Group Blog
All Blog
<<< "ทุกข์" >>>











"ทุกข์"

พระพุทธเจ้า พระอรหันต์นี้

ท่านก็ยังอยู่เหมือนพวกเรา

 แต่ท่านอยู่กับความสงบ

 ท่านก็เลยไม่ต้องมีร่างกายเหมือนพวกเรา

พวกเราอยู่กับความอยากก็เลยต้องมีร่างกาย

พอมีร่างกายก็ต้องมีปัจจัย ๔

พอมีความอยากไปไหนมาไหนก็ต้องมีรถยนต์

 มีรถยนต์ก็ต้องมีน้ำมัน มีน้ำมันก็มีรถติด

 มีรถชนกันมีอุบัติเหตุ มีอะไรต่างๆ

 ที่กำลังมีอยู่ขณะนี้มันเกิดจากความอยาก

ไปไหนมาไหนเท่านั้นเอง

 ถ้ามันไม่อยากไปไหนมาไหนมันก็ไม่ต้องมีรถยนต์

 คนที่ไม่เข้าใจฟังแล้วก็คิดว่า ถ้าไม่มีความอยาก

ก็โลกนี้ก็ไม่มีอะไร ก็ไม่มีอะไร มีไปทำไม

 มีแล้วมันทุกข์ทั้งนั้น แต่ก็เขาไม่เห็นความทุกข์

จากสิ่งที่มีกัน กลับไปเห็นว่ามีความสุขกัน

 มีบ้านก็มีความสุข มีรถยนต์ก็มีความสุข

 มีสามีมีภรรยามีบุตรมีธิดามีอะไรต่างๆ มีความสุข

 จะไม่มีไปทำไม เวลามันมีก็สุข

 เวลามันไม่มีซิ จะทำอย่างไร

 เวลาไม่มีก็กระโดดตึกตาย มันไม่คิดตอนที่มันไม่มี

 เวลามีมันก็มีความสุขกัน แต่เวลามันไม่มี

หรือว่ามีแล้วมันเบื่อจะทำอย่างไร

เบื่อก็ต้องหาสิ่งใหม่ สิ่งนี้เบื่อแล้วก็ต้องไปหาสิ่งใหม่

 หามาเท่าไรเดี๋ยวมันก็เบื่ออีก

นี่คือความหลง หลงไปคิดว่า

ความสุขอยู่ที่การมีสิ่งต่างๆ มองไม่เห็นความทุกข์

ที่เกิดจากการมีสิ่งต่างๆ เพราะสิ่งต่างๆ

มีมาก็ต้องมีไปเป็นธรรมดา มีได้ก็ต้องมีเสีย

 มีเกิดก็ต้องมีดับ ต้องมีการพลัดพรากจากกัน

 มองไม่เห็นความทุกข์มองเห็นแต่ความสุขในสิ่งต่างๆ

 มองไม่เห็นความทุกข์ในสิ่งต่างๆ

พระพุทธเจ้าจึงทรงสอน

ให้เราหัดมองว่าสิ่งต่างๆ มันเป็นทุกข์

 ทุกข์เพราะว่ามันต้องมีการจากกัน

 ทุกข์เพราะว่ามันเบื่อกัน

คนถึงมีภรรยามีสามีหลายคน

ทำไมมีคนเดียวไม่ได้ เวลาอยากจะได้

เวลาเจอกันตอนที่ยัง ไม่ได้ก็อยากจะได้กันเหลือเกิน

 อยากจะไปอยู่ด้วยกัน อยากจะเป็นของกันและกัน

 พอเป็นแล้วเป็นอย่างไร เบื่อแล้ว

เป็นไปไม่นานก็เบื่อแล้ว เบื่อขี้หน้ากันแล้ว

ของต่างๆ ที่เราคิดว่าจะให้ความสุขกับเรานี้

 เดี๋ยวมันก็ทำให้เราเบื่อ

เบื่อแล้วก็ต้องทำให้เราไปหาสิ่งใหม่มา

 หาสิ่งใหม่มาเดี๋ยวมันก็เบื่ออีก

พออะไรมันจำเจซ้ำซากมันดีขนาดไหนก็เบื่อ

 ไม่เชื่อลองกินอาหารจานโปรดทุกวันดูซิ

กินวันละ ๓ มื้อ กินอาหารจานโปรด

 ดูซิจะกินได้สักกี่วัน

นี่คือสิ่งต่างๆ ที่เราคิดว่าจะให้ความสุขกับเรา

มันจะกลายเป็นความทุกข์เวลาที่เบื่อมัน

 หรือเวลามันจากเราไป หรือเวลามันเสียไป

มันเสื่อมไปมันเปลี่ยนไป นี่คือธรรมชาติของสิ่งต่างๆ

 ที่มีอยู่ในโลกนี้ มีการเปลี่ยนแปลงมีการเสื่อมมีการหมด.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

..................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๙








ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 17 สิงหาคม 2560
Last Update : 17 สิงหาคม 2560 5:38:54 น.
Counter : 588 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ