Group Blog
 
All blogs
 

ความพิเศษในความธรรมดา

น้องท่านนึงแนะนำให้ผมหาหนังเรื่อง Hilary & Jackie มาดู

ว่ากันว่าสร้างจากเรื่องจริงของนักเชโลสาวคนนึงนะครับ

ประเด็นหลักของหนัง พูดเรื่องความผูกพันของพี่น้องสองสาว แต่ที่ผมติดใจ ไม่ใช่เรื่องนั้น

ผมสนใจเรื่องการเป็นคนธรรมดา ที่กลายเป็นคนพิเศษ
และการที่คนพิเศษอยากกลายเป็นคนธรรมดา

แจ็คเกอลีน ดูพรี เป็นผู้หญิงธรรมดา ที่กลายเป็นคนพิเศษขึ้นมาได้ ด้วยการเล่นเชลโลชนิดหมกหมุ่น จนมีทุกอย่างที่คนส่วนมากอยากได้ คือชื่อเสียง เงินทอง คำชื่นชม

แต่วันนึง เธอกลับพบว่า เธออยากเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา
ที่อยากได้รับความรู้สึกว่า มีใครสักคนรักเธอจริงๆ

ฮิลลารี่ เป็นผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเทียบกับน้องสาวได้ ในเรื่องดนตรี ชื่อเสียง เงินทอง เธอดูมีแววในวัยเยาว์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป น้องสาวก็ทิ้งห่างเธอไปเรื่อยๆ และวันนึง เธอก็เลือกจะเป็นภรรยา เป็นแม่บ้านของครอบครัวบ้านนอก

แต่เธอเป็นคนพิเศษขึ้นมาได้ เพราะความรักของผู้ชายคนนึง

ผมเคยได้ยินประโยคนึง จากที่ไหนจำไม่ได้
เขาพูดว่า You might be no one to this world. But you are the World to me.

คุณอาจไม่มีความหมายอะไรสำหรับโลกใบนี้
แต่... คุณคือโลกทั้งใบสำหรับผม

ฮิลลารี่บอกน้องสาวในวันหนึ่งว่า..
อาจจะดูยาก ที่จะเป็นคนพิเศษ คนดัง
แต่เชื่อไหม มันยากพอๆกันที่จะเป็นคนธรรมดา

ผมนึกๆดูแล้ว เห็นจะจริง ..
ถึงผมจะพบว่าการเป็นคนธรรมดาของผม
ไม่ทำให้ผมพิเศษอะไรเหมือนคุณเคน ธีรเดช หรือติ๊ก เจษฎาภรณ์

แต่ผมคงไม่สนุก ถ้าเดินไปไหนกับคนรัก
จะช้อปปิ้ง กินข้าว ดูหนัง ไปวัด ก็ต้องมีแต่ปาปารัสซี่ถ่ายรูปไปขาย

ผมเห็นดาราหลายคนที่ดังตั้งแต่อายุยังน้อย
แต่พอชื่อเสียงหด อายุมากขึ้น คลื่นลูกหลังไล่มา
อายุก็ปาเข้าไป สามสิบกว่า จะไปทำอะไรแบบคนธรรมดา ก็ลำบาก

นึกไปนึกมา เป็นคนธรรมดานี่แหละดีแล้ว วันไหนอยากนั่งรถเมล์ ก็ไม่มีใครมองว่าเป็นดาราตกยาก

อีกอย่าง.. หน้าอย่างผมนี่ .. ถ้าได้เป็นดาราจริงๆ
ก็คงเป็นดาราตลก ประมาณ จิ้ม ชวนชื่น แอสตัน เชิญยิ้ม


เอิก...

ดีใจจัง คันหลังก็เกา.. เอ๊ย.. พรุ่งนี้ได้หยุดอีกวัน

ฮี่ๆๆๆ



วันนี้เอาเพลงโปรดของผมมาฝากครับ
บางท่านคงเคยผ่านหูมาบ้าง เพลงชื่อ Always Look On The Bright Side Of Life ของกลุ่มคนบันเทิงเพี้ยนๆของอังกฤษชื่อ มอนตี้ ไพธ่อน

ความหมายของเพลงดีมาก (อีกแล้ว ชอบเข้าข้างเพลงที่ตัวเองชอบ) เขาชวนให้เรามองโลกในแง่ดีเข้าไว้

อ้าว.. เพลงเขาดีจริงๆนา




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2549    
Last Update : 18 สิงหาคม 2549 9:00:10 น.
Counter : 729 Pageviews.  

ด้านบวกของความผิดหวัง พลังของความเคยชิน

วันนี้เป็นวันที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ สำหรับผมครับ
จิตผมอยู่ในโหมด "หดหู่"

แต่ไม่มีอะไรต้องห่วงมากครับ มันเป็นธรรมชาติของมันอย่างนั้นเอง
เจอความผิดหวัง ไม่ได้อย่างใจ อะไรๆ ไม่เป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น
จะให้มันรู้สึกเบิกบาน ก็ท่าทางจะบ้านะครับ

ผมเชื่อเสมอว่า.. เหรียญมีสองด้าน

เวลามีอะไรดีๆมา ผมก็รู้ว่า.. ถ้าพลิกไปมองอีกด้าน มันก็มีข้อเสียติดมาด้วย

เวลามีอะไรร้ายๆมา ผมก็รู้เช่นกันว่า.. ถ้าพลิกไปมองอีกด้าน มันก็มีข้อดีติดมาด้วยเหมือนกัน

วันนี้แสนสุขใจดีๆ พรุ่งนี้ ก็มีทุกข์กระหน่ำซัมเมอร์เซลส์ได้ ไม่แปลก

ฉันใดฉันนั้น.. วันพรุ่งนี้ ระทมอยู่เพราะทุกข์หนัก สักพัก ก็อาจกลายเป็นสุขได้อีก
ถ้าเกิดมีเรื่องดีๆ เข้ามาเคาะประตู

ในมุมมองของผม ความน่ากลัวของชะตาชีวิต
ไม่ได้อยู่ที่ว่ามันมีแต่ทุกข์หรอกครับ

แต่เพราะในความไม่แน่นอน
มันมีทั้งสุข มีทั้งทุกข์ ผสมปนเปกันต่างหาก

ทำให้เราเกลียดความทุกข์ รังเกียจความทุกข์ เจอมันแล้วก็หงุดหงิดที่เจอ
เพราะเราได้เคยลิ้มรสมาแล้ว ว่าสุขมันเป็นอย่างไร

เปรียบว่า คนที่อยู่กับกองขยะ หรือน้ำเน่าเสียนานๆ
ลองไปถามดูสิครับ ผมว่าเขาไม่เหม็นหรอก เพราะมันได้กลิ่นจนชินไปแล้ว

คนที่อยู่กลางทะเลทรายมานานๆ เขาก็ไม่รู้สึกอะไรมาก เวลาเจออากาศร้อนจัด แดดเปรี้ยงๆ
เพราะเขาชินของเขาอย่างนั้น

คนที่เจอแต่อุปสรรค เจอแต่ทุกข์จนชาชิน แต่ไม่ค่อยแสดงอาการจึงมีให้เห็นได้ ไม่ใช่เรื่องประหลาด

แต่อาจจะประหลาดสำหรับคนที่ไม่เข้าใจ หรือไม่มีประสบการณ์ร่วมแบบนั้น

ผมสังเกตมาระยะนึงแล้ว ว่า.. ความเคยชินของคนเรานี่มีผลมากนะครับ
บางทีคุณค่า ความสำคัญของใครสักคน หรืออะไรสักอย่างต่อชีวิตเรา
มันเป็นเพราะความเคยชินนี่แหละ

ใครเคยไปทำงานแล้วลืมมือถือไว้ที่บ้านไหมครับ
ผมน่ะเป็นอยู่สามสี่หน แล้วทุกครั้ง ก็จะรู้สึกไม่คุ้น ในช่วงแรกๆ
แต่พอนึกว่า ผมเคยโตมา ในยุคที่โทรศัพท์บ้าน นี่ขอยากพอๆกับขอฝนด้วยนางแมวกลางเดือนมีนา

ผมก็สบายใจขึ้น และเห็นว่า ทุกข์ที่เกิด ไม่ใช่เพราะผมลืมมือถือหรอก
แต่เพราะเราคุ้นชินกับการ "มี" ต่างหาก

บางครั้งบางช่วง ผมต้องเอารถไปซ่อม ไม่มีรถใช้สักอาทิตย์ สองอาทิตย์
สามวันแรก มักจะอึดอัด เพราะมันไม่ชินกับการ"ไม่มี"

แต่หลังจากนั้น ผมก็รู้ว่า ถึงไม่มีรถ ก็พออยู่ได้แหละ
สมัยเรียนก็แร่ดไปแร่ดมาได้ด้วยขสมก. มาตลอด จนเรียนจบ

ฉะนั้น เมื่อถึงวันที่ต้องผิดหวัง ผมก็จะไม่เรียกร้องอะไรให้มันดี
ก็แค่ "รู้สึกตัว" ว่ามันมีทุกข์ มันหดหู่ แล้วมันจะดีขึ้น จะแย่ลง ก็เรื่องของจิตมัน ผมไม่เกี่ยว

ให้มันเห็นทุกข์เยอะๆก็ดี มันจะได้เชื่อเสียทีว่า
สิ่งที่มันคิดว่าเป็น "ตัวaston27" มันไม่มีอยู่จริงหรอก

มันเป็นแต่ความเคยชิน ว่า "มี" aston27 อยู่
สุขทุกข์ ของผมทุกอย่างเป็นแค่ความเคยชิน
ในการไปรับรู้มัน และเกิดผลตามธรรมชาติ

ผ่านมา แล้วก็จะผ่านไป..

สุขก็อยู่กับเราไม่นาน ..
ทุกข์ก็อยู่กับเราไม่นาน..

ขอเพียงให้เชื่อว่า ในความผิดหวัง มีด้านดีของมันอยู่
ทุกข์ ก็มีประโยชน์ของมัน

เหรียญมีสองด้านเสมอ..

สุขสันต์วันแม่ครับ




 

Create Date : 12 สิงหาคม 2549    
Last Update : 13 สิงหาคม 2549 18:22:41 น.
Counter : 912 Pageviews.  

เจ้าสาวที่กลัวฝน เจ้าบ่าวที่กลัวเมฆ

บล็อคที่แล้วพูดเรื่องสายรุ้งไป ขอติดพันมาเรื่องที่ขาดไปก็ไม่มีรุ้ง คือเรื่องฝน

ช่วงนี้หน้าฝน อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย.. ระวังหน่อยก็ดีนะครับ

ส่วนตัวแล้ว เวลาฝนตก ผมจะชอบอยู่ในที่ๆมีสีเขียวเยอะๆ
อย่างใกล้ๆท้องนา ทุ่งหญ้า ป่าเขา

กลิ่นดิน กลิ่นต้นไม้หน้าฝน โดยเฉพาะเวลาฝนตก มันหอมสดชื่นอย่าบอกใครเชียวล่ะคุณเอ๋ย

ตั้งแต่ผมย้ายมาเป็นคนกรุง ผมกลับเริ่มเซ็งหน้าฝนมากขึ้นเรื่อยๆ (หมายถึงฤดูฝนนะ.. ไม่ได้เซ็งคนชื่อฝน.. ง่า)

ฝนตกในกรุงเทพฯ มีประโยชน์สองอย่าง คือล้างหลังคาบ้าน และช่วยให้นอนสบาย เพราะอากาศเย็น

นอกจากนั้นไม่มีอะไรสนุกเลย รถก็ติด เสื้อก็เปียก แท็กซี่หายาก ยิ่งขึ้นรถไฟฟ้า รถเมล์ตอนฝนตกล่ะ.. โฮะๆๆๆทั้งเหงื่อ ทั้งกลิ่นคนเปียก หอมอบอวลชวนดมไม่มีอะไรเทียบ

ด้วยความรู้สึกนี้ ผมเลยอนุมานเอาว่าคนแต่งเพลง "เจ้าสาวที่กลัวฝน" (แต่ไม่แคร์...แห) น่าจะเป็นคนกรุงเทพฯ


เพราะเจ้าสาวบ้านนอกคงไม่กลัวฝนเท่าเจ้าสาวกรุงเทพฯ เอิก.. (มั่วจริงๆ)

หน้าฝนในกรุงเทพฯปีนี้ มีความประหลาดอยู่อีกอย่าง คือทำให้หลายคนที่ผมรู้จัก รวมทั้งตัวผมพากันเข้าไปอยู่ในโหมดจำศีล

ประมาณว่าเพิ่งอกหักมา ไม่พร้อมจะมีใคร อยากอยู่คนเดียว และใครบางคนเรียกโหมดนั้นให้ผมได้ยินว่า "จำศีล"

ปกติกบจะจำศีลหน้าแล้ง หมีจะจำศีลหน้าหนาว
แต่ถ้าสาวๆหนุ่มๆจะจำศีล ทำไมมาจำศีลหน้าฝน .. แปลกเนอะ

ถามว่า.. การจำศีลเก็บตัว เพื่อเลียแผลใจผิดไหม ไม่ผิดหรอกครับ

เป็นธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต ที่ต้องการฟื้นตัว ฟื้นใจ จากภาวะถดถอย เพียงแต่ในระหว่างที่จำศีล และซ่อนตัวอยู่ในกระดอง อาจจะมีคนดีๆผ่านมา แล้วเราไม่พร้อมจะเปิดโอกาสให้เขา อันนี้ก็ต้องเข้าใจและยอมรับด้วยเช่นกัน ว่ามันเป็นไปได้

ไม่ต้องไปว่าแต่ผู้หญิงหรอก ผู้ชายแก่แล้ว อย่างผมยังเป็นเลย อยู่ๆก็เหนื่อยๆ ล้าๆ ไม่อยากรับใครขึ้นเรือเสียอย่างงั้น

ตั้งแต่เป็นหนุ่มมานี่ ไม่เคยเป็นเลยนะ เมื่อก่อนปิ๊งปุ๊บ จีบได้ปั๊บ ถ้ามีโอกาส.. แต่รอบนี้ เจอถูกใจก็ลังเลๆ กลัวๆ กล้าๆ สงสัยจะถึงวัย ฮ่ะๆๆ

เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่า บางที การเป็นโสดก็เบาสบายดี

ถามว่าดีกว่ามีคู่ไหม.. ไม่หรอก.. มีคู่ยังไงก็ดีกว่า แต่ถ้ามีคู่ผิด มันต้องคิดจนตัวตายเลยนะท่าน

เงื่อนไขชีวิต ยิ่งอายุมาก มันก็มากขึ้น ยิ่งเรารู้แล้ว ว่าเราต้องการแบบไหน ชอบแบบไหน อยู่กับแบบไหนแล้วพอดี อยู่กับแบบไหนแล้วขาดแล้วเกิน มันก็เหมือนเลือกมากขึ้นไปด้วย

เลือกมาก ก็โอกาสโสดมากขึ้นเช่นกัน อันนี้ธรรมดา

พวกเจ้าสาวเขายังกลัวฝน แล้วทำไมเจ้าบ่าวจะกลัวเมฆมั่งไม่ได้ล่ะ



เพลงประกอบบล็อควันนี้ ต้นฉบับเป็นเพลงจากหนังเรื่อง the sound of music ที่มีจูลี่ แอนดรูวส์ วิ่งร้องเพลงข้ามภูเขา แล้วดังไปทั่วโลก จนหนังอินเดียอีกห้าร้อยเรื่องที่สร้างในภายหลัง ต้องมีฉากวิ่งร้องเพลงข้ามภูเขาเหมือนกัน

ไม่เชื่อไปหาหนังอินเดียแถวพาหุรัดมาดูสิ ยืนหน้าแผง เอาลูกปิงปองโยนเข้าไป โดนแผ่นไหน รับรองแผ่นนั้นต้องวิ่งร้องเพลงข้ามเขา เอิกๆๆ

เพลงนี้ชื่อ my favourite things เนื้อเพลงพูดถึงเวลาคนเราไม่สบายใจ ให้นึกถึงสิ่งดีๆ ที่เราชอบ แล้วจะรู้สึกดีขึ้น เพราะเหมือนช่วยเตือนเราว่า.. เออ.. โลกนี้มันไม่ได้เลวร้ายไปเสียหมดหรอก

เพลงน่ารักมากครับ แอบหวังว่าคุณๆจะชอบกัน

ใครมีทุกข์อะไรมา ก่อนจะนอน เอาวางไปก่อนนะครับ
คิดถึงสิ่งดีๆ อย่างพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แล้วก็กราบๆๆ

แผ่เมตตาให้เพื่อนร่วมโลก เสียหน่อย จะได้หลับสบาย
ราตรีสวัสดิ์ครับ




 

Create Date : 08 สิงหาคม 2549    
Last Update : 12 สิงหาคม 2549 18:48:52 น.
Counter : 1006 Pageviews.  

สุดสาย ณ ปลายรุ้ง

Why are there so many songs about rainbow?
And what's on the other side?

ทำไมถึงมีเพลงว่าด้วยสายรุ้งเยอะจัง
แล้วมีอะไร ณ อีกด้านนึงของมันนะ

เพลงวันนี้เป็นเพลงเดียวกับในบล็อคอันที่แล้ว เป็นเพลงเพราะมากๆ ชื่อว่า Rainbow Connection ร้องโดย Peter Cincotti

คุณ Cincotti นี่เป็นพวก new wave แห่งดนตรีแจ๊สมาตรฐานของอเมริกา ตีคู่มากับ peter grant ที่เขาพยายามปั้นให้เป็น แฟงค์ ซีนาตร้า กันอยู่

ส่วนเพลงนั่น ก็เป็นเพลงเก่า ที่เคยอยู่ในหนังเรื่อง Muppets The Movie ที่มีพ่อกบเคอร์มิท เป็นดารานำ และร้องเพลงนี้ไว้ในเรื่อง

ความเชื่อเรื่องสายรุ้งมีมานานแล้วนะครับ
สมัยผมเด็กๆ เคยได้ยินคนบอกว่า เห็นรุ้งกินน้ำแล้ว อย่าชี้ เดี๋ยวนิ้วจะกุด
คนโบราณ บางคนเชื่อว่า สายรุ้งเป็นสะพานทอดไปสู่สวรรค์ เคยมีนิทานฝรั่ง พูดเรื่องหม้อบรรจุทองคำถูกฝังไว้ ณ สุดปลายของสายรุ้ง บางคนบอกว่า มันคือสาส์นจากพระเจ้า บางคนบอกว่ามันเป็นคันธนูของเทพ

สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เคยอ่านหนังสือ เขาพูดถึงหนังชื่อ The Wizard Of OZ ที่ จูดี้ การ์แลนด์ เล่นเป็น โดโรธี และร้องเพลง Over The Rainbow ก่อนเธอจะลอยไปกับลมพายุ ไปตกในดินแดนของเมืองออซ เมืองที่มีถนนก้อนอิฐสีเหลืองอร่ามนั่นแหละ

บังเอิญผมเคยได้ยินเพลงนั้น และชอบมาก เลยไปหาเช่าหนังเรื่องนั้นมาดู ก็พบว่าเป็นหนังดีจริงๆ (ตอนนี้เขามี DVD ฉบับ Remaster ออกขายนะครับ หน้าปกสีเหลือง เห็นรองเท้าสีแดงแวววาว อย่าลืมช่วยกันซื้อของลิขสิทธิ์เถอะนะ ราคามันถูกลงมากแล้ว) เอาไว้จะพูดถึงหนังเรื่องนั้น และเพลงๆนั้นด้วย

ว่าแต่..
คุณเคยมีจินตนาการเกี่ยวกับสายรุ้งไว้มั่งไหมครับ

สำหรับผม ทุกวันนี้ผมรู้สึกว่า สายรุ้ง เป็นของขวัญจากธรรมชาติอย่างนึง เพื่อให้มนุษย์รู้สึกดีขึ้น หลังจากลำบากกับฝนตกมาช่วงนึง

ถ้าสมัยเด็กๆเห็นรุ้งมา จะรู้สึกตื่นเต้น ระคนสงสัย อย่างที่ในเพลงเขาว่า .. อีกฟากนึงของรุ้ง จะมีอะไรไหมหนอ

ผมจำไม่ได้ว่า ครั้งหลังสุดที่ผมเห็นรุ้งกินน้ำ คือเมื่อไหร่
อาจจะนานถึง สองปีได้นะ ไม่รู้ว่า ตึกมันสูงขึ้น จนบังท้องฟ้ารอบตัวผมไปหมด หรือผมไม่ค่อยมีโอกาสได้นั่งมองท้องฟ้าเหมือนเคย

หรือบรรยากาศของโลก เรามันทำให้น้ำสกปรกเกินกว่าที่รุ้งจะกินลง?

Why are there so many songs about rainbows
And what's on the other side?
Rainbows are visions, but only illusions,
And rainbows have nothing to hide.

So we've been told and some choose to believe it
I know they're wrong, wait and see.

Someday we'll find it, the rainbow connection,
The lovers, the dreamers and me.

What's so amazing that keeps us stargazing
And what do we think we might see?
Someday we'll find it, the rainbow connection,
The lovers, the dreamers, and me.

All of us under its spell,
We know that it's probably magic...

... Have you been half asleep? And have you heard voices?
I've heard them calling my name.
... Is this the sweet sound that calls the young sailors?
The voice might be one and the same

I've heard it too many times to ignore it
It's something that I'm s'posed to be...

Someday we'll find it, the rainbow connection,
The lovers, the dreamers, and me.

ผมสังเกตว่า เพลงที่ผมเอามาใส่ในบล็อค อาจจะเปิดบ้าง ไม่เปิดบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก ถ้าคุณไม่ได้ฟัง

เพราะเพลงส่วนมากที่เลือกมาใส่ จะหาฟังยากนะครับ

ที่มันไม่ค่อยจะทำงาน ก็เพราะเว็บ geocities UK ที่ผมเอาเพลงไปฝากไว้ มักจะมีปัญหา traffic ของเขาเกินกำลังจะให้บริการได้

ผมกำลังหาที่ทางใหม่ๆ จะย้าย เพื่อให้มันง่าย และสะดวกต่อการฟังของทุกท่าน ยังไงก็ขออภัยในความไม่สะดวก และถ้าว่างๆ ลองย้อนกลับไปฟังอันที่คุณอาจจะยังไม่ได้ฟังนะครับ

อย่าลืมเล่าให้ผมฟังเรื่องสายรุ้งของคุณนะ




 

Create Date : 05 สิงหาคม 2549    
Last Update : 8 สิงหาคม 2549 22:10:18 น.
Counter : 922 Pageviews.  

เซกส์โครโมโซม คืนเหงา กับสาวข้างบ้าน

จะตั้งชื่อบล็อคว่า เซกส์โฟน คืนเหงา กับสาวข้างบ้าน เหมือนชื่อหนังของพี่บีม ก็กลัวผู้ปกครองจะแบนบล็อคผมไม่ให้ลูกเข้า

อย่างไรก็ดี ถึงวันนี้จะไม่พูดเรื่องเซกส์โฟน แต่ถ้าคุณอายุต่ำกว่า 18 น้าก็ขอแนะนำว่า หนูๆน้องๆต้องใช้วิจารณญาน และอ่านภายใต้คำแนะนำของพ่อแม่ ผู้ปกครองนิดนึงนะครับลูก

ข้อดีอย่างนึง ของการเป็นโสดก็คือ ผมมีเวลานั่งสังเกตความเป็นไป ความเปลี่ยนแปลงของจิตผมได้บ่อยขึ้น

การเอาสติไปวิจัยจิตตัวเอง มักจะทำให้เราเห็นธรรมชาติจริงๆของมัน ว่ามันก็คือจิตดวงหนึ่ง ที่เหมือนจิตทั่วไปที่ยังเวียนว่ายในอารมณ์ต่างๆที่มากระทบ

ทำให้จิตมันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เปลี่ยนตลอดเวลา
สุขบ้าง ทุกข์บ้าง เฉยๆบ้าง เบื่อบ้าง หดหู่บ้าง ดีใจบ้าง เสียใจบ้าง ปลื้มใจบ้าง อบอุ่นบ้าง เหงาบ้าง

ในบรรดาสิ่งที่มากระทบ และผมค่อนข้างกลัวมัน คือความอยากเรื่องเซกส์นี่แหละครับ

ผมเคยเขียนในกระทู้หลายอัน ถ้าจะมีใครจำได้.. ผมบอกว่า มนุษย์ผู้ชายนี่ เหมือนมีกรรมอย่างนึงนะครับ

คือเราถูกธรรมชาติสร้างมาให้มีโครโมโซมที่ถูกกระตุ้นความต้องการทางเพศได้ง่ายกว่าผู้หญิง ให้เป็นฝ่ายรุกในการแสวงหา

ไม่น่าแปลกใจ ที่ทำไมผู้ชายมีความยับยั้ง รำงับเรื่องการประพฤติผิดในกามได้ต่ำกว่าผู้หญิงโดยเฉลี่ย ดูได้จากสถานบันเทิงทางเพศของชาย จะมีมากกว่า สถานบันเทิงทางเพศของหญิง

ผมคุยกับเพื่อนสตรีหลายท่าน ที่เริ่มชิมลางการลงหลักปักฐานในคานทองนิเวศน์ กันบ้างแล้ว เธอพูดคล้ายๆกันว่า ถ้าไม่มีแฟน ไม่มีคนรัก ก็แทบจะไม่นึกถึงเรื่องนั้นเลย

ขนาดผมว่าผมฝึกฝนให้ตัวเองรู้เท่าทันกิเลส อยู่เนืองๆ ยังแทบเอาตัวไม่รอดในบางวัน ขับผ่านยูโทเปีย วิคตอเรีย ซีเครท หรืออาบอบนวดบางแห่ง ก็อยากจะเลี้ยวเข้าไปให้รู้แล้ว รู้แร่ด

บางคราวมีเพื่อนฝูงชวนๆไปแร่ดจริงๆ ก็ต้องงัดสารพัดวิชาออกมาง้างใจตัวเองให้รักษาสัญญาที่เคยให้กับตัวเองไว้ ว่าจะไม่เที่ยวสถานบริการแบบนี้ ก็เอาตัวรอดมาได้แบบฉิวเฉียดจวนเจียนไปหลายหน

ครั้งที่ใกล้เคียงที่สุด คือถูกจัดแจงให้ขึ้นไปถึงห้องแล้ว ก็เลยต้องตั้งสติ เตี๊ยมกับน้องบอกว่า น้องนั่งเฉยๆ ครบเวลาแล้วก็ออกไปบอกคนอื่นว่า พี่เสร็จน้องไปแล้ว

ลูกไม้ที่ผมใช้ได้ผลกับตัวเองเสมอคือ .. ผมไม่มีอารมณ์พิสวาสบาดใจอะไรได้ กับคนที่ผมไม่ได้รักใคร่ชอบพอด้วย

แต่ก็อดรู้สึกสงสารตัวเองไม่ได้ ที่ต้องเป็นมนุษย์ผู้ชายพร้อมโครโมโซมที่ส่งให้เราอยู่ใต้อำนาจของกิเลสน่ะครับ บางทีก็สังเวชใจเอาเลยแหละ

นี่เราต้องเกิดมาสู้กับมันอีกกี่ชาติละเนี่ย ถึงจะจบ ถึงจะชนะมันได้จริงๆ

คืนนี้ กลับมาบ้านแบบเหงาๆครับ เหงาจริงๆนะไอ้ชีวิตหนุ่มโสดแบบผมที่ทำแต่งานเนี่ย .. แต่ผมรู้ว่าพรุ่งนี้ผมก็หายแล้ว

ผมรู้ว่ามีคนรอจะทำให้ผมหายเหงาอยู่หลายท่าน ซึ่งต้องกราบบบบบ ขอบพระคุณ มา ณ ที่นี้ แต่ผมอาจจะรับความปราถนาดีของท่านไม่ได้ ด้วยหลายเหตุ

อย่างนึง เพราะผมยังรักใครบางคนชนิดลืมไม่ได้อยู่ แต่เราก็มีเหตุที่ต้องยอมรับว่า เราไม่ได้เหมาะจะเป็นคนรักกัน หรือเป็นแฟนอะไรกันอย่างนั้น

อันนั้น ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ เท่าข้อสอง คือผมยังมีอาการกลัวจะทำให้ใครเสียใจอยู่ .. ความรักครั้งหลังของผมนี่.. มันหลอนมากครับ เหมือนเราต้องคอยทำให้คนที่เขารักเรา เสียใจ ทั้งๆที่เราไม่ต้องการเลยสักนิด

ช่างหัวผมก็แล้วกันนะครับ
.......................................................

ปิดท้าย.. ลืมเล่าไปว่า.. อาทิตย์ก่อนผมกลับไปแถวบ้านเดิมที่เคยอยู่ เพื่อไปเลือกตั้งที่บพิตรภิมุข มหาเมฆ

ผ่านบ้านอยู่หลังนึงในอาคารสงเคราะห์ ย่านนั้น เห็นเขาล้อมรั้วเพื่อทำการรื้อถอน

เห็นแล้วก็ใจหายนะ.. เพราะสมัยผมเป็นนักเรียนมัธยม จนถึงมหาวิทยาลัย ผมต้องเดินผ่านบ้านนี้บ่อยๆ

บ้านหลังนี้อยู่ถัดจากซอยที่ผมอยู่ 2 ซอย เป็นครอบครัวใหญ่ครับ อยู่กันหลายคน ประมาณได้จากรถที่จอด

สองในจำนวนนั้น เป็นสาวน้อย วัยไล่เรี่ยกันกับผม ที่ผมพยายามสังเกตเท่าไหร่ ก็ไม่รู้สักทีว่าเธอเรียนกันที่ไหน

แต่เธอน่ารักดีครับ

ทุกครั้งที่ผมเดินผ่านบ้านหลังนั้น จะคอยแอบชำเลืองมองๆ ด้วยความหวังว่า พวกเธอจะออกมาเดินหน้าบ้าน เป็นปลากระป๋องบนชั้นวางในร้านเซเว่นให้หมาอย่างผมได้มองจากหน้าประตูมั่ง

วันไหนได้เห็น ได้เจอ ก็ปลื้มๆนะ แต่ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ไม่เคยเดินไปคุย ไม่เคยยิ้มให้ เพราะผมเป็นพวกขี้เก็กในสายตาคนทั่วไป

ไม่ใช่คิดว่ามีอะไรดีนักหนาหรอก..คือ.... ผมขี้อายน่ะ

การแอบมองของผม สิ้นสุดลง เมื่อผมเรียนจบและต้องระเห็จไปทำงานที่เชียงใหม่หลายปี หลังจากนั้น ผมก็ไม่ได้กลับไปอยู่ที่บ้านโน้นอีก

นานๆผมถึงจะได้เข้าไปที่บ้านนั้นทีนึง แต่ทุกครั้งก็จะอดชำเลืองมองไม่ได้ แต่ก็ไม่เคยเห็นทั้งคู่อีกเลย

ป่านนี้ คงแต่งงาน ลูกสองกันไปหมดแล้วมั้ง

บางที.. ภาพบางอย่าง มันก็สวยงามดีอยู่แล้ว โดยเราไม่จำเป็นต้องคว้ามันมาเป็นของๆเรา หรือสัมผัสมัน

แค่ยืนดู ชื่นชมอยู่ห่างๆ ก็น่าจะพอแล้ว

หวังว่า ทั้งคู่คงจะไม่รู้จักบล็อคผมหรอกนะ โลกมันกลมก็จริง แต่คงไม่กลมขนาดนั้นน่ะ

ฝันดี(อย่ามี)สำลีแปะหัวครับ




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2549    
Last Update : 2 กันยายน 2549 10:05:41 น.
Counter : 1313 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.