Group Blog
All Blog
<<< การอุทิศบุญ >>>










“ การอุทิศบุญ”

แผ่กันมาไม่รู้กี่ปีแล้วหลงแผ่กัน

 พอเวลาเจอกันก็ด่ากันแยกเขี้ยวใส่กัน

แก่งแย่งชิงดีกัน ใช่ไหม แก่งแย่งชิงดีกันหรือเปล่า

 แย่งโน่นแย่งนี่กันหรือเปล่า ด่ากันหรือเปล่า

ทะเลาะกันหรือเปล่า นี่ไม่ใช่วิธีแผ่เมตตา

 เวลาอยู่คนเดียวสวด สัพเพ สัตตาก็ไม่ได้แผ่อีก

 เวลาเจอกันก็ด่ากัน ทะเลาะกัน หน้าบึ้งใส่กัน

อันนี้ก็ไม่ได้แผ่อีก เวลาแผ่เวลาเจอกันก็ทักทายกัน

 พี่สบายดีเหรอ เป็นยังไง ถามสารทุกข์สุกดิบ

 ยิ้มให้กัน บางทีไม่ต้องพูดอะไร

 เพียงแต่ยิ้ม เขาก็สุขแล้ว

 เวลายิ้มให้เขานี้ เขาก็แฮปปี้แล้ว

ไม่ใช่เจอหน้ากันก็บึ้งตึง

 นี่กิริยามันบอกความรู้สึกทางใจ ว่ารู้สึกอย่างไร

 ถ้ายิ้มนี่แสดงว่ามีความเมตตา มีไมตรีจิต

ถ้าบึ้งตึงนี่แสดงว่าโกรธแล้ว เกลียดแล้ว

 ฉะนั้นขอให้เรารู้จักวิธีแผ่เมตตา

รู้สึกชาวพุทธเรานี้โง่ขึ้นไปทุกวันทุกวัน

 ของง่ายๆเรื่องแผ่เมตตายังแผ่ไม่เป็น

 ยังไปหลงคิดว่าแผ่ เวลาแผ่นั่งอยู่คนเดียว

 แล้วก็มักจะหลง ไปปนการแผ่เมตตา

กับการอุทิศบุญอีก นั่งสมาธิเสร็จ

อยากจะอุทิศบุญอีก เอาบุญที่ไหนมาอุทิศล่ะ

 นั่งสมาธิจิตยังไม่สงบ

 มันจะได้บุญยังไง อยากจะอุทิศบุญก็นี่ ทำทานนี่

ทำทานปั๊บมันได้บุญแล้ว สำเร็จแล้ว

ทำแล้วเกิดความอิ่มใจสุขใจขึ้นมา

 นี่แหละสิ่งที่เราอุทิศก็คือความอิ่มใจสุขใจนี้เอง

 แต่นั่งสมาธิจิตยังไม่อิ่มยังไม่สุข

 แล้วจะเอาอะไรไปแผ่

 นั่งแล้วกลับมีความรู้สึกอึดอัดอย่างนี้

 จะแผ่ความอึดอัดไปให้เขาเหรอ

นั่งสมาธิมันต้องมีความสุขก่อน

 ถึงจะแผ่ความสุขนั้นได้

 ซึ่งยาก คนที่จะได้สมาธินี้หายาก

คนที่นั่งสมาธิมีเยอะ นั่งแต่นั่งแล้วยังไม่ได้ผล

เหมือนกับคนที่ปลูกต้นไม้น่ะ ปลูกเยอะ

 แต่ต้นไม้ที่ปลูกมันไม่โต มันตายเสียก่อน

ปลูกแล้วมันไม่โต ปลูกแล้วไม่รดน้ำ

คนที่จะนั่งสมาธิแล้วได้ผลนี้จะต้องปฏิบัติทั้งวัน

 ทั้งวันทั้งคืน จิตถึงจะรวมเป็นสมาธิ

เป็นหนึ่งและเป็นสมาธ แล้วอยากจะอุทิศก็ได้

 แต่เราไม่นิยมสอนให้อุทิศแบบนี้ เพราะมันยาก

เดี๋ยวคนรออุทิศกลับมาเกิดเสียก่อน (ยิ้ม)

 เพราะคนที่จะอุทิศบุญ ด้วยสมาธิไม่เคยได้สมาธิเลย

 แล้วจะเอาสมาธิที่ไหนไปอุทิศล่ะ ใช่ไหม

สวดมนต์ก็คิดว่าสวดแล้วได้บุญแล้ว ยังไม่ได้

บุญที่เกิดจากการสวดก็คือ จิตต้องสงบรวมเป็นสมาธิ

ถึงจะเรียกว่าบุญ ถึงจะเรียกว่าผลบุญ เกิดขึ้นแล้ว

ถ้ายังอยากจะอุทิศบุญก็ไปทำบุญเสีย ไปทำทาน

ทำกับใครก็ได้ ทำกับพระก็ได้ ทำกับโรงเรียนก็ได้

ทำกับโรงพยาบาลก็ได้

ทำแล้วมันเกิดความสุขใจอิ่มใจขึ้นมา

ก็อุทิศบุญไปเลย ไม่ต้องให้มีพระมาสวดด้วย

 บางคนคิดว่าจะอุทิศบุญนี้

ต้องมีพระมาสวดก่อนถึงจะอุทิศได้

 ถ้างั้นพระก็ตายวันนึงนั่งสวด

 โอ้โหถ้ามา 10 คนมาถวายทาน 10 ครั้ง

ก็ต้องสวดกัน 10 ครั้ง

ที่นี่เลยสวดหนเดียว ให้พรหนเดียวพอ.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๐








ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 09 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2560 8:40:07 น.
Counter : 158 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ