Group Blog
 
All blogs
 

ลมหนาว 5 วัน กับบทเรียนของผม



(รูปจาก FWD mail ไม่ทราบที่มาครับ)
ก่อนอื่นต้องบอกว่าเสียดายที่ไม่ได้เอากล้องถ่ายรูปไปด้วย
เพราะไม่รู้ว่าที่นั่นจะมีอะไรให้ถ่ายนักหนา ประกอบกับเกรงใจชาวประชา
เดี๋ยวเขาจะว่า ไปภาวนา ทำตัวเหมือนนักท่องเที่ยวไปงานพืชสวนโลก

ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ผมไปอยู่ภาวนาที่วัด แต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่เหมือนกับแบบนี้

ปกติ จะเจอผู้เจอคนเป็นหลักร้อย น้อยๆ ก็หลักยี่สิบกว่าๆ แต่เที่ยวนี้มีแค่สามคน

ไม่แปลกใจที่ตอนนี้คิวผู้ต้องการไปอยู่ภาวนาที่วัดจะยาวไปถึงกลางปีหน้าแล้ว

อาจารย์ผม ท่านไม่เน้นปริมาณ เพราะท่านเคยเปรยว่า เรียนกรรมฐานให้ดี ต้องฝึกตัวต่อตัว

คำถามที่เจอบ่อยมากหลังจากกลับมาคือ.. แต่ละวันทำอะไรมั่ง
ถ้าท่านเข้าใจว่า 5 วันที่ผ่านมา ผมคงนั่งสมาธิตะบี้ตะบัน ทั้งวัน
หรือเดินจงกรมจนน่องโป่ง อันนี้บอกได้เลยว่า..ไม่ใช่น่อ..

ต้องเข้าใจก่อนว่า มนุษย์แต่ละคนมีจริตไม่เหมือนกัน ความถนัดในการเลือกวิธีการภาวนาก็ต่างกัน

หลวงพ่อที่ผมไปเรียนด้วย ท่านชี้มาว่า ผมมันพวกคิดมาก ให้ดูจิตไปน่ะเหมาะแล้ว
ไม่จำเป็นต้องไปฝึกพวกดูกาย ที่ต้องอาศัยพื้นฐานการทำสมาธิมาก

ที่นั่นเขาให้แต่ละคนอยู่กุฏิของตัวเองครับ มีห้องน้ำในตัวเสร็จสรรพ
มีตู้เสื้อผ้า มีเตียงซึ่งที่นอนเป็นยางพาราหนาแค่นิ้วเดียว นอนแล้วเจ็บเป็นบ้า

ตอนก่อนไปก็คิดว่า เราก็ภาวนาใช้ได้นะ แต่เอาเข้าจริงๆ ถ้านับวันนึงๆ เป็นยก เหมือนมวย
ต้องบอกว่า 3 ยกแรก ผมโดนต้อนเสียหาทางกลับมุมแทบไม่เจอ

เย็นวันที่สาม หลังจากโดนกิเลสตัวเองต้อนจนน่วมนั่นแหละ
ถึงออกมาเดินเล่นที่ลานหน้าโบสถ์ นั่งดูท้องฟ้า ดูภูเขา ดูรูปปั้นหลวงปู่ดูลย์ ท่ามกลางพระอาทิตย์ตกดิน
ถึงได้เห็นว่า ที่ทำมาเกือบ 3 วัน มันผิดมาเกือบหมด

หลังวัด มองจากหน้าต่างกุฏิด้านนึงของผม มีต้นไม้ใหญ่มากๆ อยู่หลายต้น

ตอนลมแรงๆ ผมนั่งดูต้นไม้ไปก็สังเกตใจตัวเองไป แล้วก็สังเกตอะไรได้อย่างนึง

คือจริงๆแล้ว ผมควรจะดูจิตตัวเองเหมือนดูต้นไม้ต้นนั้นแหละ
มันโดนลมป้อไป ป้อมา จนสะบัดไหว กิ่งกวัดไกวแทบหักมิหักแหล่
แต่พอลมหยุด มันก็กลับมานิ่งเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เข้าใจแบบนั้น แล้วก็เห็นว่า เรายังปฏิบัติแบบพยายามไปแทรกแซง
พอเห็นว่าจิตฟุ้ง ก็ไม่ชอบ จิตตก ก็ไม่ชอบ พยายามหาทางแก้
พอเห็นว่าจิตดี ก็ยินดี จิตมันสว่างขึ้นก็ชอบ อยากให้มันเป็นอย่างนั้นนานๆ

หลวงพ่อมาแคะให้ในเช้าวันต่อมาว่า คนมาอยู่ภาวนา มักจะพลาดเหมือนๆกัน

คือ "ตั้งใจ" มากเกินความจำเป็น ลืมรู้ทันว่า เบื้องหลังความ "ตั้งใจ" คือความ "อยาก"
อยากปฏิบัติ อยากได้สภาวะดีๆ อยากเก่งขึ้น อยากนิ่ง อยากมีปัญญา

ท่านบอกว่า.. จุดอ่อนของนักปฏิบัติคือ การเข้าใจว่า การปฏิบัติ
คือการต้อง "ทำ" อะไรสักอย่าง ที่เหนือธรรมดา เพื่อให้ได้สิ่งที่เหนือธรรมดา

ทั้งๆ ที่ธรรมะ เป็นของธรรมดามาก เป็นของที่อยู่ต่อหน้าต่อตา
แต่ใจเรามักจะปฏิเสธธรรมะ แล้วพยายามสร้างอะไรที่มันเหนือธรรมดา
อยากรู้ธรรม อยากได้ธรรม แต่ปฏิเสธธรรมของจริง ไปสร้างของปลอมๆขึ้นมา

ลืมนึกไปว่า ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วดับไปนี่มันเหนือธรรมดาตรงไหนเหรอ

เห็นจิตที่ดีก็อยากให้มันเที่ยงทนถาวร
เห็นจิตไม่ดี หมองๆ มัวๆ ก็รังเกียจ
พยายามแก้ พยายามซ่อมมัน

เพราะเรามักจะอยากให้อะไรๆมันดีถาวร สุขถาวร
พอมันเสื่อม มันดับไปตามธรรมชาติ
ก็ทุกข์กันเห็นๆไม่มีอะไรพิสดารหรอก

วิปัสสนา แท้ๆ เราดูกันแค่นั้นแหละครับ
วิปัสสนา ไม่ได้แปลว่านั่งหลับตา ขัดสมาธิ กำหนดลมหายใจอย่างนั้นอย่างนี้

แต่คือการดูให้เห็น ดูให้ประจักษ์ว่า ไอ้กายนี้ จิตนี้ มันมีธรรมชาติของมันอย่างนั้น
คือมันมีการทำงาน มีสภาวะต่างๆเกิดขึ้น
แล้วมันก็อยู่ชั่วขณะ แล้วก็ดับ

สภาวะที่ดี เป็นกุศล เกิดแล้วก็ดับ
สภาวะที่ไม่ดี เป็นอกุศล เกิดแล้วก็ดับ
สำหรับวิปัสสนา ท่านจึงว่า ถ้าจะเดินปัญญาได้
ก็ต้องรับรู้สภาวะต่างๆด้วยใจที่เป็นกลาง

แต่ก็อีกนั่นแหละ.. จิตมันจะไม่เป็นกลางเราก็สั่งมันไม่ได้
หน้าที่จึงมีแค่คอยรู้ทัน ความไม่เป็นกลาง
แล้วจิตดวงที่เกิดหลังๆ มันจะค่อยๆเรียนรู้จะเป็นกลางเอง

หลวงพ่อบอกว่า จับหลักให้แม่นๆ แล้วจะง่าย
คือรู้เท่าทันปัจจุบันโดยไม่แทรกแซง

ทุกข์มีไว้รู้ ไม่ได้มีไว้(อยาก)ละ
จะให้ทุกข์ดับ ต้องไปละที่ตัวความอยาก
ซึ่งคือสาเหตุแห่งทุกข์

ความอยากจะละได้ด้วยสัมมาสติ การมีสติตั้งมั่นในกาย ในจิต

จะดับไฟต้องดับที่ตัวเชื้อไฟ ไม่ใช่ไปหาทางกำจัดควัน

งง ก็รู้ว่างง สงสัยรู้ว่าสงสัย
จิตมันวิ่งไปคิดหาคำตอบ ก็รู้ทันมันนะครับ ว่ามันวิ่งไปทำงาน

มีวันนึงผมนั่งนับว่าชั่วโมงนึงจิตผมมันแว้บบบบ ไปคิดอะไรเอง
โดยที่เราไม่ได้สั่งให้มันคิดน่ะ กี่ครั้ง

เชื่อไหมว่า น้อยที่สุด คือ สามร้อยกว่าครั้ง
เฉลี่ยอยู่ที่ สี่ร้อย สูงสุดคือห้าร้อยยี่สิบสามครั้ง
ไว้ว่างๆลองดูของตัวเองสิ

ที่นั่นอากาศหนาวเอาการครับ ต้องใส่ถุงเท้าตลอดเวลา ยกเว้นเวลาอาบน้ำ

ลมที่นั่นแรงมาก แรงจนเสียงอื้ออึง ชนิดต้องหวั่นว่า หลังคากุฏิจะทนไหวไหม

ไอ้ที่หนาวจริงๆ มันหนาวเพราะลมนี่แหละ แถมยังทำให้นอนลำบากเพราะเสียงลมดังทั้งคืน

เล่าให้ฟังพอสังเขป ก็แล้วกันนะครับ
อ้อ.. ลืมบอกไป อยู่โน่น นอน 2 ทุ่ม ตื่น ตี 5 กว่าๆ บางวันก็ 6 โมง เวลานอนไม่โหดครับ

แต่กลับมานี่สิ ตี 1 แล้วยังไม่ได้นอนเลย มิน่า ง่วงจัง

ไปนอนกันเถิด จะเกิดผล




 

Create Date : 23 ธันวาคม 2549    
Last Update : 27 ธันวาคม 2549 19:32:23 น.
Counter : 733 Pageviews.  

ลาพักร้อน Bad Time ... To Be In Love



สองเรื่องนี่ไม่เกี่ยวกันเลยนะครับ แหะแหะ
ได้โปรดอย่าเข้าใจว่าผมขอลาพักร้อน เพราะอกหัก

คือจะแวะมาแจ้งว่า
ผมลาพักร้อนไว้เพื่อไปอยู่ภาวนาที่สวนสันติธรรม ตั้งแต่พรุ่งนี้ ถึงเช้าวันศุกร์
เป็นเหตุให้ คงจะไม่ได้อัพบล็อค จนกว่าจะคืนวันศุกร์ไปแล้ว

เลยเรียนมาเพื่อทราบและโปรดพิจารณาอนุมัติ จะได้ไม่ต้องแวะมาเก้อ

ส่วนไอ้เพลง Bad Time นี่ เพื่อนผมชื่อลุงเสือน้อย แกขอไว้
ประมาณว่าติดใจมาจากหนังเรื่อง เก๋า เก๋า ที่เอาเพลงนี้ไปใส่เนื้อไทยไว้

ฉบับเนื้อไทยนี่ เพราะดี ไม่ใช่เล่นนะครับ แต่ขอต้นฉบับมา ก็จัดให้ตามนี้ แถมเนื้อให้ด้วย เอาไว้ร้องตาม

Bad Time

I’m in love with the girl that I’m talking about,
I’m in love with the girl I can’t live without.
I’m in love but I sure picked a bad time ...
To be in love, to be in love.

Well, let her be somebody else’s queen,
I don’t want to know about it.
There’s too many others that know what I mean,
And, that’s why I got to live without it.

I’m in love with the girl I’m talking about,
I’m in love with the girl I can’t live without.
I’m in love but I feel like I’m wearin’ it out,
I’m in love but I must have picked a bad time ...
To be in love, a bad time to be in love,
A bad time to be in love, a bad time to be in love.

All the stories coming back to me,
From my friends and the people that I don’t want to see.
The things you say I know just couldn’t be true,
At least not until I hear them from you.

’cause I still love the little girl I’m talking about,
I’m in love with the girl I can’t live without.
I’m in love but I feel like I’m wearin’ it out,
I’m in love but I must have picked a bad time ...
To be in love, a bad time to be in love,
A bad time to be in love, a bad time to be in love.

You know that I love the little girl I’m talking about,
I’m in love with the girl I can’t live without.
I’m in love but I feel like I’m wearin’ it out,
I’m in love but I must have picked a bad time ...
To be in love, a bad time to be in love,
A bad time to be in love, a bad time to be in love.

ถ้าเพลงนี้มันโหวกเหวกกว่าปกติ ก็ขอเชิญประนาม ลุงเสือน้อย little tiger กันเอาเองตามอัธยาศัยครับ 55555

แต่เวลาร้องตาม เปิดเสียงดังๆหน่อยนะครับ จะได้อารมณ์มาก แฮ่...

แล้วจะส่งบุญให้ทุกท่านนะ.. โชคดีครับ




 

Create Date : 18 ธันวาคม 2549    
Last Update : 24 ธันวาคม 2549 1:06:24 น.
Counter : 1626 Pageviews.  

The Holiday ไออุ่นของความรัก มาเฟียแผ่นผี



สำหรับชาวกทม. คุณนั่งรอลมหนาวให้โชยโบยพัดมาเสียทีเหมือนผมไหม?

ปีนี้ผมยังไม่รู้สึกถึงความหนาวเลย นอกจากเช้าๆของวันสองวันก่อน ที่"เหมือนจะ"เย็นๆลงนิดนึง

แต่สำหรับหลายคนที่กำลังมีความรัก มันคงไม่ใช่อุปสรรค ที่จะเดินจูงมือ ใครสักคนไปนั่งกุมมือกันดูหนัง

ถ้าคุณกำลังนึกอยากหาหนังดีๆสักเรื่อง เพื่อกิจกรรมที่ว่า ในช่วงใกล้ส่งท้ายปลายปี ผมแนะนำเรื่องนี้เลยครับ



The Holiday งานใหม่ของ ผกก.ที่เคยทำให้ เคียนู รีฟส์ ตกหลุมรัก ไดแอน คีตัน ใน Something's Gotta Give สร้างความเสียดายของให้สาวๆทั่วเมืองมาแล้ว เธอชื่อ แนนซี่ เมเยอร์ส ครับ

หนังเรื่องนี้เป็นหนึ่งใน Romantic Comedy ไม่กีเรื่องที่ได้เข้าฉายในบ้านเราปีนี้ และในความรู้สึกผม มันเป็นหนังรักตลกที่ดีที่สุดเรื่องนึงของปีนี้ ถ้าไม่นับ The Break Up ที่มันไม่ค่อยโรแมนติค เท่าไหร่ แต่กระเดียดไปทาง Realistic Relationship Comedy เสียมากกว่า

ดาราในเรื่อง เล่นกันอยู่ไม่กี่คน คาเมรอน ดิแอซ เล่นเป็นนักตัดต่อโฆษณาหนังตัวอย่างมือดีจาก L.A. ที่แลกบ้านในช่วงคริสมาสต์ กับ เคท วินสเล็ต คอลัมน์นิสต์สาวอาภัพรักจากย่านเซอร์เรย์ ของอังกฤษ



จู๊ดด์ จู๊ด ..เอ๊ย.. จู๊ดด์ ลอว์ เล่นเป็นพี่ชายของ เคท วินสเล็ต ในเรื่อง ที่มารักกับคาเมรอน ส่วน แจ็ค แบล็ค ก็เป็นนักแต่งเพลงประกอบหนัง ที่มาลงเอยกับ เคท วินสเล็ต



สำหรับสาวๆ แจ็ค แบล็ค อาจจะไม่ใช่ขวัญใจคุณ เหมือนอย่าง เคียนู รีฟส์ หรือ แบรต พิทท์ แต่บทของเขาในเรื่องนี้ ก็พอจะทำให้คุณเชื่อได้ว่า คนสวยขนาด เคท วิสเล็ต น่าจะชอบผู้ชายแบบนี้ได้แหละนา

ผมชอบ คาเมรอน ดิแอซ มากๆ ในเรื่อง there's something about Mary และนี่เป็นอีกครั้ง ที่ผมโดนเสน่ห์ของเธอทับเข้าให้เต็มทรวง



คำแนะนำคือ อย่าเอาความจริงจัง เรื่องความน่าจะเป็น ความเป็นไปได้อะไรใส่กระเป๋าเข้าโรง ปิดมันซะ พร้อมๆกับที่คุณปิดมือถือนั่นแหละ ไม่งั้นคุณจะดูไปคิดไป ค้านไป โดยเฉพาะเรื่องที่นางเอก ชวนพระเอกมีเซกส์ตั้งแต่คืนแรกที่เจอกัน

หนังออกมาถูกเวลานะ ผมว่า.. บ้านเราขาดหนังอุ่นๆ ที่หัวเราะได้แบบนี้มานานแล้ว

ปัญหาคือ มันจะได้ตังค์สักเท่าไหร่.. ถ้ามันได้เงินน้อย ไม่ถึง 15-20 ล้าน คุณเตรียมทำใจบอกลาหนังรักแบบนี้ได้เลย

เพราะมันอาจจะเป็นโรแมนติค คอเมดี้ เรื่องสุดท้ายที่ได้ฉาย เนื่องจากบริษัทจัดจำหน่ายไม่ต้องการเสี่ยงกับการขาดทุน

บางที ผมก็ไม่ค่อยอยากเชื่อว่า.. ไอ้แผ่น DVD ผี นี่มันมีผลกับหนังโรงด้วย แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ ยอดรายได้หนังประเภทที่คนคิดว่า ไม่ต้องดูโรงก็ได้ ตกลงฮวบๆ

คนยังอยากดูนะครับ หนังแบบนี้ แต่ทำแล้วมันได้เงินน้อย มันเลยมีผลไปถึงเมืองนอกด้วย ว่าโปรเจคท์แบบนี้ นายทุนเขาไม่ค่อยอยากให้เงินไปทำ เขาก็สร้างน้อยลง

แล้วพวกแผ่นผีนี่น่ากลัวมากนะครับ คนขายไม่น่ากลัวหรอก.. แต่นายทุนมาเฟียข้างหลังคนขายนี่น่ากลัว เพราะเขาซื้อได้หมด ตั้งแต่ตำรวจไปถึงคนที่ทำงานเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับหนัง

แล้วเมื่อเงินเขาเยอะขึ้น ในขณะที่ธุรกิจหนังมันเริ่มถดถอย เขาก็จะเริ่มมองหาธุรกิจอื่นๆ ต่อไป เช่นยาเสพติด การค้ามนุษย์ อาวุธเถื่อน เปิดบ่อน ฯลฯ

อันนี้มันเป็นการมองแบบยาวๆ ที่ถ้าคิดเผินๆ ก็อาจจะไม่เห็นว่ามันจะอะไรนักหนา แต่ขึ้นชื่อว่าธุรกิจผิดกฏหมาย มันเชื่อมโยงถึงกันหมด เป็นเครือข่ายแหละครับ

ที่น่าห่วงมากกว่าก็คือ เราจะได้ดูแต่หนังอย่างคิงคอง เอรากอน หนังแอคชั่นระห่ำความมันส์ คันหลังต้องเกาด้วยปืน ยืนบนระเบิด กันตลอดเวลา

ไม่ได้บอกว่า หนังพวกนี้ไม่ดีนะครับ ดีครับ ผมก็ชอบดู แต่เราก็น่าจะได้ดูหนังแบบ As good As it gets, Something's Gotta Give. Sleepless In Seattle, FOur Weddings and a funeral, You've Got Mail, French Kiss ด้วย ไม่ใช่เหรอ

อีกอย่าง.. คนมักจะคิดว่า การซื้อแผ่นผีมันเป็นสิทธิที่ไม่เบียดเบียนใครมากมาย เพราะสตูดิโอ หรือดาราก็รวยอยู่แล้ว ทั้งที่ ในความเป็นจริง ดารานี่ไม่ได้มีเฉพาะซุปเปอร์สตาร์ หรือดารานำนะครับ คนสร้างหนัง ก็ไม่ได้มีเฉพาะโปรดิวเซอร์ หรือ ผู้กำกับ มันมีคนอื่นๆที่รายได้พอประทังชีวิต อย่างตัวประกอบ เด็กกองถ่าย คนแบกไฟ ไปถึงยามด้วยเหมือนกัน

การที่เขาสร้างหนังกันน้อยลง มันมีผลกับคนพวกนี้มากครับ

ขึ้นต้นด้วยเรื่องรัก ลงท้ายบ่นเรื่องแผ่นผีได้ไงหว่า..

เพลงประกอบวันนี้ เอาเพลง Love's Theme ฉบับแอนดี้ วิลเลี่ยมส์ ไปเพลงนึง แถมให้ด้วยเพลงคริสต์มาสแสนน่ารักของเดอะชิบป์มังค์ส หนึ่งเพลงครับ

นอนหลับฝันดีฝันเด่นครับ








 

Create Date : 14 ธันวาคม 2549    
Last Update : 18 ธันวาคม 2549 1:26:04 น.
Counter : 2079 Pageviews.  

ธันวาคม หมอดูจิตสัมผัส โซลเมท กลไกการป้องกันตัว



ธันวาคมปีนี้มาถึงไวกว่าปีไหนๆ ในความรู้สึกของผม

เห็นทีคำกล่าวที่บอกว่า เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปไวเสมอ อาจจะใช้ไม่ได้กับปี 2549 ของผม เพราะนี่คือปีที่ผมทุกข์มากที่สุดปีหนึ่ง สารภาพว่าโดยเฉพาะกับเรื่องความรัก

บางทีอาจเพราะในท่ามกลางเรื่องวุ่นวายนั้น ผมมัวแต่ยุ่งกับงานจนลืมวันลืมคืน และอาจบางที ทุกข์เหล่านั้นมันไม่ได้มากขึ้นกว่าที่ผมเคยมีในปีไหนๆ เพียงแต่ผมไม่เคย "เห็น" มันด้วยสติ ไม่เคยเข้าใจมันอย่างที่เข้าใจในปีนี้

เพราะด้วยความที่ รู้เห็น และเข้าใจมันมากขึ้นนั้นเอง ผมก็มีชีวิตอยู่ท่ามกลางทุกข์ได้อย่างเป็นปกติ ยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาในเวลาที่มีแต่สุข

สารภาพตามตรง ผมเพิ่งเข้าใจประโยชน์ของวิปัสสนาในชีวิตประจำวันของฆราวาสคนเดินดิน ก็เมื่ออายุ 38 นี่แหละ

แต่พอนึกถึงว่า เมื่อตอนผมเริ่มศึกษาวิปัสสนา เมื่อ 9 ปีก่อน ผมก็คิดว่าผมรู้นะ.. แต่เทียบกับที่ได้รู้วันนี้ ผมในวันนั้นก็เป็นแค่เด็กอนุบาล

ผมเลยแอบเห็นว่าตอนนี้จิตผมมันมีมานะอัตตาอยู่ว่า "ฉันรู้เยอะขึ้น" แล้วก็คิดได้อีกว่า อีกสัก 9 ปี จากนี้ ผมก็คงจะเห็นว่า ที่ผมรู้วันนี้ มันก็แค่เด็กประถมนั่นแหละ

ใกล้ๆสิ้นปีทีนึง ผมชอบนั่งทบทวนชีวิตตัวเอง ว่าผมทำผิดคิดชั่ว ทำดีมีกุศลอะไรบ้าง ในปีที่ผ่านมา และถือโอกาสไปหาหมอดูมาด้วย 55555

เรื่องต่อนี้ โปรดใช้วิจารณญาน เพราะเป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ

หมอดูท่านนี้ ได้รับการรับรองจากบุคคลในแวดวงผู้ปฏิบัติธรรม สายที่กัลยาณมิตรผมนับถืออยู่ ว่าให้คำแนะนำที่ดีแก่นักปฏิบัติทั้งหลาย

เธอใช้วิธีดูด้วยตัวเลขวันเดือนปีเกิด เวลาเกิด บวกกับจิตสัมผัส เพื่อวิเคราะห์ตามหลักกรรมพยากรณ์

เธอดูให้ท่านอื่นเป็นอย่างไร ไม่ทราบ แต่เธอบอกผมว่า ผมมีกรรมของผมในเรื่องความรัก ที่สะสมมาแต่ครั้งก่อน ฉะนั้นชาตินี้ อย่าหวังจะมีรักที่ปกติเหมือนชาวบ้าน

เรียกง่ายๆว่า อย่ามองหาไอ้รักจำพวก Soul Mate เห็นหน้าสบตาก็พาระทวย และจะช่วยกันประคองไปจน Happily Ever After เพราะจะมีแต่พวกที่โซลหมดสบตาแล้วพาระทม ซะมากกว่า

เพราะทุกคนมาเพื่อให้ผมใช้หนี้เก่าที่ผมเคยทำไว้ และที่เขาเคยทำไว้ เป็นคู่เวร คู่กรรม ไม่ใช่คู่บุญพาวาสนาส่ง

หมอดูแนะนำว่า ผมมีทางออกสถานเดียวในโชคชะตาแบบเสี่ยวรำพึงอย่างนี้ คือต้องเลือกคู่ที่เสมอกันด้วย ศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา เพื่อสร้างบารมีและกรรมใหม่ที่ดีมากๆร่วมกัน

ไอ้ชนิดที่โผล่มาแล้วถามผมว่า ไม่ต้องทำวิปัสสนาไม่ได้เหรอ แค่เป็นคนดีก็พอแล้วนี่ อันนั้น จำเป็นต้องตัดใจเสียแต่ต้นลม เพราะคบๆไปก็จะมีแต่เรื่องให้ขุ่นข้องหมองใจ เก็บไว้เป็นเพื่อนสนิท เป็นน้องสาว ก็พอ

และเธอแนะนำให้ผม ถือศีล 8 สัปดาห์ละ 1 วันต่อไป ส่วนที่เจริญภาวนาอยู่ก็ทำได้ดีแล้ว และพฤติกรรมในชาตินี้ ก็เป็นไปด้วยดีอยู่แล้ว มีความยับยั้งชั่งใจ ที่ดี เป็นกุศล ก็รักษาและทำต่อไป

อันนี้ ผมไม่ได้บอกว่า ผมเชื่อหมอดูแบบโงหัวไม่ขึ้นนะครับ ผมฟังหูไว้หู แล้วลองมาทบทวนดูถึงความสัมพันธ์ที่ผ่านมา มันก็จริงอย่างที่เขาบอกนั่นแหละ

เอาแค่ปีนี้ปีเดียว ผมต้องปล่อยให้คนดีๆเดินผ่านไปอย่างน้อยๆ ก็สามคน ส่วนนึงอาจจะเป็นเพราะกรรมเก่าของผมจริง อีกส่วนนึง ก็เป็นเพราะกลไกการป้องกันตัวของผมเองด้วย

มองย้อนไปตั้งแต่ต้นปี ผมพบว่า .. ผมกำลังป่วยเป็นโรคกลัวความล้มเหลวในความรักอย่างรุนแรง จนตัวเองสร้างกลไกป้องกันตัวขึ้นชนิด "อย่างหนาตราช้าง"

ในขณะที่หลายๆคู่ เริ่มต้นความสัมพันธ์ด้วยการมองหาข้อดีของอีกฝ่าย และโชว์ข้อดีของตัวเอง ผมกลับเริ่มต้นด้วยการหาข้อเสียของอีกฝ่าย และโชว์ข้อเสียของตัวเอง

เพียงเพื่อหวังว่า เขาจะยอมรับและหันหลังให้ผมไปแต่โดยดีตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วผมก็จะปลอดภัยจากความรู้สึกว่า ผมทำให้ใครสักคนเสียเวลาอันมีค่าของชีวิตเขา เสียโอกาสที่จะได้เจอคนที่ดีกว่าผม ฯลฯ

อันนี้เป็นความเขลาส่วนบุคคล ที่ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำแก่บุตรหลาน และคนรัก ตลอดจนตัวท่านเอง ระหว่างอ่านนะครับ

ผมถามหมอดูว่า แล้วผมจะอยู่นิ่งๆ ไม่มีแฟน ได้ไหม หมอบอกว่า ไม่ใช่ไม่ได้ แต่ยากส์.. เพราะดวงผมจะเหวี่ยงสาวๆ สวยๆ ดีๆ มาให้เลือกชนิดที่ผมปฏิเสธไม่ค่อยลง เพื่อหาเรื่องให้ผมทุกข์จนได้

ช่วงนี้ ผมมีคาถาเด็ด อยู่สองข้อ ที่ดูเหมือนจะกรองคุณผู้หญิงใจดีออกไปได้หลายท่าน คือ..ข้อแรก ใครทำท่าจะชอบผม ผมจะถามตรงๆให้วงแตกว่า .. คุณจะจีบผมเหรอ.. อันนี้ได้ผลอย่างน้อยก็รายนึง หายเงียบไปสนิท อืมม์..

ข้อสอง.. ผมจะบอกแผนการชีวิตของผมแต่เนิ่นๆว่า.. ผมจะไม่มีลูก และผมมีแผนว่า สักวันในอนาคต ผมจะออกบวช

สองข้อนี่ ช่วยเรียกสติให้คุณผู้หญิงกลับคืนมาได้หลายท่าน.... แต่ขอรับรองว่า ไม่มีเจตนา จะดูหมิ่น ดูแคลนท่านใดเลยนะครับ จะเรียกว่าเป็นกลไกการป้องกันตัวเองของผมแบบถ้อยที ถ้อยอาศัย ก็น่าจะพอได้

คือถ้ามันจะมีกรรมเก่า ที่ผมต้องใช้หนี้จริงๆแล้วไซร้ ก็ขอให้ผมใช้มันด้วยความเหงา หง่าว จนเฒ่าตายไปคนเดียวนี่แหละ

สาวนักปฏิบัติ สวยๆ น่ารักๆ คึกคักด้วย ศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา ก็ไม่ใช่ไม่มีหรอกนะ แต่มองข้ามช็อตไปทีไร ก็เห็นทุกข์ของน้องเขา กับที่บ้านรออยู่ทุกที

ชาตินี้.. โซลเมท ผมอาจจะไม่มี แต่โซลหมด นี่เริ่มเห็นรำไร

โซลหมดเมื่อไหร่ ก็หมดใจจะดิ้นเมื่อนั้น แล้วก็ได้ล่องเรือชีวิตไปเดี่ยวแหง๋แซะ

ว่าแล้วก็ฟัง I'll Sail This Ship Alone ของ "ใต้สวย" the Beautiful South

อ่านแล้วอย่าเครียดนะครับ ผมเล่าเอง ยังขำไปน้ำตาตกในกับชะตาชีวิตตัวเองเลย ฮา...

สุขสันต์คืนวันจันทร์ครับ



อีกเพลงนี่แถมครับ ว่าจะ ว่าจะ เขียนเรื่องพระจันทร์กับความรัก หลายทีแล้ว ไม่ได้เขียนสักที เอาเพลงมาให้ฟังก่อนละกัน เพลงของ Don Henley ชื่อว่า Talking To The Moon อีกหน่อยไม่มีใครจะคุยด้วย ผมก็กะจะนั่งคุยกับพระจันทร์นี่แหละ




 

Create Date : 11 ธันวาคม 2549    
Last Update : 15 ธันวาคม 2549 12:25:13 น.
Counter : 1262 Pageviews.  

นักเดินทาง(ในความฝัน)



(ภาพจาก FWD Mail ไม่ทราบที่มา)

อันนี้ถามเล่นๆนะครับ..

ถ้าคุณรวยมากพอจนรู้สึกว่าไม่ต้องทำงานแล้ว อย่างแรกที่คุณอยากทำ คืออะไร

ส่วนตัว... ผมจะเดินทางครับ ผมจะไปมันทุกที่ที่ผมอยากไปในโลกนี้

ผมว่าผมเป็นคนโชคดีนะ ผมมีโอกาสเดินทางโดยหน้าที่การงานไปหลายแห่งที่ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าครองชีพ แพงหูฉี่ อย่างอังกฤษ 2 หน ญี่ปุ่น 2 หน ที่เหลือก็ธรรมดา อย่างจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ พม่านี่ก็เคยข้ามไปฝั่งท่าขี้เหล็ก ตรงแม่สาย ซึ่งก็ไม่กล้านับ เพราะกระดาก

จุดหมายใกล้ๆ ที่อยากไป ผมอยากไปหลวงพระบาง เมื่อก่อนอยากไปนครวัด ตอนนี้เฉยๆ อยากไปพุกาม เมืองที่เขาว่ากันว่ามีเจดีย์เยอะ อยากไปอังกฤษอีก เพราะยังไม่เคยไปแถบสก็อตแลนด์ โดยเฉพาะ เอดินเบอเรอห์

ส่วนที่น่าสนใจคือ ผมพบว่าเวลาไปประเทศที่เจริญๆ อย่างอังกฤษ หรือญี่ปุ่น ส่วนที่ผมชอบ กลับไม่ใช่ตัวมหานครอย่างลอนดอน หรือโตเกียว ผมชอบส่วนที่เป็นบ้านนอกๆ ชนบทของเขาน่ะครับ ดูอย่างรูปนี้เป็นต้น



ไอ้พวก กินซ่า รบปงหงิ ชินจูกุ ฮาราจูกุ หรือลอนดอนอาย อ็อกเฝิร์ด สตรีท มันก็ดูไฉไลไฮเทคดี แต่ให้ดูสองสามวันก็เบื่อ แต่พวกภูมิทัศน์แถบบ้านนอก โดยเฉพาะที่เป็นหุบเขา ทะเลสาบนี่ สวยมากนะครับ

ที่จริงทางเหนือเรา ที่เชียงใหม่ ถนนแถวอำเภอฝาง เลียบไหล่เขา เลาะแม่น้ำก็สวยนะ ถนนไปแม่ฮ่องสอนก็สวย ถนนที่เชื่อมอำเภอปัว ที่น่าน มาพะเยา ก็สวยมาก เสียดายเป็นเขาหัวโล้นไปเสียเยอะ เสียดายที่บ้านเราดูแลทรัพยากรธรรมชาติกันไม่ดีเท่าเมืองที่เขาเห็นค่าของมันจริงๆ

ไม่ได้บอกว่า คุณๆ ที่ชอบไปดูแสงสี ไปตลุยช้อปปิ้ง ไม่ดีนะครับ คนเราไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนกัน

แต่ถ้าให้เลือกจริงๆ ผมเลือกไปญี่ปุ่นนะ อย่างน้อยอาหารญี่ปุ่นก็ถูกปากผมมากกว่า Fish & Chips แหละนา รูปนี้ ผมก็เพิ่งใช้เมื่อสักสองบล็อคก่อน เห็นแล้ว อยากรู้จังว่ามันคือที่ไหนของญี่ปุ่น น่าไปมากๆ



พูดดีไปงั้นแหละครับ ตอนนี้ก็มีปัญญาเป็นแค่นักเดินทางในฝัน เท่านั้นแหละ

ไม่รู้คุณ Oakyman จะแวะมาอ่านบล็อคนี้ไหม เผื่อจะตอบผมได้ ว่าถ้าอยากไปเห็นอะไรแบบนี้ ต้องไปเมืองไหน

ว่าแล้วก็เอาเพลงญี่ปุ่นมาฝาก ก่อนไปนอน..


ให้ เคน ฮิราย ร้องเพลงแรกให้ฟัง เพลงนี้ชื่อ 大きな古時計 แต่อย่าถามว่าอ่านยังไงนะ อาโน.. อาน ม่าย อ็อก กะ



ตามมาด้วยสาวที่คุณ Q Nuh เคยบอกว่า เป็นสิงคโปร์ แต่ไปโตที่ญี่ปุ่น โอลิเวีย (เฉยๆ) กับเพลง Sweet Memories ผมเคยเอามาใส่บล็อคแล้วหนนึง แต่ชอบเป็นการส่วนตัว ฮี่ๆๆๆ



ปิดท้ายกับ "ฮานะ Hana" โดย โตชิ Toshi อดีตนักร้องนำของ X-Japan เพลงนี้ฟังแล้วดูมีความหวังดีครับ

ยังไม่มีเวลาหัดรวมไฟล์ตามที่อาจานตู่สอนไว้เลยครับ ไว้ว่างๆก่อนเน้อ

ซาโยนาระครับ บันไซ! บันไซ!




 

Create Date : 07 ธันวาคม 2549    
Last Update : 11 ธันวาคม 2549 21:06:16 น.
Counter : 1249 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.