Group Blog
 
All blogs
 

~ ฉันจะฝันถึงเธอ ~ (ฉบับเพิ่มเติม)

เมื่อวานเอาเพลงเงาไม้ มาฝาก ดูท่าจะถูกใจหลายๆท่าน

ผมเลยได้ใจ ขอเอาเพลงของไหมไทยอีกเพลงมาฝาก
เพลงนี้เพราะบาดใจเหลือกำลังลาก

เพลงขึ้นด้วยเปียนโน แล้วล้อมาด้วยเสียงไวโอลิน ตามสูตรละลายหัวใจผมเด๊ะ

ฟังแล้วเกิดไปฝันถึงใครเข้า ก็ขอให้ยิ้มได้ก็แล้วกันนะครับ
แต่ถ้าฝันถึงตัวเลข .. อย่าลืมแบ่งผมมั่งนา


วันนี้ ไม่ชวนคุย ให้ฟังเพลงดีกว่า

ปล. อย่าลืมไปดู Season Change นะครับ



+++++++++++++++++++++++++++++++

เขียนเมื่อคืนไปสั้นๆ แล้วรู้สึกผิด เหมือนหลอกให้คุณฟังเพลง เพราะไม่มีอะไรเขียน แต่ไม่ใช่นะครับ

บังเอิญช่วงนี้ ผมนอนดึกติดๆกันหลายคืน รู้สึกไม่ค่อยดีต่อสุขภาพ

3 คืน ที่ผ่านมา ไม่มีคืนไหนได้นอนเกิน 6 ชั่วโมงเลย แต่กลับไม่ค่อยง่วงมาก โชคดีมาก เพราะช่วงนี้งานผมยุ่งจัดๆ

ผมเดาว่า เป็นเพราะทุกเช้า ผมจะนั่งสมาธิก่อนจะลุกไปทำธุระอะไรต่อ กำลังสมาธิ คงจะช่วยให้สติมันคมขึ้น จิตก็มีกำลัง ไม่มีตัวง่วงมากวน

อันนี้ใครจะทำบ้างก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะครับ

ฟังเพลงเกี่ยวกับฝันๆ ผมมีข้อสังเกตอย่างนึงเรื่องฝันของตัวเอง คือหลังๆมานี่ ผมฝันเปลี่ยนไป เวลาบอกว่าหลังๆ มานี่..ผมหมายถึง เป็นปีเลยนะครับ

สมัยผมเด็กๆ ยังเรียนหนังสือ หรือแม้แต่ตอนจบมาแล้วทำงานใหม่ๆ จนถึงเมื่อสักปีกว่าๆที่แล้ว ผมชอบฝันว่าผมบินได้ เหาะได้แบบเหิรๆน่ะครับ เหมือนเครื่องร่อนที่ลอยๆได้ยังไงยังงั้น

ฝันแบบนั้นทีไร จะเหนื่อย และหวิวๆหัวใจ เพราะมันเหมือนกับบินได้แต่หาทางลงไม่ได้ ต้องบินไปเรื่อยๆ โฉบไปโฉบมา

ผมไม่รู้ว่ามันมีนัยยะอะไรเกี่ยวพันกันไหม เพราะช่วงปีนึงที่ผ่านมา ผมเริ่มรู้สึกว่า ผมแทบจะไม่ได้ฝันแบบนั้นอีก พร้อมๆกับที่ผมเริ่มเข้าใจว่า หลักการเจริญสติที่ถูกมันเป็นยังไง ผมเห็นการเกิดขึ้นและดับไปของทุกข์บ้าง สุขบ้าง พร้อมกับตัวสติบ่อยขึ้น

ถ้าคุณสงสัยว่า แล้วที่ถูกมันเป็นไง ผมจะบอกว่า ผมบอกคุณด้วยคำพูดไม่ได้หรอก เพราะผมฟังพระท่านสอนมานานแล้ว ผมก็"ทำ"ไม่ได้สักที

เรียนมาตั้งหลายปีดีดัก อาจารย์เพิ่งจะทักว่า เออ.. เริ่มตื่นแล้ว เมื่อปีที่แล้วนี่เอง ก่อนหน้านี้สอบตกตลอด

พอจะทำได้บ้างแล้ว ถึงรู้ว่า ถ้ายังพยายามจะ "ทำ" อะไรสักอย่าง เพื่อให้ถูก มันก็จะไม่ถูกอยู่ทั้งปี ทั้งชาติ ต้องหยุด "ทำ" แล้วคอย "รู้สึกตัว"ไว้เฉยๆ

เรื่องนี้อธิบายไปแล้วจะยาว.. เอาไว้ท่านไปหาครูบาอาจารย์เรียนเอาเถอะครับ ผมยังไม่เก่งพอจะสอนท่านได้ ขอเอาตัวให้รอดก่อน

ครูบาอาจารย์ ท่านบอกว่า วิปัสสนานี่ จะทำให้ถูกยากครับ แต่ถ้าบอกว่า อย่าทำผิดอยู่สองอย่างแล้วจะถูกเอง อันนั้นง่ายกว่า

ผมเคยเขียนในบล็อคตอนแรกๆเลย ลองไปหาอ่านเอานะครับ เรื่องทางสายกลางน่ะครับ คือจะขับรถกลางถนนก็อย่าวิ่งในเลนซ้าย อย่าวิ่งในเลนขวา มันก็จะกลางเองนั่นแหละ

เคยอ่านตำรา เรื่องฝันๆ เขาบอกว่า ถ้าฝันว่าบินเนี่ย เหมือนภาวะจิตของคนๆนั้น ยังมีความไม่พอใจกับชีวิตปัจจุบันอยู่ อยากทำอะไรสักอย่างที่ไม่เคยได้ทำ

จริงไม่จริง ผมก็ไม่รู้แหละ

รู้แต่ว่า ถ้าสวดมนต์แล้วมีสมาธิ มีสติรู้สึกตัวขณะสวดดี จะไม่ค่อยฝันแฮะ

ไม่ต้องกลัวว่า ... แล้วแบบนี้ "ฉันจะฝันถึงเธอ" ได้ไหมล่ะเนี่ย

คนเราฝันกันทั้งเวลาตื่นเวลานอนตลอด 24 ชม. อยู่แล้วครับ เผลอเมื่อไหร่ ก็เหม่อ คิดลอยไปโน่น ไปนี่ ลองสังเกตสิ

ว่าแต่.. ต้องหาคนให้ฝันถึงเจอก่อนนะครับ แล้วค่อยกังวลเรื่องนั้น 5555

ไปนอนล่ะครับ




 

Create Date : 07 กันยายน 2549    
Last Update : 9 กันยายน 2549 23:00:46 น.
Counter : 969 Pageviews.  

~ เงาไม้ ~

ผมเป็นที่รู้จักของคนกลุ่มนึง ในฐานะคนที่พอมีความรู้เรื่องเพลงสากล คนมาคุยกับผม ก็จะชวนผมคุยเรื่องเพลงสากลเสียมาก

แต่ต้องเป็นคนสนิทมากๆจริงๆ ถึงจะรู้ว่าบนชั้น CD ของผมนั้น มีเพลงไทยอยู่ด้วยไม่น้อย บางคนถึงกับงง เมื่อเห็นชั้น CD ผมมีตั้งแต่ เพลงลูกทุ่งเก่าๆ ไทยเดิม จนถึง แคลลอรี่ บลาบลา ฮ่าๆๆ

ที่จริงวัยเด็กนี่ ผมเติบโตมากับเพลงไทยนะครับ ผมร้องเพลงลูกทุ่ง และสุนทราภรณ์ได้ก่อน the Bee Gees

ส่วนตัวผมออกจะแพ้สำเนียงดนตรีไทยที่มีเครื่องสาย หรือเปียนโน เป็นตัวหลัก แบบที่เรียกว่า ไทยประยุกต์ ประกอบกับผมยิ่งโต ก็ยิ่งฟังเพลงเก่ากว่าอายุตัวเอง จึงไม่แปลกที่ผมจะชอบงานของ อาจารย์ดนู ฮันตระกูล

เสน่ห์ ของเพลงที่อ.ดนู ทำ อยู่ที่ มันอุ่น มันหวาน หอม เนียน สง่า เป็นไทยแบบธรรมชาติๆ ใช้เครื่องดนตรีแบบ อะคูสติค ไม่มีเสียงสังเคราะห์ ฟังแล้วเย็นใจยังไงบอกไม่ถูก

ถ้าเป็นสมัยก่อน ผมคงจะอาย ถ้าจะบอกใครว่าผมชอบเพลงแนวนี้ด้วยเหมือนกัน แต่โตมา ก็ยิ่งพบว่า เพลงทุกยุค มันมีเสน่ห์ของมัน เพลงทุกแนว มันมีความงามของมัน ไม่จำเป็นว่าคนฟังเพลงไทย ต้องอายคนฟังฮิปฮอป

เพราะดนตรีเป็นเรื่องสุนทรียรสส่วนบุคคล เคยมีคนถามว่า ทำไมผมชอบฟังเพลงเก่า ผมบอกว่า ผมไม่ได้ชอบฟังเพลง(เพราะมัน)เก่า ผมชอบฟังเพลงดี

ถ้าเป็นเพลงดี ดนตรีสวย ผมฟังหมด ทั้งเก่า ใหม่ ดัง หรือไม่ดัง มีคนรู้จัก หรือไม่มีคนรู้จัก

เพลงที่เอามาฝาก อาจจะฟังดูอืดๆ เนือยๆ ไม่ค่อยเข้ากับชีวิตที่เร่งรีบของคนกรุงเท่าไหร่ แต่ถ้าหลับตา นึกถึงบรรยากาศริมน้ำ ในคืนพระจันทร์สวย แถวอัมพวา ที่แซมด้วยต้นลำพู จะช่วยให้ คุณดื่มด่ำกับเพลงนี้ได้มากขึ้นนะครับ

เพลงโรแมนติคเพลงนี้ ชื่อ "เงาไม้" ผมหาปกอัลบั้มชุดนี้ไม่เจอ จำได้คลับคลาว่าเขียนโดย ท่านผู้หญิงพวงร้อย สนิทวงศ์ฯ ใครมีข้อมูลอื่น วานช่วยแก้ให้ผมด้วย จะขอบคุณมากครับ



ฟังเพลงให้สบายใจ ไม่ต้องคิดอะไรมาก
สุขสันต์วันพุธครับ




 

Create Date : 06 กันยายน 2549    
Last Update : 7 กันยายน 2549 0:44:47 น.
Counter : 804 Pageviews.  

แก้ปัญหาด้วยการมองข้ามตัวปัญหา

หลายเดือนก่อน ผมต้องรับบทฑูตสันติภาพจำเป็นโดยบังเอิญ

ที่เรียกว่าโดยบังเอิญ เพราะบังเอิญไปได้ยินปัญหาของอีกแผนกที่ไม่ได้ขึ้นตรงกับผมโดยตรง เพราะผมนั่งห้องติดกับกรรมการผู้จัดการ ใครมาโวยวายอะไรแล้วไม่ปิดประตู ก็ย่อมเข้าหูผมเป็นธรรมดา

ปัญหาที่ว่า คือความไม่พอใจของกรรมการผู้จัดการ ที่มีต่อฝ่ายจัดซื้อของห้างใหญ่แห่งหนึ่ง กลางกรุง และความไม่พอใจของฝ่ายจัดซื้อคนนั้น ที่มีต่อเรา

ฝ่ายโน้นบอกว่า ถ้าเราไม่ทำตามเงื่อนไข ก็เชิญเก็บของตอนสิ้นเดือนได้เลย .. ฝ่ายนายผมก็บอกว่า ไม่ต้องรอให้เขาไล่เฉพาะสาขานั้น ให้ขนของออกทุกสาขา ได้ทันที

ผมนั่งฟังแล้วก็สะดุ้ง .. เลยต้องเข้าไปฟังปัญหา แล้วอาสาเป็นท้าวมาลีวราชให้ เริ่มจากนั่งฟังปัญหาของทุกคน

ผมใช้วิธีง่ายๆ ด้วยการถามว่า.. "ที่คุณต้องการคืออะไร" กับทั้งสองฝ่าย แล้วผมก็มองข้ามส่วนที่เป็นปัญหาไป แต่หาทางออกของสิ่งที่สองฝ่ายต้องการจริงๆ

ผมลงรายละเอียดมากไม่ได้ครับ.. มันเรื่องความลับบริษัท

ยกตัวอย่างเปรียบเทียบดีกว่า.. เคยอ่าน FWD:mail เรื่องนาซ่าแก้ปัญหาปากกาเขียนในอวกาศไม่ออกไหมครับ

ที่เขาบอกว่า นาซ่าค้นพบว่า นักบินอวกาศ เจอปัญหาว่าปากกาเขียนบนอวกาศไม่ได้ เพราะหมึกมันไม่ไหลลง เนื่องจากในอวกาศไม่มีแรงโน้มถ่วง นาซ่าเลยต้องตั้งทีมวิจัย ใช้เงินทุนหลายล้านเหรียญ เพื่อคิดค้นปากกาที่เขียนได้ดีในสภาพอากาศไร้แรงโน้มถ่วง

ในขณะที่พวกรัสเซีย ที่เคยเจอปัญหาแบบเดียวกัน ใช้เงินไม่กี่ดอลล่าร์ สั่ง "ดินสอ" ไปใช้บนอวกาศ

ผมไม่ได้เชื่อว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรอกครับ เพราะนาซ่า คงไม่ติงต๊องขนาดนั้น และเรื่องส่วนมากที่มากับ FWD mail เป็นเรื่องแหกตา ชนิดที่ต้องเอาห้าหาร เอาช้อนขูด เอาตูดไถ แล้วเอาตะไบขัด

ไม่ว่าจะเรื่องข้อคิดในการดำเนินชีวิตของในหลวง (ซึ่งสำนักพระราชวังต้องประกาศว่าไม่ใช่) แหล่งท่องเที่ยวที่ตรัง (นี่ก็ไม่ใช่อีก) รูปสวยๆที่เกาะกูด (แต่ที่จริงคือมัลดีฟ) เรื่องเกี่ยวกับโรงพยาบาลลาดพร้าวที่มีหมอแอบลวนลามคนไข้ (แต่จริงๆ มาจากหนังโป๊ของไต้หวัน) ไปจนถึงเรื่องด่ากันทางการเมืองอีกนับสิบเรื่อง

แต่ไอ้เรื่องปากกาอวกาศ พอตะไบขัดเสร็จแล้ว มันมีมุมบางอย่าง ให้เราเอามาคิดเล่นๆได้นะครับ

จะว่าไป คนเราเวลามีปัญหา ก็มักจะไปติดกับจดจ่อที่ตัวปัญหา มากกว่าจะมองไปยังสิ่งที่ต้องการ จริงๆ

ยกตัวอย่าง ในชีวิตจริง มีคนเคยบ่นกับผมว่า เลิกกับแฟนมาตั้งนานหลายเดือน ก็ยังไม่ลืมสักที เบื่อ เซ็งตัวเอง ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้

ผมพูดให้น้องเธอฟังว่า.. อย่ามองที่ปัญหาสิ มองที่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ข้ามตัวปัญหาไปก่อน

ปัญหาคือ การที่เราอกหัก แล้วยังลืมแฟนเก่าไม่ได้ แต่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ ไม่ใช่การลืม -ไม่ลืมหรอก

เราต้องการมีชีวิตที่เป็นปกติสุข เหมือนที่เคยเป็นต่างหาก

เหมือนที่จริงๆ นักบินอวกาศ ไม่ได้ต้องการปากกาที่เขียนได้ในอวกาศ แต่ต้องการอะไรก็ได้ ที่เอาไว้เขียนได้ในอวกาศต่างหาก

ชีวิตที่เป็นปกติสุข มันขาดตัว "สัญญา" หรือ ความจำไม่ได้นะครับ พระพุทธเจ้า ท่านก็ว่าไว้อย่างนั้น ว่าสิ่งที่เราเรียกว่า ชีวิต มันประกอบขึ้นจาก รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาน

ขันธ์ ทั้ง 5 ที่ว่าประกอบกันขึ้นเป็นสิ่งมีชีวิต มันล้วนแต่ บังคับไม่ได้ เรื่องเกี่ยวกับตัว "ความจำ" อยากจำมันก็จำ มันอยากลืม มันก็ลืม เราบังคับมันได้ที่ไหน

ทุกข์ที่น้องคนนั้นเธอเจออยู่ ไม่ใช่เพราะยังจำอะไรได้หรอกครับ แต่เพราะ "ไม่อยาก" "ไม่ชอบ" จำต่างหาก

สิ่งที่ควรทำ คือมีชีวิตให้เป็นปกติ มันอยากจะจำ ก็ให้มันจำ มันอยากจะลืม ก็ให้มันลืม มีสติรู้ว่า ใจมันอยากหลุดจากความทรงจำ แล้วพอธรรมชาติมันเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น เราก็ไม่พอใจ แล้วทุกข์ก็เริ่มตรงนั้น

ความเขลาอย่างนึงของมนุษย์ คือการวิ่งไล่ควานหา ความสุข โดยไม่มีสติว่า.. การที่ไปวิ่งไล่ความสุขนั่นแหละ คือการสร้างทุกข์ อย่างนึง

โลกนี้มันสมดุลย์ แต่คนบนโลกไม่ค่อยสมดุลย์นะครับ

คนอยากมีลูกแล้วไม่มี ก็ต้องดิ้นรน เสียเงินเสียทองไปทำกิฟท์ ทำโน่น ทำนี่ ในขณะเดียวกัน ก็มีคนอีกหลายคน ต้องไปดิ้นรนเอาลูกออก

คนบางคนมีความทรงจำ แล้วก็ไม่ชอบ ไม่อยากได้ ไม่อยากมี แต่บางคนแค่อยากจะจำเรื่องของตัวเอง ยังจำไม่ได้

กรณีหลังนี่ ต้องหาหนังเรื่อง A Moment To Remember มาดูนะครับ แล้วจะเข้าใจ

ดึกแล้ว.. นอนหลับฝันดี โชคดีทุกท่านครับ




 

Create Date : 05 กันยายน 2549    
Last Update : 5 กันยายน 2549 0:29:41 น.
Counter : 928 Pageviews.  

รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

นึกว่าผมจะมาร้องเพลงพี่โต้ ชีริ๊ก ติ๊ก ชีโร่ ให้ฟังล่ะสิ..

ผมว่าเพลงพี่ติ๊ก ร้องยากนะ เสียงแกออกจะมีเอกลักษณ์ขนาดนั้น

จำได้ว่าตอนเทปชุดแรกแกดัง ตอนนั้นผมอยู่เชียงใหม่ ไปไหนๆก็ได้ยิน

เดี๋ยวนี้ขนาดผมไม่ค่อยได้ตามเพลงไทย ผมยังรู้จักเพลงนี้เลย

แต่อันที่เอามาให้ฟัง เป็น รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ภาคภาษาอังกฤษครับ .. พูดแล้วเดี๋ยวคุณงง คนละเพลงกันนะครับ

เพลงนี้ชื่อ Still ร้องโดย ไลโอเนล ริชชี่ สมัยที่อยู่กับ the Commodores ไลโอเนล ริชชี่ คนไทยจะรู้จักดีในเพลง Endless Love หรือ Hello (is it me you looking for?) แล้วก็เป็นพ่อของ นิโคล ริชชี่ ที่เคยเล่น Simple Life กับปารีส ฮิลตัน

อีกอย่าง.. ใครเกิดทันเพลง we are the world คุณน้าไลโอเนลนี่แหละ เป็นคนร้องเสียงแรกในเพลงนั้น

จำได้ว่า ผมรู้จักเพลง still นี้ครั้งแรก สมัยเรียนมัธยม หลังจากเพลงนี้ออกจำหน่าย หลายปีอยู่เหมือนกัน ตอนนั้นพ่อเอาม้วน VHS ที่เป็นคล้ายๆพวก สารคดีอะไรสักอย่าง มาฉายให้ดู

แล้วก็มีเพลงนี้ปิดท้ายอยู่ เป็นมิวสิค วีดีโอ สมัยโบราณจริงๆ ไม่มีรูปผู้หญิง ทะเล ต้นไม้ หรือแมวอะไรทั้งนั้น นอกจาก ไลโอเนล และเปียนโน

แต่ผมฟังแล้วชอบมาก ชอบทั้งๆที่ฟังไม่รู้เรื่องเลยว่าเขาร้องอะไร นอกจาก "I do love '..... still"

อีกหลายปีต่อมา ถึงได้ซื้อ CD ของ commodores มาฟัง และก็กลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ผมชอบเป็นบ้าเป็นหลัง ขนาดเคยประกาศว่า 1 ใน 10 เพลงสุดโปรดผม ควรจะมีเพลงนี้ด้วยนะ

เนื้อเพลงเขาว่าอย่างนี้ครับ

Lady, morning's just a moment away
And I'm without you once again
You laughed at me
You said you never needed me
I wonder if you need me now

[Chorus:]
So many dreams that flew away
So many words we didn't say
Two people lost in a storm
Where did we go?
Where'd we go?

We lost what we both had found
You know we let each other down
But then most of all
I do love you
Still!

[Chorus]

We played the games that people play
We made our mistakes along the way
Somehow I know deep in my heart
You needed me
'cause I needed you so desperatly!
We were too blind to see
But then most of all
I do love you
Still!

ศัพท์ไม่ยากมากใช่ไหมครับ ไม่ต้องแปลล่ะนะ
I do love you still เขาหมายถึง ยังรักเธอไม่เปลี่ยนแปลง

อย่าไปแปลแบบซับนรก ในแผ่น dvd ผี ว่า
"ฉันทำรักเธอนิ่งๆ" ก็แล้วกัน

ฟังเพลงกันเถอะครับ




 

Create Date : 01 กันยายน 2549    
Last Update : 6 กันยายน 2549 2:03:06 น.
Counter : 1417 Pageviews.  

เทกระจาด การกุศล กับความรัก

ไม่นานมานี้ ผมได้ยินวิทยุเขาประกาศเรื่องพิธีเทกระจาดที่ไหนสักแห่ง

สมัยผมเด็กๆ จำได้ว่าโรงเจที่อาม่าผมพาไปบ่อยๆ ก็มีงานเทกระจาดทุกปีเช่นกัน เป็นงานที่คนจะเยอะมากจนน่าตกใจ เขาจะกั้นเชือกไว้เป็นทางเดิน พอเปิดประตูโรงเจ คนก็จะกรูกันไปรับของแจก ผมจะนั่งดูด้วยอาการตื่นเต้นทุกปี กลัวว่าจะมีใครเหยียบกันตาย

คนจนนี่มีมาทุกยุคสมัยนะครับ ไม่ใช่แต่สมัยนี้

เทกระจาด สำหรับคุณที่ไม่คุ้นเคย อาจจะนึกภาพว่า เขาเอาอะไรใส่กระจาดมาเท จริงๆ ไม่มีกระจาดอะไรหรอก สมัยก่อนโน้นนนนน อาจจะมีมั้ง แต่ที่ผมเคยเห็น เค้าก็แจกข้าวสาร อาหารแห้ง ใส่ถุงใส่ภาชนะอะไรกันไปตามเรื่อง

โตมาแล้ว ผมไม่ค่อยได้เกี่ยวข้องกับโรงเจที่ไหนแล้ว แต่การกุศลที่ผมทำประจำอยู่ทุกเดือน คือบริจาคเงินรายเดือน ให้องค์กร สองแห่ง ที่ทำงานเกี่ยวกับเด็ก

วันดีคืนดี ก็จะมีเด็กเขียนจดหมายด้วยลายมือโย้เย้ มาขอบคุณในความอนุเคราะห์ของผม ทั้งๆที่เงินที่ผมบริจาคให้เขาแต่ละเดือน มันน้อยกว่าค่าอาหารบางมื้อที่พวกเราไปกินกันเสียอีก

ตอนผมไปบริจาคให้แห่งที่สอง ผมต้องบอกว่า.. ไม่ต้องให้ใครเขียนมาถึงผมนะ ผมบริจาคให้ทั่วๆไป ไม่เจาะจงว่าต้องเป็นเด็กเฉพาะคนนั้นคนนี้ เพียงแต่ผมเห็นว่าความตั้งใจของมูลนิธิเหล่านั้น เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนและให้กำลังใจ

แล้วความรัก เกี่ยวกับการกุศลยังไง.. คุณแอสตัน

คืองี้...
หลายคนมักจะมีอาการแบบนี้ใช่ไหม .. มักจะไปรักคนที่เขาไม่รักเรา หรือเราไม่คู่ควรกับเขา หรือไม่เหมาะกับเขา

แต่คนที่มารักเรา เราก็กลับไม่ได้รักเขาแบบคนรัก เสียอย่างนั้น ทั้งๆที่บางคนก็ดีแสนดี

ผมเคยนึกเล่นๆ แต่ได้พูดจริงๆกับใครบางคนว่า.. ผมคงมีกรรมของผมในแบบนึง ที่มักจะไปรัก คนที่ไม่ควรรัก และได้รับความรัก จากคนที่ไม่ควรมารักผม

ผมเคยรักผู้หญิงบางคนมาก ชนิดที่จะชี้ให้ผมไปบุกน้ำลุยไฟที่ไหน ผมก็จะไป แต่อาจจะด้วยกรรมของผม หรืออะไรก็แล้วแต่ เธอปฏิเสธผมในช่วงแรก และอีกเป็นปีหรือหลายปี ถึงเริ่มบอกว่ารักผม หลังจากผมเริ่มปรับความรู้สึกเป็นโหมดอื่นไปแล้ว

จะบอกว่า ผู้ชายรักจากร้อย ไปถึงสิบ ผู้หญิงรักจากสิบ ไปถึงร้อย ก็อาจจะจริง แต่ต้องบอกว่า ความแตกต่างกันในเรื่องจังหวะเวลา ของสองคน มันก็เป็นเหตุทำให้อะไรเปลี่ยนไปได้เยอะพอควร

ในเวลาที่เราอยากให้อะไรทั้งร้อย เขาไม่อยากได้ แต่พอเราปรับลดลง ให้พอดีกับที่เขาต้องการ เขากลับอยากได้มากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ก็นั่นแหละ.. ผมไม่ได้นึกโทษใคร ว่าตาไม่ถึง ที่ไม่เลือกผมเป็นแฟนตั้งแต่ช่วงแรก มันเป็นกรรมอย่างนึงของผม

วันก่อนไปเจอเพื่อนอาวุโสชาวสิงคโปร์ท่านนึง แกถามผมว่าตกลงหาแฟนได้หรือยัง พอตอบว่ายัง แกหัวเราะแล้วก็บอกว่า "Don't be too picky. There's alot of beautiful woman in this country" อย่าเลือกมากสิ ประเทศนี้ มีคนสวยๆตั้งเยอะ

ที่จริงแกมีลูกสาวอายุ 26 อยู่คนนึง ไม่รู้แกตั้งใจมาแหย่อะไรผมหรือเปล่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า แต่ผมบอกแกไปว่า.. คนสวย หาไม่ยาก แต่ผมมองหามากกว่าความสวยน่ะสิ แล้วผมเลือกผิดมาครั้งนึงแล้ว ผมไม่ขี้เลือกไม่ได้หรอก

ที่สำคัญ ผมทำใจแล้ว ว่าถ้าไม่เจอ หรือเจอแต่เค้าไม่เอาผม หรือมันไปกันไม่ได้จริงๆ ด้วยความเรื่องมากของฝ่ายใดก็ตามแต่ ผมก็เห็นอนาคตแล้ว ว่าผมอยู่ได้ด้วยตัวเอง

อย่างน้อย ผมก็ไม่ต้องรู้สึกผิด ว่าผมทำให้ลูกสาวใครลำบาก หรือมีทุกข์

ผมเคยพูดให้น้องคนนึงฟังว่า.. ความรักไม่ใช่ทุนการศึกษา ที่มีไว้เพื่อเด็กดี ขยัน ฉลาด แต่ขาดโอกาส

ความรัก ไม่ใช่การกุศลเพื่อผู้มีความประพฤติดี น่ารัก ฉลาด อ่อนโยน โรแมนติค อบอุ่น ซื่อสัตย์

ผมเคยน้อยใจเป็นครั้งคราว เวลาคิดมาก ว่าทำไมผมไม่ได้มีความรักที่ลงตัวกะชาวบ้านเขาสักที มันขาดๆเกินๆ ผิดจังหวะไปทุกครั้ง ทั้งๆที่ผมเป็นคนดี ใช้ได้นะ

เพื่อนสนิทสาวๆหลายคนบอกผมว่า ใครได้เธอเป็นแฟน เค้าจะโชคดีมาก
... แต่เวลาตั้งสติได้.. ก็จะรู้ว่า.. มันก็ไม่เกี่ยวกันหรอก เพราะไม่ใช่ว่าผมไม่มีโอกาส

ผมมีโอกาสได้รู้จักใกล้ชิดกับผู้หญิงคุณสมบัติดีๆ หลายคน เพียงแต่เวลามีโอกาสมา มันมักจะมาพร้อมอุปสรรค หรือมาผิดเวลา หรือผมทำมันพังไปเอง ทั้งโดยความดีเกินเหตุของผมไปบ้าง คิดมากเกินไปบ้าง ความโง่ของผมเองบ้าง และความไม่สมบูรณ์ของผมเมื่อเทียบกับเธอ

ถามว่า ผมจะลดสเปคตัวเองลงไหม.. ไม่เลยครับ เพราะผมเคยตัดสินใจพลาดมาหนึ่งครั้ง เพราะลดสเปคนี่แหละ

อย่างน้อยตอนนี้ ผมก็มีสิทธิจะชอบใครก็ได้ ที่ผมรู้สึกดี เธอจะชอบไม่ชอบก็เป็นเรื่องของเธอ เป็นสิทธิของเธอ ที่ว่ากันไม่ได้ แต่ถ้าเราได้คบกัน เธอจะได้ภูมิใจได้ว่า เธอน่ะเป็นสเปคของผมจริงๆ ไม่ใช่เพราะผมลดสเปคลงมาช่วยอนุเคราะห์เธอ

และผมคงไม่ดีใจ ถ้าจะมีใครมาบอกผมในวันนึงว่า.. เธออุตส่าห์ยอมมาเป็นคนรักของผม เพราะเธอสงสารผม เหมือนโรงเจสงสารคนจน

คนอเมริกันเขามีสุภาษิตว่า All's Fair In Love And War
ทุกอย่างมันยุติธรรมดีแล้ว ในเรื่องความรัก และสงคราม
อย่าไปเรียกหากฏเกณฑ์ความยุติธรรมอะไรมากมาย

ได้แค่ไหน.. พอใจแค่นั้นแหละ ดีที่สุด

ขอให้คุณโชคดีในความรักของคุณเองนะครับ




 

Create Date : 30 สิงหาคม 2549    
Last Update : 31 สิงหาคม 2549 23:19:39 น.
Counter : 1036 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.