Group Blog
 
All blogs
 
แผลเป็น



เมื่อวันที่เขามีงานแจกรางวัลแกรมมี่ สักสองสัปดาห์ก่อน
ผมเห็นนักร้องผิวสีชื่อ Seal ไปร่วมงานด้วย พร้อมกับแฟนสาว ไฮดี้ คลูม

ใครที่รู้จักหนุ่มคนนี้ คงนึกออกว่า เขามีรอยแผลเป็นรอยใหญ่มากบนหน้าของเขา
ซึ่งได้มาจากการต่อสู้กับโรค Discoid lupus erythematosus (DLE)



ไม่ต้องบอกก็คงเดาได้ว่า ในบรรดาแผลเป็นทั้งหมด
แผลเป็นบนใบหน้าเป็นส่วนที่เห็นชัด และง่ายที่สุด

สมัยเด็ก ซีลเกลียดแผลเป็นของเขามาก เขาอาย เขาขมขื่น
เขาเจ็บปวดที่เห็นสายตาใครๆเวลามองแผลเป็นบนหน้า และทุกครั้งที่เห็นหน้าตัวเอง

กระทั่ง เมื่อเขาโตขึ้น เขาเริ่มยอมรับและชินกับการที่มีมัน ทีละน้อยๆ
จนเมื่อเขามีโอกาสจะทำศัลยกรรมเพื่อตกแต่งผิวหน้า ลบรอยแผลเป็นออก
ซีลกลับเลือกที่จะเก็บแผลเป็นบนหน้าไว้อย่างเดิม

เขาบอกว่า เขาเห็นว่ามันเป็นส่วนนึง ที่ทำให้เขาพิเศษและแตกต่าง

ผมนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เมื่อตอนค่ำ ระหว่างนั่งรออาหาร ในร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งนึง

ชีวิตเราส่วนมาก มีแผลเป็นกันทั้งนั้นนะครับ จะมากจะน้อย รอยเล็กบ้างใหญ่บ้าง
จะยอมรับไม่ยอมรับ เปิดเผยหรือปกปิด คิดมากหรือคิดน้อย
ส่วนมากเราคอยแต่จะเกลียดที่มีมัน และคอยหาวิธีกำจัดมัน
มากกว่าจะเข้าใจว่ามันคืออดีต ยอมรับว่ามันเกิดขึ้น และมีสติว่ามันจบไปแล้ว

แผลเป็นในชีวิตของผม จะว่าไป ก็ใหญ่ไม่แพ้แผลเป็นบนหน้าของซีลนั่นแหละ
ผมก็เป็นเหมือนซีลในวัยเด็ก ที่หวานอมขมกลืนกับแผลเป็นของตัวเองอยู่นานนับปี

จนกระทั่งผมเริ่มเข้าใจ แก่นของพุทธศาสนามากขึ้นๆ
อย่างวิปัสสนาที่ผมสนใจ มีหลักสำคัญอยู่ข้อนึงว่า..
ให้มีสติรู้กายรู้ใจอยู่ในปัจจุบัน ..

เคยอ่านมาจากที่ไหนสักที่ นานมาแล้ว เขาบอกว่า
ธรรมชาติสร้างมนุษย์ให้มีตาสองตาไว้ด้านหน้า
เพื่อให้เรามองไปข้างหน้ามากกว่ามองมาข้างหลัง

เคยได้ยินใช่ไหมครับว่า.. อดีตคือภาพลวงตา อนาคตคือความฝัน ปัจจุบันคือความจริง

การมีความผิดพลาดในชีวิตที่ผ่านมา มีแผลเป็นน้อยใหญ่ก็ดี เจ็บมากเจ็บน้อยก็ตาม
ไม่สำคัญเท่ากับการยอมรับ ว่ามันคือส่วนหนึ่งของชีวิต
และมีสติรู้เท่าทันความจริง ว่าแผลเป็นในชีวิตมันก็แค่อดีตที่จบไปแล้ว

วันนี้ใช้เพลงประกอบจากหนังเรื่อง cinema paradiso ฝีมือของ เอนนิโอ โมริคอร์นี ที่เพิ่งคว้ารางวัลออสการ์ตัวแรก

และเป็นรางวัลเกียรติยศ เนื่องจากเขาทำเพลงประกอบหนังมาหลายสิบปี
เข้าชิงออสการ์มาหลายครั้ง แต่ไม่เคยได้เลย จนกรรมการเห็นว่า เอนนิโอ อายุมากแล้ว สมควรจะได้ออสการ์เสียที

ถ้าคนแบบ ปีเตอร์ โอทูล หรือเอนนิโอ โมริคอร์นี จะคิดว่า การไม่เคยชนะรางวัลออสการ์เป็นแผลเป็นอย่างหนึ่งในชีวิต

เขาก็คงจะมีความสุขกับชีวิตน้อยลง โดยไม่จำเป็น
เพราะการได้ใช้ชีวิตแต่ละวัน ได้มีโอกาสทำงานที่ตัวเองชอบ
ได้ทำในสิ่งที่ดีที่สุด ในแบบที่ตัวเองเป็น ก็เป็นรางวัลอันยิ่งใหญ่แล้ว

วันนี้ คุณมีความสุขน้อยลงกว่าที่ควร โดยไม่จำเป็นหรือเปล่าครับ



ส่วนเพลงที่สอง ต้องคลิกเองหลังเพลงแรกจบ อันนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวกับเรื่องเลย
แค่อยากแบ่งให้ฟังครับ





Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 15 มีนาคม 2550 23:24:26 น. 20 comments
Counter : 1913 Pageviews.

 
มีแผลเป็นที่หน้าเหมือนกันค่ะ ชัดมากด้วย ทำศัลยกรรมได้เหมือนกันนะ แต่ไม่ทำ ไม่ใช่เพราะขมขื่นอะไร เพราะกลัวเจ็บ แหะๆ

แต่แผลเป็นในชีวิตจริงๆคิดว่าไม่มีอะไรใหญ่โตมากมาย เดาว่าตัวเองโชคดีเนอะ


โดย: DropAtearInMyWineGlass วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:2:29:16 น.  

 
มีแผลเป็นที่แก้มซ้าย
.
.
(ก้น)




อ่านน้าฯบ่อย
แต่ไม่เหม็น

เอิ๊กๆ

เขียนได้ดีนาขรับ

(ชอบอ่านคนเหม็นด้วย)


อยากอ่านแบบเขียนไม่ได้ดี
อย่าลืม พด
ฮ่า


โดย: พด (นักเหงา....มืออาชีพ ) วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:6:37:15 น.  

 
"ยอมรับและคิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแล้วชีวิตจะมีความสุข"

อืม..ค่ะ

...

เมื่อคืนแวะไปบ้านคุณQตอนตีสอง คลาดกับคุณนิดเดียว


โดย: random IP: 125.24.171.82 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:7:52:13 น.  

 
เมื่อวานนี้เพิ่งคุยกับเพื่อนผู้ชายคนนึงถึงเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ :)

ถึงไม่ได้ลงรายละเอียดว่าแผลเป็นอะไรบ้างในชีวิตที่รบกวนจิตใจอยู่ แต่เพื่อนก็ฟันธงว่า "เธอแค่กลัวอนาคต" ซึ่งหลบไม่ได้ หลีกไม่พ้น จึงเปล่าประโยชน์โดยสิ้นเชิงที่จะกลัวต่อไป ฉะนั้นคำตอบเดียวคือ ควรเอาเหม่งโขกกำแพงหนึ่งทีโทษฐานคิดมาก แล้วก็วิ่งเข้าหาอนาคตได้แล้ว ไม่ว่าจะสมหวังหรือไม่ เราก็จะไม่เสียดายทีหลัง...เพราะไม่มีอะไรเจ็บปวดกว่าความเสียดายอีกแล้ว

ดีจัง ได้ข้อคิดสองวันติดเลย


โดย: Hobbit วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:9:42:57 น.  

 
ซีล...ไม่ธรรมดานะคะ

ยอมรับลูกที่ตัวเองไม่ได้ทำของไฮดี้

เขารักไฮดี้ที่เป็นตัวตนจริงๆพอๆกับไฮดี้
มองข้ามความไม่หล่อ
ภาวนาให้เขารักกันไปนานๆ

แผลเป็นที่เห็นได้ทั่วไป
ไม่เท่ากับแผลในใจน๊าพี่ว่า

แผลนอกตกสะเก็ดไปตั้งนานแล้ว

แต่

แผลในใจยังสดใหม่อยู่เลย พูดถึงคนอื่นล้วนๆ
ที่เคยเจอมา

ตัวพี่เองเหรอค๊ะ
มีอยู่ที่ท่อนแขนด้านขวา
ได้มาจาดการลื่นลงอ่างอาบน้ำตอนไปออสเตรเลีย
แผลเหวาะฉีก
ไม่ได้เย็บเลยเป็น สกา

ถ้าไม่ยกให้ใครดูเขาก้อจะไม่เห็น

ก้อเอาไว้เตือนใจ

ชีวิตนึงไปได้แผลเป็นจากออสเตรเลียเชียว

ภูมิใจตรงไหนเชี๊ยว


โดย: ฟอ รอ ฟัน..โช๊ะๆ IP: 58.8.12.142 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:06:21 น.  

 
มีแผลเป็นเยอะเหมือนกันค่ะ ... แต่ก้ออยู่ด้วยกันมานาน จนชินซะละ ไม่ได้รำคาญอะไร ก้อเหมือนส่วนนึงในร่างกายอะนะ .... ยอมรับในสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ .... ชีวิตก้อมีความสุขดีนี่เนอะ ....


โดย: หนูชล วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:28:00 น.  

 
คู่มือการดำรงอยู่อย่างสงบสุขที่ทุกคนมีแต่อาจหลงลืมที่จะนำมาใช้ในหลายๆครั้งก็คือ "ศาสนา" ค่ะ


โดย: azamiya วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:48:12 น.  

 
ขอบคุณข้อคิดดีๆนะคะ
ชอบคำถามนี้จัง
"วันนี้ คุณมีความสุขน้อยลงกว่าที่ควร โดยไม่จำเป็นหรือเปล่า??"


โดย: I am SeRaPh วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:38:53 น.  

 
อืม
อยากเข้าใจโลก เข้าใจชีวิต ให้ได้เมหือนอย่างที่คุณแอสตัน เป็นอยู่บ้างจังครับ
สงสัยผมจะห่างไกลจากศาสนาและหลักธรรม มากเกินไปจริงๆ

quoted
".....ถ้าคนแบบ ปีเตอร์ โอทูล หรือเอนนิโอ โมริคอร์นี จะคิดว่า การไม่เคยชนะรางวัลออสการ์เป็นแผลเป็นอย่างหนึ่งในชีวิต
เขาก็คงจะมีความสุขกับชีวิตน้อยลง โดยไม่จำเป็น
วันนี้ คุณมีความสุขน้อยลงกว่าที่ควร โดยไม่จำเป็นหรือเปล่าครับ ... "

สำหรับผม ซึ่งมองเรื่องโอกาสทางการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่งในชีวิตแล้ว
การพลาดหวังจากทุนการศึกษาของมูลนิธิ แห่งหนึ่ง
ถือเป็น แผลเป็นใหญ่ แผลนึงในชีวิตผมทีเดียวครับ
ผมไม่รุ้ว่า ชีวิตผมมีความสุขน้อยลงกว่าที่ควรจะเป็นหรือเปล่า หลังจากที่ผมพลาดทุนอันนี้
แต่ที่แน่ๆผมรู้ว่า ณ ตอนนี้ ผมคิดถึงเรื่องนี้ทีไร นึกขึ้นมาเมือ่ไหร่ ผมรู้สึกเจ็บแค้นทุกที


โดย: กุมภีน วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:19:53 น.  

 
หนิงเพิ่งจะมารู้ตัวว่า

นี้หนิงเสียเวลาของความสุขไป 1 วันเต็ม ๆ เลยเหรอ

" วันนี้ คุณมีความสุขน้อยลงกว่าที่ควร โดยไม่จำเป็นหรือเปล่าครับ "

ขอบคุณค่ะ



โดย: run to me วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:17:38:03 น.  

 
ผมไม่เคยคิดว่าแผลเป็นบนใบหน้าของ Seal น่าเกลียดเลยนะครับ
ยิ่งได้ฟังเขาร้องเพลง ผมกลับคิดว่าผู้ชายคนนี้หล่อมาก

คำถามสุดท้าย กระทบใจมากครับ ฮ่าๆๆ
เพราะบางที ผมก็รู้สึกว่า ผมบั่นทอนความสุขที่ผมควรมี โดยไม่จำเป็น

ขอบคุณครับพี่เอ๊ด


โดย: King Of Pain วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:20:47:30 น.  

 
ชอบคำถามนี้จังค่ะ

เอาไว้ถามตัวเองตอนเจอวันแย่แย่ จะเหมาะมาก

จากที่ผ่านมาเรื่องที่ไม่ดีมันจะมีสิ่งดีซ่อนอยู่เสมอ เพียงแต่กว่าเราจะรู้ข้อดีของมันก็หลังจากนั้นอีกนาน


โดย: Nichaboon3000 IP: 203.118.66.39 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:22:21:40 น.  

 
แหม่...ถ้าจะบอกว่ารอยแผลเป็นของ Seal น่ะ

เป็นรอยแผลเป็นที่เอามาผสมกับความสามารถของเขาแล้ว กลายเป็นรอยแผลเป็นที่เท่ห์ที่สุด ไม่รู้ว่าจะเวอร์ไปไหม แต่ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆนะ

ปล.ดีใจที่ปีนี้มาร์ติน สกอร์เซซี่ ไม่ได้รับแผลเป็นไปอีก 1 รอย เย้ๆๆๆ


โดย: Tony KooN IP: 58.9.186.74 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:22:55:18 น.  

 



จ๊ะเอ๋ๆๆ ๆ
รูปน่ากลัวมากๆๆ ๆ คะ

ค่อยพบกันนะคะ
จุ๊บบบ บ




โดย: หนี่หนีหนี้ (แพรวขวัญ ) วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:0:13:03 น.  

 
สวัสดีค่ะ รุ่นพี่แอสตัน
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆเรื่องแผลเป็นนะคะ...แผลบนกายถ้ามันลบไม่ได้ เราก็คงแค่อายที่ไม่เหมือนคนอื่น...แต่แผลเป็นในใจนี่มันเจ็บปวดมากกว่าแค่อายน่ะค่ะ เราเลยดำรงสติเข้าใจยอมรับว่ามันเป็นเพียงแผลเป็นได้ยากเย็นเหลือเกิน

ช่วงนี้เอ็มจัดการกับแผลเป็นได้แล้วล่ะค่ะ แต่ดันได้แผลใหม่มาซ้ำรอยน่ะซิคะ..เฮ้อ...

บ่นมายาว...นึกได้ว่าจะรบกวนพี่แอสตันขอเบอร์คุณหมอดูจิตสัมผัสที่พี่เคยเล่าไว้น่ะค่ะ ...ตอนนี้ ใจมันใฝ่อยากรู้จังว่าเราทำกรรมอะไรไว้บ้างน้าาา ทำไมชีวิตมันช่างมีแต่เรื่องจิตตกให้ต่อสู้อยู่เรื่อยเลย...รบกวนพี่แอสตันบอกผ่านเมลล์ด้วยนะคะ

ขอบคุณมากๆค่ะ ถือว่าช่วยลูกหมูตาดำๆนะคะ
m_littletree@hotmail.com


โดย: littletree IP: 125.24.4.28 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:0:15:38 น.  

 
ขอบคุณในน้ำใจของทุกความเห็นเลยนะครับ
ผมย้อนกลับไปตอบสิ่งที่ท่านเขียนไว้ในบล็อคท่านแล้ว

ยกเว้น ท่านที่ไม่มีบล็อค หรือมีแต่ต้องใช้ พาสเหวิด แฮ่..


โดย: aston27 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:0:29:00 น.  

 
แผลเป็นมันทำให้เราได้เห็นและย้อนระลึกถึงค่ะว่า ชีวิตเราที่ผ่านมามันมีอะไรผ่านมาผ่านไปบ้าง ...

เจอแผลเป็นคิดได้ก็คงทำเป็นมองข้าม ก้าวอยู่กับปัจจุบันและก็พร้อมจะก้าวไปสู่ความจริง ..

แต่ว่าถ้าไม่มีสติ เมื่อมองเห็นแผลเป็น มันก็คงเป็นสิ่งย้ำเตือนความเศร้า ความเจ็บ โดยไม่มองว่าจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร .. อันนี้น่าเศร้าที่หลายๆ คนก็ยังเป็นและคิดแบบนี้กันอยู่เยอะเหมือนกันนะค่ะ

ขอบคุณนะค่ะที่แวะไปทักทายกัน ... แอบเห็นคุณแอสตันที่บล็อกแล้วไม่อยากเชื่อเลยคะ


โดย: JewNid วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:1:01:01 น.  

 
น้ามีเพลง Se มั้ยคะ เป็นเพลงประกอบ Cinema Paradiso เหมียนกัน .. ชอบ ๆ เพลงนี้ ^^


โดย: NNN IP: 71.167.76.162 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:2:25:37 น.  

 
ง่า ว่าจะใช้มุขแผลในใจซะหน่อย มาช้า เค้าใช้กันไปแล้ว
แต่ผมชอบมุมมองแบบ"ปลงให้เป็น"ของพี่จังเลยครับ
มีประโยชน์ที่จะนำไปปรับใช้ในชีวิตของทุกๆคนเลย

ปล.สาวหมวยในอุดมคติผมต้องจางป๋อจือครับพี่


โดย: sTRAWBERRY sOMEDAY วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:4:19:22 น.  

 
หนูก้อมีแต่หนูอยากลบมันออกมาก ๆ เลย มันทำให้ดู น่าเกลียดอ่ะ ไม่ชอบ ๆ
อยากหน้าใส หน้าเนียน โว้ยยยยย


โดย: มิ้นจัง IP: 117.47.48.20 วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:18:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.