AR no.2 - The Thirteenth Tale : หลอนได้ใจมาก

เหอๆ เดือนที่ 4 เข้าไปแล้ว แต่เพิ่งจะอ่านหนังสือจาก ลิสของ TBR Challange ได้เป็นเล่มที่ 2 ... ปีนี้จะอ่านจากลิสครบ 12 เล่มไหมหนอ แววล่มเห็นมาจางๆ T^T

เรื่อง The Thirteenth Tale นี่ไม่ได้อยู่ลิสหลักค่ะ เป็นลิสสำรอง แถมอ่าน The Shadow of the Wind ค้างอยู่อีกต่างหาก เหตุผลที่เล่มนี้แซงคิวขึ้นมาก็เพราะ ไอซ์ไปเที่ยวอิหร่าน เลยอยากหาหนังสือเล่มพอเหมาะไปอ่าน เล่มอื่นๆ หนาไป แถมไม่ได้ห่อปก ไม่อยากเอาไป เพราะกลัวยับ แต่เล่มนี้หนาแบบพอดีๆ ห่อปกเรียบร้อย ก็เลยหอบเอาไปอ่านด้วย

อ้อ...รูปที่ไปอิหร่าน ไอซ์อัพบล็อกแล้วนะคะ ใครสนใจไปเที่ยวด้วยกัน คลิกดูได้ ที่นี่ เลยค่ะ ^^




เรื่อง : The Thirteenth Tale
เขียนโดย : Diane Setterfield





Vida Winter นักเขียนดังแห่งยุค ที่เขียนหนังสือมาแล้ว 56 เล่มในระยะเวลา 56 ปี ว่ากันว่ายอดขายรวมของเธอเทียบเคียงได้กับคัมภีร์ไบเบิ้ลเลยทีเดียว

นิยายของ Vida Winter เรื่องหนึ่งที่เป็นที่กล่าวขานก็คือ "Thirteen tales of Change and Desperation" ซึ่งจริงๆ แล้ว ในเล่มมีเพียง 12 เรื่องเท่านั้น ... ใครต่อใครก็สงสัยกันว่า แล้วเรื่องที่ 13 หายไปไหน


แน่นอนว่า มีคนอยากรู้ประวัติของเธอมากมาย แต่...ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะมีใครมาสัมภาษณ์ เธอก็ "แต่ง" อัตชีวประวัติของตัวเองแบบไม่ซ้ำกันให้พวกเขาไปตีพิมพ์มาแล้วเกินยี่สิบเรื่อง

จนกระทั่งวันหนึ่ง Vida Winter ตกลงใจจะเล่าเรื่องจริง และเธอก็เลือก Margaret Lea นักเขียนอัตชีวประวัติสมัครเล่นให้เขียนเรื่องของเธอในจดหมายถึง Margater Winter ได้เล่าถึงนักข่าวหนุ่มคนหนึ่งที่มาสัมภาษณ์เธอเมื่อ 40 ปีก่อน และประโยคหนึ่งที่เขาพูดและฝังใจเธอมาตลอดก็คือ

Tell me the truth.


Margaret เป็นลูกสาวของร้านขายหนังสือเก่า และเธอเองก็มีความลับของตัวเองเช่นกัน ... ความลับที่แม่ของเธอพยายามปกปิด แต่เธอก็รู้ความจริงเข้าจนได้ว่า เธอเป็นฝาแฝด ... และความจริงนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตส่วนหนึ่งขาดหายไปตลอด


Margaret ลังเลที่จะรับงานเขียนอัตชีวประวัติให้ Vida Winter เพราะเธอไม่แน่ใจว่า Vida Winter จะเล่าเรื่องจริงให้เธอฟัง

Margaret เกือบจะเปลี่ยนใจแล้ว แต่ประโยคที่ Vida Winter ดึงเธอเอาไว้ได้ก็คือ

Once upon a time there were twins...


Margaret จึงรับงานนี้


ก่อนเริ่มเรื่อง Vida Winter พูดกับ Margater ว่า

'Do you believe in ghosts? I’m going to tell you a ghost story.'
((ประมาณนี้อะค่ะ ไม่ได้เปิดหนังสือดู))

นี่เป็นกุญแจของเรื่องเลยทีเดียวค่ะ


การเดินเรื่องจะเป็นการสลับกันระหว่างอดีตที่ Vida Winter เล่า และปัจจุบันที่ Margaret พยายามค้นหาความจริง และความกังวลของตัวเธอเอง


อดีตของ Vida Winter เริ่มต้นที่ Angelfield ... บ้านหลังใหญ่ของตระกูลร่ำรวย ที่ซึ่งมีแต่คนนิสัยประหลาดอยู่รวมกัน ((ตอนอ่านอดคิดไม่ได้ว่า อะไรมันจะประหลาดสุดโต่งได้ถึงขนาดนั้น)) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Charlies, Isabelle และ...ฝาแฝด ลูกของ Isabelle ... Emmaline และ Adeline ... เรื่องราวที่เรียงร้อยเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อเฉลยถึงที่มาที่แท้จริงของ Vida Winter ... เรื่องของ Ghost ...

Ghost Story นิยายเรื่องที่ 13 ที่หายไปนั่นเอง


....


บอกตรงๆ ค่ะว่า อ่านเรื่องนี้แล้ว ทั้งจุกทั้งหลอน ... หลายๆ คำพูดนี่ทำเอาจุกไปถึงอกเลยทีเดียว อาจจะเพราะไอซ์เองก็เขียนหนังสือด้วย บางประโยคของ Vida Winter จึงโดนใจมากมาย

มีตอนหนึ่งที่บอกประมาณว่า นักเขียนจำเป็นจะต้องปกปิดชีวิตส่วนหนึ่งของตัวเองเอาไว้ ไม่อย่างนั้นก็จะเขียนไม่ได้ ... อะไรทำนองนี้อะค่ะ จริงเลยทีเดียว

และคำพูดที่ทำเอาจุกมากๆ ก็คือ

Silence is not a natural environment for stories. They need words. Without them they grow pale, sicken and die. And then they haunt you.

จริงสุดๆ ค่ะ หลายๆ ครั้งที่นึกเรื่องออก แล้วไม่ได้เขียนไว้ นานๆ ไปก็ลืม ... แล้วมันก็จะหลอนเล็กๆ คือ จำได้เป็นส่วนๆ แต่จำทั้งหมดไม่ได้ หลอนมากค่ะ เหอๆ


Vida Winter ได้พูดถึงรูปหนึ่งของ Dickens ในห้องทำงานว่า มีตัวละครมากมายล้อมรอบเขาอยู่ เธอรู้สึกคล้ายกัน ตัวละครเหล่านี้พากันบอกเธอว่า เขียนเรื่องของฉันที เมื่อไหร่จะถึงคิวของฉันเสียที เมื่อเขียนไปแล้วเรื่องหนึ่ง ผู้คนที่ล้อมรอบเธอก็หายไปคนหนึ่ง ...

รูปที่พูดถึงคือรูปนี้ค่ะ



โอ้โห...ขอบอกว่า เห็นภาพอย่างแรง ... นึกถึงนิยายที่กำลังดองอยู่เลยทีเดียว -"-


....


เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านแล้วติดหนับดีค่ะ ชอบภาษาและการเปรียบเทียบในเรื่อง มันสวยงามและเห็นภาพมากๆ เลย

อย่างเช่นตอนหนึ่ง ((จำไม่ได้แม่นๆ นะคะ ขี้เกียจเปิดหาแล้ว))

I'm so alive, so alive that I can almost feel my finger nails and my hair growing.

โห...ชัดเจนมาก


การเดินเรื่องก็น่าสนใจค่ะ กระตุ้นให้อยากรู้อยู่ตลอดเวลาเลยว่า ความจริงนั้นคืออะไร

ต้องตั้งใจอ่านนิดนึงค่ะ ผู้เขียนส่ง hints ถึง 'Ghost' เยอะมากๆ


อ่านจบแล้วหลอนไปเลย มันเศร้าลึกบอกไม่ถูก ถึงกับต้องพลิกๆ กลับไปอ่านบางตอนใหม่อีกครั้งให้แน่ใจ

ตัวละครทุกตัวมีความประหลาด...และเป็นเสน่ห์แบบแปลกๆ ((แปลกมาก 555)) ช่วยเพิ่มความหลอนได้เป็นอย่างดี

เรื่องของ Ghost เองทำให้นึกถึงเหล่าเด็กกำพร้าที่ชอบสร้างเรื่องราวของตัวเองขึ้นมา เรื่องที่ทำให้ตัวเองมีความสุขน่ะค่ะ



จุดที่ไม่อินมีนิดเดียวคือเรื่องของ Margaret กับแฝดของเธอ แอบรู้สึกว่ามัน "เกินไปนิดนึง" อะค่ะ


...


สรุปว่า ชอบเรื่องนี้มากๆ เลยค่ะ ... ถ้ามีจริง ก็อยากอ่านหนังสือของ Vida Winter แฮะ ^^



Create Date : 19 เมษายน 2551
Last Update : 19 เมษายน 2551 17:07:12 น.
Counter : 1961 Pageviews.

13 comments
เพลงนก / งามพรรณ เวชชาชีวะ ruennara
(12 ม.ค. 2563 09:59:55 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ตูน’ปรัชญาเซน :: กะว่าก๋า
(12 ม.ค. 2563 06:00:47 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ถูกใจสิ่งนี้ :: กะว่าก๋า
(10 ม.ค. 2563 07:31:47 น.)
:: กะก๋าแนะนำหนังสือ - ภาคสอง ของ 'อัศวินนักฝัน' ดอนกิโฆเต้ แห่งลามันช่า :: กะว่าก๋า
(7 ม.ค. 2563 07:33:26 น.)
  
น่าอ่านจังแฮะ
ว่าแต่มีฉบับภาษาไทยมั้ยเนี่ย
เพราะภาษาปะกิดอิชั้นแตกฉานเหลือเกิน
โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:19:17:22 น.
  
โอยยยย อยากอ่านมากๆ เลยพี่
เล่มนี้ยังไม่ได้ซื้อในงานหนังสือ
รอจัดการกองดองอื่นๆ ให้หมดก่อน

ป.ล. พูดถึงเรื่อง "แต่ง" ชีวิตนี่ ---นึกถึงป้ามารี คอเรลลีเลย 55
ป.ล.2 ชอบภาพตัวละครล่องลอยหลอกหลอนจัง
โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:19:41:31 น.
  
น่าอ่านมาก

โดย: rebel IP: 125.24.74.220 วันที่: 19 เมษายน 2551 เวลา:19:59:26 น.
  
เห็นตอนแรกแล้วเฉยๆค่ะเล่มนี้ แต่พออ่านรีวิวแล้วน่าอ่านแฮะ
โดย: BoOKend วันที่: 20 เมษายน 2551 เวลา:14:23:31 น.
  
อยากอ่านบ้างจัง แต่คงต้องเป็นฉบับภาษาไทย (มีไหมไม่รู้เนอะ)

ว่าแต่ว่า เหอ ๆ ๆ ๆ พี่ไอซ์เริ่มมีตัวละครค้างแต่งออกมาหลอนมั่งยังคะ.......
โดย: คุณนาย ญ. IP: 61.7.152.178 วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:10:31:23 น.
  
น่าอ่านมากเลยค่ะ ชอบรูปตัวละครที่ล่องลอยอยู่รอบ ๆ ตัวจัง หลอนได้ใจแปลก ๆ

ฉบับแปลไทยของเล่มนี้คือ นิยายที่หายไป โดย สนพ. อมรินทร์ค่ะ

แต่อ่านรีวิวแล้วอยากอ่านภาษาอังกฤษมากกว่านะนี่
โดย: จินตานุภาพ วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:12:45:22 น.
  
เห็นชื่อ topic แล้วอดแวะเข้ามาไม่ได้
เข้ามาคอนเฟิร์มอีกคนว่าสนุกค่ะ >O<

แอนเองแอบอ่านเรื่องนี้อยู่เหมือนกันค่ะ
ยังไม่จบ อ่านไปสักครึ่งเล่มได้
แต่เป็นครึ่งเล่มที่ประทับใจมาก
กำลังพยายามหาเวลาอ่านต่อให้จบให้ได้

ชอบตอนที่เขาสื่อประมาณว่า ถึงนักเขียนจะตายไปแล้ว แต่ตัวอักษรของเขาจะยังอยู่ ประมาณนี้อ่ะค่ะ
แล้วก็ที่บอกว่า ถึงหนังสือบางเล่มจะน่าเบื่อ แต่มันก็ยังมีคุณค่าที่ว่า นักเขียนคนนั้นเห็นว่าเรื่องราวนี้มีค่าควรแก่การบันทึกไว้

แบบ โอย.....
เป็นหนังสือของคนรักหนังสือจริงๆ ล่ะค่ะ
ตัวละครก็มีเสน่ห์ถึงจะดำเนินเรื่องในทางหลอนๆ
(ประมาณว่าเรื่องนี้ยังไม่ต้องทำเป็นหนัง ก็นึกภาพฉากในหนัง horror ออกตอนอ่าน)
แต่สนุกค่ะ...อ่านแล้วไม่อยากวางเลยล่ะ ^^
โดย: Andra วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:15:14:12 น.
  
ติดใจมาตั้งแต่รีวิวที่บลอกคุณยาคูลย์แล้วค่ะ พอมีแปลเป็นภาษาไทยรีบคว้าหมับเลย กำลังรอเวลาเหมาะๆ ค่อยหยิบมาอ่าน เพราะตอนนี้ติดหนึบกับนิยายชุดแมคเคนซี่ค่ะ

ปล. เพิ่งอ่าน ในอ้อมกอดแห่งสายฟ้า จบไปค่ะ ชอบที่ จขบ. ใส่ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องต่างๆของอินเดียนแดงค่ะ ช่วงนี้แนวอียิปต์-ทะเลทรายเต็มไปหมด มีเรื่องนี้ที่แหวกแนวหน่อย ช่วยเปลี่ยนรสชาดได้ดีทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะท่านเทพสายฟ้า หล่อกระชากใจจริงๆ
โดย: Wayamin วันที่: 21 เมษายน 2551 เวลา:20:15:13 น.
  
อ๊ะ ชอบ quote ตรง Silence is not a natural environment for stories เหมือนกันเลย

เล่มนี้พี่ชอบค่อดๆ เลยล่ะ
กะว่าจะฝากเพื่อนซื้อปกแข็งมาให้อยู่เนี่ย
(ยังเลือกไม่ถูกระหว่าง US กับ UK)
โดย: ยาคูลท์ วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:8:52:28 น.
  
เอ่อ...

เราเข้ามาดูบล็อกของClear Ice ตั้งนาน ตั้งหลายครั้ง

เหนวิจารหนังสือเรื่องเดวกับที่เราอ่านหลายเรื่อง ก้อเลยมาดูบ่อยๆ

เพิ่งจารู้อ่าค่ะ ว่าคุณClear Ice เปงนักเขียน เพราะตอนนั้นไปซีเอ็ด เห็นหนังสือ แล้วคนแต่งชื่อClear Ice
โดย: ...KatiE... IP: 124.121.214.120 วันที่: 25 เมษายน 2551 เวลา:12:29:15 น.
  
แมงปอฯอยากอ่านหนังสือเล่มนี้มากกกละก็อยากอ่านมานานแล้วด้วยค่ะ แต่แพ้ความหนา เลยไม่ได้ซื้อมาซะที (แค่เห็นก็ขี้เกียจแล้วนั่นเอง ) แต่พออ่านรีวิวนี้แล้วรู้สึกว่าต้องอ่านให้ได้เลยค่ะ อะไรๆหลอนๆนี่ ชอบค่ะ คงจะไปซื้อมาอ่านโดยเร็ว :)
โดย: แมงปอเฒ่าเจ้าค่ะ วันที่: 27 เมษายน 2551 เวลา:23:01:12 น.
  
เล่มนี้เป็น Love at First Sight & Love at First Read เลยค่ะ

เผอิญไปเจอที่ดาสะ แล้วก็เผอิญหนังสือเล่มนี้ติดกระเป๋ากลับบ้านมาด้วย (กินแกลบไปเลยเดือนนั้น - -')
โดย: Unpredictable 'n Unreliable IP: 58.8.66.252 วันที่: 3 มกราคม 2552 เวลา:22:10:20 น.
  
ดู Index รายชื่อหนังสืออื่นๆ ที่ไอซ์ได้รีวิวไปแล้วตามลิงก์ข้างล่างค่ะ

- หนังสือภาษาอังกฤษ
Index Bookshelf : English Books

- หนังสือแปล
Index Bookshelf : Translated Books

- หนังสือภาษาไทย
Index Bookshelf : Thai Books
โดย: Clear Ice วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:38:50 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Clear-ice.BlogGang.com

Clear Ice
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]

บทความทั้งหมด