Group Blog
 
All blogs
 
ของเล่น หนังสือ ความโชคดีในความขาดแคลน



เรื่องต่อไปนี้เป็นเรื่องจริง แต่ได้แรงบันดาลใจจากบล็อคของสตรีท่านนึงที่มีชื่อในกรอบขวามือของคุณ

ตอนผมเล็กๆ ผมมีพี่น้องเยอะมาก แต่ผมถูกส่งไปอยู่ต่างจังหวัดตั้งแต่แบเบาะกับพี่สาวสองคน พอปู่ผมเสีย แม่ก็มารับพี่สาวไปอยู่เมืองนอก

ผมเลยโตมาคนเดียวตั้งแต่เรียน ป. 2 โดยไม่มีพี่ชายให้ผมรับของเหลือ :)

ไม่ต้องหวังไกลถึงจักรยานหรอกครับ เพราะของเล่นอย่างเดียวสมัยผมเด็กๆ คือตุ๊กตาพลาสติกรูปทหารตัวเล็กๆ สิบกว่าตัว บวกกับตุ๊กตาพวกไดโนเสาร์ อีกสิบสองตัวได้มั้ง แล้วก็ลูกแก้วสี่ห้าลูก

ผมจะเอาตุ๊กตาตั้งไว้สองฝั่ง แล้วก็ใช้ลูกแก้วกลิ้งไปชนสลับกันฝั่งละครั้ง ใครล้มหมดก่อนแพ้ .. แต่ก็เล่นคนเดียวน่ะ สนุกแบบเหงาๆ

นั่นคือของเล่นอย่างเดียวในวัยเด็กของผม

ผมไม่มีลูกบอล ไม่มีไม้แบด ไม่มีจักรยาน ไม่มีเครื่องบิน ไม่มีหุ่นยนต์ ไม่มีเกม ไม่ได้หมายถึงนินเทนโด้ หรือ Play Station อะไรหรอก ผมหมายถึงเกมเศรษฐีธรรมดาๆนี่แหละ ผมก็ไม่มี

ถ้าจะเล่นของพวกนั้น ต้องไปบ้านข้างๆ ไปขอเล่นกับเขา จักรยานผมก็ยืมเพื่อนแถวบ้านมาขี่ บอลก็ไปเตะกับเขา แบดก็ไปตีกับเด็กละแวกนั้น โทรทัศน์ก็ไปขอดูบ้านถัดๆไป

โตมา ผมค่อนข้างอ่อนไหวกับแผนกของเด็กเล่นพอควรนะครับ
จำได้ว่ามีครั้งนึง ผมแอบหนีไปเที่ยวงานฤดูหนาว (งานกาชาดของคนนอกกรุง)
แล้วผมไปยืนเฝ้าดูตรงม้าหมุนตั้งนานสองนาน ด้วยความอยากเล่น

อ้อนขอคนเฝ้า ขอเล่นหน่อยสักรอบก็ยังดี ขออยู่นานแต่ก็ไม่สำเร็จนะครับ

สมัยเด็กๆ แผนกของเล่นจะเป็นแผนกที่ผมเป็นลูกค้าที่มาเยี่ยมชม (เฉยๆ) อยู่เป็นประจำ

ผมเริ่มมีของเล่นพวกเครื่องบินต่ออะไรก็โน่นแหละครับ มัธยม ตอนย้ายมาอยู่บ้านที่กรุงเทพ

แต่ข้อดีก็มีนะ.. เพราะมันทำให้ผมชอบอ่านหนังสือ
เพราะผมไม่มีอะไรจะเล่นมากนัก ทีวีก็มีช่องเดียว บ้านนอกนี่นา ไม่มียูบีซี ไม่มีการ์ตูนเนทเวิร์ค ช่องเก้าการ์ตูนก็ยังไม่มา ตอนผมอยู่ประถมนี่ การอ่านหนังสือสนุกกว่าเป็นไหนๆ

หนังสือชุดแรกๆที่อ่านแล้วติดงอมแงม คือพลนิกรกิมหงวน
อันนี้สนุกชนิด เจเคโรวลิ่ง กลิ้งมาพร้อมแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ ยังต้องสยบ

ผมไม่รู้หรอกว่า เด็กสมัยนี้อ่านแล้วจะฮาขี้แตกขี้แตนแบบผมไหม
แต่สมัยนั้น ผมอ่านไปก็หัวเราะเหมือนคนบ้า แล้วเลยชอบอ่านหนังสือตั้งแต่นั้นมา

แต่มีหนังสือประเภทเดียวที่ผมไม่อ่าน

จะทายว่าหนังสือโป๊ล่ะสิ.. ผิด!!! อันนั้นสำหรับเด็กประถมรุ่นผมมันหายาก พอๆกะหามะม่วงน้ำปลาหวานใส่กะปิทาน แถวๆเมซซาจูเส็ต หรือบอสตัน ผมเลยไม่นับ

คำตอบคือหนังสืองานศพครับ เพราะสมัยเด็กๆ ผมกลัวผีมาก
เวลาเจอหนังสืองานศพนี่เป็นไม่กล้าแตะ มันเสียวววว..

พูดถึงงานศพ .. ผมถือว่ามันเป็นกิจกรรมที่คนวัยสามสิบกว่าแบบผมต้องทำบ่อยๆ ในวัยนี้

โดยมากคือการไปงานศพบุพพาการี ของเพื่อนฝูงคนรู้จัก และรวมถึงครูบาอาจารย์

ต่างจากสมัยอายุยี่สิบปลายๆ กับสามสิบต้นๆนะครับ อันนั้นส่วนมากไปงานแต่งงานเสียมากกว่า

อย่างอาทิตย์นี้ ก็มีแจ้งมาวันนี้วันเดียว สองงานแล้ว
ใครกำลังจะขึ้นเลขสาม หาชุดดำติดบ้านไว้มั่งก็ดีนะครับ



ที่เล่าเรื่องของเล่นวัยเด็กที่ขาดๆของผม ตั้งใจจะบอกว่า
ในส่วนด้อย มันก็มีดีอยู่ ถ้าเราจะมอง

ยกตัวอย่าง.. เหมือนเรื่องของนักร้องคนนึง ชื่อสตีวี่ วันเดอร์
เขาเป็นคนที่อเมริกันชน ยกย่องว่าเป็นนักร้อง นักดนตรี อัจฉริยะ
เป็นคนปฏิวัติเพลงอาร์แอนด์บี ในยุค 60's ให้กลายเป็นสำเนียงแบบ 70's
เป็นคนที่ปีไหนออกอัลบั้ม คนอื่นๆจะถอนหายใจเฮือกๆๆ
เพราะเขาจะกลายเป็นตัวเต็ง ของรางวัลแกรมมี่เสมอ

เป็นคนที่ทำอัลบั้มบางชุดด้วยมันสมอง และฝีมือเขาเองทั้งหมด ทั้งแต่ง เรียบเรียง เล่นเครื่องดนตรีทุกชิ้น และร้องเอง

ทั้งหมดที่พูดมา.. เป็นเรื่องของผู้ชายตาบอดคนนึงครับ
ใช่แล้ว .. สตีวี่ วันเดอร์ เขาตาบอด

ไว้บล็อคหน้าจะเล่าให้ฟังนะครับ บล็อคนี้ยาวแล้ว

ดูแลสุขภาพกันนะครับ ทุกท่าน


Create Date : 30 พฤศจิกายน 2549
Last Update : 2 ธันวาคม 2549 12:52:47 น. 19 comments
Counter : 1219 Pageviews.

 
อ่านบล็อกนี้แล้ว นึกย้อนตามไปในวัยเด็ก
ตอนเด็กๆ ผมก็ไม่ค่อยมีของเล่นเหมือนกันครับ มีแค่ตุ๊กตาทหารแบบพี่เลย
โตมามีรายได้หน่อยเลยเกิดอาการซื้อของเล่นแบบลืมตัว
กว่าจะรักษาได้ก็หมดเงินไปโขอยู่ นึกเสียดายเหมือนกันครับ
ส่วนเรื่องงานศพนี่ พักหลังมักมีให้ไปบ่อยกว่างานแต่งซะอีก

สตีวี่ วันเดอร์ นี่ผมรู้จักเค้าจากเพลง I just call to say i love you
เพราะว่า ครูสอนภาษาอังกฤษ เอาเพลงนี้มาสอน
นับถือความเก่งของเค้าจริงๆครับ


โดย: sTRAWBERRY sOMEDAY วันที่: 30 พฤศจิกายน 2549 เวลา:1:47:23 น.  

 
สมัยเด็กที่บ้านประหยัดมากค่ะ จะว่าไม่มีสตางค์เลยก็ไม่เชิงแต่มัธยัสถ์ จนบัดนี้เราก็ยังประหยัดอยู่ ถึงแม้นว่าจะใช้สตางค์เยอะขึ้นเป็นเงาตามรายได้ เพราะฉะนั้น จึงไม่เคยมีของเล่น ยกเว้นตุ๊กตาพลาสติก พวกหุ่นกันดั้ม อะไรอย่างเนี้ยะ ซึ่งต้องเก็บค่าขนมไปซื้อ แม่ให้ค่าขนมให้น้อยมากต่อวัน ถ้าจำไม่ผิดประมาณ 50 สตางค์หรือบาทนึงนี่แหละ สมัยนั้น วุ้นชิ้นละ 50 สตางค์ ก็กินได้สองชิ้น หรือปลาหมึกหวาน 1 ไม้ หรือหมากฝรั่งบุหรี่ตาแมว และอื่นๆเท่าที่สตางค์จะอำนวย ที่บ้านไม่มีทีวี จนกระทั่งอยู่ประมาณ ป.5 เป็นทีวีขาวดำ (ตอนนั้นเพื่อนบ้านเริ่มมีทีวีสี)แต่มีไม้แบตนะคะ ไม่อยากเชื่อเลย แต่เป็นไม้จริงๆ หนักมาก ไม่รู้ใครให้มา ตุ๊กตายางแบบที่เด็กผู้หญิงเล่น น้าก็เป็นคนซื้อให้ ไม่งั้นไม่ได้เล่นหรอก เล่นแต่งตัวตุ๊กตาก็ใช้วาดเอาเองในกระดาษแล้วระบายสี

งานอดิเรก อ่านหนังสือเหมือนกันค่ะ ไปห้องสมุดประชาชนแล้วก็อ่านๆๆๆ แล้วทำบัตรห้องสมุด ได้ไงจำไม่ได้ แต่อ่านจนหมดห้องสมุดเลยตั้งแต่สมัยประถม หลังจากนั้นก็อาละวาดไปอ่านห้องสมุดที่โรงเรียนต่อไป


โดย: พี่หมูน้อย วันที่: 30 พฤศจิกายน 2549 เวลา:2:30:35 น.  

 
~~ ของเล่นสมัยเด็กมีน้อยจนนับชิ้นได้ ทุกชิ้นเป็นของที่พ่อซื้อให้ อาจจะเป็นเพราะตอนเด็กขาดของเล่นหรือเปล่าไม่ทราบ พอเริ่มทำงานมีตังค์ใช้บ้าง ชอบซื้อของไร้สาระ ตอนนี้เริ่มลดๆลงบ้าง คงเป็นเพราะอายุมากขึ้นมั้งคะ

~~ ที่ห้องตู้หนังสือล้นแล้วค่ะ


โดย: random-4 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2549 เวลา:4:22:15 น.  

 
อยากกลับไปเป็นเด็กจัง อยากออกไปวิ่งไล่จับปูนาอีก

นัทชอบ สตีวี่ วันเดอร์ มากๆเลยค่ะ จะรอบล้อกหน้านะคะ


โดย: Picike วันที่: 30 พฤศจิกายน 2549 เวลา:4:38:11 น.  

 
ตอนเด็กๆของเล่นไม่เยอะค่ะ เพราะไม่ชอบเล่นของเล่น เป็นเด็กกระแดะ แก่แดดแก่ลม ชอบอ่านแต่หนังสือเรียนหรือวิชาการ (ทำไมโตขึ้นแล้วตรงข้าม เรียนไม่ชอบ ชอบแต่อ่านเรื่องไร้สาระ)

แต่มีน้องชายอยู่คน เขาชอบเล่นของเล่นมาก พวกเกมส์อะไรแบบนี้ เราจะบอกพ่อกับแม่ว่าเอาเงินที่ซื้อของเล่นให้เราไปซื้อให้น้องดีกว่า เพราะว่าน้องมันเอนจอยสุดฤทธิ์ พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะเป็นพี่สาวแสนดีอะไร จริงๆก็แอบโหดกับน้องเรื่องอื่นๆมาก

ทุกวันนี้เวลาฝัน ก็ยังฝันถึงตัวเองตอนเด็กๆ ที่เล่นกับน้องอยู่บ่อยๆ
ทุกคนในครอบครัวอยู่ในพร้อมหน้า
เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตเลย


กลับมาเรื่องหนังสืองานศพ จริงๆชอบอ่านค่ะ บางเล่มนี่เป็นหนังสือเยี่ยมๆเลยนะ
จริงๆเคยแอบเขียนอะไรเล่นๆไว้ลงหนังสืองานศพตัวเอง แม่มาเห็นโวยวายมาก เห็นน้ำตาแม่แล้วเลยฉีกมันทิ้งไปแล้ว
จริงๆไม่ได้เขียนไว้กะจะตายวันนี้พรุ่งนี้ แต่แค่คิดว่ามันก็ส่วนนึงของชีวิต เกิดขึ้นเมื่อไหร่ไม่รู้ ก็ต้องเผื่อใจ

วัยยี่สิบปลายๆแล้วค่ะ แต่งานแต่งนี่ก็ยังไม่ค่อยได้ไปอยู่ดีนะ หรือเพื่อนเราแปลกประหลาด เป็นพวกเดียวกันก็ไม่รู้ ฮ่าๆ

รออ่านเรื่องของสตีวี่ วันเดอร์ด้วยคนค่ะ




โดย: DropAtearInMyWineGlass วันที่: 30 พฤศจิกายน 2549 เวลา:6:07:18 น.  

 
โดมิโน่กับเกมส์เศรษฐีนี่เป็นของเล่นระหว่างญาติพี่น้องเด็กๆรุ่นราวคราวเดียวกันเลยค่ะ แต่ดิฉันเล่นเกมส์เศรษฐีทีไรเป็นได้หมดตัว ล้มละลายทุกที เป็นลางว่าอย่าได้ริเป็นนักลงทุนเก็งกำไรเด็ดขาดเมื่อโตขึ้น แต่ดิฉันก็มีทางออกนะ หลังๆมาเวลาเล่นก็ตั้งตนเป็นนายธนาคารซะเลย เพราะยังไงธนาคารก็คงไม่ล่ม(?!?)

...ดีนะที่ความคิดอย่างนั้นไม่ติดตัวมาด้วย ไม่งั้นมีหวังได้ล้มละลายจริงๆแน่...


โดย: Q.NUH IP: 58.181.205.31 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:00:37 น.  

 
อ่านแล้วก็นึกถึงตัวเองนะคะ
เชื่อไหมคะว่า ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับแผนกของเล่นในห้างเลยค่ะ
โตมากับน้องๆ และญาติๆ ที่ถึงแม้ไม่มีของเล่นก็เล่นไปเรื่อย
โดยเฉพาะเล่นซ่อนแอบ วิ่งไล่จับ สร้างบ้าน ปีนต้นไม้
ตอนเด็กๆ ไม่ถึงกับมีมากมาย มีเท่าที่พ่อกะแม่พอใจซื้อให้
ของเล่นชิ้นแรกที่ตื่นตาตื่นใจคือ ชุดหม้อข้าวหม้อแกงดินเผาที่พ่อซื้อมาฝาก
จนถึงวันนี้ก็ยังอยู่ มีที่หม้อหูหักไปบ้าง ล่าสุดเก็บบ้านก็เลยใส่ถุงบริจาคไปค่ะ
อยู่กับเราก็ได้แต่ทำให้คิดถึงวันเก่าๆ ส่งไปให้เด็กคนอื่นๆ ได้เล่นคงดีกว่า
โตขึ้นมาหน่อยก็จักรยานและวิดีโอเกม
สองชิ้นหลังนี้ได้มาเพราะความต้องการเอาชนะของพ่อค่ะ
จักรยานไปขอยืมพี่ข้างบ้านขี่ เขาไม่ให้ แล้วพูดจาไม่ดีกับเรา
พ่อได้ยิน เย็นนั้นออกไปซื้อจักรยานมาให้เลยค่ะ
วิดีโอเกมก็เหมือนกัน ไปขอเล่นกับเขา เขาบอกให้รอต่อคิว
เราก็ไม่ขยับไปไหน รอครึ่งค่อนวัน พ่อรู้ ก็เลยไปซื้อมาให้
เพราะความรักลูกแท้ๆ เลยนะคะ
เคยคิดเหมือนกันค่ะ ว่าเพราะเราสบาย
เราไม่เคยขาด ทำให้เราไม่คิดจะดิ้นรนขวนขวาย
อยู่อย่างสบายๆ ไปวันๆ มองแล้วชีวิตตอนเด็กกับตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน
ไม่มีก็ไม่เล่น เล่นเท่าที่มี
ต่างกันอย่างเดียวที่พ่อกับแม่ไม่หามาให้แล้ว
อยากได้อะไรต้องขวนขวายหามาเอง
เมนต์ซะยาว แล้วจะรอฟังเรื่องเล่าของบล็อกต่อไปนะคะ
ขอบคุณค่ะ
^^


โดย: I am just fine^^ (I am just fine^^ ) วันที่: 30 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:38:11 น.  

 
อ่านแล้วคิดถึงอดีตครับ
ของเล่นกับการ์ตูนเนี่ย มันสื่อถึงเด็กๆได้ดีที่สุดจริงๆ ตอนเด็กๆผมอยู่ได้ทั้งวันกับของเล่นแค่ 2-3 ชิ้นเท่านั้น
ถ้าผมเป็นเด็กในสมัยนี้ไปห้างแผนกของเด็กเล่นคงตาลุกวาวแน่

ผมว่ายุคนี้พ่อแม่คงเลี้ยงลูกยากขึ้นนะ เพราะถ้าอยู่ในฐานะปานกลางพาเดินห้างได้ เด็กคงหลงไปกับของเล่นล่อตาล่อใจในแผนก ไหนจะการ์ตูนทางช่องต่างๆที่มีโฆษณาแฝงขายของอยู่ตลอด (ทั้งทางตรงทางอ้อม) โดยเฉพาะเด็กจะชอบมากถ้าเป็นของเล่นที่มีเนื้อหาเดียวกับการ์ตูน เช่นพวกลูกข่างสายฟ้า หรือพวกโปเกมอนเป็นต้น

ท่าทาง จะเป็นพ่อแม่สมัยนี้คงต้องทำการบ้านเยอะกว่าเดิมแน่เลยครับ หุหุหุ


โดย: Tony KooN IP: 58.9.192.117 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2549 เวลา:10:58:43 น.  

 
เด็กๆ ผมก็ไม่มีของเล่นครับ
อ่านบล็อกนี้ของพี่จบ พยายามนั่งนึกว่าเคยมีของเล่นอะไรบ้าง
นึกไม่ออกจริงๆ

แต่จำได้ว่าอยากได้จักรยานมาก
ได้แต่ไปอาศัยยืมจักรยานของพี่ชาย ลูกชายของป้ามาขี่เล่น
แต่ผมไม่ได้เป็นหลานคนเดียวอ่ะ
เลยต้องแบ่งปันผลัดกันขี่จักรยานของพี่ชายกับหลานคนอื่นๆ 555
นึกย้อนกลับไปแล้วตลกดี

แต่น้องชายคนเล็กผมมีหลายอย่างเลย
เพราะน้องเกิดมาช่วงที่พ่อแม่พอจะซื้อหาของเล่นให้ลูกได้
จักรยาน BMX ... ซึ่งถือว่าเป็นสมบัติที่ยิ่งใหญ่ในวัยเด็ก
น้องผมยังมีเลยครับ
แต่ตอนนั้นผมเรียนมัธยมแล้วล่ะ ความอยากได้จักรยานเป็นของตัวเองมันหมดไปนานแล้วด้วย
แต่ก็มีบางวันที่น้องจอดจักรยานทิ้งไว้
ผมก็เอามันมาขี่เล่น


โดย: King Of Pain IP: 58.9.135.207 วันที่: 1 ธันวาคม 2549 เวลา:0:11:32 น.  

 
ทั้งเพลงและเนื้อหาตลอดจนการนำเสนอของคุณพี่ เรียบง่าย และอ่อนโยน แบบลึกซึ้ง ตามแบบฉบับที่ไม่อาจหาใครลอกเลียนได้

สุดยอด

กราบคารวะครับ


โดย: ดำรงเฮฮา IP: 58.9.61.74 วันที่: 1 ธันวาคม 2549 เวลา:0:16:28 น.  

 
อ่านแล้วน้ำตาซึม..
จริงๆ ด้วยเนาะคะ คนเราไม่ได้ขาดอะไรจริงๆ หรอก
ถึงเราไม่มีของเล่น เราก็หาอย่างอื่นทำได้
สร้างสรรค์จากตัวของเราเอง แล้วมันก็กลายเป็นตัวของเราในเวลาต่อมา



โดย: อรุค่ะ IP: 58.9.26.26 วันที่: 1 ธันวาคม 2549 เวลา:3:41:31 น.  

 
มาดูของเล่นของเพื่อนๆ
ของตัวเอง ลืมไปแล้วเพราะนานแสนนานจนจำไม่ได้555

แวะมาอ่านค่ะ...


โดย: แพ็ท IP: 58.147.77.229 วันที่: 1 ธันวาคม 2549 เวลา:9:19:10 น.  

 
sTRAWBERRY sOMEDAY นึกว่าเอาเงินไปลงทุนทำเพลงหมด

พี่หมูน้อย ยินดีที่ได้รู้จักหนอนหนังสือวัยเยาว์อีกคนครับ

random-4 คุณพี่ picike คุณแพ็ท สวัสดีครับ

DropAtearInMyWineGlass ไม่มีงานแต่งให้ไป ก็จัดเองเลยสิครับ

คุณ Q (ที่มาของแรงบันดาลใจ) ถ้าเล่นเกมเศรษฐีแพ้บ่อยๆแล้ววาดรูปเก่งเหมือนคุณ ผมจะยอมแพ้นะ

I am just fine^^ ฟังดูเป็นวัยเยาว์ที่รื่นรมย์ดีนะครับ

Tony KooN พ่อแม่ยุคนี้ลำบากคนละแบบกะยุคเราเด็กๆครับ ยุคก่อนลำบากเรื่องปากท้อง ยุคนี้มันลำบากในเรื่องสิ่งแวดล้อม

King Of Pain ถ้ามีเหลือซักคัน เอาไปแบ่งให้คุณ Q หน่อยนะครับ เธออยากได้จักรยาน เป็นของขวัญวันเกิด

ดำรงเฮฮา มิกล้า มิกล้าครับ มาคาระว้ง คารวะ อะไรพ้มมมม คนอ่านบล็อคเดียวของคุณ เท่ากะผมเจ็ดบล็อครวมกัน

อรุ ไม่ต้องน้ำตาซึมครับ ไว้ไปทำบุญเช่าเครื่องเล่นไปให้เด็กกำพร้าเล่นกัน พี่คิดไว้นานแล้ว ว่าจะจ้างพวกที่ทำสวนสนุกงานวัด ไปตั้งให้เด็กกำพร้าเล่น

เอาเฉพาะม้าหมุน ก็ได้ ให้เล่นฟรีแทนพี่ 5555



โดย: aston27 วันที่: 1 ธันวาคม 2549 เวลา:21:15:17 น.  

 
คนอ่านบล๊อกนี้ล้วนแต่อัตคัตของเล่นกันทั้งนั้นเลยแฮะ.

สมัยเด็ก ๆ ผมก็ไม่มีของเล่นหรอก ที่บ้านจน จะได้ของเล่นทีก็ต้องสอบได้ที่หนึ่ง มันก็ไม่ได้ง่าย ๆ หรอก เพราะงั้นนาน ๆ ทีถึงจะมีของเล่นสักชิ้น.

แถมได้ของเล่นทีไร จะต้องซน รื้อมันจนพังทุกทีไปเลยเหมือนกัน ยังงี้แหละแม่ถึงไม่อยากซื้อของเล่นให้.

แต่บังเอิญที่บ้านมีกองหนังสือเยอะ เลยติดการอ่านมาตั้งแต่เด็ก ก็มันไม่ค่อยมีของเล่นให้เล่นนี่นา.


โดย: LTG IP: 58.8.106.30 วันที่: 1 ธันวาคม 2549 เวลา:22:27:11 น.  

 

หลานๆ!..ไปฟังตาเล่นดนตรีไทยกันริ้ว...

วันนี้...ตามาเชิญเองน้า...ไปดูป้าหู้ร้องเพลงกันนะ



โดย: ตาอุ่มมาเอง...บลื๋อ... (fifty-four ) วันที่: 2 ธันวาคม 2549 เวลา:0:22:37 น.  

 
ไม่ได้มาบ้านนี้นานมาก ไม่ได้ลืมค่ะ แต่งานยุ่งจริงๆ ต้องเร่งให้เสร็จก่อน
อ่านเรื่องของคุณแล้วก็เลยรู้ว่าเด็กผู้ชายเขาเล่นอะไรกัน
วัยเด็กเป็นวัยสนุกสนาน เห็นอะไรก็เอามาเล่นได้หมด
คุณโชคดีนะคะที่สนใจหนังสือ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่ง

เรื่องของคุณ ทำให้นึกถึงตัวเองตอนเด็ก
เพราะไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ อยู่กับตายายแต่เด็ก
ไม่ค่อยมีของเล่น ไม่ได้เที่ยว ไม่ได้ทำอะไรโลดโผน
พอทำงานแล้ว เลยหารถสักคัน เที่ยวให้สะใจเลยค่ะ
แล้วชอบไปเที่ยวงานวัด ขึ้นชิงช้าสวรรค์ เพราะตอนเด็กขาดโอกาส
แล้วบางทีก็เล่นตุ๊กตา เพราะตอนเด็กอยากได้ แต่ไม่เคยมี
นึกแล้วยังขำตัวเองเลยค่ะ ที่บ้านยังว่า โตแล้วยังเล่นของเล่นเป็นเด็กอยู่ได้

ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในวัยเด็กนะคะ


โดย: ซออู้ วันที่: 2 ธันวาคม 2549 เวลา:1:16:12 น.  

 
ลุงเสือ กับอาจารย์ซออู้ ขอบคุณที่แวะมานะครับ
มาช้าดีกว่าไม่มาเลย


โดย: aston27 วันที่: 2 ธันวาคม 2549 เวลา:10:41:38 น.  

 
อ่านแล้วนึกถึงแม่ ตอนเด็กๆเค้า็ไม่มีตังค์ซื้อของเล่น พอมีครอบครัวเลยชอบเอาตุ๊กตาไปให้เด็กแถวบ้าน ส่วนนุ่นสมัยเด็กชอบเล่นกับน้องสาวมากกว่าค่ะ มีทั้งแนวบำเพ็ญประโยชน์อย่างเป็นเจ้าหญิงตกอับกวาดเศษใบไม้ใต้โคนมะม่วง กับแนวหลอนอย่างเอาไม้หนีบติดทั่วหัวแล้วไปร้องเพลงใต้ต้นไม้


โดย: นุ่นค่ะ IP: 221.128.89.101 วันที่: 3 ธันวาคม 2549 เวลา:13:07:14 น.  

 
sexy & romantic glitter graphics myspace code sexy images
แวะมาราตรีสวัส ไปนอนแล้วจ้า


โดย: Dflatt วันที่: 7 ธันวาคม 2549 เวลา:0:01:52 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.