Group Blog
 
All blogs
 
ลมหนาว 5 วัน กับบทเรียนของผม



(รูปจาก FWD mail ไม่ทราบที่มาครับ)
ก่อนอื่นต้องบอกว่าเสียดายที่ไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปไปด้วย
เพราะไม่รู้ว่าที่นั่นจะมีอะไรให้ถ่ายนักหนา ประกอบกับเกรงใจชาวประชา
เดี๋ยวเขาจะว่า ไปภาวนา ทำตัวเหมือนนักท่องเที่ยวไปงานพืชสวนโลก

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ผมไปอยู่ภาวนาที่วัด แต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่เหมือนกับแบบนี้

ปกติ จะเจอผู้เจอคนเป็นหลักร้อย น้อยๆ ก็หลักยี่สิบกว่าๆ แต่เที่ยวนี้มีแค่สามคน

ไม่แปลกใจที่ตอนนี้คิวผู้ต้องการไปอยู่ภาวนาที่วัดจะยาวไปถึงกลางปีหน้าแล้ว

อาจารย์ผม ท่านไม่เน้นปริมาณ เพราะท่านเคยเปรยว่า เรียนกรรมฐานให้ดี ต้องฝึกตัวต่อตัว

คำถามที่เจอบ่อยมากหลังจากกลับมาคือ.. แต่ละวันทำอะไรมั่ง
ถ้าท่านเข้าใจว่า 5 วันที่ผ่านมา ผมคงนั่งสมาธิตะบี้ตะบัน ทั้งวัน
หรือเดินจงกรมจนน่องโป่ง อันนี้บอกได้เลยว่า..ไม่ใช่น่อ..

ต้องเข้าใจก่อนว่า มนุษย์แต่ละคนมีจริตไม่เหมือนกัน ความถนัดในการเลือกวิธีการภาวนาก็ต่างกัน

หลวงพ่อที่ผมไปเรียนด้วย ท่านชี้มาว่า ผมมันพวกคิดมาก ให้ดูจิตไปน่ะเหมาะแล้ว
ไม่จำเป็นต้องไปฝึกพวกดูกาย ที่ต้องอาศัยพื้นฐานการทำสมาธิมาก

ที่นั่นเขาให้แต่ละคนอยู่กุฏิของตัวเองครับ มีห้องน้ำในตัวเสร็จสรรพ
มีตู้เสื้อผ้า มีเตียงซึ่งที่นอนเป็นยางพาราหนาแค่นิ้วเดียว นอนแล้วเจ็บเป็นบ้า

ตอนก่อนไปก็คิดว่า เราก็ภาวนาใช้ได้นะ แต่เอาเข้าจริงๆ ถ้านับวันนึงๆ เป็นยก เหมือนมวย
ต้องบอกว่า 3 ยกแรก ผมโดนต้อนเสียหาทางกลับมุมแทบไม่เจอ

เย็นวันที่สาม หลังจากโดนกิเลสตัวเองต้อนจนน่วมนั่นแหละ
ถึงออกมาเดินเล่นที่ลานหน้าโบสถ์ นั่งดูท้องฟ้า ดูภูเขา ดูรูปปั้นหลวงปู่ดูลย์ ท่ามกลางพระอาทิตย์ตกดิน
ถึงได้เห็นว่า ที่ทำมาเกือบ 3 วัน มันผิดมาเกือบหมด

หลังวัด มองจากหน้าต่างกุฏิด้านนึงของผม มีต้นไม้ใหญ่มากๆ อยู่หลายต้น

ตอนลมแรงๆ ผมนั่งดูต้นไม้ไปก็สังเกตใจตัวเองไป แล้วก็สังเกตอะไรได้อย่างนึง

คือจริงๆแล้ว ผมควรจะดูจิตตัวเองเหมือนดูต้นไม้ต้นนั้นแหละ
มันโดนลมป้อไป ป้อมา จนสะบัดไหว กิ่งกวัดไกวแทบหักมิหักแหล่
แต่พอลมหยุด มันก็กลับมานิ่งเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เข้าใจแบบนั้น แล้วก็เห็นว่า เรายังปฏิบัติแบบพยายามไปแทรกแซง
พอเห็นว่าจิตฟุ้ง ก็ไม่ชอบ จิตตก ก็ไม่ชอบ พยายามหาทางแก้
พอเห็นว่าจิตดี ก็ยินดี จิตมันสว่างขึ้นก็ชอบ อยากให้มันเป็นอย่างนั้นนานๆ

หลวงพ่อมาแคะให้ในเช้าวันต่อมาว่า คนมาอยู่ภาวนา มักจะพลาดเหมือนๆกัน

คือ "ตั้งใจ" มากเกินความจำเป็น ลืมรู้ทันว่า เบื้องหลังความ "ตั้งใจ" คือความ "อยาก"
อยากปฏิบัติ อยากได้สภาวะดีๆ อยากเก่งขึ้น อยากนิ่ง อยากมีปัญญา

ท่านบอกว่า.. จุดอ่อนของนักปฏิบัติคือ การเข้าใจว่า การปฏิบัติ
คือการต้อง "ทำ" อะไรสักอย่าง ที่เหนือธรรมดา เพื่อให้ได้สิ่งที่เหนือธรรมดา

ทั้งๆ ที่ธรรมะ เป็นของธรรมดามาก เป็นของที่อยู่ต่อหน้าต่อตา
แต่ใจเรามักจะปฏิเสธธรรมะ แล้วพยายามสร้างอะไรที่มันเหนือธรรมดา
อยากรู้ธรรม อยากได้ธรรม แต่ปฏิเสธธรรมของจริง ไปสร้างของปลอมๆขึ้นมา

ลืมนึกไปว่า ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไปนี่มันเหนือธรรมดาตรงไหนเหรอ

เห็นจิตที่ดีก็อยากให้มันเที่ยงทนถาวร
เห็นจิตไม่ดี หมองๆ มัวๆ ก็รังเกียจ
พยายามแก้ พยายามซ่อมมัน

เพราะเรามักจะอยากให้อะไรๆมันดีถาวร สุขถาวร
พอมันเสื่อม มันดับไปตามธรรมชาติ
ก็ทุกข์กันเห็นๆไม่มีอะไรพิสดารหรอก

วิปัสสนา แท้ๆ เราดูกันแค่นั้นแหละครับ
วิปัสสนา ไม่ได้แปลว่านั่งหลับตา ขัดสมาธิ กำหนดลมหายใจอย่างนั้นอย่างนี้

แต่คือการดูให้เห็น ดูให้ประจักษ์ว่า ไอ้กายนี้ จิตนี้ มันมีธรรมชาติของมันอย่างนั้น
คือมันมีการทำงาน มีสภาวะต่างๆเกิดขึ้น
แล้วมันก็อยู่ชั่วขณะ แล้วก็ดับ

สภาวะที่ดี เป็นกุศล เกิดแล้วก็ดับ
สภาวะที่ไม่ดี เป็นอกุศล เกิดแล้วก็ดับ
สำหรับวิปัสสนา ท่านจึงว่า ถ้าจะเดินปัญญาได้
ก็ต้องรับรู้สภาวะต่างๆด้วยใจที่เป็นกลาง

แต่ก็อีกนั่นแหละ.. จิตมันจะไม่เป็นกลางเราก็สั่งมันไม่ได้
หน้าที่จึงมีแค่คอยรู้ทัน ความไม่เป็นกลาง
แล้วจิตดวงที่เกิดหลังๆ มันจะค่อยๆเรียนรู้จะเป็นกลางเอง

หลวงพ่อบอกว่า จับหลักให้แม่นๆ แล้วจะง่าย
คือรู้เท่าทันปัจจุบันโดยไม่แทรกแซง

ทุกข์มีไว้รู้ ไม่ได้มีไว้(อยาก)ละ
จะให้ทุกข์ดับ ต้องไปละที่ตัวความอยาก
ซึ่งคือสาเหตุแห่งทุกข์

ความอยากจะละได้ด้วยสัมมาสติ การมีสติตั้งมั่นในกาย ในจิต

จะดับไฟต้องดับที่ตัวเชื้อไฟ ไม่ใช่ไปหาทางกำจัดควัน

งง ก็รู้ว่างง สงสัยรู้ว่าสงสัย
จิตมันวิ่งไปคิดหาคำตอบ ก็รู้ทันมันนะครับ ว่ามันวิ่งไปทำงาน

มีวันนึงผมนั่งนับว่าชั่วโมงนึงจิตผมมันแว้บบบบ ไปคิดอะไรเอง
โดยที่เราไม่ได้สั่งให้มันคิดน่ะ กี่ครั้ง

เชื่อไหมว่า น้อยที่สุด คือ สามร้อยกว่าครั้ง
เฉลี่ยอยู่ที่ สี่ร้อย สูงสุดคือห้าร้อยยี่สิบสามครั้ง
ไว้ว่างๆลองดูของตัวเองสิ

ที่นั่นอากาศหนาวเอาการครับ ต้องใส่ถุงเท้าตลอดเวลา ยกเว้นเวลาอาบน้ำ

ลมที่นั่นแรงมาก แรงจนเสียงอื้ออึง ชนิดต้องหวั่นว่า หลังคากุฏิจะทนไหวไหม

ไอ้ที่หนาวจริงๆ มันหนาวเพราะลมนี่แหละ แถมยังทำให้นอนลำบากเพราะเสียงลมดังทั้งคืน

เล่าให้ฟังพอสังเขป ก็แล้วกันนะครับ
อ้อ.. ลืมบอกไป อยู่โน่น นอน 2 ทุ่ม ตื่น ตี 5 กว่าๆ บางวันก็ 6 โมง เวลานอนไม่โหดครับ

แต่กลับมานี่สิ ตี 1 แล้วยังไม่ได้นอนเลย มิน่า ง่วงจัง

ไปนอนกันเถิด จะเกิดผล




Create Date : 23 ธันวาคม 2549
Last Update : 27 ธันวาคม 2549 19:32:23 น. 34 comments
Counter : 735 Pageviews.

 
อนุโมทนาบุญกุศลที่ได้จากการปฏิบัติธรรมครั้งนี้ด้วยจ้ะน้า


โดย: มะลิ IP: 58.8.89.69 วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:2:02:09 น.  

 
รู้สึกดีจังเลยค่ะ เวลาได้ยินหรือรับรู้ว่ามีผู้ไปปฏิบัติธรรมมา

ถ้าตัวเองมีโอกาสก็อยากไปเหมือนกันค่ะ เพราะปกติแล้ว เวลาจิตตกที ก็จะใช้หลักทางธรรมแก้ให้ที ซึ่งเราเองก็ยังไม่ลึกซึ้งนัก...

ภาพต้นไผ่สวยมากค่ะ...เห็นแล้วรู้สึกสงบ เย็นๆ ดี



โดย: renton_renton วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:7:18:59 น.  

 
อนุโมทนาค่ะ


โดย: มิงกุ IP: 58.8.84.53 วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:7:49:08 น.  

 
อนุโมทนาโตยเน้อ


โดย: NNN IP: 72.89.192.224 วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:9:53:08 น.  

 
ไม่ได้เข้ามาพักใหญ่เลยค่ะ
ไม่รู้ยังจำกันได้มั้ย แหะ แหะ

ยังไงก็อนุโมทนากับกุศลกรรมครั้งนี้ด้วยนะคะ

ปล. ชอบ The way we were เวอร์ชั่นนี้จังค่า


โดย: อิ๊อ๊ะ IP: 124.121.72.98 วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:10:34:00 น.  

 
ชอบประโยคนี้ครับ
"ทุกข์มีไว้รู้ ไม่ได้มีไว้(อยาก)ละ
จะให้ทุกข์ดับ ต้องไปละที่ตัวความอยาก
ซึ่งคือสาเหตุแห่งทุกข์"

เคยเจอกับตัวเองครับ
พยายามคิดละทุกข์ พอทำไม่ได้
ก็เลยกลายเป็นความทุกข์เพราะละทุกข์ไม่ได้

อนุโมทนาด้วยครับ


โดย: Tony KooN (tk_station ) วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:13:46:30 น.  

 
ดีใจด้วยค่ะ ที่มีโอกาสได้ไปปฏิบัติธรรม ปีใหม่นี้น่าจะเป็นปีใหม่ที่มีความสุขแบบ สงบสุข สำหรับคุณ

สวัสดีปีใหม่ค่ะ


โดย: goldfish memory (goldfish memory ) วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:14:28:41 น.  

 
พี่คะ แบบว่าสงสัยอ่ะเป็นเจ้าหนูจำไม คือเหมือนเคยอ่านเจอว่าหลวงปู่ดูลย์บอกว่าให้ทำสมาธิจนเกิดญาณก่อนแล้วจึงค่อยเอาญาณนั้นมาดูจิต ตอนไปกราบหลวงพ่อมนตรีท่านก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่าอย่าทิ้งสมถะ สติอ่อนเพราะสมาธิอ่อน สมาธิเป็นบาทฐานให้วิปัสสนา

จากที่อ่านๆ มาเหมือนพี่ไม่ต้องฝีกสมาธิก่อน คือไปถึงก็ดูจิตกันไปตรงๆ เลย ข้าพเจ้าก็เลยสงสัยว่าที่สวนสันติธรรมนั้นตารางฝึกวันๆ นึงเป็นยังไงบ้างเหรอคะ สนใจอยากทราบรายละเอียดน่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ


โดย: kittykitten IP: 58.8.140.5 วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:15:57:31 น.  

 
เข้ามาอนุโมทนาสาธุร่วมกับพี่ครับ
แค่อ่านตามผมก็เริ่มต๊อแต๊ที่จะทำบ้าง ขนาดนั่งสมาธิห้านาทีผมยังหลับเลย
ตอนที่พี่ไปทำภาวนา ลมหนาวก็มาเยือนพอดี เหมือนมีมารผจญ
โชคดีที่ไม่ป่วยไข้นะครับ อนุโมทนาอีกรอบ

ไหนๆผมก็เสนอหน้ามาวันนี้แล้ว ขอซักหน่อย
เมอร์รี่คริสมาสต์ครับพี่


โดย: sTRAWBERRY sOMEDAY วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:19:14:15 น.  

 
คิตตี้ คิทเท่น สงสัยแล้วรู้ทันจิตที่สงสัยหรือยัง

บอกแล้วไง ว่าจริตคนเราแต่ละคนต่างกัน
เอาเป็นสูตรสำเร็จไม่ได้ หลวงพ่อก็เคยบอกไม่ใช่เหรอ
ว่าหลวงปู่ดูลย์เองก็สอนศิษย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน
บางคนท่านให้เดินฌาน ทำสมถะก่อน บางคนท่านให้ดูผมเส้นเดียว
แบบของหลวงพ่อไปเรียนกับท่าน ท่านก็ให้ดูจิต

สมถะ เป็นตัวเสริมวิปัสสนานั่นถูกต้องแล้ว
แต่พวกที่จริตเหมาะกับการดูจิตแบบพี่ ไม่เหมาะกับการนั่งสมาธิเป็นอาชีพ
พี่นั่งแค่ เช้านิดนึง เย็นนิดนึง สั้นๆ
ที่เหลือก็แค่ดูลมเข้าออกพอให้จิตเป็นสมาธิ
หลังจากนั้น ก็ไปคอยรู้การหนีไปทำงานของจิต แว้บๆๆๆ

คิตตี้ อย่าเอาวิธีการสอนของอาจารย์ ท่านใดมาเป็นหลักเกณฑ์
เพราะที่เธอได้ยินมา มันเป็นการที่ครูบาอาจารย์ท่านนั้น ท่านสอนศิษย์คนอื่น

หรืออย่างหลวงพ่อสอนพี่ กับสอนคนอื่นๆ ก็มีคำแนะนำต่างกัน
ท่านย้ำเสมอว่า ธรรมะ เป็นเรื่องเฉพาะตัว แต่ละคนจริตไม่เหมือนกัน

แม้แต่กับตัวพี่เอง ในแต่ละช่วงเวลา ท่านก็จะให้การบ้านไม่เหมือนกัน
บางช่วง ท่านจะบอกให้ไปเพิ่มการสวดมนต์ เดินจงกรม นั่งสมาธิ ทุกเช้า

บางช่วงท่านจะให้ปล่อยหลงไป ไม่บังคับไว้ เพราะจิตพี่นิ่งเกินไป เนื่องจากเพ่งมาก

มีคราวนี้ ที่ท่านบอกว่า ไม่ต้องเดินก็ได้ เพราะพี่บอกเดินแล้วฟุ้ง จนอึดอัด
ท่านให้ไปนั่งดูความไม่เป็นกลางของจิต ที่อยากให้มันหายฟุ้ง หายอึดอัดแทน

มะลิ มิงกุ แหนมเนือง คุณอิ๊อ๊ะ คุณตู่ คุณคูน สาธุ สาธุ ขอให้ได้รับผลบุญร่วมกันนะครับ

คุณ renton เริ่มจากการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทำความเข้าใจก่อนก็ได้ครับ

ไว้ผมจะทะยอยเขียนเรื่องความเข้าใจเบื้องต้นให้ กำลังลำดับความคิดอยู่ครับ

คุณความจำปลาทอง ขอบคุณครับ

สวัสดีปีใหม่กันเลยเหรอครับ นี่กะจะไม่เข้าอีกเลย จนกว่าจะปีใหม่เลยเหรอ


โดย: aston27 วันที่: 24 ธันวาคม 2549 เวลา:23:56:02 น.  

 
ตอบคุณ​kittykitten

หลวงพ่อไม่ได้สอนว่าให้ทิ้งสมาธิแล้วรู้จิตเข้าไปโดยตรงเลยค่ะ
ท่านสอนให้ดูจิตเขาไปโดยตรงก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องทำสมาธิ
การปฏิบัติในรูปแบบเป็นสิ่งจำเป็นค่ะ พระอาจารย์หลายๆท่านได้พูดถูกแล้ว
เพียงแต่ว่าจริตของคนที่ต่างกันทำให้วิธีของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ที่ท่านบอกให้ดูจิตเข้าไปโดยตรงเลยเพราะเป็นคนคิดมากนั้น
ก็ต้องมีบาทฐานที่เป็นศีล สมาธิมาก่อน มีทุนมาก่อนนั่นแหละ
และท่านก็เพียงแนะนำว่าเราควรจะดูอะไรที่จะเห็นชัด
ซึ่งประเด็นอีกอย่างสำหรับคนที่ทำสมาธิมานานๆคือ
ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงขั้นโน้นขั้นนี้แล้วค่อยเอาจิตมารู้
แต่เราสามารถรู้ไปได้เลยโดยไม่ต้องรอพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้

ไม่ได้แปลว่า ไม่ต้องทำสมถะแล้วมาทำวิปัสสนาอย่างเดียว ^^

ไม่เคยไปสวนสันติธรรมนะคะ แต่ว่าเคยไปปฏิบัติแบบนี้ที่บุญญาวาส
ซึ่งคงจะเหมือนกันตรงที่ ไม่มีตารางฝึกค่ะ
ในทุกๆวันเราจะเป็นคนกำหนดเองว่าเราจะปฏิบัติอย่างไร รูปแบบไหน
บางคนถนัดนั่งสมาธิก็นั่งสมาธิ บางคนถนัดจงกรมก็จงกรม
จะใช้เวลาตรงไหนนานแค่ไหนก็แล้วแต่จะออกแบบให้ตรงกับตัวเอง


โดย: มิงกุ IP: 61.91.193.233 วันที่: 25 ธันวาคม 2549 เวลา:0:05:02 น.  

 
สงสัยจะเป็นเพราะไปปฏิบัติธรรมนี่เอง พี่ถึงจัดรายการแบบแถมตั้งครึ่งชั่วโมง


โดย: strawberry machine gun วันที่: 25 ธันวาคม 2549 เวลา:9:06:23 น.  

 
วิปัสสนาช่วยท่านได้ เอิ๊กๆ (ช่วยได้จริงๆนะไม่ได้พูดเล่น)


โดย: อุนากัณ วันที่: 25 ธันวาคม 2549 เวลา:16:28:01 น.  

 
มาอนุโมทนากะเขาด้วยค่า



โดย: แพ็ท IP: 124.157.138.249 วันที่: 25 ธันวาคม 2549 เวลา:18:13:19 น.  

 
อนุโมทนาครับ
ไม่ได้ไปส่งการบ้านท่านอาจารย์มานานแล้วเหมือนกัน


โดย: สะเทื้อน วันที่: 25 ธันวาคม 2549 เวลา:19:20:47 น.  

 
เ่อ่อ...หนู กลัว ผี ค่ะ
มีแบบนั่งสมาธิเป็นคู่ นอนเป็นคู่ อาบน้ำเป็นคู่ไหมค่ะ


โดย: Thebrightestsunisthepurestgun วันที่: 25 ธันวาคม 2549 เวลา:19:32:44 น.  

 
ขอบคุณมิงกุ ครับ

สาธุ กับท่านที่มาอนุโมทนาอีกรอบนะครับ

น้องนุ่นเอ๊ย.. กลัวผี กลัวผี แล้วทำไมชอบเอารูปผีใส่บล็อคตัวเองล่ะ เหอๆๆๆ



โดย: aston27 วันที่: 25 ธันวาคม 2549 เวลา:23:14:22 น.  

 
ยังชอบอ่านที่พี่เขียนเรื่องธรรมะครับ
ผมก็พยายามเอาไปใช้ทุกที


โดย: King Of Pain วันที่: 25 ธันวาคม 2549 เวลา:23:39:15 น.  

 

Photo by zardamon


โดย: เรียกข้า... ซาดาโกะ! (zardamon ) วันที่: 26 ธันวาคม 2549 เวลา:12:57:43 น.  

 
นี่มันเพลงพี่ชายที่แสนดีนี่นา!!

ยินดีกับพี่เอ๊ดด้วยค่ะที่เข้าใจธรรมชาติของธรรมชาติ
ปล. เมอรี่คริสต์มาสย้อนหลังแล้วก็สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้า (เผื่อมัวแต่ไปแรดไม่ได้มาสวัสดีเมื่อถึงเวลา) นะคะ


โดย: อรุ IP: 58.9.28.14 วันที่: 26 ธันวาคม 2549 เวลา:18:13:10 น.  

 
พี่เอ๊ดๆๆๆ เมื่อกี๊เพิ่งอีเมลไปหา เช็คด้วยนะคะ


โดย: อรุ IP: 58.9.28.14 วันที่: 26 ธันวาคม 2549 เวลา:18:16:11 น.  

 
ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆ ครับพี่ ดีใจอ่ะ
แล้วผมจะให้อะไรพี่ดีละทีนี้
เดี๋ยวไปหาก่อนครับ


โดย: King Of Pain วันที่: 26 ธันวาคม 2549 เวลา:23:25:11 น.  

 
คุณขาม ไม่ต้องหาอะไรให้พี่หรอก

อรุ ตอบเมล์ไปแล้วเน้อ


โดย: aston27 วันที่: 27 ธันวาคม 2549 เวลา:2:37:09 น.  

 
อนุโมทนาบุญด้วยคนค่ะ


nycard5


สุขสันต์วันคริสต์มาสย้อนหลังแล้วก็สวัสดีปีใหม่ด้วยนะคะ :)



โดย: DropAtearInMyWineglass IP: 62.20.114.45 วันที่: 27 ธันวาคม 2549 เวลา:4:09:33 น.  

 
นอน 2 ทุ่ม ตื่น ตี 5 กว่าๆ บางวันก็ 6 โมง..

อืม ดีจังเลยค่ะ ได้นอนตั้งเกือบสิบชั่วโมงแน่ะ

สงสัยกลับมาหน้าตาคงสดชื่นเพราะอิ่มบุญแล้วก็ได้พักผ่อนนอนหลับเยอะ


โดย: random-4 วันที่: 27 ธันวาคม 2549 เวลา:13:30:03 น.  

 
อรุ แร่ด-เริ่ด ไร พูดจาไม่ไพเราะ

ผีเผอที่ไหนคะพี่ ไม่มี๊ไม่มีไม่เคยโพสต์ มีแต่ภาพงามๆ (เหมือน จขบ.)

พี่ขามหาเคโรโระให้พี่แอสตันสิคะ แก๊งค์กบจะได้มีดีเจใจดีเป็นสมาชิกใหม่


โดย: N o o n IP: 125.25.191.75 วันที่: 27 ธันวาคม 2549 เวลา:18:58:23 น.  

 
คุณอาย กลับเมืองไทยเมื่อไหร่ครับ

คุณ random -4 หน้าใสเด้ง อยู่สองวัน
ตอนนี้เริ่มนอนดึก 2 คืนติดละ

กลับสู่วงจรนกฮูกอีกแล้ว

เคโรโระ อะไรนุ่น ตุ๊กตาเหรอ ??


โดย: aston27 วันที่: 27 ธันวาคม 2549 เวลา:19:42:41 น.  

 
step for by doing good for a gloriour future...สาธุ สาธุ สาธุ


โดย: อากาศธาตุ IP: 125.24.155.24 วันที่: 28 ธันวาคม 2549 เวลา:10:38:55 น.  

 
อนุโมทนาด้วยครับ คุณEd

แฟนผมเขาเรียกการไปปฏิบัติธรรมนี่ว่าการชาร์จแบต หวังว่าแบตคงเต็มเลยนะครับ และกลับมาจากหัวหินด้วยความปลอดภัย

สวัสดีปีใหม่ครับ


โดย: พี่ปุ้ม IP: 58.136.85.96 วันที่: 31 ธันวาคม 2549 เวลา:20:27:06 น.  

 
สาธุครับ คุณอากาศธาตุ และพี่ปุ้ม

สวัสดีปีใหม่ด้วยครับ


โดย: aston27 วันที่: 3 มกราคม 2550 เวลา:8:44:06 น.  

 
จะรู้จักกันอะป่าวน้อ
เจอหน้ากันที่สันติธรรม

แล้วทักว่า "คนนี้เองรึ Aston"
ขออนุโมทนาที่ได้ไปปฏิบัติธรรมที่นั่น

พี่คงต้องรอหลังกลางปีแล้วอะจิ
คนอื่นเขารอบ 2 กันแย้ว

จำพี่ได้ป่าว


โดย: สาวิกา IP: 124.120.97.134 วันที่: 3 มกราคม 2550 เวลา:21:20:03 น.  

 
โห... คนทักผมตั้งหลายคนครับพี่ แหะแหะ
ต้องขอโทษด้วยนะครับ แต่ไว้เจออีกที คงจำได้ล่ะครับ


โดย: aston27 วันที่: 11 มกราคม 2550 เวลา:0:07:26 น.  

 
อ๊ะ อ้าว มาตอบอยู่ที่นี่
พี่ไปทักทายไว้อีกครั้ง คงยังจำไม่ได้เหมือนเดิม ..อิอิ
ก็คนเนื้อหอม ชื่อเสียงโด่งดัง คนก็ทักเยอะอะจิ
จำกันม่ายได้ ก็ม่ายเป็นไร
ไว้มีโอกาสเจอกันอีก แล้วจะทักใหม่ละกัน 555


โดย: สาวิกา IP: 124.120.98.124 วันที่: 14 มกราคม 2550 เวลา:16:15:52 น.  

 
อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ


โดย: O IP: 116.58.231.242 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:16:34:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.