พระเจ้าในห้องสมุด : ค้นพบ "ความหมาย" ผ่านวรรณกรรม
รีวิวหนังสือที่อ่านตามเกม RRR หรือ Rainy Read Rally ต่อ ... ใครที่สงสัยว่ามันคืออะไรคลิกที่ลิงก์ข้างล่างได้เลยค่ะ

- กระทู้เปิดตัว

- กระทู้ปัจจุบัน ((ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค.))


เล่มนี้อ่านตามโจทย์

5-8. [หมูย้อมสี] หนังสือที่มีตัวเอกเป็นครู

ได้ 5 คะแนน ^^




เรื่อง : พระเจ้าในห้องสมุด
ผู้เขียน : เซโอะ ไมโกะ
ผู้แปล : หนึ่งฤทัย ปราดเปรียว





จากปกหน้า

นิยายแห่งความรักในชีวิตและตวามหมายของความฝัน ที่ญี่ปุ่นยกย่องว่า ให้ความสนุกรื่นรมย์เหมือน Dead Poet Society


จากปกหลัง

พระเจ้าในห้องสมุด (Toshokan No Kamisama)

คิโยะ เป็นเด็กสาวผู้ยึดติดกับกฎเกณฑ์และมุ่งมั่นจะไปให้ถึงฝั่งฝัน

วันหนึ่ง กลับเกิดเหตุการณ์พลิกผันทำให้เธอต้องถอยห่างจากสิ่งรัก และละทิ้งวิถีชีวิตเดิม ท่ามกลางความทดท้อ คิโยะได้แต่ปล่อยตัวไปตามกระแส โดยตัดสินใจมาเป็นครูในโรงเรียนต่างจังหวัด โชคชะตาขีดให้เธอกลายเป็นที่ปรึกษาชมรมวรรณศิลป์ทั้งที่ไม่เต็มใจนัก ทว่าในบรรยากาศเรียบเรื่อยของห้องสมุดโรงเรียนมัธยมปลาย คิโยะกลับค้นพบความหมายแห่งชีวิตอีกครั้ง จากประกายดวงเล็ก ๆ ที่ลูกศิษย์คนหนึ่งเป็นผู้จุดขึ้น...

ผลงานอันรื่นรมย์ของ เซโอะ ไมโกะ นักเขียนหญิงคลื่นลูกใหม่เจ้าของรางวัลการันตี ที่จะฝากรอยยิ้มและแรงบันดาลใจให้คุณอบอุ่นจนไม่อาจลืม


* ขอบคุณรูปภาพและรายละเอียดจาก เว็บไซต์ของบลิส ค่ะ


....


เล่มนี้สารภาพว่าอ่านตามคุณ ^^EterNaL ReturN^^ ที่รีวิวไว้ในกระทู้นี้ เพราะเห็นโจทย์แล้วนึกหนังสือไม่ออก พอเห็นมีคนมารีวิวก็นึกออกว่า อ้าว...เล่มนี้ก็ดองอยู่และหยิบง่ายด้วย ((ไม่ได้หมกอยู่ในตู้ลึกๆ หรือกองล่างๆ อย่างที่เล่าว่า ตอนนี้ยังทำบ้านไม่เสร็จ หนังสือจึงกองๆ เละไปหมด)) เลยหยิบขึ้นมาค่ะ ^^"


พล็อตเรื่องไม่มีอะไรมากนะคะ เลยจะเล่าจนจบแบบคร่าวๆ สปอยล์อะค่ะ แต่ก็นะ...เนื้อเรื่องมันไม่มีอะไรพลิกผันค่ะ อ่านได้แบบเรื่อยๆ รู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น


พล็อตเรื่องโดยรวมก็เหมือนกับที่เขียนอยู่ในปกหลังค่ะ "คิโยะ" ผู้ซึ่งตอนเด็กๆ มุ่งมั่นกับวอลเลย์บอล เกิดดุด่าเอริโกะ...เพื่อนคนหนึ่งในทีมแรงไป หลังจากนั้นเอริโกะก็ฆ่าตัวตาย คนรอบข้างจึงมองว่า คิโยะเป็นคนกดดันให้เอริโกะฆ่าตัวตาย ดังนั้นเธอจึงละทิ้งวอลเลย์บอล ปล่อยชีวิตของตัวเองไปตามยถากรรม

คิโยะใช้ชีวิตแบบแกนๆ ไม่มีแก่นสาร ไม่มีความมุ่งหมาย ไม่มีความฝัน เธอเรียนครู เข้าฝึกสอนเพราะอยากเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมวอลเล่ย์บอล แต่ถูกให้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของชมรมวรรณศิลป์ที่มีสมาชิกเพียงหนึ่งคนอย่างไม่เต็มใจ เธอไม่เคยอ่านหนังสืออย่างเป็นเรื่องเป็นราวมาก่อน นอกจากนั้นเธอมีความสัมพันธ์อย่างไม่ผูกมัดกับผู้ชายที่แต่งงานแล้วด้วย

พอคิโยะได้เข้าชมรมวรรณศิลป์ คนที่เปิดมุมมองใหม่ๆ ให้เธอก็คือ คาคิอุจิ นักเรียนชายซึ่งเป็นสมาชิกคนเดียวของชมรมนั่นเอง

คิโยะไม่เข้าใจว่า ทำไมคาคิอุจิดูแข็งแรง น่าจะเป็นนักกีฬา แต่กลับมาหมกตัวอ่านหนังสือ เธอมองว่า การอ่านหนังสือเป็นสิ่งซ้ำซาก น่าจะไปทำอะไรที่มีจุดมุ่งหมายมากกว่า อย่างเล่น ฟุตบอล วอลเล่ย์บอล ฯลฯ

แต่คาคิอุจิกลับตอบเธอไปว่า การเล่นกีฬานั่นแหละที่ซ้ำซาก ซ้อมวิ่ง รับ-ส่งลูกทุกวัน การอ่านหนังสือสิไม่มีเรื่องซ้ำซาก ทุกวันเขาได้เฝ้ามองถ้อยคำตั้งหลายแบบ

ยิ่งได้พูดคุยกับคาคิอุจิมากขึ้น คิโยะก็เริ่มสนใจวรรณกรรม หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านบ้าง และได้ค้นพบว่า การอ่านวรรณกรรมไม่ใช่สิ่งน่าเบื่อเลย โดยเฉพาะถ้าได้อ่านกับใครสักคนหรือหลายๆ คน มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

การเริ่มอ่านวรรณกรรมทำให้เธอสนกกับการสอนที่ตอนแรกสอนไปแกนๆ มายิ่งขึ้น และเมื่อเธอสนุกกับมัน ความสนุกก็ถูกถ่ายทอดไปยังนักเรียนด้วย


และการอ่านวรรณกรรมนี่แหละ ทำให้คิโยะได้มองเห็นว่า เวลาที่เธอต้องการใครสักคนเพื่อแบ่งปันความคิด อาซามิ...คนรักของเธอที่มีภรรยาอยู่แล้ว ไม่เคยมีเวลาให้เธอแม้แต่น้อย และเธอก็ตัดขาดจากเขาได้ในที่สุด


คิโยะได้ค้นพบตวามหมายของ "การใช้ชีวิตอย่างรื่นรมย์ในปัจจุบันและมีความฝันสำหรับอนาคต" ในที่สุด


....


ความรู้สึกขณะอ่านและหลังอ่านจบ

เหอๆๆๆ ไม่ควรจะโปรยปกเปรียบเทียบกับ Dead Poet Society เลยค่ะ ยังห่างชั้นกันไกลแสนไกล ไกลมากๆ ความประทับใจห่างกันแบบเทียบไม่ติด ที่เลิศกว่าคือ Dead Poet Society แน่นอนอยู่แล้ว


การเดินเรื่องก็เรียบๆ เรื่อยๆ มีจังหวะและ "การเว้นช่อง" แบบญี่ปุ่นอะค่ะ คือ ไม่ได้เล่าทั้งหมด มีความ "เย็นชา" อยู่ในเรื่องแบบแปลกๆ


ตามท้องเรื่อง คาคิอุจิ เป็นคนจุดประกาย ทำให้ "คิโยะ" ค้นพบตัวเอง แต่...ตัวละครคาคิอุจิลอยล่องมากๆ เหมือนไม่ใช่คนปกติ ... ซึ่งก็อาจจะแทนสัญลักษณ์ "พระเจ้า" ก็ได้ อาจจะเพราะเป็นการมองจากมุมของคิโยะฝ่ายเดียวด้วย เพราะในเรื่องใช้การเล่าแบบมุมมองเดียว คือ "ฉัน" ค่ะ


อีกจุดที่ไม่ชอบเป็นการส่วนตัวคือ เหตุผลที่ "คิโยะ" ใช้ชีวิตล่องลอย และทำตัวผิดศีลธรรม ... มันดูอ่อนแอและไร้เหตุผลมากๆ รู้สึกว่า เธอเป็นคนทำชีวิตตัวเองให้ตกต่ำอย่างจงใจ และไม่คิดที่จะทำอะไรใช้ชีวิตดีขึ้น

ถ้าไม่ได้มาเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมวรรณศิลป์และไม่ได้พบกับคาคิอุจิ ชีวิตของเธอก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เรื่อยๆ เปื่อยๆ ไปเหมือนเดิม เพราะเธอก็ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อน ไม่รู้สึกว่า สิ่งที่กำลังเกิดกับชีวิตของตัวเองนั้น ไร้สาระสิ้นดี


พอตัวละครเริ่มต้นแบบเรื่อยๆ เปื่อยๆ impact ที่เปลี่ยนตัวเธอมันก็พลอยเรื่อยๆ เปื่อยๆ ไปด้วยอะค่ะ


สรุปว่าส่วนตัวไอซ์เอง...โดยรวมแล้ว ไม่ประทับใจตัวละคร ไม่ประทับใจการดำเนินเรื่อง แต่มีหลายๆ จุดในเรื่องที่กล่าวถึงวรรณกรรมซึ่งมีผลกระทบต่อชีวิตนั้นน่าสนใจค่ะ มีหลายๆ ประโยคที่ชอบ ^^

ไม่ควรโปรยปกเปรียบเทียบถึงขั้น Dead Poet Society ...เพราะทำให้เกิดความ "คาดหวัง" ก่อนอ่าน และมีความ "ผิดหวัง" ตามมาหลังอ่านจบ ซึ่งจริงๆ แล้ว ถ้าไม่คาดหวังสูงไว้ก่อนอ่าน เรื่องนี้ก็โอเคอะค่ะ ^^"




Create Date : 27 กรกฎาคม 2552
Last Update : 27 กรกฎาคม 2552 19:52:43 น.
Counter : 997 Pageviews.

1 comments
089 :: พราก 1-2 by วรศิษฏ์ polyj
(11 พ.ย. 2562 17:49:26 น.)
087 - 088 :: โฉมงามสองหน้า + บัญชาปราบโฉมงาม by โม่เหยียน polyj
(10 พ.ย. 2562 13:44:33 น.)
ปราสาทรัก : ก.สุรางคนางค์ สามปอยหลวง
(2 พ.ย. 2562 08:30:29 น.)
ประทีปอธิษฐาน : ศรีฟ้า ลดาวัลย์ สามปอยหลวง
(20 ต.ค. 2562 14:11:29 น.)
  
ดู Index รายชื่อหนังสืออื่นๆ ที่ไอซ์ได้รีวิวไปแล้วตามลิงก์ข้างล่างค่ะ

- หนังสือภาษาอังกฤษ
Index Bookshelf : English Books

- หนังสือแปล
Index Bookshelf : Translated Books

- หนังสือภาษาไทย
Index Bookshelf : Thai Books
โดย: Clear Ice วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:54:12 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Clear-ice.BlogGang.com

Clear Ice
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]

บทความทั้งหมด