Group Blog
 
All blogs
 

ทุกก้าว คือทางเลือกของชีวิต



มีคนบอกว่า.. ธรรมชาติให้ทางเลือกกับพวกเรา
ให้โอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ทุกวัน ทุกๆเช้า
ธรรมชาติถึงได้กำหนดให้ทุกคนต้องนอนหลับ
เพื่อปิดท้ายวันด้วยการรีเซทร่างกายและจิตใจใหม่

น่าสนใจนะครับ ..คนจำนวนมาก เลือกใช้โอกาสนั้น ด้วยการยึดติดกับเมื่อวาน มากกว่าอยู่กับปัจจุบัน

ไม่ได้บอกว่า.. ชีวิตที่ผ่านไปทุกวัน ต้องมีแต่เรื่องดีๆนะครับ
คนเราเกิดมา มีชีวิตปกติ ก็ต้องมีทั้งเรื่องดี เรื่องร้าย
มีโชคดี โชคร้าย มีเวลาสุข มีเวลาทุกข์ มีได้มา มีเสียไป
มีสมหวัง มีผิดหวังกันทุกคน

สมัยพุทธกาล มีบันทึกเรื่องของนางปฏาจลา (ไม่แน่ใจเรื่องตัวสะกดนะครับ) ที่สูญเสียทั้งทรัพย์สิน สามี ลูกๆ ไปพร้อมๆกัน เธอแทบเสียสติ เดินร้องไห้คร่ำครวญ ไปตามถนน

โชคดีที่เธอมีบุญเก่า ได้พบพระพุทธเจ้า
เธอเข้าไปขอให้ทรงช่วยชุบชีวิตสามีและลูกๆของเธอกลับคืนมา

ท่านจึงทรงเตือนสติว่า.. ปฏาจลาเอ๋ย ถ้าเธอหาเมล็ดข้าวจากบ้านที่ไม่เคยมีใครสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในครอบครัวเลย มาให้ตถาคตได้ ตถาคตจะทำตามคำขอของเธอ..

ผมเคยพูดถึง โลกธรรม 8 ว่าเป็นธรรมชาติที่เป็นความจริงคู่โลก 8 อย่าง ประกอบด้วยทางดี 4 อย่าง มียศ มีลาภ มีสุข มีสรรเสริญ ทางร้าย 4 อย่าง เสื่อมยศ เสื่อมลาภ เป็นทุกข์ และมีนินทา

ผมเชื่อสิ่งที่เคยอ่านจากที่ไหนสักที่ว่า ธรรมชาติ ให้ดวงตาสองดวงไว้ข้างหน้า เพื่อจะได้มองไปข้างหน้า มากกว่าเหลียวมาข้างหลัง

แต่ธรรมชาติสร้างวิธีเดินไปข้างหน้าไว้น่าสนใจนะครับ
พอดีวันนี้ ผมมีช่วงว่างที่ต้องยืนรออะไรบางอย่างนานพอควร เลยถือโอกาสทำความรู้สึกตัวในกิริยาเดิน ผมถึงเห็นว่า ทุกครั้งที่เราจะเดินไปข้างหน้า เราต้องยอมให้เท้าอีกข้างมันอยู่ข้างหลัง

ถ้าไม่ยอมให้มีเท้านึงไว้ข้างหลัง เราจะเดินไปข้างหน้าไม่ได้เลย

และไอ้เท้าที่อยู่ข้างหลังนั่นแหละ เราต้องยอมทิ้งมันไป เพื่อจะสร้างก้าวใหม่ขึ้นมา ส่วนไอ้ก้าวที่เป็นเท้าหน้า ไม่ช้า มันก็จะกลายเป็นเท้าหลัง เหมือนจะมีอนาคตใหม่ ก็ต้องปล่อยอดีตที่อยู่ข้างหลังทิ้งไป วนเวียนเป็นวัฏจักรไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเดินไม่ไหว

ผมรู้ว่า ในบางเวลาของชีวิต เมื่อบางอย่างมันไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด ไม่ดีอย่างที่ใจหวัง ไม่สมหวังในสิ่งที่ตั้งใจไว้ มันขมขื่น ไม่ใช่เล่น เหมือนเราเดินแล้วสะดุดยังไงยังงั้น

แต่เชื่อไว้นะครับ ถ้าเรายังเดินไหว ถ้าเราไม่หยุดเดิน
ทุกอย่างก็จะเป็นแค่ก้าวๆหนึ่งในชีวิต ที่เราเดินผ่าน

สุขก็หนึ่งก้าว ทุกข์ก็หนึ่งก้าว เท่ากัน หนึ่งขณะจิตเท่ากัน
ปัญหาคือเรามักจะชอบอยู่กับความสุข ก้าวแล้วหยุด ไม่อยากเดินต่อไปไหน อยากให้มันอยู่ตรงนั้นนานๆ

เวลาก้าวแล้วเจอทุกข์ ก็จมอยู่กับทุกข์นานๆ เหมือนเล่นมิวสิควีดีโอ ฝนตกกระจกแตก

ทั้งๆที่แค่ก้าวใหม่ไปเรื่อยๆ กลับบ้านนอน.. ตื่นมาก็วันใหม่แล้ว

อย่างที่บอก.. ไม่มีใครสมหวังในทุกครั้ง แต่ผมก็ไม่เชื่อว่าจะมีใครผิดหวังในทุกเรื่อง

แค่วางใจให้ถูก มีสติ ก็เชื่อได้ว่าคุณจะไม่ก้าวพลาดง่ายๆ จนตกหลุมพรางของความสมหวัง หรือผิดหวัง

เลือกหยุด เลือกเดินให้ถูกจังหวะ ให้พอเหมาะพอควร และมีสติไว้นะครับ

ส่งท้าย.. ด้วยเรื่องที่อาจจะไม่เกี่ยวกับหัวข้อโดยตรง
อยากบันทึกไว้ว่า .. สำหรับใครที่มีคนทำให้คุณผิดหวัง ผมมีหลักอยู่ข้อนึงว่า..

We don't have to be friends but we don't have to be strangers.
We don't have to be lovers but we don't have to hate each other.

นอนหลับฝันดี ทุกท่านนะครับ




 

Create Date : 14 กันยายน 2549    
Last Update : 15 กันยายน 2549 0:19:42 น.
Counter : 3051 Pageviews.  

Great Expectation



ยืมชื่อหนังเรื่องนึงมาตั้งหัวข้อคืนนี้ เพราะตั้งใจจะพูดถึงความคาดหวังเสียหน่อย

สมัยนึง ผมพบว่าตัวเองอมทุกข์บ่อยๆ เพราะอะไรๆมันไม่ค่อยเป็นไปอย่างที่ "คาดหวัง"

หลังๆ เมื่อพิจารณาดูด้วยสติ ถึงพบว่า สิ่งที่ทำให้ผมทุกข์ ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ผมผิดหวังหรอก ไม่ใช่เพื่อน เจ้านาย ลูกน้อง คนรัก หรือใคร ไม่ใช่ สัตว์ สิ่งของ ทีมฟุตบอล ภราดร หรือหนูแฮมสเตอ ที่ไหนทั้งนั้น

เรามีทุกข์เพราะไอ้ ความคาดหวังของเรานี่เองแหละ

ในมุมหนึ่ง ความคาดหวัง ทำให้เรามีความทะเยอทะยาน มีความหวัง มีความมุ่งมั่น

ในอีกมุมหนึ่ง ความคาดหวังนั้น ทำให้เรามองข้ามผ่านความจริงไปข้อหนึ่งว่า "ไม่มีใครทำให้เราสมหวังได้ในความคาดหวังทุกอย่าง แม้แต่ตัวเราเอง"

เรานึกดูว่า มีกี่อย่าง กี่เรื่องที่เราคาดหวังตั้งใจกับตัวเองไว้ แต่ทำไม่ค่อยได้อย่างนั้น

อยากให้เราเก่งกว่านี้ อยากให้เราขยันกว่านี้
หกโมงเช้าเด้งขึ้นมาจากเตียงเอง แล้วสดชื่นกระชุ่มกระชวย ไม่ย้วยอืดอยู่บนเตียง อยากอารมณ์ดีทั้งวัน ทุกวัน ทุกนาที คิดแต่เรื่องดี ใครขับรถตัดหน้าก็ไม่โกรธ เจ้านายด่าก็ไม่เสียใจ

ทำได้ไหมล่ะนั้น .. อย่างอีตาคนเขียนบล็อคเนี่ย มันอยากนอนก่อนเที่ยงคืนมาประมาณสองอาทิตย์แล้ว ยังทำไม่ได้สักวัน

แล้วนับประสาอะไร จะไปคาดหวังกับคนอื่น ว่าเราดีกับเขา เขาก็ต้องดีตอบ เรารักเขา เขาก็ต้องรักเรา เราคิดดีกับเขา เขาก็ต้องคิดดีกับเรา

ทุกข์มันเริ่มต้น ตอนที่คาดหวังนี่แหละ ไม่ใช่ตอนที่เขาทำให้เราผิดหวังหรอก เพราะไอ้สิ่งที่เขาทำ ถ้าเราไม่คาดหวังเราก็คงไม่รู้สึกอะไรสักนิด

เช้าวันก่อนผมติดไฟแดงไป ก็เห็นจิตตัวเองมันบ่นอยากไปเร็วๆ พี่จราจรค๊าบบบบ ปล่อยซะทีสิค๊าบบบบ

เช้าวันนี้ เวลาเดิม ที่แยกเดิม ผมพยายามหยิบของอะไรสักอย่างในรถ ระหว่างรอไฟแดง ไอ้จิตผม มันกลับรู้สึกไม่อยากให้ไฟมันเขียว เพราะกลัวทำธุระไม่เสร็จ

เออ.. นะ.. ความคาดหวังมันก็ไม่เที่ยง เห็นมะ

(ใครจะรอแซวว่า ...มันจะเที่ยงได้ไง ก็ตอนเช้าอ่ะ .. กรุณาหามุขใหม่นะครับ ซ้ำแล้ว 5555)

ว่าแล้วก็นึกถึงชื่อหนังน่ารักอีกเรื่อง ที่ Jack Nicholson เล่นเป็นนักเขียนบ้าความสะอาด "As good as it gets"

เอาคำนี้มาปิดท้ายก็แล้วกัน .. อย่าคิดมาก หวังได้ แต่อย่าคาดไว้

ได้แค่ไหนเอาแค่นั้นแหละ .. As good as it gets นะครับ

ฝันดี ราตรีสวัสดิ์ครับ

ปล. ข้างบนรูปวัดสุทัศน์ วันฝนตก ผมถ่ายเอง ท้องฟ้าแสงมันแปลกดี แสงแบบนี้ ปีนึงอาจมีไม่กี่วัน ถ้าถ่ายแล้วติดใจอยากได้แบบนี้อีก แล้วไม่ได้เพราะบังคับกำหนดขืนใจท้องฟ้ามันได้ที่ไหน ก็ทุกข์ เพราะคาดหวังนี่แหละ




 

Create Date : 13 กันยายน 2549    
Last Update : 13 กันยายน 2549 0:58:32 น.
Counter : 1170 Pageviews.  

ดีของเรา ดีของเขา



คุณว่ารูปข้างบนนี่สวยไหม?

บางคนอาจบอกว่าสวย บางคนว่าไม่สวย บางคนว่าพอใช้ บางคนว่างั้นๆแหละ

ทุกคนถูกหมดแหละครับ คนที่ชอบก็ว่ามันสวย
คนที่ไม่ชอบก็ว่ามันไม่สวย
คนที่เฉยๆ ไม่รู้สึกบวก ไม่รู้สึกลบ ก็ว่ามันพอใช้
คนที่เห็นมาเยอะ สวยกว่านี้ก็มีเยอะ ก็ว่ามันงั้นๆแหละ

ความสวย ความดี ความถูกต้อง ของเรา จึงอาจจะไม่ใช่ความสวย ความดี ความถูกต้อง แบบของคนอื่น

หลายคนเป็นแบบนี้นะครับ ไปเจอใครคิดไม่เหมือนเรา เห็นไม่เหมือนเรา เรามักจะขัดใจ อยากให้เขาคิดเหมือนเรา เห็นเหมือนเรา

ดูง่ายๆ อ่านข่าวการเมืองสักอัน วันไหนก็ได้
ไม่ชอบคนๆเดียว ก็อยากให้ทุกคนไม่ชอบกันทั้งบ้านทั้งเมือง ทำอะไรก็ได้เพื่อสนองอัตตาตัวเอง แล้วก็เชื่อนักเชื่อหนา ว่าทำแบบนี้แหละดี ทำแบบนี้แหละถูก

มันก็ไม่จบกันสักที หาทุกข์ใส่ตัว ยังไม่พอ ต้องพาบ้านเมืองวุ่นวายไปด้วย

ไม่มีอะไรครับ .. ผมเลิกอ่านข่าวการเมืองมาพักนึง
พอกลับไปตามข่าว ฟังข่าว ก็ต้องนึกถึงเรื่องนี้ทุกที

อีกอันก็ ข่าวเรื่องคนนั้นว่าคนนั้น คนนี้ว่าคนโน้น ป้าเบียบว่าทาทาโป๊ยั่วเกินเหตุ คนชอบทาทาเลยว่าป้าเบียบเชย

มีคนเคยแซวว่า .. คนแก่แบบผมนี่ ชอบคิดมากก่อนนอนเหรอ

ไปนอนดีกว่า..
ว่าแต่.. รูปข้างบนน่ะ ผมถ่ายเอง.. ผมว่ามันงั้นๆนะ

ขอให้เริ่มวันใหม่ด้วยความสดชื่นแจ่มใส นะครับ




 

Create Date : 11 กันยายน 2549    
Last Update : 11 กันยายน 2549 1:17:49 น.
Counter : 876 Pageviews.  

ชีวิตคู่และการแต่งงาน: จุดเริ่มต้น จุดจบ และความหวัง

เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว ผมได้รับคำขอ กึ่งว่าจ้าง ให้เป็นพิธีกรงานแต่งงาน แต่ครั้งนี้เป็นคู่สมรสที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน ทั้งสองคน

โดยธรรมเนียมก็ต้องนัดเจอหน้าค่าตา และทำความรู้จักพร้อมกับขอข้อมูลทั้งว่าที่เจ้าบ่าว เจ้าสาว ว่าเป็นใครมาจากไหน ทำงานอะไร ไปเจอกันได้ยังไง

คำถามที่พลาดไม่ได้เวลาคุยกับเจ้าบ่าว เจ้าสาว คือ..
อะไรทำให้คุณคิดว่า เขาหรือเธอต่างจากคนอื่นๆบนโลกนี้
อะไรทำให้คุณคิดว่า คุณอยากแต่งงานกับอีกฝ่ายนึง
อะไรทำให้คุณพร้อมจะโยนความอิสระของชีวิต ไปไว้ในมือของอีกฝ่าย

คุณรู้ไหม.. เวลาฟังคำตอบพวกนี้ มันน่าปลื้มใจมากเลย

อันที่จริง.. ผมไม่ได้นึกอยากเป็นพิธีกรงานแต่งงานให้ใครมานานแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ผมรับงานแบบนี้ คือเมื่อสองปีก่อน ถ้าจำไม่ผิด

สาเหตุหนึ่งคือ.. ผมรู้สึกขัดเขิน ที่ตัวเองต้องไปยืนบนเวทีแต่งาน โดยที่ตัวเองมีใบหย่าเป็นของตัวเองอยู่ในลิ้นชักที่บ้าน

ฉะนั้น ถ้าเป็นคนรู้จักกัน คุ้นเคยชอบพอกันมาขอให้รับงาน ผมจะบอกก่อนว่าผมเคยหย่ามาแล้วนะ คุณถือหรือเปล่า

แต่ถ้าเป็นคนไม่คุ้นเคยกันอย่างรายนี้ ผมไม่ค่อยกล้าพูด เพราะเดี๋ยวเขาเกิดพาลไม่มั่นใจในสิ่งที่เขากำลังทำร่วมกัน ผมจะบาป

ผมรู้สึกว่าคนที่กำลังอยู่ในอารมณ์แบบนี้ จะมองโลกในแง่ดีถึงดีมาก ดูได้จากคำตอบที่ทุกคู่ให้ผมมา

ถามว่า.. แล้วจำเป็นต้องมองโลกในแง่ร้ายไหม ไม่ต้องหรอกครับ แค่ลดความคาดหวังลงหน่อยนึง

และที่ผมอยากบอกทั้งคู่ใจจะขาดคือ.. คุณจำสิ่งที่คุณพูดวันนี้ไว้ดีๆนะ

เพราะเมื่อเวลาผ่านไป คุณจะพบว่ามันอาจจะไม่ง่าย ไม่สวยหรูดูดี อย่างที่คุณคิด โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งคู่ ต่างแปรสภาพไปเป็นฝ่ายที่อยากได้รับ มากกว่าอยากจะเป็นผู้ให้ จากคนที่พูดว่า "ฉันรักเธอ" แต่การกระทำ มันเป็นไปในแบบ "ฉันรักตัวเองมากจนน่าเกลียด"

ไม่รู้อะไรจะบังเอิญขนาดนี้ .. ตอนหัวค่ำ HBO ก็มีหนังเรื่อง Monsters In Law ที่พูดถึงปัญหาเรื่องแม่ผัว ลูกสะไภ้

มีบ่อยครั้งที่คนเรามองการแต่งงาน ว่าเป็นเรื่องของคนสองคน ซึ่งผมอยากจะบอกว่า มันไม่จริงสำหรับกรณีของสังคมไทย ซึ่งไม่ใช่ฝรั่ง บ้านเรายังเป็นสังคมที่พ่อแม่พี่น้องมีอิทธิพลต่อชีวิตของเราสูง แม้ว่าจะแต่งงานไปแล้ว

เกรงว่าจะมีไม่ถึง 20% ที่เป็นข้อยกเว้น

ส่วนตัวแล้ว แม้ว่าผมยังอยากจะมีความรักที่ดี จนถึงขั้นแต่งงานแต่งการอีกครั้ง แต่ใจนึงก็ยอมรับไปแล้วว่า ยากมากที่จะเป็นไปได้ ความพยายามของผม รังแต่จะสร้างปัญหาให้ครอบครัวของผู้หญิงที่ผมรัก

ผมเข้าใจได้ว่าสังคมส่วนมากยังมองผู้ชายที่หย่ามาแล้ว ไม่ค่อยดีนัก ประเมินได้จากตอนที่หย่าใหม่ๆ ร้อยละ 90 แม้แต่คนในครอบครัว และญาติๆผมเอง มักจะเชื่อข่าวที่มีคนพูดกันว่า ผมหย่าเพราะมีเมียน้อย

เพราะตลอดเวลาภาพที่คนนอกมอง จะเห็นว่าผมเป็นพ่อบ้านที่ดี สามีที่อบอุ่น เพราะผมเป็นคนเก็บปัญหา เก็บความรู้สึกไว้กับตัว ผมถือหลักว่าไม่เอาปัญหาที่มีกับภรรยา ไปพูดให้ใครฟัง ผมไม่ชอบทะเลาะกับใครด้วยความฉุนเฉียวเกรี้ยวกราด คุยกันด้วยเหตุด้วยผล ถ้าเข้าใจก็โชคดี ถ้าไม่เข้าใจ ก็ต้องทน อะไรทนได้ก็ทน อะไรทนไม่ได้ก็ต้องทนจนถึงที่สุด

วันที่ผมถึงที่สุด และต้องบอกใครๆว่า ผมกับภรรยาแยกทางกัน ทุกคนจึงช๊อคซีนีม่า และไม่มีสาเหตุไหนจะทำให้คนเชื่อได้สนิทใจว่า ครอบครัวที่ดูน่ารักอย่างของผม จะมีปัญหาอะไรได้ นอกจากผมต้องมีเมียน้อยชัวร์ มันฟังดูเข้าท่าที่สุดกระมัง

มีแม่ผมกับพี่สาวสองคนมั้ง ที่เชื่อว่า ผมไม่ได้เป็นอย่างนั้น และเข้าใจว่าผมทนมามากพอจะเลือกทางเดินนี้ได้

ผมได้ยินคนพูดกันเยอะแยะมากมาย ว่า.. ผู้ชายหย่าแล้วเริ่มต้นใหม่ไม่ยาก

ถ้าพูดว่า ..ไม่ยากเท่าผู้หญิงนั้น อาจจะจริง.. แต่ไม่ง่ายเลยครับ ยากมากด้วย สำหรับผม

ผมนึกออกว่า.. ถ้าผมเดินเข้าไปพูดกับพ่อแม่ใครสักคน ว่าผมอยากมีชีวิตคู่กับลูกสาวเขา ก่อนผมจะต้องตอบว่า "อะไรทำให้คุณมั่นใจว่าคุณจะไปกันรอด" ผมคงต้องพูดเรื่องที่ผมไม่อยากพูดว่า "อะไรทำให้ผมหย่า" เสียก่อน

ประกอบกับผมเป็นคนชอบผู้หญิงที่ดูดีทั้งข้างนอกข้างใน หรือจะว่าไปให้ตรงกว่านั้น ผมชอบผู้หญิงที่เธอน่าจะมีคนรักที่มีคุณสมบัติดีกว่าผม และผมยืนยันได้ว่า มันไม่ใช่เรื่องแค่ "ใครสักคน" มันต้องเป็น "ใครคนนั้น"

ผมเลยไม่มีความหวังอะไรมากนัก กับการมีชีวิตคู่กับใครอีกครั้ง แต่ที่มีความหวังมากกว่าและสบายใจก็คือ

ผมจะใช้ชีวิตเดี่ยวๆที่เหลือได้ โดยไม่ลำบากนัก

สุขสันต์วันเสาร์ครับ




 

Create Date : 09 กันยายน 2549    
Last Update : 19 กันยายน 2549 0:32:05 น.
Counter : 1798 Pageviews.  

อย่างน้อย.....

คำเตือน.. บทความนี้แอบมีเฉลยเนื้อเรื่องบางส่วนนะครับ

ผมมีเหตุอันเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องดู Season Change มากกว่าหนึ่งรอบ

จะว่าไปก็มีไม่บ่อยหรอกครับ ที่จะทำแบบนี้โดยสมัครใจ

แหม .. แต่หนังน่ารักแบบนี้ ให้ผมดูฟรีไม่เสียตังค์นี่ รู้สึกผิดนะครับ ต้องเสียตังค์แล้วจะสบายใจ

อย่างน้อย ก็ไม่ได้รู้สึกว่า เราเอาแต่เชียร์ให้คนอื่นไปเสียตังค์ แต่ตัวเองดูฟรี

ดูรอบที่สองนี่ นึกว่ามุขที่รู้ล่วงหน้าแล้ว จะไม่ขำ แต่เอาเข้าจริง ก็ยังขำอยู่ แถมบางมุขขำมากกว่าเดิม เพราะฮาล่วงหน้าได้ด้วย

ที่ดีไปกว่านั้น ผมได้ดูรายละเอียดบางอย่างมากขึ้น และมีหลายฉากที่ผมพบว่า มันเป็นการเล่าเรื่องที่ดี โดยไม่ต้องใช้คำพูด

โดยเฉพาะตอนที่ป้อม ไปสอบชิงทุน Lizz Academy พร้อมๆกับดาว

ตอนที่ป้อมสอบเสร็จ เดินออกมาสวนกับอ้อมที่เดินเข้าไปสอบ ป้อมถึงกับงง ว่าอ้อมมาทำอะไร เพราะทุนที่ว่า เขาให้สอบความสามารถในการเล่นเครื่องดนตรี ในขณะที่อ้อมเป็นกูรู ในเชิงทฤษฎี แต่ห่วยมากในการเล่นเครื่องดนตรี เพราะเล่นเพี้ยนเสมอ

ที่สุดแล้ว พอป้อมไปแอบดู จากอีกด้านของห้อง ถึงค่อยๆเข้าใจว่าอ้อมทำอะไร

อ้อมรักป้อม.. และเธอเชื่อว่าความสามารถของป้อมนั้น มีโอกาสได้ทุนชัวร์ๆ เธอจึงอยากตามไปบูดาเปสต์ด้วย เธอไม่ได้คิดว่าเธอจะเก่งขนาดสอบชิงทุนได้หรอก

แต่.. อย่างน้อย.. เธอก็ได้พยายามทำทุกอย่างแล้ว ทำทั้งๆที่รู้ว่า มันเป็นไปไม่ได้นั่นแหละ

อย่างน้อย .. เธอก็จะไม่ต้องเสียใจว่า เธออยู่เฉยๆมองเขาจากไป โดยไม่ได้พยายามทำอะไรเลย

ในชีวิตจริง เราอาจจะเคยอยู่ในสภาพที่เหมือนมีแต่ทางตัน ไม่เห็นทางว่าจะทำยังไงต่อไป

ก็ต้องทำให้ดีที่สุดแหละครับ

อย่างน้อย.. เราจะได้ไม่โทษตัวเองว่า ..
รู้งี้น่าจะทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้

อย่างน้อย.. ผมก็ดีใจที่มีอะไรให้คุณอ่านในวันสุดสัปดาห์

นอนหลับฝันดีนะครับ




 

Create Date : 09 กันยายน 2549    
Last Update : 9 กันยายน 2549 0:17:01 น.
Counter : 950 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.