happy memories
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728 
 
28 กุมภาพันธ์ 2556
 
All Blogs
 
เสพงานศิลป์ ๒๘




ภาพจากเวบ deviantart.com





"ฉันได้จากโลกนี้ไปแล้วโดยไม่เสียใจ

เพราะฉันได้อุทิศชีวิตของฉันให้กับ

บางสิ่งที่เป็นประโยชน์

ในฐานะเป็นผู้รับใช้ที่ต่ำต้อย

ในงานศิลปของฉัน

ชีวิตนั้นสั้น....แต่ศิลปะยืนยาว


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี





Romance - ‪Yuhki Kuramoto‬









“แดนสนธยา” โดย ช่วง มูลพินิจ


ช่วง มูลพินิจ ศิลปินอาวุโสชั้นแนวหน้าของไทย เจ้าของลายเส้นที่งดงามละเมียดละไมงดงาม ที่ได้รับฉายาจาก รงค์ วงษ์สวรรค์ ว่า “จิตรกรผู้มองเห็นมดยิ้มสวย” จะจัดนิทรรศการผลงานศิลปกรรมชุด “แดนสนธยา” ที่หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เชิงสะพานผ่านฟ้า ถนนราชดำเนินกลาง ระหว่างวันที่ ๓ มีนาคม - ๓o เมษายน ๒๕๕๖ เปิดทุกวัน ๑o.oo – ๑๙.oo น. ยกเว้นวันพุธ โดยเป็นนิทรรศการเดี่ยวครั้งสำคัญที่นำเสนอผลงานใหม่ ๆ ให้ชมถึง ๗o ชิ้น หลังจากที่จัดครั้งสุดท้ายเมื่อ ๑o ปีก่อนที่หอศิลป์จามจุรี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี ๒๕๔๖




 

เอกลักษณ์ที่โดดเด่นในงานศิลปะของ ช่วง มูลพินิจ คือความงามของลายเส้นหรือลายไทยที่อ่อนช้อยผสมผสานเข้ากับศิลปะสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน งานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นแต่ละชิ้นผนึกเรื่องราวทางอุดมคติกับธรรมชาติ จนกระทั่งถึงนัยการมองเห็นในวัฏสงสารของชีวิตและปรัชญา ศาสนา เข้าไว้ด้วยกันอย่างงดงาม แนบเนียน ลงตัว บางครั้งก็นำเรื่องราวจากศาสนาและวรรณคดีมาสร้างจินตนาการใหม่ ทำให้ผลงานศิลปะเหล่านั้นมีรูปแบบหลากหลายจนยากที่จะให้คำจำกัดความว่าจัดอยู่ในประเภทใด แต่ทั้งหมดล้วนมาจากรากฐานความคิดที่ว่า “ธรรมชาติคือครูผู้ยิ่งใหญ่” เป็นแรงบันดาลใจในการทำงานตลอดระยะเวลาราว ๕o ปี หลังจบจากมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยเป็นลูกศิษย์ของศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี และประทับใจที่ อ.ศิลป์ ชี้ให้เห็นความงดงามของศิลปะโดยไม่แยกว่าเป็นของชาติไหน ศิลปินไม่ใช่คนของใคร แต่เป็นคนของศิลปะ ซึ่งเป็นความงดงามของสากล






"เมื่อมองดูรอบ ๆ ทุกอย่างมีความงดงาม ไม่ว่าดอกไม้ ต้นไม้ใบหญ้า ศิลปินล้วนมีธาตุของการแสดงออก เป็นธาตุแท้ของศิลปิน ไม่ว่าจะอดหรืออิ่มเขาต้องแสดงออกมา เมื่อเขาได้แสดงภาวะภายในออกมาแล้วมันก็สมบูรณ์อยู่ในตัว ไม่ว่าใครจะรู้จะเห็นหรือไม่ก็ตาม แต่ศิลปินรู้ดี ยามที่บรรจงขีดเขียนอยู่นั้น" ศิลปินอาวุโส วัย ๗๓ ปีกล่าว พร้อมทั้งเล่าว่า อ.ศิลป์สอนให้ลูกศิษย์เป็นช่างโดยพื้นฐาน ส่วนใครจะเป็นศิลปินนั้นเป็นแนวทางของแต่ละคน เหมือนท่านสอนให้รู้จักการทำเก้าอี้ทำอย่างไรจะนั่งได้สบาย รับน้ำหนักได้ดี ส่วนลูกเล่นลีลานั้นต่างกันตามความถนัด





 
สำหรับความถนัดส่วนตัวของ ช่วง มูลพินิจ คืองานลายเส้นและจิตรกรรม โดยมีผลงานชิ้นสำคัญมากมาย ทั้งยังมีความโดดเด่นด้านงานประติมากรรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานพุทธศิลป์ที่มีชื่อเสียง อาทิ พระพุทธอภัยมงคลสมังคี ที่สมเด็จพระญาณสังวร รองสมเด็จพระสังฆราช ทรงสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อพระราชทานแก่ทุกจังหวัดในโอกาสเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ๒oo ปี พระพุทธมุจจลินท ภูชคุปต์ วัดโพธิ์ทอง กทม. ภาพปั้นนูนต่ำประดับพระมหาเจดีย์วัดธรรมมงคล สุขุมวิท ๑o๑ กทม. ออกแบบอุโบสถวัดเขาดินวนาราม จ.ชุมพร ออกแบบจิตรกรรมฝาฝนังภายในโดมมหาวิหารพระไตรปิฎกหินอ่อน พุทธมณฑล ทั้งยังมีผลงานประติมากรรมโลหะผสม “สิงโตคู่” ที่ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ ปัจจุบันติดตั้ง ณ วัดสิรินทรเทพรัตนาราม จ.นครปฐม และผลงานที่ติดตั้งอยู่ที่บริษัทเอกชนอีกหลายชิ้น





"คลื่นวัฏฏะ"



ผลงานของ ช่วง มูลพินิจ ในระยะแรกเป็นภาพวาดลายเส้นที่มีความงดงามอ่อนช้อย เริ่มด้วยการเขียนภาพลายเส้นประกอบในหนังสือสยามสมัย โดยการชักชวนจาก สุลักษณ์ ศิวรักษ์ และต่อมาได้เขียนภาพปกและภาพประกอบในหนังสือและนิตยสารต่าง ๆ เช่น ช่อฟ้า ชาวกรุง เฟื่องนคร ทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักด้วยผลงานเขียนลายเส้นฟรีแฮนด์ที่มีแบบฉบับเฉพาะตัว






นอกจากนี้ยังมีผลงานออกแบบตัวหนังสือชื่อเรื่องและโปสเตอร์ภาพยนตร์ไทยส่วนใหญ่ที่เป็นวรรณคดีหรือเรื่องราวพื้นบ้าน เช่น แผลเก่า เลือดสุพรรณ เพื่อน-แพง ไกรทอง พระรถ-เมรี ซึ่งเป็นผลงานที่เป็นที่รู้จักกันดีอีกประเภทหนึ่งเมื่อประมาณ ๓o - ๔o ปีก่อน ทั้งยังมีผลงานการเขียนหนังสือที่เป็นงานวรรณศิลป์ที่มีคุณค่า โดยเริ่มเขียนในปี ๒๕๓๖ - ๒๕๓๗ มีการรวบรวมจัดพิมพ์เป็นพ็อกเก็ตบุ๊คชื่อ “เขียนมนุษย์” และล่าสุดคือเรื่อง “ฝูงมนุษย์” ในแนวคำคม-นิทานที่ตีพิมพ์เมื่อปี ๒๕๕๑ ถ่ายทอดความคิดในหลายด้าน หลากมุมมอง ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ กิเลสของมนุษย์ ศิลปะ ความดีงาม และศาสนา โดยเชื่อว่าเมื่อโลกไร้จริยธรรม ความโลภของมนุษย์ก็จะทะยานขึ้นถึงขีดสุด และเมื่อขาดจริยธรรมก็เท่ากับสิ้นสุดความเป็นมนุษย์





 
ข้อความบางส่วนจากงานเขียนของ ช่วง มูลพินิจ ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงความคิดที่ลึกซึ้งของศิลปินผู้นี้  เช่น  "ดังนั้น เราคือสิ่งมีชีวิตที่เลวที่สุดบนผืนโลก เราพากันยกย่องพินอบพิเทาคนโลภ คนรวย เพื่อหวังผลประโยชน์  แต่เรากลับไม่สนใจพินอบพิเทาธรรมชาติ ที่ให้แต่คุณประโยชน์ตลอดกาล"








 
ปัจจุบัน ช่วง มูลพินิจ ยังคงทำงานศิลปะอย่างต่อเนื่อง และได้สร้างหอศิลป์ที่บริเวณบ้านพัก บนถนนรามคำแหง ที่จัดแสดงผลงานกว่า ๘o ชิ้น ตั้งแต่ยุคแรกถึงยุคปัจจุบัน ทั้งภาพลายเส้น สีน้ำ สีน้ำมัน ภาพพิมพ์ ผลงานประติมากรรม งานออกแบบต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาและผู้สนใจงานศิลปะได้เข้าชม





 
สำหรับผลงานเด่นที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการชุด “แดนสนธยา” ที่หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ ในครั้งนี้  ได้แก่ ภาพจิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบ ชื่อ “ม้า” “เสือ” “ฝันกลางวัน” “คลื่นวัฏฏะ” และ “พาหนะพระคเณศ” เป็นต้น โดยมี นายชวน หลีกภัย เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ ในวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.oo น.






ภาพและข้อมูลจาก
เฟซบุคช่วง มูลพินิจ
artbangkok.com
matichon.co.th













“การ์ตูนไทยกับงานร่วมสมัย"


นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยและการ์ตูนไทย โดย ราช เลอสรวง และสมบูรณ์ หอมเทียนทอง  พบกับผลงานของนักเขียนการ์ตูนรุ่นใหญ่ที่ถูกเชื้อเชิญกลับมาวาดในยุทธจักรการ์ตูนอีกครั้ง


พร้อมกับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่สนทนาร่วมกัน ร่วมด้วยผลงานศิลปะทั้งภาพเขียนสีน้ำมัน วาดเส้น ประติมากรรมและการจัดวาง กว่า ๔oo ชิ้น ที่จะทำให้ผู้ชมซาบซึ้งกับผลงานนามธรรมที่พบว่ามีที่มาจากการ์ตูนที่เราคุ้นเคยในวัยเด็ก


นิทรรศการจัดตั้งแต่วันที่ : ๒๑ กุมภาพันธ์ – ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖

ศิลปิน : ราช เลอสรวง  และเด็กชายสมบูรณ์ หอมเทียนทอง

สถานที่: ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น ๙

ติดต่อโทร : o๒-๒๑๔-๖๖๓o – ๘

อีเมล : info@bacc.or.th










ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com














"Parallel”


ละลานตา ไฟน์อาร์ต นำเสนอนิทรรศการภาพเขียนผลงานล่าสุดของศิลปินระดับแนวหน้าในวงการศิลปะวัฒนธรรมของไทย ๒ ท่าน สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะสถาปัตยกรรม (สถาปัตยกรรมร่วมสมัย) พ.ศ. ๒๕๔๑ และอลิซาเบ็ธ รอมฮิลด์






ศิลปินชาวเดนมาร์กที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในประเทศไทยมากว่า ๒o ปี นิทรรศการ Parallel  แสดงผลงานทั้งสิ้น ๒๓ ภาพ  โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ชมได้มองเห็นทัศนะของศิลปิน ๒ ท่าน ที่มีความแตกต่างด้านการเป็นปัจเจกบุคคลอย่างสุดขั้ว






สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา ท่านเป็นสุภาพบุรุษชาวเอเชียซึ่งมีคุณวุฒิระดับสูงในวงการสถาปัตยกรรมและเป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติในวงการการศึกษา  ภาพเขียนของท่านสื่อให้เห็นความสนใจในประดิษฐกรรมและโครงสร้าง






ส่วนอลิซาเบ็ธ รอมฮิลด์ เธอเป็นหญิงผมสีบลอนด์เชื้อสายยุโรป และอาร์มีเนีย เธอฝึกฝนทักษะทางศิลปะด้วยตนเอง ภาพเขียนของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความเป็นอิสตรี เน้นเนื้อหาทางด้านอารมณ์และตัวตน นิทรรศการ Parallel นำภาพเขียนที่เกิดจากทัศนะและแรงบันดาลใจที่แตกต่างกันมาเทียบข้างกันอย่างเจาะจง เพื่อให้ผู้ชมได้สังเกต และรับรู้ถึงความละม้ายคล้ายคลึงที่ซ่อนอยู่ในความแตกต่าง






โดยได้รับเกียรติจากคุณอานันท์ ปันยารชุนเป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการในวันที่ ๓o มีนาคม เวลา ๑๗.oo น. ถึง ๑๙.oo น.


นิทรรศการ : Parallel

ศิลปิน : สุเมธ ชุมสาย ณ อยุธยา, อลิซาเบ็ธ รอมฮิลด์

สถานที่ : ละลานตา ไฟน์อาร์ต

ติดต่อโทร : o๒-๒o๔-o๕๘๓, o๒-๒๖o-๕๓๘๑

แฟกซ์ : o๒-๒o๔-o๒-๒o๔๕๘๒

อีเมลล์ : info@lalanta.com

เว็บไซต์ : //www.lalanta.com






ภาพและข้อมูลจาก
artbangkok.com













"On Arriving, Gone"


ตลอดปีที่แล้วทั้งปี เดือนที่แล้ว หรือแม้กระทั่งสัปดาห์ที่แล้ว คุณจำอะไรได้บ้าง? แน่นอนคุณอาจจะจำเหตุการณ์ที่น่าประทับใจบางอย่างได้ดี เช่น การเดินทาง หรือ การได้พบกับเพื่อนที่ไม่ได้พบกันมานาน อะไรที่ทำให้คุณมีความสุข? ภาพความทรงจำเหมือนความฝัน ไม่ว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่ดีมากแค่ไหนก็ตามที่เกิดขึ้นจริง ๆ กับคุณ


 
เราจดจำวันเวลาที่ผ่านไปแล้วได้มากเท่าไหร่กัน? ในเมื่อการรับรู้ของเราในเวลาปัจจุบันมีห้วงเวลาไม่เกินเสี้ยววินาที ขณะที่เวลาใหม่เคลื่อนเข้ามา และ เวลาปัจจุบันกลายเป็นอดีตในทันที ความพึงพอใจของเรา หรือเรียกง่าย ๆ ว่าความสุขในชีวิตของเรา คือการได้ใช้เวลากับคนที่เรารัก สิ่งของหรือสถานที่ที่เราพึงพอใจ  แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว


โครี เบส ศิลปินหนุ่มชาวอเมริกัน วาดรูปบันทึกการเดินทางของเขาด้วยปากกาลูกลื่น รูปที่เขาวาดคือรูปของสิ่งของ ผู้คน ตราสัญลักษณ์ สัตว์ในตำนาน ซึ่งไม่ได้เป็นภาพแทนของตัวมันเองแต่เป็นภาพแทนของเวลา เป็นเศษที่แหว่งวิ่นของประสบการณ์และความทรงจำ


โครี เบส เดินทางในญี่ปุ่นเป็นเวลาครึ่งปี ก่อนจะมาที่เชียงราย วัฒนธรรมที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากที่ที่เขาจากมา ทำให้เขาเฝ้าสังเกตสิ่งต่าง ๆ อย่างสงสัยใคร่รู้ เราทุกคนมีตัวตนที่สั่งสมประสบการณ์ และถ้าเหตุการณ์ใดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีหรือไม่ดี เราจะเก็บมันไว้ในความทรงจำ ประสบการณ์ที่ถูกเลือกเก็บจะอยู่กับเราไปตลอดกาล ส่วนประสบการณ์ที่เราไม่ใส่ใจจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน ความทรงจำที่เราต่างเก็บเอาไว้ทั้งหมดจะบอกว่าชีวิตเราเป็นอย่างไร เราพึงพอใจกับอะไร เราให้คุณค่ากับอะไร? เราเลือกเก็บประสบการณ์ต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเราเองหรือไม่? บางอย่างเราอยากจะลืมแต่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้


นิทรรศการ On Arriving, Gone. ที่จัดแสดงที่อังกฤษแกลลอรี่ คือชุดของภาพวาดลายเส้น แสดงเรื่องราวความทรงจำ ความรู้สึก ความคิด จากผู้คนแปลกหน้า สิ่งของ สถานที่ และทั้งหมดคือสิ่งที่ศิลปินได้สะสมเอาไว้ในเวลาด้วยหมึกปากกาบนกระดาษและใน สมุดบันทึก ประสบการณ์การเดินทางของเขาและความทรงจำปรากฎเป็นภาพลายเส้นที่มีรายละเอียด ละเมียดละไมและฟุ้งฝัน โปร่งเบาล่องลอย ทว่าบางครั้งหนักทึบทมึน เส้นของปากกาลูกลื่นถูกสานทับถมจนเป็นรูปร่างของสิ่งต่าง ๆ แม้แต่ความคิดที่ ดูเหมือนของเหลวตกตะกอน เย็นและแข็ง อบอุ่นอ่อนนุ่มและสบาย


ความเข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ ภาระ ความกลัว หรือแม้กระทั้งความรัก คือสิ่งมหัศจรรย์ของการดำรงชีวิตอยู่ เรื่องราวทั้งหมดเป็นเพียงบันทึกส่วนตัวของศิลปินเอง แต่ภาพที่ไร้เสียงได้สะท้อนเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่งอีกต่อไป แต่คือเสียงสะท้อนที่ไม่ได้ยินในสภาวะร่วมสมัย ซึ่งประสบการณ์ และความทรงจำแตกกระจัดกระจาย


นิทรรศการ : On Arriving, Gone

ศิลปิน : Corey Best

วันที่ : ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึง ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๖

เวลา : o๗.oo - ๑๔.oo ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ (เข้าชมฟรี)

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อังกฤษ อัจฉริยโสภณ

โทร : o๘๖-๙๑๑-๕๓๓๑

email: angkrit@gmail.com

เว็บไซต์ : coreybest.com



ภาพและข้อมูลจากเวบ
artbangkok.com













“There is no essence”


“ Ho-Yoon Shin (โฮ-ยูน ชิน) ” เป็นศิลปินหนุ่มที่มีชื่อเสียงในเมืองกวางจู ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเมืองแห่งศิลปะของเกาหลี โดยถือเป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่มีพลังในการสร้างสรรค์อย่างล้นเหลือ สามารถสร้างความตื่นตะลึงและอารมณ์แปลกใหม่ให้กับผู้ชมได้เสมอ โดยเฉพาะงานประติกรรมกระดาษซึ่งเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขานั้น ถือได้ว่าเป็นการใช้เทคนิคพิเศษที่ยังไม่มีศิลปินคนใดทำมาก่อน โดยเขาสามารถทำให้กระดาษซึ่งเป็นวัสดุบอบบาง กลายสภาพเป็นผลงาน ๓ มิติที่มีพลังดึงดูดสายตาผู้ชมจำนวนมากมาแล้ว






อาร์ทเทอรี่ โพสต์-โมเดิร์น แกลเลอรี่ ภูมิใจนำเสนอนิทรรศการผลงานประติมากรรมกระดาษ ซึ่งเป็นเทคนิคการสร้างสรรค์ชั้นยอดของศิลปินหนุ่มชาวเกาหลี “โฮ-ยูน ชิน” ซึ่งได้เคยร่วมแสดงผลงานกับอาร์ทเทอรี่มาแล้วในนิทรรศการ “Luggage-2nd Bangkok-Asia Young Artist Festival” ปี ๒o๑๑ และ “Back-to-Back” (Dadak-Dadak) ปี ๒o๑๒ โดยได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากนักสะสมและผู้ชื่นชอบงานศิลปะ






ในปี ๒o๑๓ นี้ อาร์ทเทอรี่ไม่พลาดที่จะเชิญศิลปินผู้นี้มาเปิดการแสดงเดี่ยวครั้งแรกใน ประเทศไทย กับนิทรรศการ “There is no essence” ซึ่งเป็นผลงานชุดที่เขาใช้เวลาในการสร้างสรรค์ตลอด ๑ ปีเต็ม โดยนับเป็นนิทรรศการเดี่ยวครั้งที่ ๕ นอกเหนือจากการแสดงผลงานกลุ่มในประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ จีน บัลแกเรีย และเยอรมนี ซึ่งมีรางวัลการันตีความสามารถด้านงานประติมากรรม ในฐานะศิลปินที่น่าจับตามองซึ่งพร้อมจะสร้างสรรค์ผลงานอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ ให้กับผู้ชม







นิทรรศการครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่คนไทยจะได้ชื่นชมผลงานของศิลปินคุณภาพคนหนึ่งของเกาหลี ซึ่งอาร์ทเทอรี่จะยังคงค้นหาศิลปินรุ่นใหม่ที่มีผลงานโดดเด่นมานำเสนออย่าง ต่อเนื่อง เพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับศิลปินไทย





ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชมนิทรรศการ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
อาร์ทเทอรี่ โพสโมเดริ์น แกลเลอรี่
๒/๒ สีลม ๑๙ ถ.สีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ
โทรศัพท์ : +๖๖๒ ๖๓๕ ๓๑๓๓
มือถือ : +๖๖๘๗ ๑๑๒ ๗๗๗๔
Email : beeartery@gmail.com

แกลเลอรี่เปิดทำการเวลา ๑o.oo น. - ๑๙.oo น. ทุกวันจันทร์ถึงเสาร์
(วันอาทิตย์กรุณาโทรนัดล่วงหน้า)

ที่จอดรถ : จิวเวอร์รี่เทรด เซ็นเตอร์ สีลม ๑๙ ฟรี ๓ ชม.
BTS : สถานีสุรศักดิ์






ภาพและข้อมูลจากเวบ
portfolios.net
เฟซบุค There is no essence
saatchionline.com















"พิพิธภัณฑ์ทันสมัยแสงไฟสยามราตรี ปีที่ ๔"


กลุ่มเมืองโบราณมีวัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเผยแพร่เรื่องราวการดำเนินงานทางวัฒนธรรมตั้งแต่ปี ๒๕o๖ จนถึงปัจจุบัน นอกจากรวบรวมสถาปัตยกรรมและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนในท้องถิ่น ยังรวมถึงการรักษาผลงานเหล่านี้ให้คงอยู่และสืบเนื่องต่อไปในอนาคต ซึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้นจะหมุนเวียนไปตามเทศกาลต่าง ๆ ในรอบปี เช่น งานปีใหม่ สงกรานต์ ลอยกระทง และอื่น ๆ









และในโอกาสที่ปีนี้ครบรอบปีที่ ๕o ของเมืองโบราณ จึงมีการจัดกิจกรรมที่พิเศษสุดคือ พิพิธภัณฑ์ทันสมัยและแสงไฟสยามราตรี ปีที่ ๔ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศและมนต์เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมไทยยามค่ำคืน ซึ่งปกติแล้วพิพิธภัณฑ์จะเปิดให้เข้าชมช่วงกลางวันเท่านั้น ซึ่งจะได้รับรู้กลิ่นไอแบบเก่า ๆ ผ่านการแสดงแสง สี เสียง จากเรื่องราวของวรรณคดีและประเพณีท้องถิ่นที่ผสมผสานให้เกิดรูปแบบตื่นตาตื่นใจ







   

พิพิธภัณฑ์ทันสมัยและแสงไฟสยามราตรี ปีที่ ๔ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวและกลุ่มเยาวชนทั่วไปที่ต้องการท่องเที่ยวยามค่ำคืน พร้อมสัมผัสบรรยากาศแบบสบาย ๆ เริ่มจากร่วมชมงานช่างศิลป์ชั้นครู ณ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ทั้งงานวิจิตรศิลป์ ประติมากรรมปูนปั้นสดประดับเบญจรงค์ งานศิลปะประยุกต์ภาพสลักดุนดีบุกที่หาชมได้ยาก พร้อมไหว้พระในท้องช้างเอราวัณเพื่อเป็นสิริมงคล









จากนั้นเดินทางมุ่งสู่เมืองโบราณ จ.สมุทรปราการ พิพิธภัณฑ์เอกชนกลางแจ้งแห่งสยามประเทศ ย้อนรอยความรุ่งเรืองของดินแดนสยามในอดีต รับชมแสง สี เสียง ในนาฏกรรมนฤมิต ชุด "มหาภารตะยุทธ" ณ พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท อิ่มอร่อยกัยอาหารหลากหลาย พร้อมการแสดงพื้นบ้านในตลาดน้ำเมืองโบราณ และเที่ยวชมไปกับมัคคุเทศก์บนเส้นทางสายประวัติศาสตร์พื้นที่กว่า ๖oo ไร่







   

โดยจัดขึ้นทุกวันเสาร์ เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ไปจนถึงวันเสาร์ที่ ๓o มีนาคม ๒๕๕๖ ตั้งแต่เวลา ๑๗.oo - ๒๒.oo น. นับเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ไม่ควรพลาด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
www.ancientsiam.com หรือ //www.facebook.com/AncientSiam โทร. o๒-๗o๙-๑๖๔๔-๘.








ภาพและข้อมูลจาก
thaipost.net
เฟซบุคเมืองโบราณ














"Collaboration แรงบันดาลใจจากสยามเซ็นเตอร์โฉมใหม่"


๓ ศิลปินและช่างภาพชื่อดัง อนุรักษ์ ตั้งสมบูรณ์ พรพจน์ กาญจนหัตถกิจ และศุภชัย เกศการุณกุล อวดชิ้นงาน อาร์ตพีซ Collaboration ฉลองสยามเซ็นเตอร์รูปโฉมใหม่ เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์ ที่คนรักงานศิลปะไม่น่าพลาด


อนุรักษ์ ตั้งสมบูรณ์ ดีไซเนอร์ชื่อดังแห่งแบรนด์ anr ที่ผันตัวเองมาเป็นศิลปินทำงานด้านศิลปะ มีความผูกพันเป็นพิเศษกับสยามเซ็นเตอร์ เพราะมีช็อปของแบรนด์ anr ที่สยามเซ็นเตอร์มายาวนานหลายสิบปี แรงบันดาลใจของผลงานมาจากแนวความคิดของสยามเซ็นเตอร์รูปโฉมใหม่ “Be Amazed” นำเสนอความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมด้วยผลงานศิลปะแนว Installation Sculptures และMixed Media Art ประกอบด้วย เทคนิคพิเศษมีการรวบรวมผลงานที่โดดเด่น ที่รวมไปถึงผลงานที่ หมิว-ลลิตา ศศิประภา เป็นเจ้าของมาดิสเพลย์ที่นี่เช่นกัน อนุรักษ์ เล่าถึงเทคนิคของวัสดุที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานว่า มีการใช้วัสดุที่เป็นแก้วเป็นหลัก ผสมกับขนสัตว์ ไม้ตะโกจากภาคอีสาน ทองเหลืองและหินอ่อน พร้อมเทคนิคการใช้แสงและเงาประกอบกัน






ผลงานที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ รวม ๖ ผลงาน ได้แก่Invisible Thorn เป็นผลงานที่ทำจากแก้วปักลงไปในหนาม, Jaak’s Blow เป็นการวางแก้วในรูปทรงที่แตกต่างกัน ๗ แบบ, The Parch ที่เป็นสื่อผสม ซึ่งเป็นการนำวัสดุต่าง ๆ ที่หาได้และนำมาประกอบกันเพื่อถ่ายทอดเป็นงานศิลปะชิ้นนี้และยังมีผลงานย่อย ๓ ผลงาน ได้แก่ The Parch 2/7, The Parch 5/7, The Parch 6/7 รวมถึง Journey งานศิลปะที่เกิดจากการนำที่ตัดสปาเกตตีที่คีบสปาเกตตี และที่คั้นน้ำผลไม้มาทำเป็นงานอาร์ตซึ่งล้วนมีความน่าสนใจและสร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็น






พรพจน์ กาญจนหัตถกิจ ช่างภาพระดับอินเตอร์ที่มีคนติดตามแพร่หลายอยู่ในโลกโซเชียลมีเดีย ได้ฝากผลงานภาพถ่ายแนวทดลอง (Experimental) ซึ่งเปรียบเสมือนการค้นคว้าทดลองเทคนิคใหม่ในการใช้อุปกรณ์กล้องกับผลงานที่ชื่อว่า “The Substantial” ซึ่ง พรพจน์ บอกเล่าถึงแรงบันดาลใจว่า คนส่วนใหญ่ยังตามกระแสแฟชั่นและแต่งตัวเลียนแบบไอดอลของตนเอง เพราะไม่กล้าที่จะแตกต่างจากคนอื่นอย่างแท้จริง แต่เมื่อไรก็ตามที่ทุกคนยอมถอดเปลือกที่ห่อหุ้มนั้นออก แสดงความเป็นตัวเองออกมา แล้วปลดปล่อยตัวเองให้เพลิดเพลินกับสภาพแวดล้อมและสถานที่ที่ชื่นชอบช่วงเวลานั้นเองคนนั้นจะสามารถแสดงความเป็นตัวเองออกมาได้ดีที่สุด ซึ่งมีความสอดคล้องกับความคิดของสยามเซ็นเตอร์โฉมใหม่ “Be Revolutionary” ที่ต้องกล้าที่จะแตกต่างจากคนอื่นนั่นเอง






เทคนิคของวัสดุที่ใช้ในการสร้างผลงานของ พรพจน์ เป็นการเล่นกับแสงและการสะท้อนของแสง ที่รวมถึงการแสดงถึงอารมณ์ของการใช้พื้นที่ว่าง เพื่อให้เกิดภาพที่ก่อให้เกิดความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์ขึ้นมา “ผมสร้างผลงานขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อแสดงให้เห็นว่า สยามเซ็นเตอร์ เป็นสถานที่ที่น่าค้นหา น่าสนใจ น่าตื่นเต้นและเป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถแสดงความเป็นตัวตนออกมาได้ดีที่สุด ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนอยากจะเป็นอย่างไรในสายตาคนอื่นเท่านั้นเอง”






ศุภชัย เกศการุณกุล บรรณาธิการและช่างภาพชื่อดังของนิตยสาร OPEN นำเสนอผลงานที่มีชื่อว่า “12 Portraits” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากแนวความคิดของสยามเซ็นเตอร์โฉมใหม่ “Be Inspiration” ในการสร้างสรรค์ผลงานภาพถ่ายบุคคล (Portrait)จากการถ่ายภาพบุคคลที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการทั้งหมด ๑๒ คน อาทิ สินจัย เปล่งพานิช นักแสดง, นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับและนักเขียนบท, มาโนช พุดตาล พิธีกร นักคิด และนักดนตรี เป็นต้น






ศุภชัย เล่าว่า การถ่ายภาพคนคนหนึ่งนั้น สิ่งสำคัญ คือ การสังเกตบุคลิกภาพของผู้ถูกถ่าย ที่บางครั้งเขาก็เปิดเผยตัวตนกับเราในบางเรื่อง ระหว่างช่วงเวลาหนึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศแบบหนึ่ง ในการถ่ายภาพจะจินตนาการถึงภาพที่จะเกิดขึ้นตามมา แล้วบันทึกท่วงทำนองของห้วงเวลานั้นไว้บนแผ่นฟิล์ม ส่วนเทคนิคและวัสดุที่ใช้มาจากการบันทึกภาพด้วยฟิล์มขาว-ดำและฟิล์มสี ขนาด ๑๓๕ และ ๑๒o ปะปนกัน แล้วนำไปพิมพ์ด้วยระบบดิจิตอลพริ้นท์บนผ้าใบ


ผลงานของทั้ง 3 ศิลปินเปิดให้ชมไปจนถึงวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๕๖ ที่บริเวณชั้น ๒ และ ๓ สยามเซ็นเตอร์ เท่านั้น











ภาพและข้อมูลจาก
naewna.com














"ใจกลางป่า ป่ากลางใจ"



สืบต่อเนื่องจากการที่ธนาคารไทยพาณิชย์ฯ ให้การสนับสนุนกิจกรรมของ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ในโครงการชุมชนวิถีชีวิตเป็นมิตรกับผืนป่าตะวันตก เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน สามารถดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงการใช้ชีวิตในรูปแบบการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน 


นอกจากนั้น กลุ่มจิตรกรไทย นำโดยอาจารย์ทวี รัชนีกร อาจารย์สมภพ บุตราช อาจารย์ปัญญา วิจินธนสาร ยังได้ร่วมกันเสริมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตก ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติและป่าต้นน้ำที่สำคัญ รวมทั้ง กระตุ้นให้ประชาชนทั่วไป และเยาวชนรุ่นใหม่ได้ร่วมกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ผ่านผลงานศิลปะ ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม






ดังนั้นธนาคารฯ จึงได้ร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และกลุ่มจิตรกรไทย จัดแสดงนิทรรศการ “ใจกลางป่า ป่ากลางใจ” เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลการดำเนินงานข้างต้น ระหว่างวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ - ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖ ณ พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย สำนักงานใหญ่รัชโยธิน
 
       
ระหว่างการจัดแสดงนิทรรศการ ธนาคารจัดให้มีกิจกรรมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสำหรับเยาวชนและบุคคล ทั่วไป คือ วันเสาร์ที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น. และ ๑๓.๐๐-- ๑๕.๐๐ น. อาจารย์วิจิตร อภิชาติเกรียงไกร เชิญชวนทุกท่านมาร่วมสร้างประติมากรรม เสือเพื่อการอนุรักษ์ โดยให้ผู้ร่วมกิจกรรมไม่จำกัดอายุ รีดบล็อกใบไม้ติดบนวัสดุ แล้วนำวัสดุมาติดเป็นลายให้ตัวเสือมีความสมบูรณ์
 
      
วันเสาร์ที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๐๐-๑๒.๐๐ น. และ ๑๓.๐๐-๑๕.๐๐ น. กิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) “ศิลปะในวิถีธรรมชาติ” โดยศิลปินกลุ่มจิตรกรไทยและกลุ่มเด็กรักนก มาแนะนำการวาดเส้น ฝึกวาดภาพนก สำหรับเยาวชนอายุ ๑๕ ปีขึ้นไป และบุคคลทั่วไป  สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. ๐-๒๕๔๔-๔๕๒๖, ๓๘๕๘





ภาพและข้อมูลจาก
gotoknow.org














“บีบี ฟอร์เอเวอร์ - บริจิตต์ บาร์โดต์ สุภาพสตรีผู้เป็นตำนาน
(BB Forever – Brigitte Bardot, the légend”) "


บริจิตต์ บาร์โดต์ (Brigitte Bardot) หรือรู้จักในชื่อย่อว่า BB ในยุคศตวรรษที่ ๒o เธอเป็นนักแสดงนำฝ่ายหญิงชาวฝรั่งเศสที่เป็นตำนานและเป็นต้นแบบของสุภาพสตรีในยุคนั้น ลาพาร์ต แชมเปญบาร์ แอนด์ เรสเตอรองท์ นำเอาเสน่ห์และความงามของเธอมาใช้ชาวกรุงเทพฯ ได้ชื่นชมตั้งแต่วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ – ๑o เมษายน ๒๕๕๖ 


ภาพถ่ายชุดพิเศษนี้ได้รับความร่วมมือจากมร.อองรี-ฌองแซวาต์ นักประพันธ์และนักหนังสือพิมพ์ชาวฝรั่งเศสชื่อดังที่เกิดและทำงานในเมืองปารีสในด้านการผลิตผลงานภาพยนตร์ การเขียนบทภาพยนตร์ และประวัติต่าง ๆ มากกว่า ๓๕ ชิ้น ภาพถ่ายทั้งหมดในชุดนี้ได้บันทึกเรื่องราวในช่วงชีวิตของบริจิตต์ บาร์โดต์ นักแสดงนำหญิงชาวฝรั่งเศสชื่อก้องโลกในขณะที่เธอกำลังโด่งดังในเส้นทางสายบันเทิง 


นิทรรศการภาพถ่ายบริจิตต์ บาร์โดต์เป็นสแน็ปช็อทในชุดนี้ที่ยังไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน และเป็นภาพที่แสดงถึงอริยาบทหลากหลายที่แสดงให้เห็นถึงความสวยงาม ความเป็นธรรมชาติ และจิตวิญญาณอันเป็นอิสระ ด้วยบุคคลิกภาพอันโดดเด่นจึงทำให้เธอเป็นทั้งสัญลักษณ์ของความเซ็กซี่และยังเป็นต้นแบบของสุภาพสตรีที่รักความเป็นอิสระในยุคนั้นอีกด้วย 





     
บริจิตต์ บาร์โดต์ นักแสดงชาวฝรั่งเศสที่เป็นต้นแบบของสุภาพสตรีในปีคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙๕o – ๑๙๗o ในสมัยที่เธอยังโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง จนได้รับฉายาถึง สัญลักษณ์ของความเซ็กซี่ในยุคนั้น เธอได้ร่วมงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการภาพยนตร์และได้แสดงภาพยนตร์ถึง ๔๘ เรื่องตลอดระยะเวลา ๒๑ ปี เธอเป็นที่รู้จักอย่างดีในชื่อย่อ BB หนึ่งใน ศิลปินชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก เธออำลาวงการบันเทิงในปีคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙๗๓ จากนั้นเธอได้อุทิศตนให้กับการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ โดยได้ตั้งมูลนิธิ บริจิตต์ บาร์โดต์ เพื่อสนับสนุน กิจกรรมการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์อีกด้วย

     
มร.อองรี-ฌอง แซวาต์ นักประพันธ์และนักหนังสือพิมพ์ชาวฝรั่งเศสชื่อดัง เกิดและทำงานในเมืองปารีสในการผลิตผลงานด้านภาพยนตร์ การเขียนบทภาพยนตร์ และประวัติต่างๆ มากกว่า ๓๕ ชิ้น ผ่านผู้พิมพ์จำหน่ายรายใหญที่สุดในประเทศฝรั่งเศส ผลงานหลายชิ้นของเขาได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ นอกจากนี้เขายังรับหน้าที่พิธีกรรายการโชว์ทางโทรทัศน์ให้กับช่อง France 2 และ France 3 อีกทั้งมร.อองรี-ฌอง แซวาต์ ยังเป็นผู้ประพันธ์และผู้ช่วยผู้กำกับสารคดีและภาพยนตร์อีกด้วย


ภาพและข้อมูลจาก
ilovetogo.com
lifestyle.th.msn.com














"ประกวด Toyata Dream Car"


นายนิกร ประเสริฐสม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นประธานในการประกาศผลรางวัลและมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ที่ได้รับรางวัลผลงานดีเด่น ในโครงการประกวดวาดภาพระบายสีรถยนต์ในฝัน “TOYOTA Dream Car Art Contest 2010” ณ อาคาร The Style by Toyota เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๔


นายนิกรเปิดเผยว่า “บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้แนะนำโครงการ TOYOTA Dream Car Art Contest 2010 เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เยาวชนไทยทั่วประเทศเกิดความสนใจในเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคตและเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงออกถึงจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ผ่านผลงานศิลปะ”


สำหรับการจัดการประกวดในครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากได้รับความสนใจจากเยาวชนไทยส่งผลงานเข้าร่วมประกวดกว่า ๑o,ooo แบบด้วยกัน ซึ่งแต่ละผลงานที่เข้าประกวด เป็นผลงานที่มีคุณภาพยากต่อการตัดสิน ทำให้เรารู้สึกว่า เยาวชนไทยในปัจจุบันมีคุณภาพและความคิดสร้างสรรค์ ไม่แพ้ประเทศใด ๆ”


ภาพและข้อมูลจากเวบ
caronline.net













"ไกลกังวล มิวสิคัล ออน เดอะ บีช"


เปิดม่านแล้วอย่างยิ่งใหญ่อลังการสำหรับละครเพลงเฉลิมพระเกียรติแห่งปี “ไกลกังวล มิวสิคัล ออน เดอะ บีช” ละครโรแมนติกริมชายหาดหัวหินครั้งแรกของเมืองไทย ซึ่งจัดในวาระครบรอบ ๑oo ปี กระทรวงคมนาคม เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ







ณ สวนหลวงราชินี ริมชายหาดทะเลหัวหิน มีการเนรมิตเวทีการแสดงอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยฉากโรงแรมสุดหรูที่ได้แนวคิดด้านสถาปัตยกรรมมาจากคฤหาสน์คหบดียุคปี ๒๔๕๘ เมื่อจัด แสง สี ก็ยิ่งโดดเด่นสวยงาม แตกต่างอย่างชัดเจนกับฉากอีกด้านหนึ่งที่เป็นบ้านหลังเล็กแต่ดูอบอุ่น มีทะเลเป็นฉากหลังเห็นเรือรบหลวงลอยลำอารักขาวังไกลกังวลอยู่ใกล้ ๆ เมื่อผสานกับสื่อผสมอื่น ๆ ก็เสริมให้ฉากดูสมจริงสวยงามยิ่งขึ้น และยังสร้างอัฒจันทร์ที่แน่นหนามั่นคงขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับผู้ชมนับพัน ที่มุมด้านหนึ่งของเวทีมีวงออเคสตร้าบรรเลงสดเพิ่มอรรถรสในการรับฟัง มีการนำรถสปอร์ตราคาหลายล้าน และม้าตัวเป็น ๆ ที่เก่งด้านแอ๊คติ้งร่วมเข้าฉาก ก็ยิ่งเสริมให้รู้สึกเหมือนย้อนกลับไปยังหัวหินเมื่อหลายสิบปีที่แล้วอีกครั้ง







งานนี้ทั้ง ซี และน้ำชา นักแสดงนำในเรื่องต่างโชว์พลังเสียงกันเต็มที่ รวมถึงนักร้องสาว ลูกหว้า พิจิกา ก็สะกดอารมณ์ผู้ชมด้วยน้ำเสียงกินใจ โดยเฉพาะเพลง “ราตรีประดับดาว” เพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๗ ที่ถ่ายทอดจนผู้ชมหลั่งน้ำตาซาบซึ้งในความรักที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ท่าน จบการแสดงแล้ว ผู้ชมต่างกลับไปอย่างอิ่มเอิบเต็มอารมณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวหัวหินที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ดูละครเรื่องนี้แล้วรักหัวหินมากยิ่งขึ้นอีกหลายเท่า







ร่วมพิสูจน์รักอันยิ่งใหญ่ได้กับละครเพลงเฉลิมพระเกียรติแห่งปี “ไกลกังวล มิวสิคัล ออน เดอะ บีช” จัดแสดงระหว่างวันที่ ๒o - ๒๔ กุมภาพันธ์ เวลา ๑๙.oo น. เพียง ๕ รอบ ณ สวนหลวงราชินี อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งผู้ชมสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ติดต่อสำรองบัตรได้ที่ โทร. o๙–๑๔๒๔–o๔๓o-๒ หรือชมรายละเอียดได้ที่ facebook.com/ไกลกังวล มิวสิคัล ออน เดอะ บีช ซึ่งนอกจากละครเพลงแล้วยังมีการแสดงนิทรรศการ “คือรักที่ป้องไทยให้ไกลกังวล” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติที่จะทำให้คนไทยเข้าใจในความรักที่ทรงมีต่อคนไทยและใกล้ชิดทั้งสองพระองค์มากขึ้น.










ภาพและข้อมูลจากเวบ
dailynews.co.th
เฟซบุค Siwat Family













"โครงการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๕๖"


จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ ๕ สำหรับการประกวดภาพถ่ายอันเป็นเกียรติประวัติสูงสุดของนักถ่ายภาพใน "โครงการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๕๖" จัดโดยสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ส.ภ.ท.) ร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)


นายฐาปน สิริวัฒนภักดี นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า โครงการภาพถ่ายแห่งแผ่นดินจัดขึ้นต่อเนื่องจากความสำเร็จของโครงการที่ริเริ่มขึ้นในปี ๒๕๕o จนถึงปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์อัครศิลปินผู้ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการถ่ายภาพ ในปีนี้เงื่อนไขประเภทการส่งภาพเข้าประกวดมีความหลากหลายมากขึ้น และเพื่อแบ่งเบาภาระแก่ผู้ส่งภาพเข้าประกวดในการอัดขยายภาพ คณะกรรมการจึงกำหนดให้ส่งภาพมาในรูปแบบไฟล์ภาพถ่ายดิจิตอลหรือไฟล์ภาพที่สแกนมาจากฟิล์มเท่านั้น


"ในปีนี้นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์อย่างหาที่สุดมิได้ เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหัวข้อในการประกวดภาพถ่ายเพื่อชิงถ้วยพระราชทานทั้ง ๖ หัวข้อ ภายใต้แนวคิด "มุมมองที่สร้างสรรค์" ประกอบด้วย เสียง องค์ประกอบสี สะพาน ผจญภัย อร่อย และสนุก" นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยฯ กล่าว


สำหรับการประกวดภาพถ่ายทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทาน ครั้งที่ ๒๖ หรือ "โครงการภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๕๖" ในแนวคิด "มุมมองที่สร้างสรรค์" จัดการประกวดภาพถ่ายแบ่งเป็น ๖ หัวข้อ โดยมีถ้วยพระราชทาน พร้อมเงินรางวัลจาก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ดังนี้

๑. ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมเงินรางวัล จำนวน ๒ แสนบาท ในหัวข้อ "เสียง" ภาพที่ส่งต้องเป็นไฟล์ภาพเอกรงค์

๒. ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมเงินรางวัล จำนวน ๑ แสนบาท ในหัวข้อ "องค์ประกอบสี" ภาพที่ส่งต้องเป็นไฟล์ภาพสีเท่านั้น

๓. ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมเงินรางวัล จำนวน ๑ แสนบาท ในหัวข้อ "สะพาน" (อาจเป็นภาพสะพานจริง ๆ หรือภาพที่มีความหมายถึงความเชื่อมต่อ) ส่งเป็นไฟล์ภาพสีหรือเอกรงค์ก็ได้

๔. ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล จำนวน ๑ แสนบาท ในหัวข้อ "ผจญภัย" ภาพที่ส่งจะเป็นไฟล์ภาพสีหรือเอกรงค์ก็ได้

๕. ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล จำนวน ๑ แสนบาท ในหัวข้อ "อร่อย" ภาพที่ส่งจะเป็นไฟล์ภาพสีหรือเอกรงค์ก็ได้

๖. ถ้วยประทานทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พร้อมเงินรางวัล จำนวน ๑ แสนบาท ในหัวข้อ "สนุก" สามารถตกแต่งภาพและใช้เทคนิคได้อย่างเสรี ภาพที่ส่งจะเป็นไฟล์ภาพสีหรือเอกรงค์ก็ได้


ส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง ๒๑ เม.ย.นี้ ดูรายละเอียดและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ //www.rpst.or.th และ //www.thaibev.com



ภาพและข้อมูลจากเวบ
khaosod.co.th
livekalasin.com














ภาพจาก
เฟซบุคหอศิลป์กรุงเทพฯ












"โครงการสานสรรค์งานศิลป์กับ Hawaii Thai”


“โครงการสานสรรค์งานศิลป์กับ Hawaii Thai” เป็นการผนึกกำลังสร้างสรรค์ ระหว่าง Hawaii Thai และกลุ่มศิลปินไทย สาขาปฏิมากรรม และจิตรกรรม เพื่อเปิดมุมมองใหม่ ๆ ด้านศิลปะ ในการนำเส้นใยสังเคราะห์ ดูราวีร่า (Durawera) ผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่การเนรมิตผลงานทางศิลปะรูปแบบ ๒ มิติ และ ๓ มิติ ผ่านมุมมองของศิลปินแต่ละท่าน ไม่ว่าจะเป็นศิลปินแห่งชาติ ศิลปินอาวุโส ศิลปินรุ่นใหม่ จากทั่วประเทศทั้งหมด ๑๖ ท่าน อาทิ ศิลปินแห่งชาติ อาจารย์ทวี รัชนีกร, ศาสตราจารย์วิโชค มุกดามณี, อาจารย์ศราวุธ ดวงจำปา, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ถนอมจิตร์ ชุ่มวงค์ เป็นต้น ที่จะมาจัดแสดงในโชว์รูมฮาวายไทย ซึ่งเป็นโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์สุดฮิปกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย โดยได้รับเกียรติจากคุณณรงค์ อิงค์ธเนศ ประธานกรรมการบริษัท เดอะแวลลูซิสเตมส์ จำกัด เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยการเสวนา ในประเด็น “แนวคิวเส้นดูราวีร่ากับงานศิลป์” โดย อาจารย์จักรพันธ์ วิลาสินีกุล และอาจารย์วิชญ มุกดามณี อาจารย์จากคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร


พิธีเปิดนิทรรศการผลงานศิลปะ “โครงการสานสรรค์งานศิลป์กับ Hawaii Thai” ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๖ ตั้งแต่เวลา ๑๗.oo – ๑๙.oo น. ณ อาคาร Hawaii Thai สาขาถนนเพชรพระราม กรุงเทพฯ


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณณัฐปรางค์ หรือ คุณเตือนจิต ฮาวายไทย โทร. o๒-๓๗๖-o๑oo email : hawaii@hawaiithai.com



ภาพและข้อมูลจาก thaipr.net
wikalenda.com



บีจีจากคุณเนยสีฟ้า ไลน์จากคุณญามี่ กรอบจากคุณ Hawaii_Havaii

Free TextEditor




Create Date : 28 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 17 มีนาคม 2556 11:55:22 น. 0 comments
Counter : 29017 Pageviews.

haiku
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 152 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add haiku's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.