Group Blog
 
All blogs
 

งานรัดตัว

เขียนอยู่ตั้งนาน จนเสร็จแล้ว ดันคลิกผิด หายหมดเลย งือ



มีคนบอกว่าเวลาคนเรา Unlucky In Love เรามักจะ Lucky In Game

สำหรับผม มาเห็นจริงก็ตอนนี้แหละ
งานประจำก็เยอะ งานพิเศษ ก็วิ่งเข้าหา มีแต่คนอยากให้ไปทำโน่น ทำนี่

อย่างพรุ่งนี้ วันพุธ ที่ 22 ช่อง 7 ก็ขอให้ไปบรรยายรายการ American Music Awards คู่กะพี่นิมิตร บ๊อบบี้

ผมบรรยายสดตั้งแต่เช้า แต่เขาจะเอาเทปมาออน ตอนกลางคืนนะครับ

พฤหัส ศุกร์ เสาร์ จะต้องวุ่นกับผู้บริหารต่างชาติ ที่บินมาตรวจตลาด
ไหนจะเรื่องธุระส่วนตัว ต้องไปดูลูกสาวตัวน้อยเต้นในงานโรงเรียน และเป็นพิธีกร คู่กะพี่ชายของเธอ

ไหนจะรายการตอนบ่าย ไหนจะมีงานจ๊อบ ที่ทำมานานแล้วทุกหัวค่ำวันอาทิตย์

กลับมาเป็นคนทำงานยุ่ง 7 วัน นี่ก็ดีสำหรับคนโสดนะครับ
แต่ถ้ามีแฟน คงจะดูไม่จืดเหมือนกัน อาจจะต้องมีรายการสละงานเพื่อแฟนกันบ้าง

เคยมีคนถามว่า ขยันแบบนี้ เอาเงินไปเก็บทีไหน
ตอบไว้ตรงนี้ได้เลย ว่าผมยังเป็นหนี้อยู่ครับ มีค่ารถ ค่างวดต้องผ่อน
ตราบใดที่ยังมีหนี้ ก็อย่าเพิ่งบอกให้ผมหยุดเลย
ผมคงมีแรงทำงานแบบนี้ได้อีกไม่นานหรอก

หนี้อันสุดท้าย ที่อยากจะสร้าง ก็คือที่อยู่อาศัย
ไม่งั้นอีกที ก็ต้องหาแฟนที่เขามีบ้านเป็นของตัวเองอยู่แล้ว
ไม่ก็ต้องรวยๆ ชนิดขอลูกสาว พ่อตา แถมบ้านให้
ซึ่งมันก็จะดูเป็นเงื่อนไขแปลกๆและทุเรศเกินไป ในการเลือกแฟน

อย่ากระนั้นเลย.. หาเงินซื้อเองดีกว่า สบายใจ

ผมจัดรายการมาครบ สองอาทิตย์ สี่ครั้ง
เพิ่งจะรู้สึกว่า พอใจ ก็เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี่เอง

ที่ว่าพอใจ คือรู้สึกดี เมื่อครบเวลา ก็หวังว่าจะทำได้อย่างนี้ไปเรื่อยๆ
แต่ยังไม่ถึงขั้นเพอร์เฟกท์ ร้อยเปอร์เซนต์
ซึ่งก็อาจจะไม่มีวันนั้น เพราะถ้าเพอร์เฟกท์ ร้อยเปอร์เซนต์ ก็อาจจะฟังดูไม่เหมือนผมจัด 555

ผมมีพูดถึงนักร้อง ชื่อ นีล ยัง ผมบอกว่า หมอนี่เขียนเพลงเก่ง แต่ผมไม่ชอบแกร้องเพลง
แกร้องเพลงแปลกๆ เสียงดูเมาๆ ขึ้นจมูก ฟังดูไม่เพราะ ว่างั้น

แล้วผมก็บอกว่า แต่จะไปบอกให้เขาเปลี่ยนวิธีร้อง ให้ร้องเหมือน ไลโอเนล ริชชี่
มันก็ไม่ใช่ นีล ยัง น่ะสิ

คนเรา ไม่ต้องสมบูรณ์แบบก็ได้นะครับ
ขอให้มันดูโอเค ดีที่สุด เท่าที่เป็นได้ ก็พอแล้ว

แล้วอีกอย่าง โลกนี้มีเอลวิส คนเดียว ไมเคิล โบลตัน คนเดียว อันเดรีย โบเชลลี่ คนเดียว มีแนท คิง โคล คนเดียวก็พอแล้ว

ถ้านักร้องทุกคน เสียงเพราะแบบ อันเดรีย โบเชลลี่ กันหมด ก็น่าเบื่อตาย
ให้ลุงนีล ยัง แกเป็นของแกไปแบบนั้นแหละ

ช่วงนี้ ปลายปีแล้ว คุณๆ ก็คงยุ่งๆเหมือนกัน
ดูแลสุขภาพนะครับ





 

Create Date : 21 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2549 23:50:27 น.
Counter : 917 Pageviews.  

~รัก.... รักเธอไม่มีหมด ในแบบที่เธอเป็น

จำได้ว่าเคยเขียนถึงเพลงนี้ครั้งนึง ในบล็อคเก่าๆนู้นนนนน

เมื่อตอน 12 สิงหาคม ช่วงวันแม่ ผมนั่งฟังเพลงนี้แล้วอมยิ้ม

คือครั้งแรกฟังแล้วมีคำถามว่า.. มันจะมีใครสักคนอย่างในเพลงจริงหรือเปล่า
คนที่เขารักเราในทุกๆอย่างที่เราเป็น
ไม่ขอให้เราเปลี่ยนอะไร ให้อภัยได้ทุกครั้งที่เราทำผิด

เคยมี FWD mail อันนึงบอกว่า มีผู้หญิงอยู่คนนึงในโลก
ที่ไม่เคยบ่นว่า ที่เราไปรักผู้หญิงอื่น
ไม่เคยหึง ที่เห็นเราเดินจูงมือกับใคร
ไม่ว่าเราจะรวย หรือจน หล่อหรืออัปลักษณ์
ไม่ว่าเราจะทำผิด คิดพลาดมากี่ครั้ง
เธอก็จะยังรักเราอย่างสุดใจ ... เสมอ

สรุปรวมตอนท้าย FWD mail นั้นบอกว่า..
เธอคนนั้นก็คือแม่เราเอง

ผมเลยอมยิ้ม เวลาได้ยินเพลงนี้
และตั้งใจว่า ถ้าจัดรายการครั้งต่อไป แล้วมีคนขอเพลงนี้
ผมจะบอกว่า เพลงนี้สำหรับแม่ทุกคน และทุกคนที่มีแม่

แต่สำหรับวันนี้ .. ผมขออนุญาตมอบกำลังใจเป็นพิเศษ
ให้เพื่อนคนนึงที่กำลังทุกข์ใจเรื่องแม่

ขอให้แม่คุณ Q Nuh ปลอดภัย แข็งแรง นะครับ






 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2549 8:43:55 น.
Counter : 972 Pageviews.  

นิยามของความรัก




วันนี้.. คนรักเก่าผมแวะมาหาที่ทำงานครับ
บังเอิญเธอมาอบรมที่ศูนย์ฝึกอบรม ใกล้ๆที่ทำงานผมพอดี

เราไปนั่งคุยกันแป๊บนึง ที่ร้านกาแฟใกล้ๆ..
ผมถามเรื่องคนรักปัจจุบันของเธอ ด้วยความห่วงใย

เธอบอกว่า เธอมีความสุขดี เธอเล่าหลายอย่างที่บ่งชี้ว่า
คนรักปัจจุบันของเธอก็ดูเป็นคนดี มีอนาคต ดูแลเธอดี ใส่ใจ แม้จะไม่ค่อยมีเวลาให้

โดยสิริรวม เธอมีความสุขดีครับ

ตลอดเวลาที่นั่งฟัง.. ผมคอยสังเกตจิตตัวเอง
ผมไม่เห็นแววของความอยากได้เธอกลับมาเลย

ไม่ใช่เพราะไม่รักหรอกนะครับ ผมยังรัก และผมก็รู้ว่าเธอก็ยังรักผมอยู่เหมือนกัน
เพียงแต่ ความรักของผมกับเธอ มันกลายเป็นความรู้สึกปรารถนาดีต่อกัน

ผมยินดีจริงๆ ที่เธอมีชีวิตที่ดี มีความสุขกับคนที่เธอรัก
แค่ได้ยินแบบนั้น ก็พอแล้ว สบายใจแล้ว

หลังๆ ผมเป็นแบบนั้นจริงๆ ..
นึกรักใคร่ชอบพอใคร ก็รู้สึกว่า ไม่ต้องมาเป็นแฟนผมก็ได้
เป็นแฟนใครก็ได้ ถ้าเธอมีความสุข เขาดูแลเธอดี

ขอให้ผมรู้แค่ว่า เธอเป็นสุขดีแล้ว.. ผมก็สบายใจแล้ว.. พอแล้ว

เคยมีพระรูปนึง ท่านบอกผมว่า..
ใครที่บอกว่ารักเรามากเหลือเกิน มากจริงๆ
จนพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เป็นคนรักของเรา
ได้เป็นแฟน ได้แต่งงาน น่ะ.. เขาไม่ได้รักเราจริงหรอก

แต่เขารักตัวเองมากต่างหาก..
เพราะใครคนนั้นอยากเป็นคนรักของเรา อยากเป็นเจ้าของเรา
เพราะเขาคิดว่า ถ้าได้เราเป็นแฟน เป็นคนรัก เป็นสามี เป็นภรรยา แล้วเขาจะมีความสุข

หรืออย่าง คนที่ขี้หึงมาก มักจะพูดเสมอว่า หึงเพราะรัก ถ้าไม่รักจะไม่หึงเลย..
ถ้าเอาคำพระท่านมาอธิบาย ก็ต้องบอกว่าเขาพูดถูกครึ่งนึง

เพราะเขาหึงเพราะรักจริงๆ แต่เพราะรักตัวเอง.. ไม่ใช่รักคนอื่น
เพราะไม่อยากให้คนรักปันใจให้คนอื่น หรือมีคนอื่นมาแย่งไป
เพราะรักตัวเอง ไม่อยากเป็นทุกข์ ที่ต้องสูญเสียคนรัก
ไม่ได้มองว่า.. ถ้าเขาอยู่กับคนอื่น จะมีความสุขมากกว่าอยู่กับเรา ก็น่าจะให้เขาไป

พูดง่ายๆ ก็คือ ความรักแบบทางโลก มันก็ยังมีความเห็นแก่ตัวอยู่

แต่นิยามของ "ความรัก" ของแต่ละคน อาจจะต่างกันได้พิสดารแบบที่เรานึกไม่ถึง
โดยไม่จำเป็นต้องบอกว่า ของใครถูก ใครผิด

ว่าแต่.. นิยามรักของคุณเป็นยังไงกันมั่งครับ ?



*****************

ผมแอบแวะมาเปลี่ยนเพลงให้ เป็นเพลงชื่อ Same Old Lang Syne
นักร้อง ชื่อ คุณแดน แต่ไม่ใช่ ดีทูบี นะ แดน โฟเกลเบิร์ก

เนื้อเพลงเป็นดังนี้ครับ
Met my old lover in the grocery store
The snow was falling christmas eve
I stood behind her in the frozen foods
And I touched her on the sleeve

She didnt recognize the face at first
But then her eyes flew open wide
She went to hug me and she spilled her purse
And we laughed until we cried.

We took her groceries to the checkout stand
The food was totalled up and bagged
We stood there lost in our embarrassment
As the conversation dragged.

We went to have ourselves a drink or two
But couldnt find an open bar
We bought a six-pack at the liquor store
And we drank it in her car.

We drank a toast to innocence
We drank a toast to now
And tried to reach beyond the emptiness
But neither one knew how.

She said shed married her an architect
Who kept her warm and safe and dry
She would have liked to say she loved the man
But she didnt like to lie.

I said the years had been a friend to her
And that her eyes were still as blue
But in those eyes I wasnt sure if I saw
Doubt or gratitude.

She said she saw me in the record stores
And that I must be doing well
I said the audience was heavenly
But the traveling was hell.

We drank a toast to innocence
We drank a toast to now
And tried to reach beyond the emptiness
But neither one knew how.

We drank a toast to innocence
We drank a toast to time
Reliving in our eloquence
Another auld lang syne...

The beer was empty and our tongues were tired
And running out of things to say
She gave a kiss to me as I got out
And I watched her drive away.

Just for a moment I was back at school
And felt that old familiar pain
And as I turned to make my way back home
The snow turned into rain --

ไม่ต้องแปลออกหมด ก็คงพอเดาได้เลาๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นในเพลง

สุขสันต์วันพุธนะครับ




 

Create Date : 15 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2549 8:23:34 น.
Counter : 1400 Pageviews.  

คิดมาก

กลับมาจัดรายการอีกทีนี่.. ยากกว่าที่คิดนะครับ
ผมว่าสมัยผมเริ่มจัดใหม่ๆ ผมทำได้ดีกว่านี้เยอะเลย

จะพูดให้ตรงกว่านั้น ถ้าคะแนนเต็มสิบ ผมให้ตัวเองแค่สี่
สอบตกชนิดไม่มีข้อกังขา

ส่วนนึงเพราะผมรู้สึกว่า ตัวเอง "พยายาม" มากไปนิด
ไม่เหมือนสมัยก่อนตอนเริ่มจัดใหม่ๆ ตอนนั้นไม่คิดอะไรมาก
เจอเพลงไหนชอบใจ ก็ซัดเลย มันได้ความสด มันได้ความสนุกยังไงบอกไม่ถูก

ประกอบกับความคาดหวังของตัวเอง ที่คิดว่ามีประสบการณ์เยอะแล้ว
พอออกมาต่ำกว่าที่ตัวเองเคยทำได้ เคยเป็น มันก็ผิดหวังสิครับท่าน

ผมชอบเปรียบเทียบว่า เวลาผมจัดรายการ
มันจะเหมือนผมทำงานศิลปะอะไรอย่างนึง เหมือนวาดรูปก็ได้ เอ้า..

เปิดเพลงแต่ละเพลง ก็เหมือนการวาดพู่กันลงไปครั้งนึง
พอจบรายการมันจะฟ้องเลยว่า ในภาพรวมเราทำได้ดีแค่ไหน

ผมพบว่า สองวันที่ผ่านมา ผมขาด "เซนส์" ในการเปิดเพลง และจัดรายการอย่างรุนแรง


จะว่าไปก็เหมือนศูนย์หน้าทีมฟุตบอลทีมโปรดผมที่ชื่อ มิลาน บารอส
คุณมิลานนี่ แกมีดีกรี เป็นถึงศูนย์หน้าทีมชาติเช็ค
ที่เคยได้ตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุด ของฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมาแล้ว

แต่พอมาเล่นระดับสโมสร แกกลับยิงประตูไม่ได้ นัดแล้วนัดเล่า
ยืนก็ไม่ถูกที่ วิ่งก็ผิดจังหวะ เขาส่งซ้าย ดันวิ่งไปรอขวา
เขาส่งหน้า ดันวิ่งย้อนมารอข้างหลัง ทำอะไรก็ผิดไปหมด

บางทีผมนึกเล่นๆว่า.. ถ้ามิลาน หรือผมเป็นแบบ ฟอเรสต์ กัมพ์ ท่าทางจะไม่เลวเหมือนกัน



คุณเคยดู ฟอเรสต์ กัมพ์ ไหมครับ หนังในดวงใจผมเชียวนะ
เป็นหนังยอดเยี่ยม เป็นหนังที่ทำให้ ทอม แฮงคส์ ได้รางวัลออสการ์ในฐานะดารานำ และอื่นๆอีก 4 รางวัล

ฟอเรสต์ เป็นเด็กไอคิวต่ำครับ แต่โชคดีที่ได้แม่หัวใจสิงห์
แม่ของเขายอมสู้ทุกอย่างเพื่อให้ลูกมีโอกาสเหมือนเด็กปกติทั่วไป

ด้วยความที่ไอคิวต่ำ ฟอเรสต์ จึงทำทุกอย่างด้วยความ "ไม่คิดมาก"
ถึงเวลาทำอะไร ก็ทำตามหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายอย่างสุดใจขาดดิ้น

ตอนเด็กๆ ฟอเรสต์ ไม่ได้แค่ไอคิวต่ำ แต่กระดูกขายังยาวไม่เท่ากัน
ทำให้เขาต้องใช้รองเท้าพิเศษและใช้โครงเหล็กช่วยดามขาไว้

แต่วันนึง เมื่อเขาถูกเด็กคนอื่นรุมแกล้ง ด้วยการระดมเอาหินขว้าง
เจนนี่ เพื่อนสาวคนสนิท ซึ่งเป็นเพื่อนสาวคนเดียวในชีวิตของฟอเรสต์ ก็สั่งให้เขาวิ่ง
เขาเริ่มออกวิ่งๆๆๆ และเขาก็พบว่า เขามีพรสวรรค์ในการวิ่ง
เขากลายเป็นคนวิ่งเร็วที่สุดในย่านนั้น

เขาได้เข้าเรียนวิทยาลัย ก็เพราะโค้ชทีมอเมริกันฟุตบอลเห็นเขาวิ่งเร็ว
เขารอดตายจากสงครามเวียดนาม ก็เพราะเขาวิ่งเร็ว

ทุกครั้งที่เขาวิ่ง เขาไม่คิดอะไรเลยครับ เพียงแต่เจนนี่สั่งไว้ว่า
ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ให้วิ่งเสมอ..

เขาเคยวิ่งข้ามประเทศจากฟากนึงไปอีกฟากนึง ไปกลับ
เพียงเพราะเขา "อยากวิ่ง"
ไม่ใช่เพื่ออุดมการณ์อะไรสูงส่ง ไม่ใช่เพื่อเรียกร้องอะไร
แต่เพราะเขาแค่.. "อยากวิ่ง"

ถึงหนังมันจะดูเพี้ยนๆ ดูเหลือเชื่อ เกินจริง
แต่มันก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า.. คนเราที่ทำอะไรโดยไม่คาดหวังผลอะไรนี่..

มันดีเหมือนกันนะครับ

คือมีหน้าที่อะไร ก็ทำมันไปแบบนั้นแหละ ไม่ต้องคิดมากว่า
จะต้องอย่างโน้น อย่างนั้น จะต้องทำเพื่อใคร ต้องมีใครมาชมมาเชย

เหมือนที่ไนกี้เขาใช้เป็นสโลแกนน่ะครับ

"JUST DO IT"

แล้ววันเสาร์นี้ ผมจะลองใหม่นะครับ



ปิดท้ายบล็อคนี้มีเพลงมาฝากเช่นเคยครับ จากหนังเรื่อง "Cocktails"
เผื่อใครจะกำลังเบื่อๆเซ็งๆ ต้องฟังเพลงนี้เลยครับ เพลงของ Bobby McFerrin

เนื้อท่อนนึง เขาบอกว่า..

Listen to what I say
In your life expect some trouble
But when you worry
You make it double
Don't worry, be happy......

ผมจะบอกอะไรให้ฟังกัน
เชื่อไว้นะว่าสักวัน..ชีวิตมันต้องเจอปัญหา
แต่ถ้าคิดมากจะยากนาน พาลเพิ่มปัญหาเป็นสองเท่า

ไม่เอาน่า..อย่าคิดมาก..




 

Create Date : 13 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 15 พฤศจิกายน 2549 2:10:08 น.
Counter : 926 Pageviews.  

รู้หน้าไม่รู้ผิว รู้ใจไม่รู้จิต

โบราณเขามีสำนวนว่า.. รู้หน้าไม่รู้ใจ
หมายถึงคนเรารู้จักหน้าค่าตา แต่ไม่รู้ว่าใจข้างในจริงๆเป็นยังไง



แต่กรณีของผมไม่เกี่ยวอะไรกับสำนวนที่ว่า
เพียงแต่จะมีคนชอบมาแซวผมเรื่องหน้าบ่อยๆ
ปกติก็คนในที่ทำงานนั่นแหละ ว่าผมมีเคล็ดลับอะไรหน้าถึงใส

วันนี้ก็อีกเหมือนกัน ที่คนแถวบ้านยิงคำถามผมด้วยคำถามเดียวกัน

ผมเองเจอมุกนี้ทีไร ผมก็จะอมยิ้มเขินๆ
ไม่ใช่เพราะอายที่โดนแซว .. อันนั้นนิดหน่อย แต่ไม่มาก
แต่เพราะที่จริงผิวผมก็มีปัญหาเหมือนชาวบ้านเป็นระยะๆแหละ

ผมเคยผิวแห้งมากจนอักเสบ ต้องไปหาหมอผิวหนัง
เอาหยูกยามาทาเสียเป็นเดือนๆ พอหายผิวแห้งก็เจอปัญหาสิว
เพราะกินทั้งอีฟนิ่งพริมโรส ทั้งทาโน่นนี่ หน้าเริ่มมัน เจอฝุ่นเข้าก็เป็นสิว

ตอนนี้มันก็แค่เริ่มปรับเข้าสู่สภาพปกติเท่านั้นเอง
เลยไม่รู้จะตอบว่ามีเคล็ดลับอะไร เพราะไม่มี

ถ้าจะมีก็คงเรื่องที่ปกติผมจะไม่ค่อยเก็บสะสมความเครียด
ก็เป็นบุญแหละครับ ที่เกิดเป็นชาวพุทธได้เรียนวิปัสสนา
เลยเหมือนมีเครื่องกำจัดความเครียดไปโดยปริยาย

ตอนไปรักษาผิวกับหมอคนแรก ซึ่งเป็นหมอที่ชอบศึกษาปฏิบัติเหมือนกัน
หมอก็ถามว่าผมนั่งสมาธิทุกวันหรือเปล่า วันละกี่นาที
เวลานั่งสมาธิลงลึกไหม
หมอบอกว่า ถ้าสมาธิลึก นั่งวันละ 15-20 นาทีพอแล้ว
ถ้าไม่ลึก ก็ขอ 30 นาที
เพราะการนั่งสมาธิจะช่วยปรับสมดุลย์ในร่างกาย
และเพิ่มภูมิต้านทาน

ผมสังเกตพระที่ท่านปฏิบัติดี ปฏิบัติเก่งๆ จะเห็นว่าส่วนมาก
ถึงท่านจะอายุมากๆแล้ว ผิวก็ยังเปล่งอยู่
อันนี้ เป็นผลพลอยได้ของสมาธิ รวมถึงพลังเมตตาของพระท่าน

แต่จะบอกว่า คนมักจะเข้าใจว่า การทำวิปัสสนาคือการนั่งสมาธิ อันนี้ไม่ถูกเท่าไหร่นะครับ

วิปัสสนา สามารถทำได้ในทุกอิริยาบถ ทั้งยืนเดินนั่งนอน
หลับตา หรือลืมตา ไม่เกี่ยว ขอเพียงแค่.. มีสติสัมปชัญญะ รู้สิ่งที่เป็นปัจจุบัน อย่างเป็นกลาง

วิปัสสนา ไม่ใช่เรื่องไสยศาสตร์ ของผู้มีคาถาอาคมอะไร
อย่างที่หลายคนอาจเคยรู้สึกเหมือนตอนผมเด็กๆ เวลาได้ยินคำนี้

ไม่ได้ทำเพื่อให้มีฤทธิ์ มีเดช เหาะได้ หายตัวได้ หรือเพื่อเป็นผู้วิเศษ
แต่เป็นการทำวิจัยศึกษาธรรมชาติของกายกับจิต ให้เข้าใจความจริงของมัน
ความจริงบนสมมติฐานที่ว่า จะกายหรือจิตก็ไม่ใช่ตัวเรา มันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ บังคับไม่ได้

ว่ากันว่า คนที่ชอบหลักของเหตุผลจะเหมาะกับศาสนาพุทธ
ก็เพราะเหตุว่า มันมีความเป็นวิทยาศาสตร์นี่แหละ
พระพุทธเจ้าไม่ได้แค่บอกให้เชื่อ เชื่อนะ เชื่อสิ เชื่อเถอะ
แต่บอกว่าอย่าเพิ่งเชื่อนะ ให้ลองทำดูเอง แล้วเห็นผลยังไงค่อยเชื่อ

พูดแบบนี้.. บางคนก็อาจจะนึกว่าผมนี่ดีหมดจด จากในสู่นอกหากิเลสไม่ได้
ถ้าพูดแบบทางโลก ประเมินแบบทางโลก ก็พอพูดได้ครับ ว่าไอ้หมอนี่เป็นคนดีพอใช้
แต่ถ้าพูดแบบเอาความจริงมาแบกันเห็นๆ จากที่นั่งวิจัยจิตตัวเอง

คงต้องบอกว่า.. ผมก็มีด้านมืด ด้านเน่า เหมือนคนทั่วไป
ยังโกรธเป็น มีโลภ มีหลง มีเผลอคิดชั่วได้เนืองๆ

ก็เหมือนที่คนเห็นแต่หน้าผมตอนทุกอย่างมันสมดุลย์ดีอยู่
ไม่ได้แปลว่าผิวผมมันดีมาตั้งแต่เกิด
ไม่ได้แปลว่า ไม่เคยมีปัญหาอะไร และไม่มีอะไรประกันได้ว่ามันจะใสเด้งเต่งตึงไปได้ตลอด

จะกาย หรือจิต มันก็มีความปกติเป็น ความเจริญ คู่ความเสื่อมไปทั้งนั้น

เชื่อไหม..
เมื่อวานผมยังรู้สึกว่าจิตมันใส เบาสว่าง กระจ่างดวง
แต่วันนี้ตอนเย็น เพียงเพราะความคิดวูบสองวูบของผม
มันก็ฉุดจิตผมให้ตกวูบลงไปอยู่ในความเสื่อมได้ง่ายๆ

ถามว่า..แล้วผมทำไง..
ผมโทรไปหาคนที่ปกติ ผมคุยด้วยแล้วจะสบายใจ ให้มันสงบลงหน่อยนึง
วางหูแล้วก็ไม่ทำอะไรนอกจากคอยดู คอยรู้ทันความรู้สึก
ผมเห็นว่ามันตกลง มันไม่สบาย แต่ผมไม่แก้
แค่นั่งสังเกตมันห่างๆ แล้วก็เห็นว่ามันอยากดิ้นเบาๆ
เพราะมันไม่ชอบสภาพที่เป็น

พอรู้ทันตรงความรู้สึกว่ามันอยากหลุด จิตมันก็หลุดออกมา เหมือนตื่นขึ้นแว๊บนึง
แล้วก็กลับเข้าไปนัวเนียกับความเสื่อมใหม่

ผมก็ปล่อยมันอีก เปิดเพลงฟังให้สบายใจ ถือว่าจิตจะตก ก็เรื่องของจิต
เราไม่เกี่ยว เพราะจิตไม่ใช่เรา แล้วก็คอยไปสังเกตเนืองๆ
ว่าพอจิตได้ยินเพลงที่ถูกใจ มันก็กลับเป็นสุข ชอบใจขึ้นมา ก็ตื่นขึ้นอีกวูบนึง

เท่านี้ก็คือการทำวิปัสสนาแล้วนะครับ
ทำได้แค่นี้แหละ.. แล้วก็มานั่งเขียนบล็อค บอกเล่าเก้าสิบ

.. เออ.. นะ เขียนคำนี้ แล้วก็สงสัยว่า ทำไมต้องบอกเล่าเก้าสิบ
ทำไมไม่.. บอกเล่า แปดสิบ บอกเล่าหกเก้า บอกเล่าสามสอง มั่งหนอ

ใครรู้เหตุผลว่าทำไมต้องบอกเล่าเก้าสิบ ช่วยบอกทีนะครับ จะขอบคุณ

วันนี้เอาเพลงที่เคยใส่บล็อคโน้นนนนน มาใส่อีกที
พรุ่งนี้ผมจะเริ่มจัดรายการอีกครั้ง ใครบังเอิญอยู่ใกล้วิทยุ แล้วอยากหาอะไรแยงหูเล่นๆ ก็เชิญตามอัธยาศัยนะครับ

ผมจะไปเคาะสนิมที่ 99.5 ตอนบ่ายโมง ถึงสี่โมงเย็น
แล้วคอยนับนะครับ ว่าผมจะพูดผิดกี่หน 5555




 

Create Date : 10 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2549 23:57:38 น.
Counter : 1013 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.