Group Blog
 
All blogs
 
ทุกก้าว คือทางเลือกของชีวิต



มีคนบอกว่า.. ธรรมชาติให้ทางเลือกกับพวกเรา
ให้โอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ทุกวัน ทุกๆเช้า
ธรรมชาติถึงได้กำหนดให้ทุกคนต้องนอนหลับ
เพื่อปิดท้ายวันด้วยการรีเซทร่างกายและจิตใจใหม่

น่าสนใจนะครับ ..คนจำนวนมาก เลือกใช้โอกาสนั้น ด้วยการยึดติดกับเมื่อวาน มากกว่าอยู่กับปัจจุบัน

ไม่ได้บอกว่า.. ชีวิตที่ผ่านไปทุกวัน ต้องมีแต่เรื่องดีๆนะครับ
คนเราเกิดมา มีชีวิตปกติ ก็ต้องมีทั้งเรื่องดี เรื่องร้าย
มีโชคดี โชคร้าย มีเวลาสุข มีเวลาทุกข์ มีได้มา มีเสียไป
มีสมหวัง มีผิดหวังกันทุกคน

สมัยพุทธกาล มีบันทึกเรื่องของนางปฏาจลา (ไม่แน่ใจเรื่องตัวสะกดนะครับ) ที่สูญเสียทั้งทรัพย์สิน สามี ลูกๆ ไปพร้อมๆกัน เธอแทบเสียสติ เดินร้องไห้คร่ำครวญ ไปตามถนน

โชคดีที่เธอมีบุญเก่า ได้พบพระพุทธเจ้า
เธอเข้าไปขอให้ทรงช่วยชุบชีวิตสามีและลูกๆของเธอกลับคืนมา

ท่านจึงทรงเตือนสติว่า.. ปฏาจลาเอ๋ย ถ้าเธอหาเมล็ดข้าวจากบ้านที่ไม่เคยมีใครสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักในครอบครัวเลย มาให้ตถาคตได้ ตถาคตจะทำตามคำขอของเธอ..

ผมเคยพูดถึง โลกธรรม 8 ว่าเป็นธรรมชาติที่เป็นความจริงคู่โลก 8 อย่าง ประกอบด้วยทางดี 4 อย่าง มียศ มีลาภ มีสุข มีสรรเสริญ ทางร้าย 4 อย่าง เสื่อมยศ เสื่อมลาภ เป็นทุกข์ และมีนินทา

ผมเชื่อสิ่งที่เคยอ่านจากที่ไหนสักที่ว่า ธรรมชาติ ให้ดวงตาสองดวงไว้ข้างหน้า เพื่อจะได้มองไปข้างหน้า มากกว่าเหลียวมาข้างหลัง

แต่ธรรมชาติสร้างวิธีเดินไปข้างหน้าไว้น่าสนใจนะครับ
พอดีวันนี้ ผมมีช่วงว่างที่ต้องยืนรออะไรบางอย่างนานพอควร เลยถือโอกาสทำความรู้สึกตัวในกิริยาเดิน ผมถึงเห็นว่า ทุกครั้งที่เราจะเดินไปข้างหน้า เราต้องยอมให้เท้าอีกข้างมันอยู่ข้างหลัง

ถ้าไม่ยอมให้มีเท้านึงไว้ข้างหลัง เราจะเดินไปข้างหน้าไม่ได้เลย

และไอ้เท้าที่อยู่ข้างหลังนั่นแหละ เราต้องยอมทิ้งมันไป เพื่อจะสร้างก้าวใหม่ขึ้นมา ส่วนไอ้ก้าวที่เป็นเท้าหน้า ไม่ช้า มันก็จะกลายเป็นเท้าหลัง เหมือนจะมีอนาคตใหม่ ก็ต้องปล่อยอดีตที่อยู่ข้างหลังทิ้งไป วนเวียนเป็นวัฏจักรไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเดินไม่ไหว

ผมรู้ว่า ในบางเวลาของชีวิต เมื่อบางอย่างมันไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด ไม่ดีอย่างที่ใจหวัง ไม่สมหวังในสิ่งที่ตั้งใจไว้ มันขมขื่น ไม่ใช่เล่น เหมือนเราเดินแล้วสะดุดยังไงยังงั้น

แต่เชื่อไว้นะครับ ถ้าเรายังเดินไหว ถ้าเราไม่หยุดเดิน
ทุกอย่างก็จะเป็นแค่ก้าวๆหนึ่งในชีวิต ที่เราเดินผ่าน

สุขก็หนึ่งก้าว ทุกข์ก็หนึ่งก้าว เท่ากัน หนึ่งขณะจิตเท่ากัน
ปัญหาคือเรามักจะชอบอยู่กับความสุข ก้าวแล้วหยุด ไม่อยากเดินต่อไปไหน อยากให้มันอยู่ตรงนั้นนานๆ

เวลาก้าวแล้วเจอทุกข์ ก็จมอยู่กับทุกข์นานๆ เหมือนเล่นมิวสิควีดีโอ ฝนตกกระจกแตก

ทั้งๆที่แค่ก้าวใหม่ไปเรื่อยๆ กลับบ้านนอน.. ตื่นมาก็วันใหม่แล้ว

อย่างที่บอก.. ไม่มีใครสมหวังในทุกครั้ง แต่ผมก็ไม่เชื่อว่าจะมีใครผิดหวังในทุกเรื่อง

แค่วางใจให้ถูก มีสติ ก็เชื่อได้ว่าคุณจะไม่ก้าวพลาดง่ายๆ จนตกหลุมพรางของความสมหวัง หรือผิดหวัง

เลือกหยุด เลือกเดินให้ถูกจังหวะ ให้พอเหมาะพอควร และมีสติไว้นะครับ

ส่งท้าย.. ด้วยเรื่องที่อาจจะไม่เกี่ยวกับหัวข้อโดยตรง
อยากบันทึกไว้ว่า .. สำหรับใครที่มีคนทำให้คุณผิดหวัง ผมมีหลักอยู่ข้อนึงว่า..

We don't have to be friends but we don't have to be strangers.
We don't have to be lovers but we don't have to hate each other.

นอนหลับฝันดี ทุกท่านนะครับ


Create Date : 14 กันยายน 2549
Last Update : 15 กันยายน 2549 0:19:42 น. 16 comments
Counter : 3054 Pageviews.

 
ดวงตา…
น่าจะหันเข้าข้างในสักข้างหนึ่ง
นี่สองตาอยู่ข้างนอก
แต่ภาพอีกส่วนอยู่ภายใน

ดวงตาเอย..
จึงมองเห็นเพียงภาพไม่สมบูรณ์
มองเห็นได้เพียงแต่รูป

ดึกเอยดึกสงัด
จึงฉงนตนเองดั่งคนแปลกหน้า
คนอื่นยิ่งไม่รู้จักแล้ว

“ตุ๊กตารอยทราย” ของศักดิ์สิริ มีสมสืบ

เห็นจริงตามนั้นนะจ๊ะ


โดย: Kala_mydog วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:6:01:08 น.  

 
We don't have to be friends but we don't have to be strangers.
We don't have to be lovers but we don't have to hate each other.


เป็นหลักที่ไม่มีวันเกิดกับคนบางคนสำหรับเราค่ะ




โดย: L IP: 202.90.118.58 วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:9:16:58 น.  

 
ถ้าเพียงเรื่องที่เกิดมันไม่มีผลเกี่ยวเนื่องมาถึงปัจจุบัน
เราคงจะได้ reset กันใหม่อย่างไม่ต้องเป็นกังวล

เคยบอกคนคนหนึ่งเหมือนกันว่า ให้พักเสีย ไปนอนซะ แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น

แต่เราก็รู้ว่า นั่นเป็นเพียงคำปลอบใจ


โดย: gluhp วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:12:13:34 น.  

 
แหม เรื่องนี้เหมือนชื่อผมเลยนะครับ ผมใช้นามแฝง ก้าว ตรองลิขิต คือแปลมาจากชื่อจริง นามสกุลจริง แล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษอีก Walkerahead คุณเป็นคนที่เขียนอะไรได้น่าอ่านมากเลย ผมชอบติดตามอ่าน ขอบคุณที่เสนอแนวความคิดดีๆให้ครับ


โดย: Walkerahead (Walkerahead ) วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:12:22:44 น.  

 
น่าคิดมากค่ะ มันเป็นอะไรที่น่าคิดมาก ทุกย่างก้าวเราทิ้งอะไรเอาไว้ข้างหลังเสมอ ทิ้งอดีตเพื่อเดินไปสู่อนาคต

แท้จริงแล้วฉันคิดว่าทุกคนอยากจะปลดเปลื้องสิ่งที่เป็นทุกข์ สิ่งที่เลวร้ายและสิ่งที่ทำให้ผิดหวัง ไว้ข้างหลัง แต่การจะทำจริงๆมันอยากเหมือนกันนะคะ บางทีเราก็ลืมอยู่บ่อยๆที่ จะย้ำเตือนตัวเองให้เลิกคิดถึงเรื่องที่มันทำให้เราเป็นทุกข์ ทางหนึ่งที่จะช่วยให้เราไม่เผลอเรอปล่อยความคิดไปนั่นไปนี่ ก็ต้องแวะมาหาเพื่อนคุยอย่างคุณอ่ะค่ะ มาเติมกำลังใจ มาอ่านอะไรที่มันจะย้ำเตือนสติเราว่าอย่าเผลอเรอ อย่าปล่อยใจให้จมอยู่ในกองทุกข์

ฉันเชื่อนะคะว่าเมื่อเราได้หลับไปสักงีบ ยามเหนื่อยหรือท้อกับปัญหามากๆ มันช่วยได้ค่ะ เพราะทุกครั้งที่ตื่นมา แม้เราจะตระหนักดีว่าปัญหามันยังอยู่ แต่ฉันมักรู้สึกได้ว่ามัน บรรเทาเบาบางลงไปได้ชั่วระยะหนึ่ง นั่นแหละมั๊งคะเวลาและโอกาสที่เราจะตั้งหลัก รับมือกับความทุกข์

หรือไม่อีกบางทีถ้ามันไม่ไหวจริงๆก็หยุด แล้วปล่อยมันไป เคยได้ยินว่าบางที "การไม่แก้ปัญหาอะไรเลยก็คือการแก้ปัญหา" เมื่อถึงเวลาทางออกก็จะมีมาให้เราเห็นเอง เพราะเมื่อเราได้พักและได้วาง จิตใจเราแจ่มใสขึ้นทางออกแห่งปัญหาก็จะเผยให้เราได้เห็นเอง

พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าฉันเองจะทำได้อย่างที่พูดหรอกนะคะ บ่อยไปที่ตัวเองตกอยู่ในสภาวะไร้สติ ปล่อยอารมณ์ไปตามความคิดของตัวเอง เพราะมันก็ยากที่จะทิ้งอดีตหรือความขมขื่นผิดหวัง ใครๆก็คงเป็น แต่อย่าได้โทษตัวเองกันเลยค่ะ ถ้าการจำไม่ได้คือความผิด ลืมไม่ได้ก็คือความผิดเช่นกัน และชั่วชีวิตฉันคงเคยทำผิดอย่างร้ายกาจมาแล้วทั้งสองเรื่อง นั่นคือจำไม่ได้แล้วก็ลืมไม่ลงค่ะ



โดย: บรรณภรณ์ วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:13:04:05 น.  

 
ความสูญเสียเป็นได้ทั้งอดีตและอนาคตนะขอรับ

พระผู้มีพระภาคทรงรับรองไว้ให้อยู่กับปัจจุบันดังเช่นที่คุณแอสตันแนะไว้

ถ้าผมจำไม่ผิดท่านว่าปราชญ์ย่อมไม่รำพึงถึงอดีตที่ล่วงผ่านมาแล้ว และไม่ครุ่นกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง

สติ กับ ปัจจุบัน คือนัยยะอันท่านอาจารย์แอสตันต้องการแสดงมิทราบถูกต้องหรือไม่อย่างไรขอรับ


โดย: ดำรงเฮฮา วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:13:27:46 น.  

 


อืม...เรื่องดี ได้คิด ประทับใจค่ะ


โดย: อุนากัณ วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:13:35:58 น.  

 
มาอ่านครั้งแรกครับ คุณเขียนได้ดีเป็นธรรมชาติของตัวหนังสือแต่คมจริงๆ ครับ มุมมอง กว้างและไม่ยึดติด เป็นสิ่งที่หลุดมาจากใจและประสพการณ์ : ) จะติดตามอ่านเรื่อยๆ ครับ


โดย: Job IP: 202.12.118.36 วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:17:53:46 น.  

 


อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยดูแลสุขภาพด้วยน่ะค่ะ


โดย: หนุอุ๋ม (tenno_jung ) วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:20:50:28 น.  

 
มันก็มีบางครั้งที่เราลังเลที่จะก้าวต่อ บางทีก็อยากจะหยุดรอสักระยะ ข้าพเจ้าว่า การหยุดก็สำคัญไม่แพ้การก้าว
เพราะบางทีเราต้องหยุดปรับขาซ้ายขวาให้แน่ใจว่ามันอยากจะเดินไปทางเดียวกัน เพื่อคิดทบทวนถึงทางเลือกอีกครั้ง ก่อนจะก้าวต่อไปข้างหน้า

เพื่อให้ก้าวต่อไป เป็นก้าวที่ช้าๆ แต่ทว่า...มั่นคง...

ปล. หนัง เพราะอารมณ์..เอ๊ย..อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยนี่ดีจริงๆ คิดถึงอะไรหลายๆอย่างเลย เหตุการณ์วัยนั้นมันผ่านไปเป็นสิบปีแล้วหรือนี่ โอ..พระเจ้า


โดย: Life's like that วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:23:20:32 น.  

 
เข้ามาอ่านแล้วต้องร้องโอ้โฮ้
ยอดเยี่ยมไปเลยค่ะ
ช่วงนี้อาจจะไม่อินกับธรรมมะในหัวข้อนี้ของคุณเท่าไหร่
เพราะกำลังมุ่งมั่นจะเปลี่ยนแปลงบางอย่างในโลกอยู่อะค่ะ
ฟังดูยิ่งใหญ่ดีมั้ย จริงๆ ก็เรื่องเล็กๆ
แต่มันใหญ่สำหรับเราไง
แล้วก็คิดว่า เปลี่ยนแล้ว น่าจะมีอะไรดีขึ้นหลายอย่าง
แต่ชอบคำ ชอบความภาษาอังกฤษตอนท้าย
แต่คิดว่ากำลังเป็นทั้งหมดเลยนะตอนนี้

เขียนดีวันดีคืนนะคะ
ไว้จะแวะมาอ่านบ่อยๆ
ขอบคุณที่ไปเยี่ยมบ้านด้วยค่ะ
(แลกลิงค์กันไหมคะ)


โดย: 'ปราย IP: 58.8.77.116 วันที่: 15 กันยายน 2549 เวลา:23:21:58 น.  

 
คุณ kala_my dog ขอบคุณที่เอามาฝากนะครับ

คุณ L ในหนังเรื่อง A Moment To Remember เขาบอกว่า การให้อภัยคือการแบ่งที่เล็กๆในใจ ให้คนที่เราเกลียด

คุณ gluhp ผมว่ามันไม่ได้เป็นแค่คำปลอบใจหรอกนะ มันเป็นความจริงทีเดียว เพราะเวลาทุกข์ จิตมันไม่ได้ทุกข์ถาวรหรอก มันจะทุกข์ไปถึงจุดนึง แล้วสลัดทิ้งความทุกข์เอง ถ้ามีสติ

คุณ Walkerahead ขอบคุณนะครับ ที่แวะมา หวังว่าจะได้เห็นชื่อคุณอีกนะ

คุณ บรรณภรณ์ คุณเข้าใจถูกแล้ว.. ถ้าเป็นปัญหาทางโลก เราต้องใช้สติปัญญาแก้ แต่ถ้าปัญหาทางใจ อันนั้นดีที่สุด คือไม่แก้อะไรเลย พระพุทธเจ้าแนะให้เรามีสติ รู้สึกตัวไว้

คนที่ไม่เคยทำ หรือไม่ได้ทำวิธีนี้ (เพระเอาแต่คิดหาทางแก้) ก็จะสร้างทุกข์มาทับถมตัวเองไปเรื่อยๆ และก็จะรู้สึกว่ามันทำยากจัง แต่สำหรับคนที่ทำได้ทำเป็นแล้ว ถึงจะไม่ง่ายขนาดปอกกล้วย มันก็ไม่ยากมากไปกว่าการทำไข่ต้มนะ

คุณ ดำรงเฮฮา ถ้าเป็นข้อสอบ คุณได้เต็มสิบครับ

อุนากัณ <== ไม่มีเวลานอน แต่มีเวลามาอ่านบล็อคพี่ ขอบใจนะเธอ ทำงานเหอะแม่คุณ

คุณ Job เพื่อนผมมันบอกว่า ผมจะเขียนดีเฉพาะเวลามีทุกข์ครับ โดยเฉพาะเวลาอกหัก 5555

หนูอุ๋ม ขอบคุณสำหรับรูปที่น่ารักนะครับ ดูแลสุขภาพเช่นกัน

คุณ Life's like that ทุกอย่างต้องมีความพอดีน่ะครับ และการหยุดเพื่อวางแผนเดินก้าวต่อไป มันก็ต่างกับการจมแช่อยู่ในอารมณ์นั้นๆนะครับ

คุณ 'ปราย รู้สึกเป็นเกียรติ ที่แวะมาบล็อคเล็กๆของผมนะครับ เรื่องแลกลิงค์ ผมยินดีครับ


โดย: aston27 วันที่: 16 กันยายน 2549 เวลา:10:06:23 น.  

 

...ป๋มพาพี่สาวคนสวยมาแนะนำตัวฮ้าบ...

...ซาหวัดดีค่ะ หนูชื่อ"น้องมีโอ"ค่ะ...

...พี่สบายดีไหมคะ ทานข้าวยังคะเอ!,มื้อไหนเนียะมาทานฟิกกี้กะน้องมั้ยคะ...

...ดูแลสุขภาพด้วยนะคับ ฝนฟ้าตกอย่างงี้...

...แล้วมาชวนไปเที่ยวบ้านหนูด้วยอะคะ อย่าลืมน้าาา...



โดย: "ดำเกิง"ของป้าหู้ฮับ (fifty-four ) วันที่: 18 กันยายน 2549 เวลา:23:22:11 น.  

 
good for u na ka

try to do and smile for this work ka p"


โดย: neppen (neppen ) วันที่: 27 กันยายน 2549 เวลา:2:51:08 น.  

 
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ


โดย: KiMOuN IP: 192.165.213.18 วันที่: 16 กรกฎาคม 2551 เวลา:17:39:23 น.  

 
เป็นอีกคนที่ตอ้งเลือก 10 ปีที่เลือกที่จะยกสามีเงินทองให้เขาไปเลือกชีวิตและลูก 10 ปีสร้างเพื่ออีกคนช้วยฉุดเขาและเราขึ้นมาพร้อมกันแต่วันนี้ต้องตัดสินใจเพือตัวเองบ้างในวัย 35 ปีต้องลือกแม่เพราะอยู่ไกลกันมากจะให้เขาย้ายไปบ้านเรา เขาต้องลำบากเหนือกับใต้ต้อนนี้อยู่เหนือคะทำใจยากเพราะต้องเลิกกันพี่เขาเป็นสาวประเพศ 2 แต่เขาเป็นคนดีมากครอบคัวเขาไม่เห็นด้วยที่จะย้ายลงใต้ รินต้องดูแลแม่รินเลือกแม่คะ ชีวิตมีแต่ให้เคยโดนข่มขืนต้อน 7 ขวบแต่เก็บใว้คนเดียวให้อภัยโดนสามีทิ้งให้เขาไปอีกจะโดนอะไรอีกนี้ จิรงแล้วรินว่าไม่ใช้เวรกรรมแต่เราให้อภัยมากกว่า ตัวกูของกู รินมั่นทำบุญตักบาตปล่อยปลาตลอด และบิรจากร่างกายไปแล้วเกิดมาทำดีด้วยใจตลอดเวลาและไม่เอาคืนไม่เป็นเจ้ากรรมนายเวรใคร ทุกวันนี้มั่นทำบุณให้ทุกคนที่ผ่านเข้ามาและผ่านไปมีความสุข และตัวเราเองด้วยคะและทุกท่านด้วยคะมีความสุขนะคะ


โดย: ริน IP: 223.205.88.168 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2554 เวลา:8:10:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.