Group Blog
 
All blogs
 
Reality, Bites or Nice? ความเป็นจริง โหดร้าย หรือสบายจัง



วันนี้กลับมาบ้านด้วยความเหนื่อยอ่อน ทั้งกายและใจ
เปิดหลังไมค์มาดู เจอข้อความนี้เข้า ..

"มือถือเราหายล่ะ คุณแอสตัน T_T

ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะแค่อยากหาคนบ่นให้ฟัง

ปกติจะนั่งรถไฟกลับบ้านแต่วันนี้ไม่รู้คิดยังไงนึกจะนั่งรถเมลล์ และก็ถูกล้วงตอนช่วงชุลมุนขึ้นรถ รู้ตัวอีกทีตอนจะหยิบกระเป๋าตังค์จ่ายค่าโดยสาร อ๊ะ มือถือหายไปไหนฟะ ทำไมกระเป๋าเปิดอยู่ ยังดีกระเป๋าตังค์ไม่ถูกเอาไปด้วย

คุณแอสตันเคยบอกว่าทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นมาไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ ทุกอย่างมีที่มา มีเหตุผล แล้วเหตุการณ์แบบนี้จะเรียกว่าเหตุผลไรดีคะ (พยายามดึงเค้าเรื่องธรรมซะแล้ว 555)

เจอเหตุการณ์วันนี้แล้วก็ทำให้นึกถึงหนังประเภท sliding door, butterfly effect เลยค่ะ คิดอยู่ว่าถ้าวันนี้เราตัดสินใจขึ้นรถไฟอย่างทุกวัน แทนที่จะนั่งรถเมลล์อาจไม่โดนล้วงมือถือ (แต่ก็อาจโดนเอากระเป๋าตังค์ไปแทน) การตัดสินใจอย่างหนึ่ง จะส่งผลให้เกิดเหตุการณ์อย่างหนึ่ง แต่เราก็ไม่สามารถทำอย่างในหนังที่จะย้อนเวลากลับไปตัดสินใจใหม่ได้

อีกคำถามนึงค่ะ คิดไว้มานานว่าลองถามคุณแอสตันดู
ถาม "การอยู่กับปัจจุบันทำไมมันยากอย่างนี้คะ?"
ขอบคุณที่อ่านเรื่องที่บ่นข้างบนค่ะ ^ ^ "


พูดแบบปลอบใจ ..เสียแค่มือถือดีกว่าเสียกระเป๋าตังค์
เสียกระเป๋าตังค์ดีกว่าเสียเลือดเสียเนื้อ ..ฯลฯ

ทุกอย่างที่เกิด มีเหตุของมัน เพียงแต่เหตุบางอย่างเรามองไม่เห็น
เช่นเราเคยมือไวหยิบฉวยทรัพย์สินของคนอื่นมาก่อน อาจจะไม่ใช่ในชาตินี้
หรือตอนเด็กๆ อาจจะเคยขโมยมะม่วงของบ้านข้างๆ
แล้วบังเอิญไปสอยลูกที่เจ้าของเขาหมายตาไว้พอดี

เหตุบางอย่าง เป็นเรื่องของปัจจุบัน เช่นเราเลือกจะกระทำอย่างหนึ่ง
แทนที่จะเลือกกระทำอีกอย่าง เหมือนที่คุณยกกรณีหนังเรื่อง Sliding Doors

การไม่ใส่ใจระวังดูแลกระเป๋า ทรัพย์สินของมีค่าของตัวเอง ก็นับเป็นเหตุปัจจุบันได้นะ

แต่คุณก็คิดถูกแล้วครับ .. ไม่ว่าจะด้วยเหตุอะไร
เราทำได้แค่อยู่กับปัจจุบัน เพราะเราย้อนกลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้

ถามว่า.. ทำไมการอยู่กับปัจจุบันมันยากจัง
ตอบว่า.. เพราะปัจจุบันคือความจริง

มีสำนวนลิเกๆ อยู่อันนึง เขาบอกว่า
อดีตคือลมตด อนาคตคือความฝัน ปัจจุบันคือความจริง

มนุษย์ที่อยู่กับปัจจุบันแล้วรู้สึกลำบาก แปลว่าไม่ชอบความจริงที่เห็น ที่เป็นอยู่
ลองย้อนกลับไปนึกๆดูได้ ว่าผมพูดถูกไหม

ที่จริงการอยู่กับปัจจุบัน หรืออยู่กับความจริงไม่ได้ยาก
ถ้าเราฝึกจะมีใจที่เป็นกลางต่อความจริง

เช่นความจริงคือ เราเคยไม่เหลียวแลคนบางคน
เพียงเพื่อจะค้นพบว่า จริงๆเขาคือคนที่ดีที่สุดในชีวิตที่เคยเจอ

ถ้ายอมรับความจริงได้ว่า เราทำพลาดไป แต่ไม่ซ้ำเติมตัวเอง
แค่เข้าใจ ยอมรับผิด ไม่แก้ตัว ไม่มัวหาคำอธิบาย
ก็จะรู้สึกว่า ทุกข์ที่มา ก็มาเพราะเหตุอันควรแล้ว
มันก็จะไม่มีทุกข์ส่วนเกินให้กล้ำกลืนขนาดต้องฝืนทน

ถ้ายอมรับความจริงได้ว่า ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว
จะผิดจะถูก จะดีจะชั่ว มันก็ผ่านเลยไปแล้ว
เราไม่มีไทม์แมชชีนของโดราเอม่อนจะย้อนเวลากลับไปเริ่มใหม่
เราก็จะเห็นว่า การกลับมาอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับความจริง คือสิ่งดีที่สุด

ถ้ายอมรับได้ว่าขมขื่น แต่ก็รู้ว่า ความจริงก็คือ
ความขมขื่นมีเหตุของมันอันสมควร
และมันอยู่ชั่วครั้งชั่วคราว แล้วก็จะผ่านไป

ก็เหมือนไอ้ความสุขที่เคยผ่านมานั่นแหละ
มันก็มีเหตุอันควรให้สุขในตอนนั้น
แต่มันก็สุขชั่วครั้งชั่วคราว แล้วก็ผ่านไป

นี่ก็คือการอยู่กับความจริง โดยไม่เสแสร้ง ไม่ปรุงแต่ง
สุขก็รู้ว่าสุข ทุกข์ก็รู้ว่าทุกข์ เสียดายมือถือรู้ว่าเสียดาย
แต่ก็รู้ว่าทุกอย่างมันธรรมดา มันมาเอง มันก็ไปได้เอง
ใจมันก็สบายขึ้น เพราะรู้ว่าเราบังคับมันไม่ได้ ก็ให้มันว่าของมันไป

รูปประกอบวันนี้ คือหนึ่งในภาพที่ผมถ่ายจากบาหลี
มีโขดหินใหญ่อยู่อันนึง ยื่นไปในทะเล มีคลื่นคอยซัดมากระแทก

ถามว่าใครผิด ระหว่างโขดหินที่ไปขวางทะเล กับทะเลที่เกเรไปซัดโขดหิน
ไม่มีใครผิดหรอกครับ ต่างคนก็ต่างอยู่ ต่างก็มีธรรมชาติของตัวเอง

ถ้าโขดหิน เหมือนจิต ทะเลคืออารมณ์
ก็อย่าหมายว่าจิตจะปราศจากคลื่นอารมณ์ซัดสาด
เหมือนทะเล ไม่มีวันหยุดซัดโขดหิน ตราบที่ลมยังพัด

เว้นเสียแต่วันหนึ่ง มันจะไม่มีโขดหินอีก
เมื่อนั้น ลมจะพัดหรือหยุดนิ่ง ทะเลจะซัดสาดหรือไม่ ก็ไม่สำคัญแล้ว

บางคนอ่านถึงตรงนี้ จะร้องค้านในใจ
พูดยังไงวะ.. วันนึงไม่มีโขดหิน ก็ในเมื่อมันมีอยู่ทนโท่

อ่ะ.. งั้นพูดใหม่
ถ้าวันนึง ไม่มีคนรู้สึกว่าโขดหินมันเป็นของเรา หรือโขดหินคือตัวเรา
ทะเลจะซัด หรือไม่ซัด ก็ไม่ใช่ประเด็น

ถ้าเข้าใจความแตกต่างของ "การมีอยู่" กับ "การยึดแบกเอาไว้"
ก็จะหมดคำถามว่า.. ตกลงอยู่กับปัจจุบัน ยากหรือง่าย
อยู่กับความจริง มันโหดร้าย หรือสบาย

เพราะจะโหดร้าย หรือสบายจัง มันขึ้นกับเราเป็นกลางกับมันได้แค่ไหน

ไม่รู้จะตอบคำถามไหม..

แต่หวังว่าใจจะสบายขึ้นนะครับ





เพลงวันนี้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่เขียนเท่าไหร่ครับ
คุณแอสตันอยากฟังเฉยๆ
เพลงชื่อว่า "เพลงราตรี" โดยวงไหมไทย และ อ.ดนู ฮันตระกูล ครับ


Create Date : 11 กันยายน 2550
Last Update : 18 กันยายน 2550 23:29:00 น. 21 comments
Counter : 1765 Pageviews.

 
ขอบคุณนะคะ สำหรับบล็อกวันนี้
กำลังคิดอะไรไม่ตกอยู่พอดี
รู้สึกดีขึ้น ไปนอนละ


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 12 กันยายน 2550 เวลา:0:56:49 น.  

 
เสียดายของแทนน้องจังค่ะ

พยายามอยู่ค่ะ อยู่กับสติ

ด้วยว่ามันชอบแตกอยู่เนืองๆพักนี้

เฮ๊อ...เลือดจะไปลมจะมาแล้วมั้ง


โดย: พี่แหม๋ว...ฟ้าสั่ง:) (ฟ้าคงสั่งมา ) วันที่: 12 กันยายน 2550 เวลา:11:27:16 น.  

 
emo
เพลงเพราะจังค่ะ เคยได้ฟังในวิทยุครั้งหนึ่ง
ดีจังที่มีโอกาสได้ฟังอีก
ขอบคุณนะคะ


โดย: แมวดูซ่าร์ วันที่: 12 กันยายน 2550 เวลา:12:55:03 น.  

 
บล็อกวันนี้แปลกๆ ตาไปนิดหน่อยค่ะ
เพลงนี้ก็แปลกหู
เอ หรือจริงๆ แล้วเพราะอะไรที่เคยมีอยู่ พอวันนึงไม่มีเราก็เลยว่าแปลก
หรือเพราะไม่มี วันนึงมี มันก็เลยแปลกๆ

ไม่เคยโดนล้วงกระเป๋าอ่ะค่ะ
เพราะโจรย่อมรู้ดีว่าคนรวยหน้าตาเป็นแบบใด
^^


โดย: I am just fine^^ วันที่: 12 กันยายน 2550 เวลา:16:43:20 น.  

 

แวะมาสวัสดี "คุณแอสตัน"น่ะค่ะ

เพลงเพราะจริงค่ะ เลยต้องลงชื่อซะหน่อย
อ่านบล็อคพี่เอ๊ดทีไร เหมือนช่วยล้างคราบกิเลสหมองๆในใจออกไปได้ทุกที

งั้น...
รัมตั้งชื่อส่วนตัวว่า "บล็อคสบู่"ดีก่า
ปล. ขอบพระคุณมากๆค่ะ


โดย: รอยคำ วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:13:54:09 น.  

 
เพลงได้อารมณ์เหมือนได้ฟังจากแผ่นเสียงเชียวค่ะ ภาพย้อนยุคสีนวลๆ ตุ่นๆ ลอยมาเป็นภาพประกอบทันด่วนเลยค่ะ

ยอมรับเลยค่ะการอยู่ปัจจุบันบางครั้งมันก็ยากจริงๆ แต่ก็ท่องเอาไว้ว่า บางทีการที่เราเจออะไรยากๆ กับการได้อยู่จัดการมันคงมีอะไรบางอย่างที่อยากให้เราต้องทำ เพื่ออนาคตเราจะมีผลต่อเนื่องจากปัจจุบันที่เรากำลังเจออยู่ค่ะ

//รูปขึ้นไม่หมดที่บล็อกวันนี้สงสัยเป็นเพราะบล็อกฝากรูปน่ะคะ ... พังบ่อยจัง ...


โดย: JewNid วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:18:11:48 น.  

 
อ่านแล้วคิดถึงเรื่องหนึ่งของเพื่อนเลยค่ะ เพื่อนอังเคยโดนจี้เอากระเป๋ากับมือถือไปด้วยค่ะ ถ้าไม่ให้ไปก็คงโดนทำร้ายร่างกายไปแล้ว ต้องคิดแบบพี่ถึงจะสบายใจ


โดย: Professional วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:20:31:34 น.  

 
แค่"อดีตคือลมตด อนาคตคือความฝัน ปัจจุบันคือความจริง" ก็เห็นสัจจะธรรมความจริงแล้วค่ะ แต่คงใช่ไม่ค่อยได้กับคนตดเหม็นนานๆ

น้าน เกี่ยวกันไหมนี่

ขอบคุณมากๆนะคะสำหรับคำแนะนำเรื่องต้นไม้ คาดว่าจะลองวิธีนี้ดู แล้วจะรายงานผลนะคะ

เคยเห็นในอินเตอร์เน็ตว่า มีเครื่องสำหรับให้น้ำอัตโนมัติเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าจะหาซื้อได้ที่ไหนที่นี่

emo


โดย: พื้นที่สีเขียว วันที่: 14 กันยายน 2550 เวลา:6:21:43 น.  

 
เคยกลับไปหาคำตอบในการจากไป
แบบไม่กลับมาของคนคนนึง

ได้คำตอบมาว่า
ผ่านไปแล้ว ก็ให้ผ่านไป - -"

ฟังครั้งแรกแล้วรู้สึกเจ็บปวดมาก
แต่ผ่านไปสักพัก

ก็ใช่เนอะ ผ่านไปแล้วนี่
ถึงจะมีเรื่องดี รึไม่ดีเกิดขึ้นระหว่างทาง
แต่ก็ผ่านมาและก็ผ่านไปแล้ว
emo


โดย: ใครกัน...นั่งอยู่ตรงนี้ วันที่: 14 กันยายน 2550 เวลา:17:35:00 น.  

 
ผมว่า ความเป็นจริงและปัจจุบัน
บางทีก็สบายจัง แต่บางครั้ง ก็โหดร้ายจริง


โดย: กุมภีน วันที่: 14 กันยายน 2550 เวลา:20:00:28 น.  

 
ขอบคุณครับที่แวะไปเยี่ยมเยียน ผมก็คิดเหมือนคุณกุมภีนเลยนะนี่


โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 14 กันยายน 2550 เวลา:20:34:21 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่แอสตัน
..
"อยู่กับความจริงค่ะ"
..
..
เห็นหัวข้อแล้วคิดถึงหนังเรื่องนี้จังยังพอจะมีวางขายที่ไหนไหมคะพี่?


โดย: azamiya วันที่: 14 กันยายน 2550 เวลา:21:55:25 น.  

 
เพลงเพราะ...^^


โดย: Q.NUH วันที่: 14 กันยายน 2550 เวลา:23:59:57 น.  

 
คุณ Q << ก็งี้แหละ.. วัยมันให้ 5555

azamiya << Reality Bites นี่ พี่ไม่ค่อยเห็นนานแล้ว ลองไปดูในเว็บของร้าน บูมเมอแรงดีวีดี กับ "อมรมูฟวี่" ก่อนก็ได้

search หาจาก กูเกิล เอาน่อ คุณน้อง

Johann sebastian Bach << ขอบคุณนะครับ

อาจารย์เข้ << มองในทางโลก ..ถูกเผงเลยอาจารย์

เพียงแต่ถ้ามองในทางธรรม มันไม่แน่อ่ะ

เคยมีพระสูตรอันนึง เรื่องของนางปฏาจาฬา
เธอเสียทั้งสามี และลูกสองคนไปหมดสิ้นในวันเดียว

ถามว่า ความไม่แน่นอนของชีวิต คนเราจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ คือความจริงไหม
.. จริงครับ โหดร้ายจังไหม .. โอ.. โหดมากครับ

โหดจนนางกลายเป็นบ้ามาอ้อนวอนขอให้พระพุทธเจ้าชุบชีวิตให้สามีและลูก

แต่พระพุทธเจ้าท่านก็สอนนางว่า .. ให้อยู่กับความจริง อยู่กับปัจจุบันด้วยสติ

เพราะไม่เคยมีบ้านไหนที่ไม่เคยมีพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ญาติพี่น้อง ลูกหลาน แล้วไม่มีใครตายเลย

อันนั้นก็คือความจริง ..
ทุกคนเกิดมาพบกัน เพื่อจะพลัดพราก ไม่วันใดก็วันนึง ..อันนี้ก็คือความจริง
ที่ทั้งโหดร้าย และน่ากลัว

แต่ถ้ายอมรับมันได้ว่า นี่เป็นสัจธรรมที่เลี่ยงไม่ได้
มันก็สบายใจไปเปลาะนึงน่ะ อาจารย์

นางปฏาจาฬา นี่ตอนหลังบรรลุธรรม บวชเป็นภิกษุณี และสำเร็จอรหันต์ด้วยนะครับ

ใครกัน...นั่งอยู่ตรงนี้ << ที่เจ็บปวดมากเท่าไหร่ แปลว่า.. เราฝืนความจริงมากเท่านั้น

ที่จริง ก็อย่างที่คุณเห็นภายหลัง ว่าเขาพูดถูกแล้ว
อะไรที่ผ่านไปแล้ว ก็ให้มันผ่านไป ดีกว่า
อย่าไปฟื้นฝอยหาตะเข็บ มันจะเจ็บใจเปล่า

อยู่กับความจริง อยู่กับปัจจุบัน อย่างรู้เท่าทัน เป็นกลาง และไม่แทรกแซง แต่ต้องไม่ปรุงแต่งด้วย

แล้วจะสบายครับ .. เชื่อดิ

พื้นที่สีเขียว << ขอให้โชคดีกับต้นไม้ และการเดินทางครับ

Professional << ถูกต้องแล้วจ้า คุณหมออัง


คุณจิ๋วนิด << แม่นละเจ้า..... เราทำอะไรไม่ได้
นอกจากทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

คุณ"รอยคำ" << ขอบใจนะน้อง อุตส่าห์ตั้งชื่อบล็อคให้ใหม่ ไม่เลวแฮะ

I am just fine^^ << คนรวยนี่หน้าตาเป็นยังไงเหรอ

ในความเป็นจริง คนที่ดูรวยหลายคน ไม่ได้รวยจริงนะ
คนที่ดูมอซอ โทรมๆ บางคนเสียอีกที่รวยมาก

ถึงมีสำนวนว่า "ผ้าขี้ริ้วห่อทอง" ไง แอม..

แมวดูซ่าร์ << ดีใจที่ชอบ และขอบคุณที่แวะมาอ่านครับ

พี่แหม๋ว... << ถ้าสติแตก รู้ทันไวๆว่าแตก นะพี่
ถือศีลไว้ให้มั่นๆ โกรธได้ ไม่เป็นไร
แต่อย่าให้ล้นไปทางคำพูด และอย่าลงไม้ลงมือ

ฝึกๆไป จะเห็นว่า ความโกรธ ไม่ใช่ตัวเรา
เป็นสิ่งที่จิตปรุงขึ้นมาเอง และจะดับไปได้เอง

HoneyLemonSoda << ตกลงบล็อคผมเป็นยานอนหลับ ว่างั้น

ขอบคุณท่านอื่นที่มาอ่าน แต่ไม่ได้ลงชื่อด้วยครับ


โดย: aston27 วันที่: 15 กันยายน 2550 เวลา:8:45:37 น.  

 
คุณเอ็ดคะ...อย่างที่คุณบอกเลยค่ะ

เรามักจะสวนๆๆๆแบบที่คิดแป๊บๆออกไป

แล้วก้อจะ โฮ่โฮ่...หลุดไปหมดแย๊ว

ทำยากมากกกกกก...

พยายามอยู่ค่ะ


โดย: พี่แหม๋ว (ฟ้าคงสั่งมา ) วันที่: 15 กันยายน 2550 เวลา:12:34:12 น.  

 
"ถ้ายอมรับความจริงได้ว่า เราทำพลาดไป แต่ไม่ซ้ำเติมตัวเอง
แค่เข้าใจ ยอมรับผิด ไม่แก้ตัว ไม่มัวหาคำอธิบาย
ก็จะรู้สึกว่า ทุกข์ที่มา ก็มาเพราะเหตุอันควรแล้ว
มันก็จะไม่มีทุกข์ส่วนเกินให้กล้ำกลืนขนาดต้องฝืนทน"
"ถ้ายอมรับได้ว่าขมขื่น แต่ก็รู้ว่า ความจริงก็คือ
ความขมขื่นมีเหตุของมันอันสมควร
และมันอยู่ชั่วครั้งชั่วคราว แล้วก็จะผ่านไป.."

ขอให้บุญกุศลจากประโยคข้างต้น ส่งผลให้คุณพบแต่สิ่งดีๆ นะคะ

emo


โดย: myouzhny วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:12:46:15 น.  

 
".....เจอเหตุการณ์วันนี้แล้วก็ทำให้นึกถึงหนังประเภท sliding door, butterfly effect เลยค่ะ คิดอยู่ว่าถ้าวันนี้เราตัดสินใจขึ้นรถไฟอย่างทุกวัน แทนที่จะนั่งรถเมลล์อาจไม่โดนล้วงมือถือ (แต่ก็อาจโดนเอากระเป๋าตังค์ไปแทน) การตัดสินใจอย่างหนึ่ง จะส่งผลให้เกิดเหตุการณ์อย่างหนึ่ง แต่เราก็ไม่สามารถทำอย่างในหนังที่จะย้อนเวลากลับไปตัดสินใจใหม่ได้....."

เห็นด้วยกับประโยคข้างต้นครับ.....

วันนี้รู้สึกไม่ค่อยสดชื่นเท่าไหร่ เพราะพึ่งเสียรุ่นน้องที่รู้จักไปคนนึง จากเครื่องบินตกที่พึ่งเกิดขึ้นวันก่อนครับ

น้องเค้าความจริงจองตั๋วเครื่องบินไว้อีก Flight นึง แต่คงเป็นชะตาที่ถึงฆาตจริงๆ ที่เค้าจำ Flight ผิด มาถึงก่อนเวลา เลยขอสายการบินเปลี่ยนตั๋ว มาเป็นเที่ยวบินสายมรณะสายนี้

ลำดับที่นั่งเค้าลำดับที่ 71 กลางลำพอดี เมื่อเช้าเพื่อน MSN มาบอกก็ใจหาย ไม่คิดว่าจะมาเกิดกับคนที่รู้จักกัน

ปล.เพลงนี้เพลงโปรดแม่ผมเลยนะนั่น แม่ผมร้องทุกวันเลย เชื่อป่ะ


โดย: Tony KooN (tk_station ) วันที่: 17 กันยายน 2550 เวลา:23:06:55 น.  

 
มาตามเก็บแง่คิดดีๆ ค่ะ emo

ขอบคุณที่เขียนเรื่องดีๆ ให้อ่านอยู่เรื่อยๆ นะคะ emo

เสียใจกับรุ่นน้องของคุณ Tony Koon ด้วยนะคะ


โดย: Melody of You วันที่: 18 กันยายน 2550 เวลา:11:14:11 น.  

 
จะลองหาดูขอบคุณนะคะคุณพี่ ^^
..
..
ลืมไปซะนานพอเห็นก็อยากดูอีกเลยล่ะค่ะ


โดย: azamiya วันที่: 18 กันยายน 2550 เวลา:21:05:04 น.  

 
โลกแห่งความจริง มักจะเจ็บปวดและโหดร้ายเสมอ


โดย: ผุ๋งผิ๋ง วันที่: 20 กันยายน 2550 เวลา:1:11:32 น.  

 
อยู่กับปัจจุบันมันยากจริงๆ นะคะ
เพราะมัวแต่ไปยึดติดกับอดีตอยู่..


โดย: mint_candy วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:16:33:49 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.