ลูกหินวิเศษ (The Clay Marble) : ชัยชนะของผู้อพยพ
รีวิวหนังสือที่อ่านตามเกม RRR หรือ Rainy Read Rally ต่อ ... ใครที่สงสัยว่ามันคืออะไรคลิกที่ลิงก์ข้างล่างได้เลยค่ะ

- กระทู้เปิดตัว

- กระทู้ปัจจุบัน ((ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.))

เล่มนี้อ่านตามโจทย์

30-4. อ่านหนังสือไทยหรือเทศ 2 เล่ม ที่เนื้อหาเน้น "ผลพวงและพิษภัย" หรือเล่าถึงประเด็นดังต่อไปนี้: สงคราม, ยาเสพติด, คอร์รัปชั่น หรือการทำลายธรรมชาติ(ป่าไม้ ภูเขาแม่น้ำ สิ่งแวดล้อมฯลฯ) จะเป็นเรื่องจริงหรือแต่งก็ได้ สองเล่มห้ามซ้ำประเด็นกัน



เรื่อง : ลูกหินวิเศษ (The Clay Marble)
ผู้เขียน : มินฟง โฮ
ผู้แปล : สาลินี คำฉันท์


* ประเด็นสงคราม



ผลงานเรื่องเยี่ยมของนักเขียนรางวัลซีไร้ท์
ได้รับคัดเลือกเป็น The Best Children's Book of ๑๙๙๑ จากนิตยสาร Parents Magazine ของสหรัฐอเมริกา


จากปกหลัง

เพียงเขียนหนังสือเล่มแรก มินฟง โฮ ก็ได้รับรางวัลจาก The Council of Interracial Books for Children

นับจากนั้นเธอก็เขียนนวนิยาย หนังสือประกอบภาพ และเรื่องสั้น โดยเฉพาะวรรรณกรรมสำหรับเด็กอีกมาก

หนังสือของเธอได้รับรางวัลวรรณกรรมเยาวชนระดับชาติในสิงคโปร์ และรางวัลระดับนานาชาติมากมายหลายรางวัล เช่น

รางวัล Caldecott Honor Book (๑๙๙๗) No ๑
รางวัลหนังสือเยาวชนยอดเยี่ยมจากสมาคมห้องสมุดอเมริกัน
รางวัลหนังสือแห่งชาติสำหรับสังคมศึกษา โดยคณะกรรมการวรรณกรรมเยาวชน รางวัล Parents' Choice Award
ฯลฯ
และหนังสือของเธอเรื่องหนึ่งที่เขียนจากเพลงกล่อมเด็กของไทย ได้รับค่าเรื่องมากถึง ๒๕๐,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ

เรื่อง THE CLAY MARBLE หรือ 'ลูกหินวิเศษ' นี้ได้รับเลือกจากนิตยสาร Parents Magazine ของสหรัฐอเมริกาให้เป็น Best Childrent's Book of ๑๙๙๑

นอกจากนี้ มินฟง โฮ ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากรัฐบาลสิงคโปร์และรางวัลซีไร้ท์ อันเป็นรางวัลวรรณกรรมของประเทศไทย ในฐานะนักเขียนวรรณกรรมเยาวชนดีเด่นแห่งสิงคโปร์ ค.ศ. ๑๙๙๖

ขอบคุณรูปภาพจาก เว็บไซต์ของสนพ.ผีเสื้อ


....

ความจริงที่หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา ตั้งใจจะเอาไว้ตอบโจทย์ข้อ

10-9. [อั๊งอังอา] อ่านหนังสือ 1 เล่ม ที่เกี่ยวกับหรือตัวละครเกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แต่อ่านแล้วรู้สึกว่า ตรงกับโจทย์ข้อใหม่ล่าสุด "ผลกระทบจากสงคราม" ของพี่แม่ไก่มากกว่าค่ะ


ลูกหินวิเศษบอกเล่าเรื่องราวด้วยมุมมอง "ฉัน" ของเด็กหญิง "ดารา" อายุสิบสองขวบท่ามกลางไฟสงครามของประเทศเขมร ด้วยภาษาที่เรียบง่าย แต่สะเทือนใจจนจุกอก สงครามเป็นสิ่งที่โหดร้ายและคนที่ได้รับผลกระทบจากมันเต็มๆ ...หิวโหย บาดเจ็บ ล้มตาย บ้านแตกสาแหรกขาด...ก็ไม่ใช่คนที่อยากรบสักหน่อย

เรื่องนี้ไม่ได้เน้นรายละเอียดเกี่ยวกับสงครามเท่าไหร่ ดาราเล่าว่าตอนอายุ 2-3 ขวบ ชีวิตของเธอสงบสุขและเรียบง่าย อาศัยอยู่กับพ่อแม่ พี่ชาย ล้อมรอบไปด้วยญาติมิตร ผลผลิตจากนาดี แต่แล้วก็เกิดการสู้รบ มีการทิ้งระเบิด ทหารคอมมิวนิสต์บอกว่าคนทิ้งระเบิดคือนักล่าอาณานิคมของอเมริกัน และชักชวนให้ชาวบ้านขับไล่เจ้าสีหนุ ... อ่านตรงนี้แล้วก็สะท้อนใจค่ะ ดาราบอกว่า เธอรู้สึกว่าพวกนั้นเหมือนผี จะไปขับไล่ได้ยังไง ที่เห็นก็มีแต่เครื่องบินที่บินว่อน

หลังจากนั้นพวกคอมมิวนิสต์หรือเขมรแดงของพอลพตก็ประกาศว่า "ปลดปล่อย" เขมรแล้ว ซึ่งดาราบอกว่า "การปลดปล่อยพวกเราเป็นฝันร้ายอันยาวนาน ความหิวโหย ความทุกข์ และความหวาดกลัว ความหวาดหวั่นอันเย็นยะเยือกอยู่ลึกๆ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง" ... มีการเกณฑ์ผู้ชายไปเป็นทหาร ... พ่อของดาราก็ถูกฆ่าตอนนี้เอง

หลังจากนั้นพวกเวียดนามก็มา "ปลดปล่อย" เขมรอีก "สะรัญ" พี่ชายของดาราหนีจากการเป็นทหารกลับมาหมู่บ้านได้ แม่ สะรัญและดารา ก็เดินทางอพยพหนีความแร้นแค้น หิวโหย ไปที่ชายแดน เพราะได้ยินข่าวว่ามีการแจกอาหารอย่างเหลือเฟือที่นั่น ... เรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อครอบครัวของดาราไปถึงชายแดนบริเวณที่เรียกว่า "หนองจาน"

ที่นั่นดาราได้พบและสนิทกับครอบครัวของ "พี่ณี" อันประกอบไปด้วย พี่ณี ปู่เข็ม จันทู และน้องเล็ก

การได้ใช้ชีวิตเรียบง่ายร่วมกัน ได้แบ่งปัน "ข้าว" ร่วมกัน ทำให้ทั้งสองครอบครัวสนิทสนมกันเป็นครอบครัวเดียว ... สะรัญกับณีตกหลุมรักซึ่งกันและกัน ส่วนดารากับจันทูซึ่งอายุมากกว่าหนึ่งปีก็สนิทกันมากเหมือนพี่น้อง

จันทูนี่เองที่เป็นตัวละครสำคัญ เธอเป็นเด็กที่เข็มแข็ง เด็ดเดี่ยว มองโลกในแง่ดี ความคิดเกินอายุ 13 ขวบมากๆ ... ดาราบอกว่าจันทูมีนิ้ววิเศษที่สามารถเสกอะไรก็ได้ เพราะจันทูมีความสามารถในการประดิษฐ์ ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็สามารถสร้างเป็นสิ่งของสวยงามได้ทั้งนั้น

จันทูเป็นคนสอนเรื่องราวต่างๆ ให้ดารา และเป็นคนปั้นก้อนดินให้ดาราและบอกว่าเป็น "ลูกหินวิเศษ" ที่ทำให้ดาราเข้มแข็ง

และ "ลูกหินวิเศษ" นี้เองที่เป็นแหล่งกำเนิดพลังใจให้ดารายามที่เกิดความทุกข์ยาก ทำให้เธอฝ่าฟันทุกอย่างไปได้ แต่...สุดท้ายแล้วดาราก็ได้พบว่า ความวิเศษไม่ได้อยู่ที่ลูกหิน แต่อยู่ที่ "ผู้ปั้น" มากกว่า

....

ไอซ์เคยอ่านเรื่อง "4 ปีนรกในเขมร" เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว จำได้ว่าถูกตัวอักษรกดทับจนอึดอัด หดหู่ไปหมด เรื่องนี้ให้ความรู้สึกคล้ายกันแต่เบาบางกว่า เพราะเป็นวรรณกรรมเยาวชน เขียนด้วยมุมมองของเด็ก ซึ่งถึงจะอยู่ในความทุกข์ยากระหว่างสงคราม ก็ยังคงมีมุมมองที่บริสุทธิ์สดใสอยู่ดี

สงครามคือความโหดร้าย ซึ่งผู้ได้รับเคราะห์มักไม่ใช่ผู้ก่อสงคราม อย่างที่จันทูบอกในเรื่องว่า ผู้นำเขมรเหมือนกับพี่น้องหูหนวกที่เห็นจรเข้เข้ามา แต่ทั้งหมดต่างไม่ได้ยินกัน เข้าใจผิดและทำร้ายกัน จรเข้เลยหนีไปทางหน้าต่าง
หรืออย่างที่ดาราบอกว่า ไหนบอกว่าจะพัฒนาเขมร จะพัฒนาได้อย่างไรในเมื่อไม่มีคนทำนา และยังเอาข้าวเปลือกพันธุ์ดีสำหรับปลูกไปตำให้ทหารกินอีก

ผู้เขียนบอกในหน้าคำนำว่า "ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพไม่ใช่เหยื่อของสงคราม แต่เป็นผู้มีชัยชนะต่างหาก เพราะพวกเขาได้ผ่านการต่อสู้มามาก และรอดชีวิตเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่"

ไอซ์ก็ขอแนะนำให้ลองอ่าน "ชัยชนะ" ของดาราดูนะคะ ^^


ท้ายเล่มมีบอกว่าถ้าอยากอ่านหนังสือเล่มนี้ให้สมบูรณ์ ควรอ่านเพิ่มเติมเรื่อง

- 4 ปีนรกในเขมร ของ ยาสึโกะ นะอิโต
- หนีไฟนรก ของ เจีย กิมลั้ง

ไอซ์อ่านเล่ม 4 ปีนรกในเขมร เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว หนีไฟนรก นี่ดองเด็มอยู่ตรงไหนสักแห่งในบ้าน แต่คงอีกนานกว่าจะหยิบขึ้นมาอ่านค่ะ หดหู่เหลือเกิน

....




สปอยล์แหลก

หลังจากที่ครอบครัวของดาราอยู่ร่วมกับครอบครัวของจันทูได้ระยะหนึ่ง เก็บตุนของแจกไม่ว่าจะเป็นเมล็ดพันธุ์ เครื่องมือทำมาหากินได้พักหนึ่ง ก็เกิดเหตุสู้รบใกล้เข้ามา ทำให้ทุกคนในบริเวณหนองจานหนีเป็นพลันวัน

ดารา จันทู และน้องเล็ก พลัดหลงจากครอบครัวใหญ่ แถมน้องเล็กยังถูกสะเก็ดระเบิดเป็นแผลที่ขาอีก หมอจากกาชาดบอกว่าจะต้องเข้าโรงพยาบาลที่ค่ายอพยพอีด่าง จันทูจึงไปกับน้องเล็ก และปลุกปลอบให้ดาราไปตามหาครอบครัว โดยให้ก้อนหินวิเศษซึ่งจริงๆ แล้วเป็นก้อนดินเหนียวซึ่งจันทูปั้นให้ไปด้วย

ดารา...เด็กผู้หญิงอายุเพียงสิบสองต้องร่อนเร่หาครอบครัวตามลำพัง เธอกลับไปที่หนองจาน แต่ไม่พบใครที่นัน "ไฉน" เด็กชายกำพร้าบอกเธอว่า เห็นครอบครัวของเธอไปค่ายทหาร เด็กทั้งสองจึงเดินทางไปพร้อมกัน

เมื่อไปถึงที่ค่ายทหาร ดาราและไฉนใช้เวลาตามหาครอบครัวอยู่นาน แต่ก็ได้พบกัน สะรัญเปลี่ยนไป เขากลายเป็นทหารเกณฑ์ ถือปืน พูดถึงเรื่องสู้รบมากกว่าจะอยากกลับไปทำนา ... ดาราซึ่งเข้มแข็งขึ้นมากด้วยกำลังใจจากหินวิเศษจึงชวนณีจัดเตรียมข้าวของเพื่อเดินทางกลับไปทำนาเอง

ดาราและณีไปรับจันทูและน้องเล็กจากเขาอีด่าง ... ที่นั่นผู้ที่บาดเจ็บล้วนเป็นเด็กและชาวบ้าน ... คนที่ได้รับผลกระทบจากสงครามอย่างแท้จริง

ตอนขากลับซึ่งมืดแล้ว จันทู ถูกเพื่อนทหารของสะรัญยิงใส่ที่ท้อง เพราะมองไม่เห็น และเด็กสาวไม่ได้ประกาศตัว ... ทหารที่มาจากชาวนาตื่นตะหนกมากเกินไป

แทนที่สะรัญจะรีบพาจันทูไปรักษา เขากลับห่วงพิธีสวนสนามที่จะมีในวันรุ่งขึ้น ... รอนานจนกระทั่งจันทูตายไป

ตอนนี้เองที่ดาราปั่นก้อนหินและทำตามคำพูดของจันทูที่บอกไว้ก่อนตายว่า "ดาราจะต้องเป็นคนทำในสิ่งที่ต้องการ จะต้องกล้าหาญ" ชักชวนสะรัญกลับหมู่บ้านพร้อมกันจนได้ ((ตรงนี้อยากตื๊บสะรัญมาก พวกชอบรบ อยากกำจัดศัตรู จนโดนดาราด่าเข้าให้ว่า จะกำจัดศัตรูได้ยังไงเมื่อคนที่ยิงใส่เป็นเด็กผู้หญิง))

บทส่งท้ายสิบปีต่อมาบอกว่า สะรัญและณีแต่งงานและมีลูกด้วยกัน ส่วนดาราเองก็มีลูกแล้วเช่นกัน ทั้งหมดยังใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบท่ามกลางไฟสงครามที่ห่างไกล





Create Date : 05 สิงหาคม 2552
Last Update : 5 สิงหาคม 2552 9:11:22 น.
Counter : 2888 Pageviews.

7 comments
102 :: เล่ห์ร้ายพร่างพรายรัก / พันธุ์พเยีย  polyj
(25 พ.ย. 2562 16:34:26 น.)
097 :: จีบเยลลี่แถมฟรีคนดื้อ  by ร เรือในมหาสมุท polyj
(20 พ.ย. 2562 07:27:01 น.)
093 :: Love Therapy ทฤษฎีบำบัดรัก by Babylinlin polyj
(16 พ.ย. 2562 21:41:17 น.)
กลิ่นปาริชาต : สุภาวดี สามปอยหลวง
(10 พ.ย. 2562 18:45:30 น.)
  
สี่ปีนรกในเขมรมีคนเล่าเรื่องให้ฟังค่ะ จนไม่กล้าอ่านเองเลย

แต่จากรีวิวคุณไอซ์เรื่องนี้คงไม่หดหู่มากเกินไป อ่านแล้วรู้สึกคล้ายๆหนังเรื่อง Pan's Labyrinth เลยค่ะ... สงสารเด็กที่ต้องประสบภัยสงคราม

ปล.ขอร่วมตื้บสะรัญด้วยคน
โดย: อป (apple_cinnamon ) วันที่: 5 สิงหาคม 2552 เวลา:9:37:22 น.
  
ยังไม่เคยหยิบมาอ่านทั้ง สี่ปีนรกในเขมร และ ลูกหินวิเศษ ล่ะค่ะ

แต่อ่านรีวิวพี่ไอซ์แล้ว หวานเย็นว่าน่าสนใจนะคะ
โดย: หวานเย็นผสมโซดา วันที่: 5 สิงหาคม 2552 เวลา:10:47:54 น.
  
เคยอ่านแต่สี่ปีนรกในเขมร ค่ะ
อ่านไปก็หดหู่ไปด้วยเลย
โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 5 สิงหาคม 2552 เวลา:13:26:32 น.
  
แนวนี้ขอผ่านค่ะ ถึงจะสนใจแต่คงอ่านไม่ไหว มันหดหู่ ว่าแล้วก็เลื่อนลงมาอ่านสปอยล์อย่างรวดเร็ว
โดย: หมูย้อมสี วันที่: 6 สิงหาคม 2552 เวลา:18:11:51 น.
  
สี่ปีนรกในเขมร เราอ่านครั้งแรกสมัยอยู่ ม.ต้น (ไม่บอกนะ ว่าตอนนี้อายุเท่าไหร่ ฮา...)

จำได้ว่าไปอ่านที่บ้านย่า หนังสือของลูกพี่ลูกน้อง นั่งอ่านคนเดียวตอนค่ำๆ ร้องไห้น้ำตาร่วง เศร้ามาก

อีกเล่มที่แนะนำนะคะ เก้าอี้กับเด็กหญิงอีดะ เรื่องนี้เราก็น้ำตาร่วงเหมือนกัน
โดย: น้ำ IP: 124.120.126.55 วันที่: 13 กันยายน 2552 เวลา:22:25:02 น.
  
ปกติก้สนใจช่วงเวลาที่เกินสงครามเขมรมากค่ะ ตั้งแต่ได้อ่านสี่ปีนรกในเขมร หนีไฟเขมร พอได้ยินเรื่องนี้ ลูกหินวิเศษ อยากอ่านมากแต่ไปดูตามร้านก้ไม่มีขาย หาดูหลายร้านแล้วค่ะ อยากรู้ว่าต้องสั่งซื้อเป็นพิเศษรึป่าวค่ะ
โดย: แฟนต้า IP: 125.26.119.6 วันที่: 1 ธันวาคม 2552 เวลา:19:58:40 น.
  
ดู Index รายชื่อหนังสืออื่นๆ ที่ไอซ์ได้รีวิวไปแล้วตามลิงก์ข้างล่างค่ะ

- หนังสือภาษาอังกฤษ
Index Bookshelf : English Books

- หนังสือแปล
Index Bookshelf : Translated Books

- หนังสือภาษาไทย
Index Bookshelf : Thai Books
โดย: Clear Ice วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:01:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Clear-ice.BlogGang.com

Clear Ice
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]

บทความทั้งหมด