Group Blog
 
All blogs
 
วันนี้จะบ่นอะไรกันดี



เค้าบอกว่าขอให้งดเขียนเนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง .. เอ.. ถ้าเขียนเชียร์รัฐประหารจะเข้าข่ายไม่สมควรด้วยหรือเปล่าเนี่ย..

ไม่เขียนก็ด้ะ.. เพื่อประโยชน์แก่สวัสดิภาพของบล็อคโดยรวม

ไอ้ผมก็ถนัดอยู่ไม่กี่เรื่อง หนังสือ ภาพยนตร์ ดนตรี ศาสนา การเมือง การมุ้ง การตลาด

เขียนไปเขียนมา ก็วนอยู่แค่นี้แหละ ร้อยบล็อค มีอยู่ไม่กี่เรื่อง

ที่จริงทุกชีวิตก็เหมือนกัน ลองสังเกตดูสิครับ มันมีอยู่ไม่กี่เรื่องหรอก ที่เราวนๆเวียนๆกันเจอ อยู่ในโลกธรรม 8 นี่แหละ

หนังสือก็มีอยู่ไม่กี่แนว นิยายก็ผูกเรื่องจากพล็อตไม่กี่แบบ หนังหรือภาพยนตร์ ก็มีอยู่ไม่กี่ประเภท เพลงก็เหมือนกัน มีโน๊ตอยู่ไม่กี่ตัว

แต่ในความ "มีไม่กี่แบบ" มันก็สร้างรายละเอียดพิสดารได้มากมาย เป็นหนังสือ เพลง ภาพยนตร์ และชีวิตนับล้านๆได้อย่างน่าประหลาด

และถึงจะมีส่วนคล้ายกันอยู่ในหลายองค์ประกอบ แต่รายละเอียดมันก็ซับซ้อน พลิกแพลงได้อย่างน่าทึ่ง และต่อให้มันคือหนังเรื่องเดิม เพลงๆเดิม คนส่วนมากก็ยินดีที่จะพลีใจให้มันซ้ำแล้ว ซ้ำอีก

ดาวพระศุกร์ สร้างมากี่หนแล้ว ใครจำได้ไหมครับ บ้านทรายทองล่ะ ละครเวทีอย่าง Phanthom Of The Opera เล่นมากี่หนแล้ว เพลงอย่าง Yesterday.. Can't Help Fallin In Love .. To Love Somebody .. Just The Way You Are .. Fly Me To The Moon ร้องกันมากี่เวอร์ชั่นแล้ว เดากันดูไหมครับ

ผมได้ยินคนบ่นบ่อยๆ ว่าเบื่อชีวิตที่ซ้ำซาก จำเจ เหมือนที่บิล เมอร์เรย์ เบื่อการต้องตื่นมาแล้วพบว่า ชีวิตมันก็เป็นแค่ Ground Hog Day เหมือนกับทุกวันที่ผ่านมา ในหนังชื่อเดียวกัน "Ground Hog Day"

นี่ขนาดแค่ชีวิตนี้ ชีวิตเดียว เรายังเบื่อกันขนาดนี้ แล้วถ้าเราเกิดพบความจริงว่า ไอ้ชีวิตนี้มันก็เหมือนชีวิตที่เคยผ่านมา ไม่รู้กี่แสนโกฏชาติมาแล้ว เหมือนที่เราหายใจเข้าแล้วก็ออก เข้าแล้วก็ออก พวกเราก็เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก เราจะเบื่อกันขนาดไหน

เรื่องนี้ เป็นเรื่องของความเชื่อนะครับ ไม่ได้บอกว่าคุณต้องเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด แล้วจะเป็นคนฉลาด พระพุทธเจ้าก็ไม่เคยบอกให้เราเชื่อทุกอย่างที่ท่านตรัสไว้ ท่านเพียงแต่ท้าทายเชิญให้มาลองพิสูจน์เอง แล้วเราจะรู้เอง ว่าที่ท่านบอกเราไว้ มันจริงหรือเปล่า..

จริงไหมที่ว่า.. คนเราเป็นแค่ผู้อาศัยยืมกายมาจากโลกนี้ แต่ไม่ใช่เจ้าของกาย"จริงๆ"

เหมือนเราได้รถมาคันนึงให้ใช้ฟรีตลอดชีวิต เราอาจจะรู้สึกว่า รถคันนี้เป็นของเรา แต่คนที่มองทะลุ ก็จะเข้าใจได้ว่า เราแค่ "เป็นผู้ครอบครอง" แต่เราไม่ใช่เจ้าของจริงๆ

ถึงเวลารถมันจะเสื่อม มันจะเสีย มันจะทรุดโทรม มันจะเสียหลัก บังคับไม่อยู่ เราก็บังคับอะไรมันไม่ได้ ใช่ไหมครับ ทำได้แค่ดูแล บำรุงรักษา หมั่นฝึกขับขี่ให้ปลอดภัย อันนี้ อธิบายแล้วเข้าใจง่ายหน่อย ..

แต่พอพระพุทธเจ้าบอกว่า.. ไอ้ "จิต" ที่เรารู้สึกว่า มันคือ "ตัวเรา" ก็มีสถานะคล้ายๆกัน คือเราอยู่กับมันนาน จนเข้าใจว่ามันคือของๆเรา มันคือตัวตนคนเดียวกับเรา ทั้งๆที่จริง มันไม่ใช่หรอก มันมีธรรมชาติของมัน มันเป็นอิสระจากเรา

เหมือนเรามีเพื่อนสนิทตัวติดกันไปไหนไปกันเสมอ ตั้งแต่เกิดจนตาย จะมีคนมาบอกว่า ไอ้อีกคนที่ตัวติดกะเธอน่ะ มันไม่ใช่ "เธอ" หรอกนะ อย่าไปยึด อย่าไปแบกอะไรกับมันมาก เราคงคิดว่า ไอ้นี่ ท่าจะบ้า

ไม่จำเป็นผมถึงไม่ค่อยอยากพูดเรื่องพุทธศาสนาลึกๆมาก เพราะเดี๋ยวคุณจะเข้าใจว่าผมบ้า แล้วมันอาจจะพาลทำให้คุณไม่อยากยุ่งกับธรรมะ ซึ่งผมจะได้บาปมากกว่าบุญ

ศาสนาเรา ไม่ได้ต้องการศรัทธานำมากมายหรอกครับ เราเป็นศาสนาที่ต้องการให้คนตื่น ด้วยการสอนให้คนมีสติ มีสติก็จะมีศีล ไม่ทำบาป ทำชั่ว โดยอัตโนมัติ เมื่อมีสติ ก็จะไม่ฟุ้งซ่านนำไปสู่ความสงบ ได้สมาธิ แล้วก็จะก่อเกิดปัญญา อันนี้พูดแบบคร่าวๆมากเลยนะ

ถ้ามีปัญญาระดับนึง จะเข้าใจว่า ชีวิตก็ไม่ได้มีองค์ประกอบอะไรมากมายหรอกครับวันๆนึง ถ้าเราไม่สุข ก็ทุกข์ หรือไม่ก็เฉยๆ มีแค่นี้เอง

พิสดารที่สุด ก็แค่ สุขเจือทุกข์ปะแล่มๆ ทุกข์ฉาบด้วยสุขเหมือนน้ำตาลเคลือบยาขม หรือสุขที่ซ่อนทุกข์ก้อนโตไว้เหมือนภูเขาน้ำแข็ง อะไรทำนองนั้น

แล้วเราจะได้อะไรจากการ "รู้" ความจริงอันนี้ .. คุณคงสงสัยอย่างนั้น อันนี้ผมตอบคุณไม่ได้หรอกครับ เพราะแต่ละคนเดินเข้าศึกษาธรรมะ ด้วยวัตถุประสงค์ความตั้งใจต่างกัน ประโยชน์ที่ได้ก็ต่างกัน

บางคนแค่อยากทำบุญ สร้างกุศล บางคนแค่อยากมีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไป บางคนอยากได้ความเย็นกาย เย็นใจ บางคนอยากเป็นคนฉลาดมีปัญญา บางคนอยากได้ดวงตาเห็นธรรม บางคนอยากไปนิพพาน

สำหรับผม ตอนเริ่มต้น ผมแค่อยากรู้สึกว่าได้ทำบุญ ไปๆมาๆ ผมถึงรู้ว่าบุญที่ผมได้มันมีอานิสงส์มากกว่านั้น

ยกตัวอย่าง.. ผมได้คำตอบหลายๆอย่างให้ชีวิตตัวเอง ผมไม่มีคำถามประเภท "คนเราเกิดมาทำไม" เหลืออยู่ในใจ หรือ "ชีวิตน่าจะมีอะไรมากกว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย" ก็ไม่มี

เวลามีทุกข์ ผมก็จะทุกข์แบบ .. เออ.. มันเป็นของมันอย่างนั้นแหละ เวลาสุข ก็จะไม่ได้สุขจนลืมโลก ชีวิตมันก็เลยดูเบาสบายดี เพราะไม่มีคำถามประเภท "ทำไมชั้นโชคร้ายแบบนี้" หรือ "เมื่อไหร่ชั้นจะหลุดจากอาการเศร้าเสียใจนี้ซักที"

ผมยังดูหนังได้ ยังฟังเพลงเพราะนะ ผมยังไม่ได้ละกิเลสอะไรมากไปกว่าที่รู้ทันมัน คนจำนวนมากเข้าใจคลาดเคลื่อน ว่าการเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า คือผู้ละแล้วซึ่งกิเลสทุกประการ อันนั้นควรจะเป็นเรื่องของพระน่ะ แต่ฆราวาสอย่างเรา ยังไม่ต้องครับ เอาแค่ฝึกมีสติ รู้สึกตัวบ่อยๆ จนมันระลึกรู้ขึ้นได้เอง แค่นั้นก็บุญโขแล้ว

เขียนยาวมาก จนมีคนบ่นทาง msn งั้นพอแล้วเนาะ ฟังเพลงๆ ผมมีเพลงนี้ หลายฉบับเหลือเกิน ตั้งแต่ต้นฉบับอย่าง เอลวิส เพรสลีย์ ไปจนถึงฉบับหลังสุดฉบับนี้ โดย อันเดรีย บอแชลลี่



ใครชอบเพลงนี้ ไปหาซื้อได้ ชื่อ Andrea Bocelli ชุด Amore ผมซื้อชุดนี้มาจากร้าน โดเรมี สยามแสควร์ ราคา สองร้อยกว่าบาท มีเพลงเพราะจุใจเต็มอัลบั้ม ร้านป้าโดเรมีเธอย้ายไปอยู่เวิ้งด้านหลัง ใกล้ๆ ร้านจุฑารส นะครับ

คุณอันเดรีย เป็นผู้ชายอิตาเลี่ยนตาบอดคนนึงครับ แต่ฟังเสียงเขาดูเถอะ เสียงดีเหลือรับประทาน ขนาด เซลีน ดิออน นักร้องที่ร้องเพลง My Heart Will Go On ยังเคยบอกว่า ถ้าพระเจ้ามีจริงแล้วพูดได้ เธอเชื่อว่าเสียงของพระเจ้าก็คงคล้ายๆเสียงของ อันเดรีย บอแชลลี่ นี่แหละ

ในความโชคร้าย มันจะมาพร้อมโชคดีเสมอครับ อยู่ที่เราจะมองเห็นมันหรือเปล่าเท่านั้นเอง

สุขสันต์วันเสาร์นะครับ



Create Date : 23 กันยายน 2549
Last Update : 30 กันยายน 2549 14:13:12 น. 19 comments
Counter : 754 Pageviews.

 



โดย: 304 คอนแวนต์ (304 คอนแวนต์ ) วันที่: 23 กันยายน 2549 เวลา:15:20:54 น.  

 
แวะมาอ่านค่ะ...


โดย: แพ็ท IP: 124.157.213.190 วันที่: 23 กันยายน 2549 เวลา:16:50:37 น.  

 


โดย: บรรณภรณ์ วันที่: 23 กันยายน 2549 เวลา:17:55:12 น.  

 
หนังสือ ภาพยนตร์ ดนตรี การเมือง ศาสนา การตลาด

การมุ้ง!?!

ถนัดหลายอย่างนะคะเนี่ย ฉันรู้แต่ละอย่าง งูๆปลาๆ


โดย: random-4 วันที่: 23 กันยายน 2549 เวลา:18:29:45 น.  

 
หายไปหลายวันเชียว แวะเข้ามาตั้งหลายรอบ นึกว่าคุณ aston มัวไปให้กำลังใจท.ทหารอดทนอยู่นะซิ



โดย: นางฟ้าตากลม IP: 58.147.30.82 วันที่: 23 กันยายน 2549 เวลา:22:11:45 น.  

 
ไม่เคยฟังเพลง Can't Help Falling in Love ฉบับไหนที่เพราะเท่าฉบับนี้เลยล่ะครับ
เพราะจัง

อ่านข้อคิด ธรรมะจากคุณ aston แล้วก็ตั้งใจทุกครั้งว่าจะเอาไปปรับใช้ สุดท้ายก็ไม่รอดอยู่ดี 555 ...

จะพยายามต่อไปครับ


โดย: King Of Pain วันที่: 23 กันยายน 2549 เวลา:22:59:23 น.  

 
คุณ king ครับ

มันเหมือนหัดขับรถ หรือหัดขี่จักรยานน่ะครับ
ตอนแรกๆ มันไม่มีใครลองนั่งปุ๊บ ทำได้เลยหรอก

ที่สำคัญ.. อย่า "พยายามทำอะไรสักอย่าง"
มากไปกว่าแค่รู้สึกตัว มีสติ แล้วจะเห็นเองว่า พอตื่นขึ้นแว๊บนึง เรื่องที่คิดจนทุกข์อยู่ มันจะดับไปแว๊บนึง
แล้วตัวสติจะดับไป กลับไปหลงคิดต่ออีก ก็คอยรู้สึกตัวขึ้นใหม่

เคล็ดลับอยู่ตรงที่ว่า.. คนส่วนมากจะพยายามไปดับความคิดตัวนั้น ไม่ได้แค่รู้สึกเอา

มันต่างกันน่ะครับ .. เหมือนเราพยายามบังคับตัวเองไม่ให้ฝัน ทั้งที่ยังหลับอยู่ กับการตื่นขึ้นมาจากหลับเลย

สังเกตจิตตัวเองตอนนี้สิครับ อ่านไป ก็คิดไป ..
ความคิดมันห้ามไม่ได้หรอก มันทำงานของมันโดยอัตโนมัติ

แต่เราคอยไปตามรู้ทันมันได้เท่านั้นแหละครับ

สวัสดีท่านอื่นๆด้วยนะครับ


โดย: aston27 วันที่: 24 กันยายน 2549 เวลา:11:35:16 น.  

 
ขอบคุณครับ



โดย: King Of Pain IP: 58.9.144.169 วันที่: 24 กันยายน 2549 เวลา:23:56:06 น.  

 
จะเอามาเที่ยงแท้ ขนาดนิ้วมือเรา ยังไม่เท่ากันเลย


โดย: เด็กหญิงจิตเวช (hypnosis ) วันที่: 25 กันยายน 2549 เวลา:0:51:42 น.  

 
รู้จักเพลงนี้จากหนังเรื่อง Sliver ถ้าจำไม่ผิด...
และรู้ว่าเป็นเพลงเก่ามาร้องใหม่

แต่เวอร์ชั่นนี้..ไม่เคยฟัง ก็เพราะดีค่ะ


โดย: ^-^ IP: 124.120.61.153 วันที่: 25 กันยายน 2549 เวลา:19:02:32 น.  

 


จ๊ะเอ๋ๆๆ ๆ
หนี่ฯแอบบ บ แวะเข้ามาฟังเพลงคะ
เพลงมีเหงาๆ มีแอบบ บ เศร้า ..

ขอบคุณแวะไปทักทายหนี่ฯที่บล๊อกนะคะ




โดย: praewjarad!@hotmail.com (แพรวขวัญ ) วันที่: 25 กันยายน 2549 เวลา:23:31:31 น.  

 
มาฟัง แล้วก็มาอ่านค่ะ

สุดท้าย ก็ได้คิดด้วย


โดย: เสี้ยว (gluhp ) วันที่: 26 กันยายน 2549 เวลา:1:29:50 น.  

 
เขียนเรื่องคล้ายๆ กันเลยค่ะรอบนี้
แถมอ้างหนังเรื่อง groundhog day เหมือนกันด้วย
เราเพิ่งโพสต์เสร็จเมื่อกี๊เองนะเนี่ย

เพิ่งรู้นะนี่ ว่าร้านโดเรมีย้ายแล้ว
ขอบคุณนะคะ


โดย: 'ปราย IP: 58.8.77.75 วันที่: 26 กันยายน 2549 เวลา:2:31:09 น.  

 
เข้ามาฟังคุณบ่น อาจจะช้าไปหน่อย
บอกเลยว่าทุกเสาร์อาทิตย์ไม่อยู่ ไป มธ.เพื่อเรียน วันจันทร์กลับมาบางทีก็ยุ่ง ๆ พอถึงวันศุกร์บางทีก็ยุ่งเพื่อเตรียมตัวเดินทางทั้งคืนอีก
สรุปว่าชีวิตก็วนเวียนซ้ำซากจำเจอย่างที่คุณบอกไว้นั่นแหละค่ะ

แต่ในความซ้ำซากนั้นมีรายละเอียดปลีกย่อยที่น่าสนใจ เพราะชีวิตแต่ละวันมีความหลากหลาย พบสิ่งแตกต่างกันออกไป ข้อสำคัญคือ จิตเราพอใจกับการกระทำนั้น เราจึงมีความสุขในชีวิตได้ ไม่เบื่อหน่าย

ก็เหมือนไม่เคยเบื่อเวลาฟังคุณบ่น
คิดว่าคุณจะบ่นอะไรก็ได้
แต่ทุกคำที่คุณบ่นมาให้แง่คิดดี ๆ หลายอย่าง
ไม่เคยซ้ำซาก ไม่เคยจำเจ

และเชื่อว่าเพื่อน ๆ ก็คงคิดเหมือนกันนะคะ
หรือจะมีใครปฏิเสธ?


โดย: ซออู้ วันที่: 26 กันยายน 2549 เวลา:10:30:09 น.  

 
ครอบครอง แต่ไม่ใช่เจ้าของ
เราเป็นเจ้าของ แต่เราไม่ครอบครอง


เหมือนกันไหมอ่ะคะ
^^


โดย: I am just fine^^ วันที่: 26 กันยายน 2549 เวลา:13:07:05 น.  

 
กล่าวชื่นชมแล้วลาไปอ่านเรื่องใหม่ต่อ...


โดย: ดำรงเฮฮา วันที่: 28 กันยายน 2549 เวลา:1:28:25 น.  

 
วันนี้ว่าจะเปิดเพลงนี้ค่ะ^^




...//ผีเสื้อ


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:7:46:37 น.  

 
ก็ชีวิตมันหน้าเบื่อจริงจริง จะให้บ่นว่าไง ก็อย่างทีเขียนบอกไปนะ ว่าชาติหน้าไม่ขอเกิดแล้ว


โดย: อากาศธาตุ IP: 125.24.155.24 วันที่: 28 ธันวาคม 2549 เวลา:11:09:34 น.  

 
อ๋อ...ร้านป้าเรย้ายไปนี่เอง กลับเมืองไทยคราวนี้หาร้านป้าเรไม่เจอ นึกว่าป้าเค้าปิดร้านไปซะอีก เศร้าไปพักใหญ่ ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่เขียนถึงร้านป้าเร ทำให้ได้รู้ว่าป้าเรยังคงเปิดร้านขายซีดีดีๆอยู่เหมือนเดิม


โดย: Always On Vacation IP: 203.146.16.140 วันที่: 15 มิถุนายน 2550 เวลา:10:49:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.