Group Blog
 
All blogs
 
วันของทุกข์ ทุกข์มีไว้รู้ ไม่ได้มีไว้แบก

วันนี้เห็นทุกข์รายรอบตัวไปหมด ตั้งแต่เช้าจรดเย็น

เริ่มต้นจากทุกข์ของผมเอง มีประชุมสิบโมง แต่ความจำอันเป็นอนิจจังดันมาอนิจจังตอนเช้า
กว่าจะไปถึงที่ทำงานก็สิบโมงครึ่ง.. อันนี้ทุกข์เพราะรู้สึกผิดไปหนึ่งยก

ยกสอง.. บริษัท อันหมายถึงเจ้าของบริษัทที่ผมทำงาน ที่เรียกภาษาราชการว่านายจ้าง เรียกภาษาชาวบ้านว่าเจ้านาย เขากลุ้มใจเพราะฝ่ายขายมีทัศนคติลบ

เอะอะอะไรก็ขายไม่ได้ๆ ตลาดไม่ดี แต่ไม่เคยดิ้นรนหาช่องทางใหม่ๆ ช่องทางที่มีคนเปิดให้ก็ไม่ขยันวิ่งเข้า
ของเก่า ก็บ่นว่าขายยาก หาของใหม่มาให้ ก็ขายไม่เป็นอีก

อันนี้ก็ทุกข์กันตั้งแต่ เจ้าของบริษัท ยันผู้บริหารระดับกลางๆอย่างผม
เจ้านายก็เตรียมทุกข์ เพราะไม่อยากไล่ฝ่ายขายออก แต่ก็เห็นแววขาดทุนอยู่รำไร

ส่วนผมก็ทุกข์เพราะสะกิดบอกกันมาตั้งนานแล้ว ก็ไม่มีใครตื่นเต้น จนผมต้องเขียนอีเมล์ถึงประธานบริษัท ถึงได้ลุกลี้ลุกลนกันเหมือนไฟลนก้น

ยกสาม.. น้องที่ทำงาน มาลาออกคนนึง เพราะว่าทนเสียความมั่นใจในภาษาอังกฤษของตัวเองไม่ได้ หลังจากเธอมั่นใจว่า ภาษาเธอดี เธอเขียนอีเมล์ติดต่อต่างประเทศได้ แต่ลูกพี่เธอไม่ส่งเสริม ปิดกั้นความสามารถ เธอเลยส่งอีเมล์ที่เธอร่างไว้แล้วโดนยิงตก มาให้ผมพิสูจน์

ปรากฏว่า เธอตกหลักภาษาจริงๆ ผมก็ต้องบอกเธอไปตามตรง ว่าถ้ายังใช้ IT HAVE จะไปว่าลูกพี่เธอมีอคติก็ไม่ได้นะ

ปรากฏว่า วันนี้เธอมาลาออก แล้วให้เหตุผลว่า เธอเสียเซ้ว (self น่ะ แต่เธอพูดงี้)

อะไรจะอ่อนไหวกันได้ขนาดนั้นนะ คนเรา .. ท่าทางจะทุกข์น่าดู

ต่อมา ยกสี่.. เลขา ท่านประธาน เมล์มาอ้อมแอ้มๆ ขอโทษแทนฝ่ายกฏหมาย
เพราะวันก่อนฝ่ายกฏหมายมาเร่งรัด ขอให้ผมช่วยติดต่อขอเอกสารมอบอำนาจอย่างนึงจากเมืองนอก
ผมเมล์ไปเรียบร้อย ทางโน้นก็ตอบมาแบบงงๆ แล้ว FWD กันใหญ่โต

สรุปว่า จริงๆ เขาส่งมาให้นานแล้ว แต่ฝ่ายกฏหมายเราดูไม่ดีเอง หยิบเอกสารผิดปึก

ผมก็ต้องอ้อมแอ้ม ไปขอโทษขอโพยทางอเมริกาเขา .. แหงะ.. ทุกข์เต็มๆ

อะไรอีกล่ะ.. ยกห้า..ไปทานข้างกลางวันกับฝ่ายผลิตภัณฑ์ และเลขาท่านประธาน ก็ต้องรับรู้เรื่อง "ที่ไม่ควรพูดถึง" อีก

ทานข้าวทั้งที ทุกข์อีกแล้ว

ตกบ่าย มีคนมาปรึกษาว่า..พี่เคยเหงามั้ย เวลาพี่เหงา พี่อกหัก พี่ทำไง.. ยกหกเริ่มแล้วครับท่านผู้ชม

ก็แนะนำกันไปตามประสาคนพอ "รู้ทุกข์" และรู้ว่าไม่ควรเกลียดทุกข์ อย่างผม

โอ... ทุกข์ของคนอื่น เรื่องรักๆ นี่อมตะนิรันดร์กาลจริงๆ

ผมบอกว่า .. เวลาไม่มีแฟน มันก็เหงา แต่ไม่ทุกข์มากไปกว่าเหงา
คือเหงามันก็แค่เหงา แต่ถ้าเราไปเกลียดความเหงา มันจะทุกข์ เพราะเกลียด

เหมือนคุณเกลียดใครสักคนน่ะ คุณสุขหรือทุกข์ล่ะ

ผมยกตัวอย่างว่า เหมือนมีจิ้งจกอยู่ในบ้าน
ถ้าคนที่เกลียดจิ้งจกเข้ากระดูก มีแค่ตัวเดียวก็แทบคลั่งแล้ว

แต่ถ้าคนที่เฉยๆกับจิ้งจก มีสักสิบตัว เขาก็เฉยๆ
แต่ถามว่าจิ้งจกหายไปมั้ย .. ไม่รู้ ไม่สนนี่

.. ความเหงาก็เหมือนอารมณ์อย่างนึง
มันมาได้ มันก็ไปได้.. จะไปอะไรกับมัน
มันจะเหงา ห้ามมันได้ไหม ไม่ได้ เออ.. งั้นก็ไม่ต้องวิ่งหนีมัน
วิ่งหนีไปก็เหนื่อย เพราะมันก็ไม่หายไปไหนหรอก

แต่ถ้ามีสติรู้ตัว เราจะไม่ทุกข์ ทั้งๆที่เหงา ก็ไม่ทุกข์ร้อน
เพราะเราไม่เกลียดมัน

เหงา จะอยู่ หรือจะหายไป ก็เรื่องของเหงามัน เราไม่เกี่ยว
จะเกี่ยวก็ตอนเข้าไปแบก ไปเกลียดมัน ไปยึดมันไว้ ว่ามันเป็นของๆเรา

แปลกมั้ย ไม่ชอบมันหรอกนะ แต่ชอบยึดว่ามันเป็นของๆเรา

ส่วนเรื่องอกหัก.. ผมแนะนำให้ไปสวดมนต์ แผ่เมตตาบ่อยๆ และรู้จักปล่อยวางให้เป็น
ถ้าไม่ปล่อย ไม่วาง ก็จะเป็นเหมือนลิงกำถั่ว

ทำงานต่อถึงเย็น.. นึกว่าหมดยกหก จะสบาย..
เจอน้องอีกคน มาบ่นเรื่องโดนคนว่าลับหลัง
น้องเขาทุกข์ เพราะเขารู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม

ผมเลยแนะนำว่า.. คนนินทาน่ะ ก็เหมือนเราไปนั่งกินข้าว แล้วมีคนโต๊ะข้างๆตดใส่ ถ้ากลั้นหายใจทีเดียว ก็ผ่านไปแล้ว

คนตดแล้ว ก็แล้วกัน เขาสบายท้องเขาแล้ว แต่ไอ้คนอื่นก็ไม่ควรไปไล่สูดกลิ่นเหม็น แล้วก็ทุกข์ เปล่าๆ

คนพูดจาซี๊ซั้วให้ร้ายคนอื่น สำนวนนิยายจีนกำลังภายในเขาเรียก "ผายลมเจ้า!"

จะไปเอาสาระอะไรกับลมที่เขาผาย จะไปวิเคราะห์วิตกอกร้อนอะไรว่าทำไมมันถึงได้เหม็นนัก

แล้วก็มาหารับประทานกับนิทานเรื่องลิงกำถั่วอีก
ผมบอกว่า.. จะเอาความสุขทั้งชีวิตไปโยนทิ้งเพราะถั่วกำเดียวหรือไง

(ใครไม่เคยรู้เรื่องลิงกำถั่ว บอกนะครับ.. จะเล่าให้ฟัง )

ที่จริงตอนกลับบ้านก็เจอทุกข์ อีกสองเรื่อง แต่พอแล้วล่ะ
เดี๋ยวคุณจะมาช่วยผมแบกโดยไม่จำเป็น

เพราะที่เล่ามานี่.. ผมก็มีหลงไป เผลอไป ไหลไปกับอารมณ์บ้างเหมือนกัน

แต่พอรู้ตัว ก็ตื่นขึ้น ดีขึ้น ทุกข์ก็คลายตัว

ผมพบว่า คนเราจะสติรั่ว มากที่สุด ง่ายที่สุด ตอนที่พูด
ยิ่งพูดด้วยอารมณ์มาก ก็จะเผลอได้มาก

ทุกข์กายนี่ จะดูเมื่อไหร่ ก็เห็นนะครับ
แต่ทุกข์ใจนี่.. ถ้าไม่สังเกต อาจจะโดนมันต้อนหน้าต้อนหลังเอาง่ายๆ

คนเราที่จริงทุกข์อยู่แทบจะตลอดเวลานะครับ
เพราะจิตเรามันจะแอบวิ่งไปทำงานหาความสุข หนีทุกข์ตลอดเวลา (โดยห้ามไม่ได้อีกเหมือนกัน เพราะมันเป็นธรรมชาติ)

ที่จริงพระท่านว่า จิตมันอยู่เฉยๆก็ทุกข์ของมันตลอดเวลา อยู่แล้ว
แต่อันนั้นผมยังปัญญาน้อย ผมยังไม่เห็น ยังเห็นว่า มันสุขมั่ง ทุกข์มั่ง

อาจารย์ผมท่านว่า ไม่เป็นไร ก็เห็น ก็รู้ไปเท่าที่รู้ได้ ก็ดีแล้ว

มีคนถามบ่อยๆว่า.. รู้สึกตัวเนี่ย รู้สึกไปทำไม รู้สึกแล้วไง?

ตอบว่า.. ฝึกรู้ไว้บ่อยๆ แล้วสติตัวจริงๆ ที่ไม่ใช่แบบที่เราฝึกตามรู้อยู่ตอนนี้ หรือที่คิดเอา (แล้วคิดว่ารู้) มันจะเกิดเองครับ

สติตัวจริง ต้องเกิดโดยอัตโนมัตินะครับ
คิดเอาก็ไม่ได้ ตั้งใจให้เกิดก็ไม่ได้ แต่ฝึกเอาได้

เหมือนจะพูดอังกฤษเก่งๆ ก็ต้องหัดพูดบ่อยๆ อ่านเยอะๆ
ไอ้ประเภทถือพจนานุกรมไปเล่มนึง พูดไปก็เปิดหาไป
แบบนั้น เขาไม่เรียกว่า "พูดเป็น"

เมื่อสติเกิดเองโดยอัตโนมัติได้บ่อยๆ ปัญญา ก็จะเกิด
ปัญญาที่ว่า ก็มาจากการเห็นความจริงของกาย ของใจ ว่า..
มันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ มันบังคับไม่ได้
มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไปทั้งนั้น

เหมือนคุณเห็นเฉลยเบื้องหลังมายากล ยังไงยังงั้นเลย

ปัญญา ที่ได้ เป็นปัญญา ขั้นละเอียด ใช้ขัดเกลากิเลสได้
กิเลสน้อยลง ทุกข์ก็ลดลง น้อยลงๆ

อธิบายได้ว่า.. พอมีปัญญาเห็นความจริงมากๆเข้า
เห็นว่า ไม่มีอะไรเป็นของเรา ไม่มีอะไรเที่ยง ไม่มีอะไรที่บังคับได้สักอย่าง

ความยึดมั่นถือมั่นมันก็น้อยลง ทุกข์จึงน้อยถอยตามไปด้วย

ถึงที่สุดแห่งทุกข์เมื่อไหร่ จุดหมายก็อยู่ตรงนั้นแหละครับ

ขอให้ทุกท่านที่ตั้งใจไว้ ..
ได้พบสุขแห่งนิพพานในอนาคตกาลด้วยกันทุกท่านทุกคนนะครับ

ราตรีสวัสดิ์คร้าบ


Create Date : 01 มิถุนายน 2549
Last Update : 2 มิถุนายน 2549 16:21:22 น. 13 comments
Counter : 779 Pageviews.

 


โดย: still IP: 58.8.188.14 วันที่: 1 มิถุนายน 2549 เวลา:23:52:59 น.  

 
ขอบคุณค่ะที่เขียนอะไรดีๆมาให้อ่านเสมอ เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง บางเรื่องก็อยากเข้าใจเพิ่มเติม แต่ดันมีทิฐิว่าจะไม่ศึกษาทางธรรมจนกว่าจะถึงที่สุดจริงๆ เพราะขวางเพื่อนฝูงบางคนที่เดินหน้าไปก่อน แล้วก็เฝ้าแต่บอกว่าพวกที่ไม่เดินตามมาเป็นพวกต่ำเตี้ย มันเลยกลายเป็นทิฐิบังตา อ่านของคุณแล้วชัดเจนดีจัง แม้จะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ก็ดีกว่าไม่รับอะไรเสียเลย ขอบคุณอีกครั้งค่ะ


โดย: paperwing (paper wing ) วันที่: 2 มิถุนายน 2549 เวลา:0:00:01 น.  

 
กอนอื่น
ต้องขอขอบคุรที่ตื่นเช้ามาก้อมีคุณช่วยเตือนใจว่า
"ทุกข์มีไว้ให้รู้ ไม่ได้มีไว้ให้แบก"
และขอลอกเลียนไปบอกต่อกันด้วยคงไม่ว่ากันนะคะ

ขอบคุณที่เม้นท์ให้ความรู้เพื่อนๆ นะคะ
ที่บลอกจะยก ภาษาอังกฤษที่เราใช้เป็นคำยืม ที่ต่างบ้าง คล้ายบ้างหรือต่างโดยสิ้นเชิง มาให้เพื่อนๆ แปลความ คือใช้อยู่ทุกวันนี่แหละ แต่พอถามจะตอบว่ายังไง
ที่สำคัญ เรากำลังมองว่าเพราะเรายืมคำอังกฤษมาใช้ ในความหมายของเรา ที่เราโดนใจมา ทำให้เมื่อเราใช้ภาษาอังกฤษเราก้อใช้ผิดความหมายเดิม นี่เป็นเหตุหนึ่งที่เราใช้ภาษาอังกฤษแล้ว "ไม่สื่อ" ใช่หรือไม่

ไม่ใช่วิทยานิพนธ์แต่เป็นการเรียนรู้และศึกษาประกอบกการสอนของจขบ.เองค่ะ

ที่ดูเล่นๆ ไม่เป็นเรื่องเป็นราวก้อเพราะ(จขบ.มั่วเองด้วย อิอิอิ) อยากให้สนุกๆ ไม่เป็นวิชาการ อยากตอบก้อตอบ อยากกวนก้อ กวน อยากเล่นก้อเล่น เราก้อได้เล่นได้กวนด้วย ส่วนเนื้อหาสาระเป็นเรื่องของเราที่จะกลั่นกรองเอาเอง โดยมากใช้ซักถามตัวต่อตัวทางโทรศัพท์ อีเมล์ หรือ เวลาเจอกัน

Learning though play คือ method ของเรา
aim อยู่ที่เรา learn นะคะ ไม่ใช่คนอื่น แต่ถ้าเค้า learn อะไรไดเด้วยก้อดีไป

It just so happens that มันดูเป็นห้องเรียน เอาจริงๆมันก้อไม่ใช่เพราะจะหยอกล้อกันเสียมากกว่า สนิทกันแล้วก้อหาเรื่องเผากัน(ในเรื่องที่มีมูลน้อยมาก แต่เอามาแต่งเติมให้เป็นเรื่องใหญ่)

ที่มากันบางคนก้อต่อไม่ถูก ก้อบอกว่า ตลกๆๆบ้าๆเข้าไว้ ให้บรรยากาศมันสนุกสนาน ถ้าเรารู้สึกว่าใครแรงไปก้อไปหลังไมค์กันได้ แล้วก้อเล่นต่อ ที่ทะเลาะกันนั่น หาเรื่องไปงั้นละค่ะไม่มีเรื่องจริง แต่แบบ reality show คือตบตีแล้ว rating จะได้ขึ้น

ทีแรกก้อทำบลอกไม่เป็นเลย พิมพ์ไทยก้อไม่ได้ อ่านที่คนอื่นเม้นท์ แต่ตอบเป็นไทยไม่ได้ เดี๋ยวนี้พอได้แต่ช้ามาก ก้อมีมือพิมพ์ให้ค่ะ ส่วนภาพรวมของบลอกก็อยู่ที่เพื่นๆร่วมแก้งค์เขาช่วยโน่นนี่ และก้อเป็นอย่างที่เค้าทำให้มันเป็นอ่ะค่ะ

สำหรับ comments จะปล่อยให้เม้นท์และอ่านไปก่อนแล้วมาสรุปตอนท้ายค่ะ

อย่างใครตอบถูกและใช่จะไม่รีบบอก แต่จะให้คนอื่นมาอ่านและมีเวลาคิดและหาคำตอบบ้าง

เราเชื่อว่าการเรียนรู้ อยู่ที่อยากหรือไม่อยาก ถ้าครู พ่อแม่บอกจะรู้สึกเป้นหน้าที่ แต่ถ้า "เพื่อน" บอกนี่จะเชื่อง่ายกว่า

บางคำเราก้อถามเพราะเราเองไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ อย่าง American share นี่ ถามมา 17 ปีแล้ว ได้คำตอบที่ 50-50 แล้วยังสรุปไม่ได้ มาถามในบลอกนี่ก้ 50-50 อีกเช่นกัน ในเรื่องที่มาเรารู้ดี แต่ในการใช้ยังคลุมเครือ

ตอบเสียยาวเชียว
มาเยี่ยมครั้งแรกนั่งเสียนาน
I don't want to overstay my welcome so see you later ...Oh and thanks again for your valuable insight.


โดย: Tinglish วันที่: 2 มิถุนายน 2549 เวลา:7:12:58 น.  

 
อยากฟังเรื่อง ลิงกำถั่ว
เล่านะๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: Tinglish วันที่: 2 มิถุนายน 2549 เวลา:7:15:23 น.  

 
จริงๆ แล้วคนเราก็ทุกข์ตลอดเวลา พอทุกข์ใหญ่ๆ ผ่านไป ทุกข์รองๆ มันก็เตรียมจ่อคิวเข้ามา ขนาดไม่มีทุกข์อะไรเข้ามาบางทีคนเราก็เอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาคิดให้เป็นเรื่อง เอามาให้เป็นทุกข์ได้ไม่สิ้นสุด ก็รู้ทั้งรู้แต่ใจนี่มันบังคับกันไม่ได้จริงๆ


โดย: แมลงปอ IP: 133.92.115.204 วันที่: 2 มิถุนายน 2549 เวลา:7:53:19 น.  

 
งงๆตัวเองอยู่เหมือนกันคะ

บางครั้ง นั่งสุขๆ อยู่ดีๆ พอมีอะไรเข้ามาก่อกวนจิตใจนิดหน่อย สุขเปลี่ยนเป็นทุกข์เฉยเลย

แล้วก้อรู้ทั้งรู้ว่าทุกข์แล้วไม่มีความสุข แต่ดั้นนั่งทุกข์อยู่นั่นแหละ สงสัย เสียดายความทุกข์มั้ง รักมัน กอดมัน ไม่ยอมปล่อยมันไปซะที

ไม่เข้าใจจิงๆว่า ทำไม มีความสุขกับการได้เป็นทุกข์ของตัวเองซะเหลือเกิน

แต่ยังดีมีที่นี่คะ ที่ช่วยหันเหความสนใจในความทุกข์ของตัวเอง มาอ่านอะไรดีๆ เพลินๆ เข้าใจง่าย

จนลืมไปแล้วว่ากำลังทุกข์อะไรอยู่


โดย: นิกกี้ (NFC) IP: 203.144.190.9 วันที่: 2 มิถุนายน 2549 เวลา:8:40:17 น.  

 
^
^
อิอิ เป็นเหมือนกันเลย มีความสุขอยู่ดีๆ ก็มีความทุกข์เยี่ยมหน้าเข้ามา แล้วก็แวะเข้าไปนั่งคุยกันเฉยเลย...บางทีก็สุขอยู่บนความทุกข์นั่นแหละ

แต่เดี๋ยวนี้ไม่ให้มันอยู่นานแล้ว บอกให้ตัวทุกข์รีบมารีบไปซะ อย่ามารักกันนาน...


โดย: Life's like that วันที่: 2 มิถุนายน 2549 เวลา:14:30:07 น.  

 
ตกลงว่าเรื่องลิงกำถั่วนี่เป็นยังไงเหรอคะ


โดย: L IP: 203.118.80.179 วันที่: 2 มิถุนายน 2549 เวลา:23:48:06 น.  

 
คุณ paper wing ครับ
รู้ว่ามีทิษฐิก็ไม่เป็นไรครับ

ที่จริง ทิษฐิ แปลว่าความเห็น จะเป็นมิจฉาทิษฐิ หรือสัมมาทิษฐิ ก็อีกเรื่องนะ

ขอบคุณคุณ tinglish ที่อุตส่าห์ตามมาอธิบาย ถึงที่


เรื่องลิงกำถั่ว ไว้ผมไปขึ้นบล็อคใหม่ให้นะครับ


โดย: aston27 วันที่: 3 มิถุนายน 2549 เวลา:0:21:37 น.  

 
ขออนุญาตค่ะ

คำว่า ทิฐิ ไม่มี ษ สะกดนะคะ

จึงเรียนมาเพื่อทราบค่ะ


โดย: Life's like that วันที่: 3 มิถุนายน 2549 เวลา:11:07:25 น.  

 
^
^
แบบว่าตอบไปแล้วก็ยังคาใจ ไปอ่านกระทู้ในลานธรรมเจออีกเวอร์ชั่นนึง เขียนว่า ทิฏฐิ ชักสับสน เลยต้องไปหาแหล่งอ้างอิง

ดังนี้ค่ะ //rirs3.royin.go.th/ridictionary/lookup.html

จึงเรียนมาเพื่อทราบอีกครั้งนึงค่ะ
(อธิบายโดยไม่ได้ถาม คงไม่ว่ากันนะคะ)


โดย: ชีวิตก็เป็นเช่นนั้นแหละ IP: 58.64.105.85 วันที่: 3 มิถุนายน 2549 เวลา:23:16:14 น.  

 
แหม...... ขอบคุณมากๆครับ
ที่กรุณาตรวจทานภาษาไทยของผมให้ และทักท้วงมา

นี่ถ้าอาจารย์ผมผ่านมาเห็น
คงโดนแปรงลบกระดานเคาะจงอยเล็บ เป็นแม่นมั่น

ขอบคุณๆๆครับ


โดย: aston27 วันที่: 5 มิถุนายน 2549 เวลา:22:21:11 น.  

 
สวัสดีน๊าาา ทักทายจ้า สปาชา sparsha A Moment of Bride เจ้าสาว เสริมจมูก ศัลยกรรมเสริมจมูก ศัลยกรรมจมูก สลายไขมันด้วยความเย็น ลดเซลลูไลท์ Leg Squeezing ผิวเปลือกส้ม FIS หน้าท้องใหญ่ ตัวเล็กแต่มีพุง Body Contouring ลดสัดส่วนทั้งตัว ลดปีกด้านหลัง เนื้อปลิ้นรักแร้ เนื้อปลิ้น Build Muscle สร้างกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อหน้าท้อง สลายไขมันหนา สลายไขมัน ลดไขมัน Lock Shape รักษารูปร่าง สลายไขมัน ลดสัดส่วน Oxy Peel ทำความสะอาดหน้า ทำความสะอาดหน้าแบบล้ำลึก ยกกระชับ Ulthera ปรับรูปหน้า ปัญหาผิวหย่อนคล้อย Beauty Shape สลายไขมันแบบเร่งด่วน ลดไขมัน ลดเซลลูไลท์ ผิวเปลือกส้ม สลายไขมันสะโพก กระชับผิว Sexy Mama แม่หลังคลอด รอยแตกลาย ปรับรูปร่าง กำจัดขน Hair Removal กำจัดขนถาวร สลายไขมันเหนียงด้วยความเย็น สลายไขมัน สลายไขมันเหนียง IV Drip ฟื้นฟูร่างกาย เสริมภูมิต้านทาน Bye Bye Panda Eye ลดรอยหมองคล้ำใต้ดวงตา ลดริ้วรอยใต้ตา นวดกระชับหน้าอก หน้าอกกระชับ อกหย่อนคล้อย Beauty Breast Lifting Enlarge Beauty Breast นวดอกเล็กให้ใหญ่ หน้าอกเล็ก ยกกระชับหน้า รักแร้ขาว รักแร้ดำ เลเซอร์รักแร้ขาว ผิวใต้วงแขน Love Fit กระชับช่องคลอด เลเซอร์กระชับช่องคลอด แก้ไขปัสสาวะเล็ด Meso Shine ผลักวิตามิน บำรุงผิว สวยด้วยเลือด รักษาผิว หนวดเครา กำจัดขนหนวด กำจัดขน กำจัดขนเครา เลเซอร์ขน เลเซอร์ขนถาวร กำจัดขนถาวร เลเซอร์เครา เลเซอร์หนวด กำจัดขน ยกกระชับ ร้อยไหม Thread Lift การดูดไขมัน ดูดไขมัน ศัลยกรรมตา 2 ชั้น ตา 2 ชั้น ศัลยกรรมตา สปาน้ำนม เพิ่มความชุ่มชื่น แก้ผิวแห้ง นวดผ่อนคลาย การนวดผ่อนคลาย Rest Time Aroma Massage Aroma Massage Acne Body Mist ลดรอยสิว ลดจุดด่างดำ ลดรอยดำ ด็อกเตอร์ไลฟ์ doctorlife ศัลยกรรมเสริมจมูก ศัลยกรรมจมูก เสริมจมูก Cellulysis สลายไขมัน ulthera ยกกระชับ Acne Clear รักแร้ขาวเนียน เลเซอร์กำจัดขนถาวร กำจัดขน ร้อยไหม Freeze V Lift กำจัดไขมันด้วยความเย็น PRP ผิวหน้า PRP ผมบาง ผมร่วง เลเซอร์กระชับช่องคลอด กระชับช่องคลอด Love Fit สลายไขมันด้วยความเย็น Cell Repair ผิวขาวใส ลดสัดส่วน ปรับรูปร่าง Perfect Shape สลายไขมันแบบเร่งด่วน ฟิลเลอร์ Filler รักษาหลุมสิว Dual Yellow เลเซอร์หน้าใส Love Fit ปัญหาปัสสาวะเล็ด ปัสสาวะเล็ด Oxy Bright ทำความสะอาดรูขุมขน Bye Bye Fat ลดไขมัน Luminous แสงสีฟ้า รักษาสิว ฆ่าเชื้อสิว ABO Active 3D Toxin IV Drip เพื่อสุขภาพและความงาม ยกกระชับผิว hifu ให้ใจ สุขภาพ


โดย: สมาชิกหมายเลข 6161573 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2563 เวลา:15:02:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.