Group Blog
 
All blogs
 
แก้ปัญหาด้วยการมองข้ามตัวปัญหา

หลายเดือนก่อน ผมต้องรับบทฑูตสันติภาพจำเป็นโดยบังเอิญ

ที่เรียกว่าโดยบังเอิญ เพราะบังเอิญไปได้ยินปัญหาของอีกแผนกที่ไม่ได้ขึ้นตรงกับผมโดยตรง เพราะผมนั่งห้องติดกับกรรมการผู้จัดการ ใครมาโวยวายอะไรแล้วไม่ปิดประตู ก็ย่อมเข้าหูผมเป็นธรรมดา

ปัญหาที่ว่า คือความไม่พอใจของกรรมการผู้จัดการ ที่มีต่อฝ่ายจัดซื้อของห้างใหญ่แห่งหนึ่ง กลางกรุง และความไม่พอใจของฝ่ายจัดซื้อคนนั้น ที่มีต่อเรา

ฝ่ายโน้นบอกว่า ถ้าเราไม่ทำตามเงื่อนไข ก็เชิญเก็บของตอนสิ้นเดือนได้เลย .. ฝ่ายนายผมก็บอกว่า ไม่ต้องรอให้เขาไล่เฉพาะสาขานั้น ให้ขนของออกทุกสาขา ได้ทันที

ผมนั่งฟังแล้วก็สะดุ้ง .. เลยต้องเข้าไปฟังปัญหา แล้วอาสาเป็นท้าวมาลีวราชให้ เริ่มจากนั่งฟังปัญหาของทุกคน

ผมใช้วิธีง่ายๆ ด้วยการถามว่า.. "ที่คุณต้องการคืออะไร" กับทั้งสองฝ่าย แล้วผมก็มองข้ามส่วนที่เป็นปัญหาไป แต่หาทางออกของสิ่งที่สองฝ่ายต้องการจริงๆ

ผมลงรายละเอียดมากไม่ได้ครับ.. มันเรื่องความลับบริษัท

ยกตัวอย่างเปรียบเทียบดีกว่า.. เคยอ่าน FWD:mail เรื่องนาซ่าแก้ปัญหาปากกาเขียนในอวกาศไม่ออกไหมครับ

ที่เขาบอกว่า นาซ่าค้นพบว่า นักบินอวกาศ เจอปัญหาว่าปากกาเขียนบนอวกาศไม่ได้ เพราะหมึกมันไม่ไหลลง เนื่องจากในอวกาศไม่มีแรงโน้มถ่วง นาซ่าเลยต้องตั้งทีมวิจัย ใช้เงินทุนหลายล้านเหรียญ เพื่อคิดค้นปากกาที่เขียนได้ดีในสภาพอากาศไร้แรงโน้มถ่วง

ในขณะที่พวกรัสเซีย ที่เคยเจอปัญหาแบบเดียวกัน ใช้เงินไม่กี่ดอลล่าร์ สั่ง "ดินสอ" ไปใช้บนอวกาศ

ผมไม่ได้เชื่อว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรอกครับ เพราะนาซ่า คงไม่ติงต๊องขนาดนั้น และเรื่องส่วนมากที่มากับ FWD mail เป็นเรื่องแหกตา ชนิดที่ต้องเอาห้าหาร เอาช้อนขูด เอาตูดไถ แล้วเอาตะไบขัด

ไม่ว่าจะเรื่องข้อคิดในการดำเนินชีวิตของในหลวง (ซึ่งสำนักพระราชวังต้องประกาศว่าไม่ใช่) แหล่งท่องเที่ยวที่ตรัง (นี่ก็ไม่ใช่อีก) รูปสวยๆที่เกาะกูด (แต่ที่จริงคือมัลดีฟ) เรื่องเกี่ยวกับโรงพยาบาลลาดพร้าวที่มีหมอแอบลวนลามคนไข้ (แต่จริงๆ มาจากหนังโป๊ของไต้หวัน) ไปจนถึงเรื่องด่ากันทางการเมืองอีกนับสิบเรื่อง

แต่ไอ้เรื่องปากกาอวกาศ พอตะไบขัดเสร็จแล้ว มันมีมุมบางอย่าง ให้เราเอามาคิดเล่นๆได้นะครับ

จะว่าไป คนเราเวลามีปัญหา ก็มักจะไปติดกับจดจ่อที่ตัวปัญหา มากกว่าจะมองไปยังสิ่งที่ต้องการ จริงๆ

ยกตัวอย่าง ในชีวิตจริง มีคนเคยบ่นกับผมว่า เลิกกับแฟนมาตั้งนานหลายเดือน ก็ยังไม่ลืมสักที เบื่อ เซ็งตัวเอง ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้

ผมพูดให้น้องเธอฟังว่า.. อย่ามองที่ปัญหาสิ มองที่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ข้ามตัวปัญหาไปก่อน

ปัญหาคือ การที่เราอกหัก แล้วยังลืมแฟนเก่าไม่ได้ แต่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ไม่ใช่การลืม -ไม่ลืมหรอก

เราต้องการมีชีวิตที่เป็นปกติสุข เหมือนที่เคยเป็นต่างหาก

เหมือนที่จริงๆ นักบินอวกาศ ไม่ได้ต้องการปากกาที่เขียนได้ในอวกาศ แต่ต้องการอะไรก็ได้ ที่เอาไว้เขียนได้ในอวกาศต่างหาก

ชีวิตที่เป็นปกติสุข มันขาดตัว "สัญญา" หรือ ความจำไม่ได้นะครับ พระพุทธเจ้า ท่านก็ว่าไว้อย่างนั้น ว่าสิ่งที่เราเรียกว่า ชีวิต มันประกอบขึ้นจาก รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาน

ขันธ์ ทั้ง 5 ที่ว่าประกอบกันขึ้นเป็นสิ่งมีชีวิต มันล้วนแต่ บังคับไม่ได้ เรื่องเกี่ยวกับตัว "ความจำ" อยากจำมันก็จำ มันอยากลืม มันก็ลืม เราบังคับมันได้ที่ไหน

ทุกข์ที่น้องคนนั้นเธอเจออยู่ ไม่ใช่เพราะยังจำอะไรได้หรอกครับ แต่เพราะ "ไม่อยาก" "ไม่ชอบ" จำต่างหาก

สิ่งที่ควรทำ คือมีชีวิตให้เป็นปกติ มันอยากจะจำ ก็ให้มันจำ มันอยากจะลืม ก็ให้มันลืม มีสติรู้ว่า ใจมันอยากหลุดจากความทรงจำ แล้วพอธรรมชาติมันเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น เราก็ไม่พอใจ แล้วทุกข์ก็เริ่มตรงนั้น

ความเขลาอย่างนึงของมนุษย์ คือการวิ่งไล่ควานหา ความสุข โดยไม่มีสติว่า.. การที่ไปวิ่งไล่ความสุขนั่นแหละ คือการสร้างทุกข์ อย่างนึง

โลกนี้มันสมดุลย์ แต่คนบนโลกไม่ค่อยสมดุลย์นะครับ

คนอยากมีลูกแล้วไม่มี ก็ต้องดิ้นรน เสียเงินเสียทองไปทำกิฟท์ ทำโน่น ทำนี่ ในขณะเดียวกัน ก็มีคนอีกหลายคน ต้องไปดิ้นรนเอาลูกออก

คนบางคนมีความทรงจำ แล้วก็ไม่ชอบ ไม่อยากได้ ไม่อยากมี แต่บางคนแค่อยากจะจำเรื่องของตัวเอง ยังจำไม่ได้

กรณีหลังนี่ ต้องหาหนังเรื่อง A Moment To Remember มาดูนะครับ แล้วจะเข้าใจ

ดึกแล้ว.. นอนหลับฝันดี โชคดีทุกท่านครับ


Create Date : 05 กันยายน 2549
Last Update : 5 กันยายน 2549 0:29:41 น. 12 comments
Counter : 932 Pageviews.

 


ได้ข้อคิดดีดีอีกแล้ว...ขอบพระคุณคะ

" อย่ามองที่ปัญหาสิ มองที่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ข้ามตัวปัญหาไปก่อน "



โดย: run to me วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:9:53:24 น.  

 
ครับ
ตอนนี้เลิกวิ่งหาความสุขแล้วครับ


โดย: King Of Pain วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:9:56:39 น.  

 
มาสุขสันต์วันเกิดย้อนหลังค่ะ แอบอ่าบเงียบบ้างไม่เงียบบ้างมาซักพักแล้ว

ขอให้คุณ aston27 มีความสุข มีสติ และสุขภาพแข็งแรงนะคะ :)


โดย: Namtarn (ลูกลิง กลิ้งไปกลิ้งมา ) วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:10:42:36 น.  

 
เอเมน.....จริงอย่างที่สุดจ้า..แต่บางทีมันก็ลืมไปเหมือนกันนา.. ว่าความต้องการที่แท้จริงมันคืออะไร

แฮะ แฮะ...

แต่บ่ายนี้เห็นทีต้องงีบซะหน่อยแระ...ก็เค้าบอกให้นอนหลับ ฝันดี...คร่อก..


โดย: Life's>> IP: 202.91.23.1 วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:11:25:58 น.  

 


คนเราไม่มีความสมดุลย์

เพราะความอยากหรือเปล่านะ



โดย: jengly วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:13:21:32 น.  

 
วันนี้มาสาระเลยนะคะ..
ส่วนตัว เวลาเจอปัญหา ก็จะคิดๆๆ หาทางออกอ่ะค่ะ
คิดว่ามันจะต้องมีซักทางที่ดีที่สุด และถูกต้องที่สุด

แต่พอจบแล้ว ก็ลืมมันไปเลย...เป็นคนไม่ค่อยจำอะไรเท่าไร 555

ฝันดีเช่นกันค่ะ




โดย: ^-^ IP: 124.120.62.201 วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:20:17:54 น.  

 
พี่ค๊าบ เล่นยกหนังเรื่องโปรดของเค้ามางี๊ ยอมได้ไง
a moment to remember เป็นอีกเรื่องที่สร้างให้เราได้คิด
ว่าการมีชีวิตอยุ่จริงๆ แล้วเพื่ออะไร
เยี่ยมมากค่ะ



โดย: เด็กหญิงจิตเวช (hypnosis ) วันที่: 5 กันยายน 2549 เวลา:20:53:48 น.  

 
ขอบคุณคุณน้ำตาลนะครับ ที่อวยพร

ขอบคุณท่านอื่นๆด้วย ที่แวะมาลงชื่ออ่าน

เห็นคุณ king of pain มาแล้วอายนิดหน่อย ที่ไม่มีเพลงให้ฟัง 5555

คุณ hypnosis ทีแรกพี่กะจะเขียนถึงหนังเองโดยตรงเลยล่ะ แต่เข้าใจว่าคงมีคนพูดถึงไปเยอะแล้ว เพราะออกมานานมากแล้ว

คุณ jengly เข้าใจถูกต้องแล้วครับ


โดย: aston27 วันที่: 6 กันยายน 2549 เวลา:0:46:14 น.  

 
อย่างงี้ต้องเรียกว่า แก้ปัญหาด้วยการมองข้ามปัญหาปลอมๆ สินะ


โดย: มะลิ IP: 58.8.88.100 วันที่: 6 กันยายน 2549 เวลา:1:08:43 น.  

 
เรื่องดินสอกับปากกา ถึงจะหาอะไรมายืนยันไม่ได้ แต่ก็น่าเชื่อก็เพราะแนวคิดในการแก้ปัญหาของอเมริกากับรัสเซียเป็นอย่างนั้นจริง ๆ พวกอเมริกัน คนเก่ง ๆ เยอะ รวย สามารถระดมทรัพยากรทุกอย่างมาแก้ปัญหาที่ดูจิ๊บจ๊อยได้ แต่รัสเซีย จน ทรัพยากรน้อยกว่า จะพยายามแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่ซับซ้อนน้อยที่สุด.

การคิดมากแบบอเมริกัน อาจทำให้เราได้ปากกาลูกลื่นที่เขียนห้อยหัวปากกาได้มาเป็นผลพลอยได้ภายหลัง แต่การคิดแบบรัสเซียก็อาจช่วยให้รัสเซียยิงจรวดส่งดาวเทียมได้ก่อนอเมริกา มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียในเรื่องของการคิดมากไว้ก่อน กับการคิดเท่าที่จำเป็น.

วันก่อนดูรายการอัจฉริยะข้ามคืน มีการแข่งขันหลายทีม มีทีมหนึ่งมีคนระดับด๊อกเตอร์ ส่วนอีกทีมเป็นแค่เด็กยังไม่จบมหาวิทยาลัย แข่งกันตักโฟมด้วยวัสดุที่มีอยู่เท่า ๆ กัน ทีมด๊อกเตอร์ ใช้วัสดุทุกอย่างที่ได้มาสร้างเป็นภาชนะจำนวนมากเพื่อมาตักโฟมให้มากที่สุด แต่ทีมเด็กใช้แค่กระดาษใบโต ๆ ทายาสีฟันมามัดเข้ากับแขนเพื่อตักโฟม ไม่คิดอะไรพิศดารใด ๆ เลย อุปกรณ์ที่ให้มาส่วนใหญ่แทบไม่เอามาใช้.

ผลปรากฏว่า ทีมเด็กที่ใช้วิธีการง่าย ๆ ตักโฟมได้มากที่สุด ส่วนทีมด๊อกเตอร์ที่คิดกรรมวิธีพิศดารกลับได้ที่โหล่.

บางครั้งการแก้ปัญหาด้วยการมองปัญหาให้ซับซ้อนน้อยที่สุด คือการแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุดจริง ๆ.


โดย: LTG IP: 58.8.104.32 วันที่: 7 กันยายน 2549 เวลา:0:22:59 น.  

 
ครับ พี่เสือน้อย & จจ.


โดย: aston27 วันที่: 10 กันยายน 2549 เวลา:0:50:42 น.  

 
//dsnra.jpl.nasa.gov/sig_events/1997/97-05-02

มันมีบทความเกี่ยวกับ ปากกาของนาซ่าอยู่น่ะครับ ผมลองไปค้นมาให้



โดย: thaiadsense.blogspot.com IP: 202.8.86.178 วันที่: 29 มีนาคม 2551 เวลา:11:17:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.