Group Blog
 
All blogs
 
ปอกเปลือกความคิด : SeaBiscuit

ฝรั่งเขามีคำพูดว่า.. Don't judge a book by its cover
อย่าด่วนตัดสินคุณค่าของหนังสือจากปก

สักสองปีก่อนผมดูหนังเรื่อง Seabiscuit ซีบิสกิต แล้วชอบมากขนาดยอมจ่ายเงินอีกหลายร้อยเพื่อซื้อหนังสือมาอ่าน

สาบานได้ว่าถ้าไม่รู้จักหนังสือเล่มนี้จากหนัง ผมคงไม่นึกจะอ่าน



ซีบิสกิต เป็นเรื่องของม้าตัวนึง ที่ถูกคนประเมินศักยภาพของมันผิดเพี้ยน
เพราะ "ปก" หรือรูปลักษณ์ของมัน

มันเป็นม้าสายพันธุ์ดี แต่ดันตัวเตี้ย แล้วก็ขี้เกียจ กินจุ ดื้อ พยศ
มันเลยโดนขายทอดเป็นช่วงๆ ต่อๆมาหลายหน
แทบจะไม่มีใครอยากได้มันนอกจากจะเอาไว้เป็นม้ารอง
เพื่อฝึกให้มัน"แพ้" ให้ม้าตัวอื่นในคอกได้คุ้นชินกับชัยชนะ
จนมันมีปมในใจเสมอว่า มันเกิดมาเพื่อ "แพ้"

อยู่มาวันหนึ่ง มีเศรษฐีคนหนึ่ง ที่มีแผลในชีวิตเหมือนกัน
เนื่องจากตัวเองรวยขึ้นมาจากธุรกิจขายรถ
แต่ลูกชายตัวเองต้องตายเพราะขับรถตกเหว
ภรรยาก็ทิ้งไป เพราะโทษว่าเป็นความผิดที่เขาสอนให้ลูกขับรถ

เศรษฐีเกิดอยากทำคอกม้า เลยต้องหาคนฝึกม้าฝีมือดี
แล้วก็ไปสะดุดตาคนฝึกม้ารักสันโดษคนนึง
ที่ใครๆก็บอกว่าไอ้หมอนี่บ้า ความที่ไม่สุงสิงกับใคร นอกจากกับม้า

คนฝึกม้าที่ว่า ก็รับอาสามองหาม้ากับจ็อกกี้ คนขี่ม้า
แล้วก็ไปเลือกเอาเจ้า ซีบิสกิต ม้าตกยาก ที่ไม่มีใครเห็นค่า
และคว้าเอา เรด พอลลาร์ด จ๊อกกี้ปัญญาชนตกอับ
แถมยังตาบอดข้างนึงอีกต่างหาก มาเป็นจ็อกกี้
เพราะเห็นวิธีที่เรด สื่อสารกับม้า

ทั้งหมด มารวมกัน ฟังดูไม่มีอนาคตเท่าไหร่เลยนะครับ
แต่ซีบิสกิต กลายเป็นม้าตัวนึงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ในประวัติศาสตร์การแข่งม้า ของอเมริกา

นิยายเรื่องนี้ เขียนจากเรื่องจริงครับ ไม่ใช่แต่งขึ้น
ทั้งหมดมีตัวตนจริงๆ ในประวัติศาสตร์

คนเราชอบห่อหุ้มตัวเองไว้ด้วยความคิด
ความคิดที่เราเชื่อและที่คนอื่นทำให้เราเชื่อว่าเราเป็น

บางที ก็ต้องอาศัยคนอื่นมาปอกเปลือกความคิดตัวเองออกมา
ถ้าโชคดี ก็มีโยนิโสมนสิการ คิดได้ พิจารณาเองได้ด้วยความแยบคายก็ดีไป

อย่างผมเอง ชอบห่อตัวเองด้วยความคิดว่า
ผมไม่ดีพอสำหรับคนดีๆที่ผมไปชอบเขาหรอก เป็นต้น
อันนี้พยายามปอกเท่าไหร่
เปลือกความคิดตัวเองก็ยังไม่ออกหมดเสียที

หรือบางคน อาจจะห่อตัวเอง ด้วยความคิดว่า
เราเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ ทำได้แค่นั้น ทำได้แค่นี้
แล้วก็ยอมรับสภาพว่าตัวเองเกิดมาเพื่อแพ้

วันก่อนผมคุยกับลูกน้อง ที่ผมเห็นว่าเธอเริ่มหมดไฟก่อนวัยอันควร

ผมบอกเธอว่า.. ผมไม่อยากให้เธอยอมจำนนกับอุปสรรค
เพราะในวัยของเธอ ที่เพิ่งเรียนจบมาสามสี่ปี
ควรจะเป็นวัยที่มีไฟแรงลุกโชติช่วง ไม่ใช่ดูสลดหดแบบนี้

ผมบอกว่า.. คนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพราะเขาเกิดและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี
อันนี้ไปลองหาชีวประวัติคนเก่งๆหลายคนบนโลกนี้ดูก็ได้

ส่วนมากก็ปากกัดเท้าถีบกันมาทั้งนั้น
อนุมานเหมาได้ว่า คนทุกคนเกิดมามีอุปสรรคเท่าๆกัน
เพียงแต่ คนที่ประสบความสำเร็จ
คือคนที่เจออุปสรรคแล้วบอกว่า
ถ้าฉันยอมแพ้ ฉันจะอดตาย ฉันเลยต้องสู้

ในขณะที่คนที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ
จะโทษอุปสรรค โทษคนรอบข้าง โทษโน่น โทษนี่
แล้วก็พูดว่า เออ.. ฉันทำได้แค่นี้แหละ

พูดปิดท้าย น้องเขาก็เลยบอกว่า.. หนูกำลังคิดจะลาออกไปเรียนต่อพอดีเลยพี่

ผมก็บอกว่า.. ถ้าจะออกเพราะอยากไปเรียน ก็ไปเถอะ
แต่อย่าออก เพราะวิ่งหนีความล้มเหลวของตัวเอง
เพราะคนเราไปอยู่ที่ไหน ก็มีความยากของมัน มีปัญหาของมัน

เราวิ่งหนีปัญหา หนีองค์กร หนีคนบางคนได้
แต่เราหนีตัวเราเองไม่ได้หรอก
ถ้าเราไม่เคยเรียนรู้จะยอมรับข้อผิดพลาดของตัวเอง
และกล้าที่จะแก้ไขมัน ตั้งแต่ตอนนี้

วันหน้า เราไปเจอปัญหาอื่น หรือปัญหาแบบเดิม
เราก็จะวิ่งหนีไปเรื่อยๆ

ขมวดท้าย ผมบอกเหมือนมอร์เฟียซ์ บอกนีโอว่า
ผมเพียงแต่บอกได้ว่า ทางเดินมันมีอยู่
แต่เขาจะเลือกเดินบนทางนั้นไหม ผมบังคับไม่ได้ และจะไม่บังคับ

ถ้าเจอหนังเรื่องนี้ ใน UBC ก็ดี หยุดดูนะครับ
ถ้าเจอในร้านขายก็ดี ซิวมาได้เลยครับ ยกเว้นที่แผงขายแผ่นผี

เพลงวันนี้ชื่อ send in the clown ไอ้ คลาวน์ คำนี้แปลว่าตัวตลกครับ
นักร้องชื่อ Lou Rawls อ่านว่า ลู รอวส์
เป็นคนร้องเพลงโปรดอีกเพลงของผม ชื่อ If I were a magician ไว้วันดีคืนดี จะเอามาฝาก

โชคดีมีสุข วันศุกร์กันทุกท่านนะครับ




Create Date : 20 ตุลาคม 2549
Last Update : 21 ตุลาคม 2549 14:58:38 น. 17 comments
Counter : 4065 Pageviews.

 


หนังสือหลายๆ เล่ม
ปกสวยน่าสนใจ
แต่เนื้อหาไม่ตรึงใจ

ขณะที่อีกหลายๆ เล่ม
ปกไม่สวยเลย
แต่กลับวางไม่ลง

ตัดสินจากปกไม่ได้จริงๆค่ะ ^^



ส่วนหนังเรื่องนี้เคยดูไปครั้ง
ยังไม่มีโอกาสสอยมาเป็นของตัวเองเลย



โดย: jengly วันที่: 20 ตุลาคม 2549 เวลา:0:56:34 น.  

 
น่าสนใจนะค่ะเรื่องนี้ ... น่าอ่านเชียวค่ะ ...

บางคนชอบตัดสินอะไรจากภายนอก โดยลืมไปว่า "มันไม่ใช่ทั้งหมด " ที่จะบอกได้ว่าอะไรดี ไม่ดี

และบางทีก็ด้วยคำว่า " อคติ " ก็ทำให้เราพลาดหลายสิ่งหลายดีๆ ไป ... คิดได้อย่างนั้นแล้วก็ต้องให้ "โอกาส"อ่ะคะ เผื่อเราจะได้พลาดอะไรดีๆ อย่างน่าเสียดาย


โดย: JewNid วันที่: 20 ตุลาคม 2549 เวลา:1:16:26 น.  

 
ทุกอย่างต้องใช้เวลาเข้าไปสัมผัสก่อนถึงจะเห็นแก่นแท้ข้างในทั้งนั้น ตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้จริงๆ

จะเอาแค่ฟังเค้าเล่าต่อๆกันมา มาเป็นพื้นฐานของการตัดสินใจไม่ได้ ตัวเองแหละที่ต้องรู้ต้องเห็น ต้องสัมผัสกับมันก่อนถึงจะรู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดี

ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆสำหรับวันนี้ค่ะ


โดย: Picike วันที่: 20 ตุลาคม 2549 เวลา:2:11:46 น.  

 
หนังเกี่ยวกับม้า ๆ นี่ชวนให้นึกถึงหนังเรื่อง Hidalgo.

นั่นก็เป็นม้าชื่อดังในตำนานอีกตัวเหมือนกัน แต่หนังเอามาทำซะยังกะหนังแฟนตาซี The Mummy.

เป็นเรื่องของการแข่งม้ามาราธอนข้ามทะเลทรายอาหรับ.

ใคร ๆ ก็รู้ว่าม้าพันธุ์ดีที่สุดในโลกคือม้าอาหรับ ที่ต้องเป็นเลือดอาหรับแท้ ๆ เท่านั้น ห้ามมีเลือดผสม.

แต่เจ้า Hidalgo เนี่ย เป็นม้าพันธุ์ทาง สืบสายเลือดมาจากม้าป่าเร่ร่อนกลางทุ่งอเมริกาที่เรียกกันว่า Mustang เจ้า Mustang นี่แต่ก่อนไม่ใช่ม้าป่าท้องที่หรอก แต่เป็นม้าที่คนสเปนเอาเข้ามาตอนค้นพบอเมริกา แต่หนีเข้าป่าไปผสมพันธุ์กันมั่วไปหมดจนเกิดเป็นม้าพันธุ์ทางที่เรียกกันว่า Mustang สีร่างกายก็กระดำกระด่างน่าเกลียดยิ่งนัก.

การเอาม้า Mustang มาแข่งกับม้าอาหรับก็เหมือนกับ เอาคนไร้หัวนอนปลายเท้ามาเทียบกับคนมีชาติตระกูลสูง.

แต่เจ้า Mustang ฮิดาลโก ตัวนี้ ก็พลิกคำสบประมาท เอาชนะม้าไฮโซทั้งหลายได้แบบพลิกปากกาเซียนไปได้เหมือนกัน.

หนังทำออกมาสู้ seabiscuit ไม่ได้หรอก เป็นหนังแนวแอคชั่นบันเทิงแบบ ฮอลลีวู้ด แท้ ๆ .

แต่เรื่องราวแท้จริงของเจ้า Hidalgo สิ น่าสนใจกว่าเพราะนอกจากรูปไม่หล่อแล้วพ่อยังไม่รวยอีก เป็นการบอกได้ชัดเจนว่า คนเราดูที่ชาติกำเนิดไม่ได้ ส่วนเจ้า seabiscuit เป็นการบอกว่ารูปร่างก็ไม่สำคัญ ไม่เชื่อให้ไปถาม ดีโก มาราโดนา.

แต่สิ่งสำคัญนั้นอยู่ที่ใจต่างหาก.



โดย: LTG IP: 58.8.110.217 วันที่: 20 ตุลาคม 2549 เวลา:13:07:30 น.  

 
ผมชอบเรื่องนี้มากเลย
หนังดราม่าโดยมากมักให้มุมมองดี ๆ กับชีวิตเกินกว่าหนังแอคชั่นแบบลวก ๆ มุ่งเอาใจตลาด แต่อย่างว่า คนก็นิยมเสพของที่มันย่อยง่ายเป็นหลัก

ผมเคยดูแต่หนัง ไม่เคยอ่านหนังสือครับผม


โดย: ดำรงเฮฮา วันที่: 20 ตุลาคม 2549 เวลา:13:12:38 น.  

 
ผู้ชายคนหนึ่งที่ดิฉันรู้จัก..
ให้เหตุผล(TopHits)ในการเลิกกับดิฉันว่าเค้าไม่ดีพอสำหรับดิฉันหรือแม้แต่ใครๆ
ไม่กี่วันถัดมา..ควงสาวใหม่ซะแล้ว

คนเราหนอ..ปากไม่ตรงกับใจ





คำถาม..ที่คุณคิด(จริงๆหรือ)ว่าไม่ดีพอนั้น
มันไม่ดีพออย่างไร?


โดย: มะนาว IP: 58.8.183.226 วันที่: 20 ตุลาคม 2549 เวลา:13:20:59 น.  

 
อ่านแล้วนึกถึงเรื่องหนึ่งไม่รู้เกี่ยวกันมั้ย
เป็นเรื่องจริงที่มีเพื่อนชาวอินเดียคนหนึ่งเล่าให้ฟัง เหตุในประเทศอินเดีย

พ่อแม่ประกอบวิชาชีพเป็นแพทย์
ในวันหยุดที่ฝนตกวันหนึ่ง ลูกอายุประมาณ 7-8 ขวบเล่นคอมอยู่ในบ้าน
หลังจากฝนหยุดตก พ่อรู้สึกว่าการเล่นคอมนานๆมันไม่ค่อยดี เลยบอกให้ลูกออกไปเล่นข้างนอกบ้าง
ลูกเลยออกไปขี่จักรยานเล่น ปรากฎว่าจักรยานพลัดตกลงไปในท่อระบายน้ำที่ฝาเปิดอยู่
เด็กเสียชีวิต

พ่อแม่รู้สึกผิดที่ทำให้ลูกเสียชีวิต เลยปิดร้านเลิกเป็นแพทย์ ฟังแล้วรู้สึกเศร้ามากๆ

หยุดlong weekendนี้คงจะไปเที่ยวต่างจังหวัดสัก 2-3 วัน

แล้วจะแวะเที่ยวเผื่อค่ะ...


โดย: แพ็ท IP: 124.157.212.1 วันที่: 20 ตุลาคม 2549 เวลา:15:34:38 น.  

 
ขอบคุณทุกท่านเลยนะครับ ที่แวะมาอ่าน
โดยเฉพาะที่มาคอมเมนท์ไว้

ส่วนท่านที่ถาม ผมเรื่องดีไม่ดี
อันนั้นต่างคนก็ต่างปัญหา ตอบแทนกันยากนะครับ

ปัญหาแบบนี้ ถ้ามีอคติ ว่าเขาปากไม่ตรงกับใจ
มันก็ปิดการประชุมตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ

เหมือนจะให้เปิดศาลพิจารณาความ
แต่ผู้พิพากษาสรุปไปแล้วว่าไม่เชื่อสิ่งที่จำเลยพูด

ขอบคุณที่จะเที่ยวเผื่อครับ คุณแพ็ท
ขอให้เดินทางปลอดภัยครับ


โดย: aston27 วันที่: 20 ตุลาคม 2549 เวลา:18:19:38 น.  

 
รู้สึกเลาๆ ว่าจะเคยดูทาง UBC แล้วค่ะ
คิดว่าไม่น่าพลาด

ส่วนตัว..ชอบหนังเกี่ยวกับสัตว์อยู่แล้ว
มีกี่เรื่องก็ดูหมด ^^

ถ้ามาฉายอีก...ก็จะดูมันอีกค่ะ

Happy long weekend นะคะ


โดย: ^-^ IP: 124.120.62.188 วันที่: 20 ตุลาคม 2549 เวลา:20:48:22 น.  

 
Radames's Letter

I'm sorry for everything I said
And for everything I forgot to say too
When things get so complicated
I stumble at best muddle through
I wish that our lives could be simple
I don't want the world only you

Oh I wish I could tell u this face to face
But there's never the time never the place
So this letter will have to do
I love you

**from AIDA soundtrack


โดย: .. IP: 58.8.187.141 วันที่: 21 ตุลาคม 2549 เวลา:12:56:13 น.  

 
โอ๊ะ...เพิ่งมาอ่าน...

เรื่องนี้ คล้ายกับเรื่องหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นในเมืองไทย ไม่ใกล้ไม่ไกลที่จันทบุรีนี่เอง ที่ฟาร์มปลาโลมาที่เขาเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ไม่รู้บอกชื่อได้ป่าว

เป็นเรื่องของชายผู้ฝึกปลาโลมา จากที่เคยถูกนักอนุรักษ์ทั่วโลกประนามว่าปลาโลมาในน่านน้ำทะเลไทย แสนจะโง่ สมองทึบ ไม่สามารถฝึกได้หรอก ไม่มีท๊าง....ไม่มีทาง

พี่คนนี้ (เราไปนั่งสัมภาษณ์มาด้วยตัวเองเชียว) ใช้เวลาขลุกอยู่กับปลาโลมาทั้งวัน ตลอดหลายเดือน พยายามจนเรียนรู้อากัปกิริยาที่สื่อความหมายต่างๆ ของปลาโลมา ในที่สุดก็สามารถเข้าใจ และใช้ภาษาท่าทาง คำพูดพิเศษบางคำ ออกคำสั่งให้ปลาโลมาทำสิ่งต่างๆ ๆ ได้ จนสามารถเปิดการแสดงได้ และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจแห่งหนึ่งของจันทบุรี

ทุกวันนี้ โลกในวงการนี้ก็ยกย่องนับถือ และเห็นพ้องต้องกันแล้วว่าปลาโลมพันธุ์ไทย ไม่ได้โง่อย่างที่คิด ถึงกับมีฝรั่ง มีต่างชาติที่สนใจมานั่งเรียนการฝึกปลาโลมาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว... แต่ที่เมืองไทย กลับไม่ค่อยมีใครรู้จักเขา...น่าเสียดาย...


โดย: Life's like that IP: 202.91.23.1 วันที่: 24 ตุลาคม 2549 เวลา:11:03:11 น.  

 
แล้วไปนั่งสัมภาษณ์เขานี่คือนั่งคุยเล่นๆ หรือเอามาทำงานครับ

แต่มันเกี่ยวกะ ซีบิสกิตยังไงนะ พี่ยังตามไม่ทัน 5555


โดย: aston27 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2549 เวลา:23:33:13 น.  

 
รอไปพร้อมกับการหาซื้อ CD if I were a magician จนได้ฟังจาก FM 98.5 ต้องการสั่งซื้อ ค่ะ

ขอบคุณค่ะ


โดย: ang1994 IP: 61.19.52.106 วันที่: 19 มีนาคม 2550 เวลา:12:39:19 น.  

 
ชอบมากเรื่องนี้ แต่ไม่ได้อ่านหนังสือค่ะ

บางคนก็ถูกคนรอบด้านค่อยๆหุ้มเปลือกให้จนตัวเองแทบจะลืมตัวตนจริงๆของตัวเอง กำลังหาทางกระเทาะเปลือกออกเร็วๆนี้ค่ะ ฮ่า ฮ่า


โดย: IcyRose วันที่: 30 กันยายน 2551 เวลา:1:02:59 น.  

 
มีใครพอทราบบ้างมั๊ยคะว่าหนังสือ Seabiscuit

มีฉบับภาษาไทยรึป่าวคะ เพราะเท่าที่เห็นมีแต่

ฉบับภาษาอังกฤษ ว่าจะเอามาอ่าน เพราะเค้า

บอกว่าหนังสนุกสู้หนังสือไม่ได้


โดย: Hidalgo IP: 203.209.54.227 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:48:32 น.  

 
ชอบเพลง Send in a Clown

แต่ แต่ แต่ แต่ .... Judy Collins ร้องเพราะกว่า


โดย: Elbereth IP: 210.246.144.60 วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:12:34:18 น.  

 
เป็นเรื่องที่ให้ข้อคิดดีมากเลยค่ะ


โดย: LitteGirl IP: 58.181.152.82 วันที่: 14 สิงหาคม 2552 เวลา:15:23:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.