แดนสวรรค์ : อลังการด้วยพล็อต แห้งแล้งในอารมณ์ -"-
แปลกใจจริงๆ ค่ะ ที่หารูปปกหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เลย ในเว็บไซต์ของบลิสก็ไม่มี หรือไอซ์จะบื้อๆ หาไม่เจอเองหว่า ^^" เลยต้องเอาปกภาคภาษาอังกฤษมาแปะแทน



เรื่อง : แดนสวรรค์ (Rakuen หรือ Paradise)
เขียนโดย : ซุสุกิ โคจิ
แปลโดย : บุษบา บรรจงมณี
สนพ. : JBook





* อันนี้เป็นปกภาคภาษาอังกฤษนะคะ ภาษาไทยของ JBook จะเป็นหน้าปกสีเขียวว ตรงกลางมีผู้ชายกับผู้หญิงประคองจับมือกัน ด้านหลังมีภูเขาและกวางแดง

** แก้ไขข้อความค่ะ ... เซิร์ชเจอรูปจนได้ แต่เล็กกระจิ๋ว แถมปกยังเป็นสีฟ้าอีกแฮะ ฮา ไม่รู้ว่าเค้าทำมากี่สีนะคะ แต่ที่ไอซ์มี เป็นสีเขียวค่ะ ^^






จากปกหลัง


นิยายรักโรแมนติกแนวแฟนตาซีที่ทำให้โคจิเกิดในโลกวรรณกรรม จากรางวัลชนะเลิศการประกวดนิยายแฟนตาซีแห่งประเทศญี่ปุ่น

เรื่องราวความรักข้ามภพข้ามชาติของชายหญิงคู่หนึ่ง ที่ต้องพลัดพรากจากกัน โดยมีกวางแดงในตำนานเป็นเครื่องผูกพัน

จากยุคก่อนประวัติศาสตร์ของชนเผ่าเร่ร่อนในทะเลทราย สู่เกาะสวรรค์ในศตวรรษที่ 18 จนถึงปัจจุบัน

แม้เวลาจะล่วงเลยหลายพันปี แต่ความทรงจำและความผูกพันของทั้งคู่ ได้สร้างศรัทธาอันยิ่งใหญ่แห่งชีวิตขึ้นอีกครั้ง

ณ ทะเลทราย สถานที่ซึ่งเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของคนทั้งสองคน


....

เนื้อเรื่องในหนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็นสามภาคค่ะ ซึ่งแต่ละภาคจะเป็นยุคสมัย หรือชาติภพที่ต่างกันออกไป

((ต่อไปนี้อาจจะมีสปอยล์เนื้อเรื่องเล็กน้อย แต่ไม่ได้บอกตอนจบนะคะ))


ตำนานเทพ

เริ่มต้นที่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เผ่าทังกาตะซึ่งเป็นเผ่าเร่ร่อนซึ่งอยู่แถวทะเลทรายโกบี ... โบกุโดะเป็นเด็กหนุ่มในเผ่าที่มีความสามารถพิเศษ คือเขาสามารถวาดรูปได้สวยงาม เขาหลงรักฟาเยา สาวงามเผ่าเดียวกัน

ตามประเพณีและความเชื่อของเผ่านี้ก็คือ เมื่อเด็กหนุ่มเติบโต สัตว์ตัวแรกที่ล่าได้ จะกลายเป็นวิญญาณคุ้มครองตลอดไป และจะเป็นสิ่งระบุถึงชะตาชีวิตต่อไปด้วย ชาวเผ่าเชื่อว่า สัตว์ที่จะเป็นวิญญาณคุ้มครองที่ดีที่สุดได้ก็คือ กวางแดง ... และเขาก็ล่าได้สำเร็จ

เขาได้แต่งงานกับฟาเยาอย่างที่ต้องการ ชีวิตของเขานั้นรุ่งโรจน์ แต่...โบกุโดะได้ทำความผิดพลาด ทำผิดและฝ่าฝืนกฎข้อหนึ่งของชาวเผ่าทังกาตะ ที่บอกว่า "ห้ามวาดรูปคน" เป็นอันขาด

และนั่นก็ทำให้ชีวิตของเขาและชาวเผ่าทั้งหมดพลิกผัน...เกิดความสูญเสียอันไม่อาจหวนคืน


แดนสวรรค์

ปลายศตวรรษที่สิบแปด เรือเล็กลำหนึ่งและผู้รอดชีวิตสามคน เข้ามาติดอยู่ที่เกาะตาลอฟา...ได้พบกับชาวเกาะที่มีชีวิตสงบสุข ราวกับดินแดนสวรรค์

โจนส์...เด็กหนุ่มชาวอังกฤษ ได้พบรักกับ ไลอา...เด็กสาวชาวเกาะตาลอฟา เขาคิดอยากอยู่ที่แดนสวรรค์ตลอดไป แต่ชะตาชีวิตของเขา และสิ่งที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ได้ไล่ตามมาจนทัน เปลี่ยนแดนสวรรค์ไปตลอดกาล


ทะเลทราย

ปี 1996 อเมริกา เลสลีเป็นนักแต่งเพลงที่มีความสามารถ บทเพลงของเขาบอกเล่าถึงเรื่องราว ประวัติศาสตร์ ...

ฟลอราเป็นนักข่าวที่หลงใหลในเสียงดนตรีของเขา เธอรู้สึกว่า เขาแต่งเพลงมาเพื่อเธอคนเดียว และเมื่อเธอโทรศัพท์ไปหาเขาเพื่อนัดสัมภาษณ์ ทันทีที่ได้ยินเสียง เลสลีก็รู้สึกได้ทันทีว่า ฟลอราเป็นคนที่เขาเฝ้ารอมาชั่วชีวิต

วันหนึ่งเลสลีได้รับข้อเสนอให้ไปแต่งเพลงที่สถานที่แห่งหนึ่งในทะเลทราย โดยต้องการให้เขาใช้สถานที่นั้นเป็นแรงบันดาลใจ ที่นั่นนำเขาและเธอกลับมาจุดเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง


..........


ส่วนตัวแล้ว ไอซ์รู้สึกว่าเรื่องนี้พล็อตและรายละเอียดอลังการมาก แต่...อ่านแล้ว "ไม่อิน" เลยสักนิด


จริงๆ แล้วเรื่องการกลับชาติมาพบกันอะไรทำนองนี้อาจจะไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่ซุสุกิ โคจิ ได้นำเอาพล็อตส่วนนี้มาผสมผสานกับประวัติศาสตร์ได้อย่างน่าสนใจ โยงการอพยพย้ายถิ่นของชาวเผ่าเร่ร่อนทะเลทราย การที่โลกเรามีคนหน้าตาสไตล์อินเดียแดงอยู่หลายๆ แห่งทั่วโลกจริง ทำให้รู้สึกว่า เรื่องนี้มีความเกี่ยวเนื่อง และอาจเป็นไปได้

การดำเนินเรื่องส่วนใหญ่เป็นบทบรรยาย ทำให้เรื่องดำเนินไปอย่างฉับไว เหมือนกับมีคนมานั่งเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง ... อาจจะเพราะพล็อตและรายละเอียดเยอะ สิ่งที่อยากนำเสนอมีมาก สิ่งที่ขาดไปกลับเป็นรายละเอียดด้านอารมณ์และความรู้สึกของตัวละคร

การดำเนินเรื่องที่เหมือนกับเล่าไปเรื่อยๆ ทำให้คนอ่านอย่างไอซ์รู้สึก detach ... เหมือนนั่งมองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ การไม่ได้เน้นความรู้สึกของตัวละคร ทำให้ไอซ์ขาดอารมณ์ร่วม


ถึงจะบอกว่า นี่เป็นนิยายรัก แต่ว่า...ไอซ์กลับแทบไม่รู้สึกถึง "ความรัก" และ "ความผูกพัน" ในเรื่องเลย


พออ่านจบก็รู้สึกว่า คนเขียนเข้าใจผูกเรื่อง เข้าใจเก็บรายละเอียด แต่...ไม่อิ่ม ไม่รู้สึกลุ้น ไม่รู้สึกถึงความรักสักเท่าไหร่ มันขาดๆ แหว่งๆ อย่างไรชอบกลค่ะ


บทที่ไอซ์ชอบที่สุด ก็คือบทแรก "ตำนานเทพ" ทั้งๆ ที่เป็นบทไม่ยาว แต่รู้สึกว่า ทุกอย่างลงตัว

บทที่สอง "แดนสวรรค์" ไอซ์เฉยๆ

บทที่สาม "ทะเลทราย" ซึ่งเป็นบทสรุป ที่น่าจะทำให้คนอ่านซาบซึ้งว่า ในที่สุด เขาและเธอก็ได้กลับมาอยู่ร่วมกัน ณ จุดเริ่มต้น แต่ไอซ์กลับไม่รู้สึกซาบซึ้งอะไรเลย การปูเรื่องมาจนถึงตรงนี้ กลับรู้สึกว่า บทนี้แหว่งและรวบรัดมากที่สุดจนแทบจะขาดเหตุผล ทำใจให้เชื่อไม่ได้เลยว่า สองคนนี้ "รักกัน"


สรุปแล้ว ส่วนตัวไอซ์อ่านแล้วคิดว่า เรื่องนี้เด่นที่พล็อตและรายละเอียด แต่อ่านแล้วขาดความละเอียดอ่อนและอารมณ์เรื่องความรัก ... ในส่วนนั้นแห้งแล้งมากๆ ยิ่งอ่านกลับรู้สึกว่า สายใยและความผูกพันที่จะชักนำให้เขาและเธอกลับมาพบกันมันบางลงๆ ไปตามหน้ากระดาษ ในขณะที่รายละเอียดและพล็อตทางประวัติศาสตร์และส่วนอื่นๆ เด่นขึ้นเรื่อยๆ


ก็...อ่านได้เรื่อยๆ นะคะ พล็อตน่าสนใจ รายละเอียดที่นำมาเชื่อมโยงน่าทึ่ง แต่อ่านจบแล้ว กลับไม่รู้สึกประทับใจค่ะ


อาจจะคาดหวังมากเกินไปก็ได้ สำหรับ ซุสุกิ โคจิ และ รางวัลชนะเลิศการประกวดนิยายแฟนตาซีแห่งประเทศญี่ปุ่น อืม...


ทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ ถ้าทำให้ใครไม่พอใจ ก็ขอโทษด้วยค่ะ






Create Date : 03 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2550 18:56:00 น.
Counter : 1242 Pageviews.

11 comments
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - คุยกับประภาส :: กะว่าก๋า
(17 ม.ค. 2563 07:25:50 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - wabi-sabi :: กะว่าก๋า
(11 ม.ค. 2563 06:19:58 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ถูกใจสิ่งนี้ :: กะว่าก๋า
(10 ม.ค. 2563 07:31:47 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ภาคสอง ของ 'อัศวินนักฝัน' ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า :: กะว่าก๋า
(7 ม.ค. 2563 07:33:26 น.)
  
พล๊อตน่าอ่านจัง ไว้จะลองหาโอกาสอ่านบ้าง
โดย: เด็กทะเล (ลิปิการ์ ) วันที่: 3 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:02:12 น.
  
อยากจะลองอ่านดูค่ะ เพราะเห็นว่าได้รางวัลและเป็นงานของซุสุกิ โคจิด้วย แต่เห็นทีคงต้องไม่คาดหวังอะไรมากเพราะคิดว่าแนวนี้อาจไม่ใช่แนวถนัดของนักเขียน ตอนที่ได้รู้ว่ามีหนังสือเล่มนี้ก็แอบคิดเหมือนคุณ Clear Ice น่ะค่ะ ว่าคงต้องไม่อินอะไรแน่ๆ แต่จะลองอ่านดูนะคะ
โดย: TaMaChaN (narumol_tama ) วันที่: 4 พฤศจิกายน 2550 เวลา:11:03:51 น.
  
แหะๆ ยังอ่านนิยายรักญี่ปุ่นไม่ได้จนบัดนี้เลยค่ะ

อ่านแต่ฆาตกรรม ออกแนวคนละแบบกับทางตะวันตกดีค่ะ
วิธีฆาตกรรม และการคลี่คลายเรื่องคนละโทนดี
โดย: piccy วันที่: 5 พฤศจิกายน 2550 เวลา:8:41:22 น.
  
พล็อตเรื่องน่าสนุกเนอะ แต่ก็...

โชคดีที่ไม่ได้ซื้อ ^^"

เพราะถ้าอ่านแล้วได้อารมณ์แบบแห้ง ๆ เหมือนอ่านสารคดี ก็ไม่ไหวค่ะ (บางสารคดี อ่านแล้วยังน้ำตาซึมก็มี)

โดย: Masaomi IP: 125.24.80.75 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:25:01 น.
  
เป็นเล่มที่ตัดออกจากรายการเพราะเกินงบค่ะ ^^"
เนื่องจากอ่านเรื่องย่อแล้วไม่ปิ๊งเท่าไร แต่สนใจเพราะเป็นคนเขียนคนเดียวกับเดอะ ริง นี่แหละ

ปล. หน้าปก Eng นี่ดูไม่ออกว่าเป็นโรแมนติคแฟนตาซีเลยแฮะ ออกแนวสารคดีมากกว่า
โดย: Wayamin วันที่: 6 พฤศจิกายน 2550 เวลา:0:21:44 น.
  
พล็อตอลังการด้วยจริงๆค่ะ
แต่แห้งแล้งในอารมณ์นี่ไม่ไหว
ถ้าไม่ได้อารมณ์ แล้วเราจะอ่านทำไมเนอะ
โดย: BoOKend วันที่: 6 พฤศจิกายน 2550 เวลา:16:47:51 น.
  
หน้าปกภาษาอังกฤษดูจะบรรยายเนื้อเรื่องได้ดีกว่าหน้าปกภาคภาษาไทย เหมือนอดัมกับอีฟ และมีกวางแดงตัวเล็ก ๆ อยู่ไกล ๆ แต่ก็ได้รู้ว่าเรื่องราวเกี่ยวอับกวางแดงด้วย ที่เหมือนจะเป็นตัวแปรของเรื่อง
หนังสือที่คนญี่ปุ่นแต่ง รรร เชื่อ เฉพาะเรื่อง ผี ๆ นะ เพราะดูมีมูลมากกว่า
โดย: ColdOut วันที่: 8 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:58:38 น.
  
อ่านข้ามตอนฉะปอย เดี๋ยวรอให้อ่านเรื่องนี้แล้วจะมาอีกที
โดย: อันติกา วันที่: 8 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:10:55 น.
  
บังเอิญมาเจอ แล้วมีหนังสืออยู่ใกล้มือ เลยเอามาฝากครับ
ตอนนี้ไม่ใช่สมาชิก เลยโพสรูปไม่ได้

//imagehost.thaibuzz.com/ir/rakuen_resize.jpg
อันเล็ก 64kb

//www.divshare.com/download/2708761-fd5
อันใหญ่ 1,403kb
โดย: MuanN IP: 58.8.90.115 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2550 เวลา:2:30:55 น.
  
อ่านแล้วค่ะ

เรื่องนี้

ตามความเห็นนะคะ

เรื่องความรักแบบที่คนญี่ปุ่นเขียนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเน้นเท่าไหร่อยู่แล้ว (เดาจากการที่ดูหนัง)

เพราะส่วนใหญ่แล้วเค้ามักจะใช้สัญลักษณ์เล่าเรื่องกันค่ะ

เราต้องอ่านให้ละเอียด

ตอนแรกๆที่อ่านก็รู้สึกแบบคุณไอซ์ค่ะ

แต่พออ่านทวนไปทวนมา ซ้ำอยู่หลายๆรอบ

จะรู้สึกถึงความซึ้งค่ะ
โดย: -*-*- IP: 203.172.51.79 วันที่: 19 มีนาคม 2551 เวลา:9:07:28 น.
  
ดู Index รายชื่อหนังสืออื่นๆ ที่ไอซ์ได้รีวิวไปแล้วตามลิงก์ข้างล่างค่ะ

- หนังสือภาษาอังกฤษ
Index Bookshelf : English Books

- หนังสือแปล
Index Bookshelf : Translated Books

- หนังสือภาษาไทย
Index Bookshelf : Thai Books
โดย: Clear Ice วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:27:14 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Clear-ice.BlogGang.com

Clear Ice
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]

บทความทั้งหมด