว
I'll Never Love This Way Again

แล้วทำไม..ใครๆ ก็ยังอยากมีความรัก?

ความสงสัยนี้อยู่คู่โลกมานาน เหมือนที่มีเพลงอย่าง
Why Do Fools Fall In Love? ของแฟรงกี้ ไลมอน

ผมเป็นคนชอบดูหนังรักตลก ที่เขาเรียกโรแมนติค คอเมดี้
แต่ Music and Lyrics เป็นหนังที่ผมเพิ่งจะได้ดู เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

เหตุผลคือ ไม่กล้าไปดูในโรงคนเดียว
เวลาไปดูหนังรักคนเดียว มันวังเวงจะตายไป
ยิ่งโมแรนติคเท่าไหร่ ก็ยิ่งวังเวงมากเท่านั้น

แต่ดูแล้วอยากตบกระโหลกตัวเองว่าทำไมเพิ่งยอมดู
เพราะหนังมันน่ารักมากนะครับ

เรื่องของนักร้องหนุ่มใหญ่ที่เคยดังเมื่อยี่สิบปีก่อน
แต่ตอนนี้ชีวิตง่อนแง่นกระท่อนกระแท่นเต็มทน
จนได้โอกาสทองหล่นตุ๊บมาตรงหน้า เมื่อซุปเปอร์สตาร์สาวน้อยที่เคยเป็นแฟนเพลงของเขายื่นโอกาสให้

โดยเขามีเวลาไม่กี่วันจะต้องเขียนเพลงรักใหม่ให้เธอร้องคู่กับเขาหนึ่งเพลง

พระเอกก็หัวหมุน เพราะตัวเองเก่งแต่เรื่องดนตรี แต่เขียนเนื้อร้องห่วย
แล้วยังฝังใจกับอาการแป้กของอัลบั้มเดี่ยว ชุดเดียว ที่ไม่เคยมีใครอยากซื้อนอกจากแม่

แล้วนางเอก ก็โผล่มาในฐานะคนดูแลต้นไม้
ที่ห่วยจนแยกไม่ออกว่าต้นไหนจริง ต้นไหนพลาสติค
แถมยังทำต้นไม้พระเอกตายหมด.. ยกเว้นต้นที่เป็นพลาสติค

แต่ในระหว่างที่ต้นไม้ในอพาร์ตเมนท์ของพระเอกค่อยๆตายไป
ต้นรักในใจของสองคน กลับเริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

เล่าแค่นี้นะครับ .. เดี๋ยวจะมีคนปาหมอนว่าผมทำให้เขาดูไม่สนุก

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้จากหนังเรื่องนี้คือ
ไม่มีใครเลยที่เป็นคนสมบูรณ์แบบ
การที่คนสองคนรักกัน ไม่ใช่เพราะความสมบูรณ์แบบของอีกฝ่าย

แต่เพราะอีกฝ่ายทำให้ตัวเราสมบูรณ์ขึ้น
และอาจบางที ความรักที่แท้จริง คือการรักในความไม่สมบูรณ์ของคนๆนั้นนั่นแหละ

ดนตรีเปล่าๆท่อนนึง คงไม่มีความหมายอะไรถ้าขาดเนื้อร้อง
ส่วนคำร้อง ก็เป็นได้ดีที่สุดแค่บทกวี ถ้าไม่มีทำนอง

ในเรื่องมีเพลงเพราะหลายเพลง
แต่ผมเทใจให้เพลงนี้ Don't Write Me Off

เพราะมันเหมาะกับคนที่ไม่สมบูรณ์แบบอย่างผม
ที่คงไม่โชคดีอย่างพระเอกในเรื่อง ที่เจอเนื้อร้องที่ลงตัว

C'est La Vie ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ

ใครที่เจอคนที่เติมเต็มชีวิตคุณได้พอดีแล้ว
คนที่รักในความไม่สมบูรณ์แบบของคุณได้
และคุณก็เป็นส่วนเติมเต็มให้ชีวิตเขาได้พอดี
รักในความไม่สมบูรณ์แบบของเขาได้ ด้วยความสบายใจ
อยู่กันได้ด้วยความจริงใจ ไม่ปรุงแต่ง
โปรดรักษาเขาไว้ให้ดีนะครับ

ต้นไม้พลาสติคอาจจะทานทน
แต่หัวใจคนไม่ใช่พลาสติค..นะครับ

สุขสันต์วันที่ยังมีรักอยู่บนโลกครับ




 

Create Date : 02 สิงหาคม 2550    
Last Update : 5 สิงหาคม 2550 22:55:29 น.
Counter : 1873 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.