Group Blog
 
All blogs
 

ความสุข ความทุกข์ ความคาดหวัง

เคยอ่านเรื่องของใครหลายคน ที่มีเงินเป็นพันล้าน
แต่ก็ไม่ค่อยมีความสุข

ขณะเดียวกัน ก็เคยสังเกตเห็นชีวิตหลายท่าน ที่มีเงินเก็บแค่หลักแสน
รายได้ต่อเดือนสองคนรวมกันแค่หลักต้นๆหมื่น
เขาก็มีความสุขกันดี

ผมเคยเห็นคนที่ดูชีวิตดี มีสุข สมบูรณ์พูนผล ครอบครัวดี การศึกษาดี การงาน การเงินดี เป็นคนดี แต่ก็ยังรู้สึกว่า ชีวิตตัวเองขาดอะไรไปเสมอ

ในขณะที่บางคน เหมือนจะมีชีวิตที่ขาดๆ ไปในหลายส่วน แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกิน

แล้วแบบนี้.. อะไรคือตัวกำหนดความสุข หรือความทุกข์ของคนเรา
ถ้าไม่ใช่ฐานะความมั่งคั่ง ไม่ใช่การศึกษา ไม่ใช่การงาน ไม่ใช่ การมีคู่ หรือไม่มี

คำตอบที่ผมค้นพบ.. คือความคาดหวังและความพอใจครับ

ต้องไม่ลืมว่า .. สุข หรือทุกข์ เป็นแค่อารมณ์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นที่ใจ ดับลงที่ใจ

ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้ขึ้นกับว่า เรามีอะไร เราได้อะไรมา
แต่อยู่ที่จิต ที่ใจเรา ว่าเราคาดหวังอะไร และสิ่งที่ได้มาในที่สุดแล้ว เราพอใจกับมันแค่ไหน

ถ้าคาดหวัง แล้วได้ตามที่หวัง ก็เสมอตัว
ถ้าคาดหวัง แล้วไม่ได้ตามที่หวัง ก็ผิดหวัง

หากแต่..ถ้าคาดหวังแล้วไม่ได้ตามที่หวัง
แต่วางใจตัวเองให้เกิดความพอใจได้ แม้จะผิดหวังไปบ้าง
อันนี้ทุกข์ที่เกิดก็จะน้อยลงอย่างทันตาเห็น

อันนี้ผมมองในมุมความสุขทางใจนะครับ
ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความสำเร็จทางโลก
เพราะเรื่องทางโลกก็ต้องว่ากันไปตามประสาคนทำงานอยู่ทางโลก

หลายคนมักจะเข้าใจว่า.. ศาสนาพุทธ สอนให้เรายอมจำนนกับโชคชะตา ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะกรรมเก่า และสอนให้สันโดษ เลยไม่ต้องพยายามทำอะไรเลย

ที่จริงแล้ว ..พระพุทธเจ้าสอนให้เรามีทั้งความเพียร ความอดทน ความตั้งใจ ในการทำกิจการงานให้ลุล่วง

แต่ท่านก็สอนว่า.. ต้องวางใจให้ดี ทำดีที่สุดก็พอ ผลจะได้เท่าไหร่ ก็อย่าไปอยากได้มากกว่านั้น
ถึงเวลาก็ค่อยทำเอาใหม่ พยายามใหม่

ท่านสอนให้เราสันโดษในผลที่ได้นะครับ ไม่ใช่ในเหตุ
คือมีความพอใจ ไม่ว่าผลมันจะได้ตามที่คาดหวังหรือไม่

ไม่ใช่บอกว่ามันเป็นเรื่องของกรรมเก่า แล้วก็นั่งเฉยๆเป็นคนง่อยเปลี้ยเสียขา

ศาสนาพุทธเราไม่ได้เชื่อเรื่องกรรมแบบงมงายขนาดนั้นนะครับ
คำว่าพรหมลิขิต ก็ไม่ใช่เรื่องของพุทธ แต่เป็นความเชื่อของพราหมณ์ หรือฮินดู

เราเชื่อเรื่องการทำกรรมดี ก็จะให้ผลดี ทำกรรมชั่ว ก็ให้ผลชั่ว คล้ายๆกัน
แต่ เราก็เชื่อว่ากรรมมีสองส่วนคือกรรมเก่า และกรรมปัจจุบัน

อันนี้ผมเพิ่งไปตอบกระทู้ในสวนลุมเมื่อวันก่อน

กรรมมีสองส่วนครับ .. ส่วนที่เป็นกรรมเก่า และกรรมปัจจุบัน

กรรมเก่านั้นอย่างมาก ก็ให้ผลโดยชักนำเราไปพบอะไรสักอย่าง หรือใครสักคน

แต่กรรมปัจจุบัน คือสิ่งที่คุณตัดสินใจ ณ ปัจจุบัน ว่าจะลงมือ รับมืออย่างไร กับสิ่งที่เจอ
จะทำในสิ่งที่ฉุดเราให้ต่ำลง หรือทำในสิ่งที่จะเสริมเราให้สูงขึ้น

เช่น ผมต้องขับรถผ่านยูโทเปียบ่อยๆ
แล้วก็มักได้ยินคนรอบข้างบรรยายสรรพคุณให้ฟัง
ทำให้อยากไปมากขึ้นๆ อันนี้ผมถือเป็นกรรมเก่า 555

แต่ที่สุดแล้วก็ขึ้นกับการตัดสินใจ ขั้นสุดท้ายว่า
จะไป ไม่ไป ไปแล้ว จะขึ้นไม่ขึ้น ขึ้นแล้ว จะนอนคุยเล่นๆ หรือทำอะไร

พระรูปนึง ท่านเคยเปรียบว่า เหมือนเรามีกรรมเก่าชักนำให้มาเจอหมาบ้าเดินน้ำลายย้อย หางห้อยผ่านมา

เราก็ต้องรู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง ต้องหลบ ต้องเลี่ยง
ไม่ใช่ยืนขวางหมาบ้า แล้วบอกว่า มันเป็นกรรมเก่าทีต้องเจอ

อาจจะเป็นเพราะกรรมเก่า เราถึงต้องเจอหมาบ้าจริงๆ
แต่มันก็ขึ้นกับว่า เราจะมีสติ ทำกรรมใหม่ โดยการหลบหลีก หลบเลี่ยงมันได้ดีขนาดไหน

ส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่า..กรรมปัจจุบันเป็นสิ่งสำคัญกว่ากรรมในอดีต
เพราะพอผ่านไปอีกหนึ่งวินาที กรรมปัจจุบันมันก็จะกลายเป็นกรรมจากอดีตไปแล้วเช่นกัน

อนาคตเราส่วนใหญ่แล้ว ไม่ได้ขึ้นกับกรรมเก่าอะไรมากมายหรอก
ขึ้นกับกรรมปัจจุบันนี่แหละ

ชีวิตไม่ได้ขึ้นกับฟ้าลิขิตไปเสียทุกก้าวนะครับ

และถ้าจะเปรียบว่า ชีวิตเราดำเนินไปในกระแสแห่งกรรม
ก็เห็นจะมีแต่ปลาที่ตายแล้ว ที่ไม่เคยว่ายทวนกระแสน้ำเลย

สุขสันต์วันพุธครับ




 

Create Date : 07 มิถุนายน 2549    
Last Update : 7 มิถุนายน 2549 9:13:01 น.
Counter : 932 Pageviews.  

If You Were A Millionaire

เคยมีเพลงของหนุ่มออสเตรเลียคนนึง ชื่อว่า ......... อ่า ลืมเฉยเลย..

อ๋ออออ.. บิลลี่ ฟิลด์ส (Billy Fields)

ผมจำชื่อเพลงของเขาไม่ได้ครับ .. จำได้แต่ว่า เขาร้องประมาณว่า If I were a millionaire, I will....

ถ้าฉันเกิดมหารวยขึ้นมาฉันจะทำอะไรมั่ง

ผมว่ามันเป็นโจทย์ที่เหมาะแก่เวลากลางวันก่อนไปทานข้าวเป็นอย่างยิ่ง
เพราะเราเรียกความคิดประเภทนี้ว่า "ฝันกลางวัน" 555
เพราะมันหาสาระอะไรไม่ได้ แต่นานๆทำที ก็สนุกดีนะครับ

ผมเขียนบล็อคมา 54 ตอนแล้ว บล็อคนี้จะเป็นตอนที่ 55
เป็นตอนที่ 55 แล้ว ทำอะไร ฮา ฮา หน่อยดีมั้ยครับ

มีน้องคนนึงเธอบอกว่า.. เธอจะใช้หนี้ให้พ่อแม่ ทำโรงทาน
สร้างวัด อันนี้ออกไปทางใจบุญสุนทาน

ผมอยากรู้จริงๆ ว่าท่านผู้อ่านบล็อคของผม
ถ้าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมา พบว่าตัวเองกลายเป็นมหาเศรษฐีขึ้นมา
คุณจะทำอะไรมั่ง

น่า.... ลองดูนะ แล้วค่ำนี้ผมจะลองอ่าน แล้วบอกว่า ผมอยากทำอะไรมั่ง


***************************************

กลับมาตอนเย็นอีกที พักสมอง หลังจากคิดเรื่องงาน

ผมเหรอ.. ผมอยากสร้างวัดเหมือนกัน
แต่เจาะจงว่าอยากสร้างไว้กลางเมือง เหมือนวัดปทุมวนาราม
แต่เอาที่กว้างๆหน่อย ต้นไม้เยอะๆ จัดพื้นที่สวยๆหน่อย
ให้คนอยากเข้าวัดมากๆหน่อย และรู้สึกรื่นรมย์
และไม่สร้างวัตถุเยอะเกินความจำเป็น

ผมอยากทำธุรกิจอะไรที่มันไม่ผิดศีลธรรม
แล้วให้คนขยันๆ ที่ไม่มีทุน ไม่มีโอกาส มาร่วมทุน
ผมออกทุนให้ แต่กำไรแบ่งให้พนักงานด้วย
และแบ่งหุ้นให้ตามอายุงาน

ผมอยากทำโรงเรียนสำหรับเด็กหัวดี หรือความประพฤติิดี แต่ไม่มีเงินเรียน
เรียนจบ ม. หก แล้ว ส่งไปเรียนเมืองนอกต่อ
แต่ต้องกลับมาเป็นครู เป็นอาจารย์ หรือรับราชการเท่านั้น
โรงเรียนผมจะจ้างครูด้วยเงินเดือนเริ่มต้นที่ สามหมื่น

เพราะผมอยากเปลี่ยนค่านิยมว่า
ใครไม่รู้จะเรียนอะไรก็เลือกครุศาสตร์
ใครคะแนนไม่ดี ก็เลือกเรียนครู
ให้กลายเป็น ครูเป็นอาชีพ ที่มีเกียรติ และเป็นอาชีพของคนหัวดี จิตใจสูงเท่านั้น

ผมอยากทำโรงเลี้ยงเด็กกำพร้า
ผมเชื่อว่าพวกเด็กกำพร้า จะมีคุณค่าต่อประเทศเราได้มาก
ถ้าเราปลูกฝังคุณค่าบางอย่างให้เขารักการเรียน มีคุณธรรม
มีธรรมะในหัวใจ

ที่เหลือ ผมก็อยากมีบ้านอยู่บนสระน้ำ หรือมีสระน้ำล้อมรอบ พื้นที่สัก 65-70 ตารางวา พอแล้ว
มีเปียนโน มีห้องพระ

อยากมีบ้านอยู่ริมทุ่งนา สักที่ แล้วอีกด้านเป็นแม่น้ำ
เพราะผมชอบอยู่ใกล้น้ำ แล้วชอบเห็นนาข้าว

เหลือเงินไว้พอมีกิน มีใช้ พอได้รักษาตัวยามเจ็บไข้ มีคนดูแลตอนแก่พอแล้ว

แค่นี้ ก็ใช้เงินสัก เกือบพัน ล้านได้แล้วมั้งนี่




 

Create Date : 06 มิถุนายน 2549    
Last Update : 6 มิถุนายน 2549 21:10:57 น.
Counter : 1033 Pageviews.  

สัญญาไม่เที่ยง กฏของเมอร์ฟีย์

เมื่อเช้าตอนอาบน้ำ กับขับรถเหมือนจะมีเรื่องดีๆที่เหมาะแก่การเอามาเล่าสู่กันฟังในบล็อคตั้งหลายเรื่อง

แต่พอเปิดคอม เปิดหน้าบล็อคออกมาจริงๆ
ไม่รู้ความจำมันหนีไปไหนหมด

แบบนี้ ทางพระท่านเรียกว่า สัญญา (ความจำได้หมายรู้) ไม่เที่ยง

เที่ยงในที่นี้คือเที่ยงตรง น่ะครับ
เข้าใจเอาว่า รากศัพท์เดียวกับเที่ยงวัน เที่ยงคืน

ผมแปลคำว่า "เที่ยง" เอาเองว่า "เป๊ะๆ"
เที่ยงตรง จึง = ตรงเป๊ะๆ
เที่ยงวัน คือ = กลางวันเป๊ะ
เที่ยงคืน = กลางคืนเป๊ะ

เคยมีคนเตือนว่า.. ความคิดดีๆ มันมักจะโผล่แว่บขึ้นมา แล้วก็หายไป ไม่ได้อยู่ตลอด

เพราะฉะนั้น นักคิดทั้งหลายจึงจะต้องมีสมุดจดไอเดียติดตัวเสมอ

แต่ผมแอบสังเกตเอาว่า.. ความคิดดีๆของผม มันมักจะมาในเวลาที่ผมไม่สะดวกจด
เช่นตอนอาบน้ำ หรือขับรถ

ถ้ารถติดก็ยังพอทำเนา แต่ถ้ากำลังขับฉิวๆ ชิล ชิล บนถนน
จะให้จอดแล้วค่อยจด เห็นจะไม่เข้าที

เคยได้ยินเรื่องกฏของนายเมอร์ฟีย์ไหมครับ
กฏของเมอร์ฟีย์ มักจะหมายถึงเรื่องที่ไม่ค่อยปกติ แต่เกิดขึ้นได้
เช่น เจ้านายมักจะมาสายในวันที่เรามาเช้า
หรือมาเช้าในวันที่เรามาสาย

วันไหน ไม่ขึ้นรถเมล์สายไหน สายนั้น มักจะว่าง และมาถี่
แต่ถ้าเราจะขึ้น มันมักจะเต็ม และนานๆมาคัน

ถนน จะว่างในวันที่เราไม่ค่อยรีบ
และถ้ารีบ รถมักจะติด

อะไรทำนองนี้ ..

ฉันใด ฉันนั้น วันไหนถ้าคุณไม่ได้คาดหวังว่าผมจะเขียนยาว ผมมักจะเขียนยาว
วันไหนที่คุณคาดหวังว่าผมจะเขียนยาว ผมก็มักจะเขียนสั้น

เช่นวันนี้เป็นต้น




 

Create Date : 05 มิถุนายน 2549    
Last Update : 5 มิถุนายน 2549 23:09:20 น.
Counter : 721 Pageviews.  

ทุกข์ของคนดี - เรารักในหลวง

เคยได้ยินบ่อยๆว่า.. ทำดีได้ดี มีจริงหรือเปล่า
เห็นแต่คนทำชั่วได้ดีมีถมไป ทำไมเราทำดี แล้วไม่เห็นได้ดี

ถ้าใครคิดแบบนั้น ผมก็ออกจะห่วงสักหน่อย
เป็นคนดี นี่ก็มีทุกข์ได้นะครับ
เพราะทุกข์นี่ไม่ได้เลือกชั้นวรรณะ อายุเพศการศึกษา

ไม่ต้องหาตัวอย่างที่ไหน ดูง่ายๆ ในหลวงของเรานี่แหละ
ขนาดพระองค์ท่านทรงมีบุญญาธิการขนาดไหน
เป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่เหนือกษัตริย์ทั้งหลาย
ขนาดทรงทุ่มเทพระวรกาย เวลา และสติปัญญาให้พสกนิกร
ขนาดท่านทรงศึกษาปฏิบัติวิปัสสนากับพระวิปัสสนาจารย์หลายรูป

เรียกว่า ถ้าจะประเมินคุณงามความดีของพระองค์
คงยากจะหาถ้อยคำไหนมาบรรยาย
ยากจะหาเจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดินพระองค์ไหน บนแผ่นดินใด
ที่รักไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ได้อย่างในหลวงของเรา

แต่เชื่อเถอะครับว่า บ้านเมืองเป็นแบบนี้ พระองค์ท่านก็ทรงทุกข์พระทัยแน่

ผมยังแอบเชื่อเอาลึกๆ ว่า .. ถ้าพระองค์ท่านเลือกได้
ถ้าหากไม่ต้องจัดงานฉลองให้พระองค์ท่าน แล้วทุกคนลดทิษฐิ
เลิกเล่นเกมการเมือง หันหน้ามาปรองดอง ทำให้ทุกอย่างมันก้าวหน้า พัฒนา เพื่อประชาชนจริงๆ

ผมเชื่อว่า ในหลวง จะทรงยินดีมากครับ

ในหลวงของเรา ท่านเคยตรัสไว้ที่ไหน เมื่อไหร่ ผมจำไม่ได้ว่า.. ความดีนั้นทำยาก

ผมก็เชื่ออย่างนั้น .. แต่ขณะเดียวกัน พระองค์ท่านก็ทรงเป็นแบบอย่างที่ดี
ในการยืนหยัด ยึดมั่นในการสร้างความดี โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย

ในพระชนม์มายุ ขนาดพระองค์ท่าน ด้วยพระราชฐานะแบบพระองค์ท่าน
ท่านสามารถอยู่เฉยๆ หาความสบายไปวันๆได้ โดยไม่มีใครกล้าแม้แต่จะนึกตำหนิพระองค์ได้นะครับ

แต่ท่านก็ไม่เคยทรงประพฤติเป็นอื่น นอกจากเป็นพระมหากษัตริย์ที่แสนจะทรงคุณธรรมของพวกเรา
อย่างที่ได้ทรงประกาศไว้นับจากวันแรกที่ขึ้นครองราชย์ จวบจนวันนี้

ดังนั้น ถ้าจะมีใครยังสงสัยว่า เราจะทำความดีไปทำไม
ในเมื่อทำแล้วมันเหนื่อย ทำแล้วมันไม่ให้ผลดีทันใจ

ถ้าในเมื่อผมไปที่ไหน ใครๆก็ใส่เสื้อเหลือง ใครๆก็ติดสติ๊กเกอร์
"เรารักในหลวง" กันทั้งเมือง

ผมก็อยากให้ทำอะไรสักอย่าง เพื่อในหลวงของเราจริงๆ
ไม่ต้องใส่เสื้อก็ได้ ไม่ต้องบอกใครก็ได้ ว่าคุณรักในหลวง

แต่ทำความดี จากหัวใจของคุณเอง
แล้วบอกตัวเองว่า.. เราจะทำความดีนั้น แม้ว่าจะไม่มีใครเห็น
แม้ว่ามันจะยาก มันจะเหนื่อย ขนาดไหน

เพราะว่า.. เรารักในหลวง.. ไงครับ




 

Create Date : 04 มิถุนายน 2549    
Last Update : 9 มกราคม 2552 15:35:06 น.
Counter : 884 Pageviews.  

ลิงกำถั่ว

ออกตัวไว้ก่อนว่า เรื่องนี้ผมฟังคนอื่นเขาเล่าต่อๆกันมาอีกที

บางแหล่งจะบอกว่าภาชนะเป็นไห บางแหล่งบอกว่าลูกมะพร้าว

ผมอ่านเจอในหนังสือของกัลยาณมิตรท่านนึงที่ชื่อคุณฐิตินาถ
เธอก็เขียนเล่าเรื่องนี้ไว้ ว่าเป็นลูกมะพร้าว ก็ยึดเอาหนังสือ "เข็มทิศชีวิต" ของเธอเป็นแหล่งอ้างอิงก็แล้วกัน

ลิงกำถั่ว เป็นเรื่องที่เขาว่ากันว่ามีจริง
คือชาวสวนที่ใด ไม่ยืนยัน เขาเจอปัญหาเจอลิงบุกรุก
มาขโมยข้าวของบ้าง ของกิน ผลไม้บ้าง
ก็เลยคิดหาวิธีจับลิง โดยการเอาลูกมะพร้าวมาเจาะรู
พอให้ลิงล้วงมือเข้าไปได้
แล้วก็เอาถั่วลิสง ที่ลิงชอบ ไปใส่ไว้ แล้วก็วางดักลิงในสวน

ลิงเห็นถั่วของโปรด อยู่ในลูกมะพร้าว ก็เอื้อมมือล้วงถั่วมากำไว้ แล้วพยายามจะดึงมือออก แต่เพราะกำมือไว้ กำถั่วไว้ มือจึงติดอยู่กับลูกมะพร้าวนั้น

จะดึงออกได้ ก็ต้องแบมือ ปล่อยถั่วทิ้ง
แต่ลิงมันเสียดาย คิดแต่ว่าถั่วของฉันๆๆๆๆ

ก็เลยติดอยู่อย่างนั้น จนชาวสวนมาจับลิงไปสำเร็จโทษได้ในที่สุด

เขาเทียบว่าลิงก็เหมือนจิตเรา
ถ้ามีทุกข์อะไร มากหรือน้อยนิด
ถ้าไปยึดไว้ว่าเป็นของเรา
ไม่ยอมปล่อยวาง ไม่ยอม จะบังคับเอาให้ได้

ที่สุดแล้ว ก็ตาย เพราะถั่วกำมือเดียวแท้ๆ

เขียนยาวมาหลายวัน วันนี้สั้นๆนะครับ

ราตรีสวัสดิ์นะครับ




 

Create Date : 03 มิถุนายน 2549    
Last Update : 3 มิถุนายน 2549 0:36:56 น.
Counter : 1221 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.