Group Blog
All Blog
<<< "ฝืนความอยาก ไม่ทำตามความอยาก" >>>









"ฝืนความอยาก ไม่ทำตามความอยาก"

ถ้านั่งสมาธิแล้วจิตไม่สงบ ก็แสดงว่า

ไม่มีสติคอยกำกับใจ นั่งสมาธิอย่านั่งเฉยๆ

 ไม่ใช่นั่งหลับตาแล้วก็ดูความว่างดูอะไรไป

 เดี๋ยวจิตมันก็หลอกเรา

เดี๋ยวจิตมันก็หลอกสร้างภาพมาหลอกเรา

 เรานั่งเพราะเราต้องควบคุมจิตไม่ให้มันสร้างภาพ

 ไม่ให้มันคิดปรุงแต่ง ไม่งั้นมันก็จะไม่สงบนั่นเอง

 นี่คือเรื่องของการปฎิบัติ

ต้องมีความพยายามต้องมีความอดทน

ข้อที่ ๑. ต้องมีความตั้งใจ

 ตั้งใจว่าต่อไปนี้จะฝึกสติเรื่อยๆ

ข้อที่ ๒. ต้องมีความจริงใจกับการตั้งใจ

 ไม่ใช่ตั้งใจพอถึงเวลาไม่ทำเลย

 ตื่นขึ้นมาก็ลุกพรวดพราดเข้าห้องน้ำ

รีบคิดว่าวันนี้วันอะไรจะไปทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่

 คิดอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้อยู่กับร่างกายเลย

 อยู่ก็เฉพาะแค่แว๊บๆ จะแปลงฟันก็แปลงไปปั๊บ

สองสามทีก็ไปคิดเรื่องนึงแล้ว

 ล้างหน้าสองสามทีก็ไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้แล้ว

 อย่างนี้เรียกว่าไม่มีสติแล้ว ไม่มีสัจจะ

 ไม่มีความจริงใจที่จะทำตามที่ตั้งใจเอาไว้

ถ้าตั้งใจเอาไว้ว่าจะมีสติอยู่กับร่างกาย

 ก็ต้องดึงใจกลับมาอยู่ที่ร่างกาย แต่ใจนี้มันไวมาก

 มันไวกับการทิ้งร่างกายให้อยู่เดียวดาย

 มันชอบทิ้งร่างกายแล้วก็ไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้

 มันเลยติดเป็นนิสัย ฉะนั้นเราต้องดึงมันกลับมา

ด้วยการอาจจะทำอะไรให้มันช้าๆ หน่อย

 อย่าให้มันเร็วเกินไปมันจะได้ต้องคอยดูว่า

กำลังทำอะไรอยู่ ต้องมีสัจจะ

 แล้วก็ต้องมี ขันติ ความอดทน

เพราะเดี๋ยวมันเผลอ เผลอไปเรื่อย

 เวลาเผลอก็ท้อแท้เบื่อหน่าย ต้องมีความขยัน

ขยันทำขยันตั้งสติ ถ้ามีสี่ข้อนี้

ก็จะสามารถที่จะทำงานให้สำเร็จได้

สร้างสติขึ้นมาได้ ฉะนั้นอย่าลืมความตั้งใจ

ข้อแรกอย่าลืมความตั้งใจ

๒. เมื่อตั้งใจแล้วก็ต้องทำตามที่เราตั้งใจไว้

 ๓. เราต้องขยันทำอยู่เรื่อย ขยันเฝ้าดูร่างกายไปเรื่อยๆ

 หรือขยันพุทโธๆ ไปเรื่อยๆ

 ๔. ต้องอดทน ทำแล้วรู้สึกอึดอัดรู้สึกยากลำบาก

 ก็ต้องอดทนเอา ขอให้คิดถึงผลที่จะได้

จากการมีสติต่อไปว่าจะทำให้เรามีความสุข

 จะทำให้เราไม่มีความทุกข์

จะหลุดพ้นจากความทุกข์ได้ก็ต้องมีสติเป็นผู้นำไป

 ถ้าไม่มีสติก็จะไม่สามารถที่จะหยุดความทุกข์ต่างๆ

 ที่เกิดจากความอยากของใจได้

 ความทุกข์ต่างๆ มันไม่ได้เกิดจากอะไรหรอก

 เกิดจากความอยากของเราเอง

 พออยากแล้วมันก็ทำให้เราทุกข์แล้วอยู่เฉยๆ ไม่ได้แล้ว

 พออยากจะดื่มกาแฟนี้ก็อยู่เฉยๆ ไม่ได้

 อยากจะสูบบุหรี่ก็อยู่เฉยๆ ไม่ได้

ต้องไปหาบุหรี่มาสูบ ต้องไปหากาแฟมาดื่ม

 ถ้าไม่ได้สูบไม่ได้ดื่มก็ทุกข์ อึดอัดรำคาญใจ

 แต่ถ้าเราหยุดความอยากได้ ไม่ทำตามความอยาก

 เดี๋ยวความอยากมันก็หมดกำลังเอง

 พอความอยากมันหยุดมันหมดกำลัง

ความทุกข์ที่เกิดจากความอยากจะหายไป

 แล้วต่อไปความอยากนั้นก็ไม่กลับมา

เพราะมันหมดกำลัง เหมือนต้นไม้ที่เราไม่รดน้ำให้มัน

 ถ้าเราไม่รดน้ำให้ต้นไม้ สักพักเดี๋ยวมันก็ตาย

มันก็เฉาตายไป ความอยากก็เหมือนกัน

ถ้าเราไม่ทำตามความอยาก

ต่อไปความอยากมันก็จะหมดกำลังไป

แล้วมันจะไม่รู้สึกอยากกาแฟ ไม่รู้สึกอยากจะสูบบุหรี่

 ก็ดูคนที่สูบบุหรี่กับคนที่ไม่สูบบุหรี่ ใครสบายกว่ากัน

 คนสูบบุหรี่ก็ต้องคอยหาบุหรี่มาสูบอยู่เรื่อยๆ

 เวลาไม่สูบก็อึดอัดหงุดหงิดรำคาญใจ

 แต่คนที่ไม่สูบบุหรี่ก็ไม่เดือดร้อนเลย

 นี่คือความแตกต่างของคนที่อยากกับคนที่ไม่อยาก

 คนที่อยากนี้มันพออยากอะไรขึ้นมาแล้ว

มันหงุดหงิดขึ้นมาทันที อึดอัดขึ้นมาทันที

 กระวนกระวายกระสับกระส่ายขึ้นมาทันที

 ใจสั่นขึ้นมาทันที แต่คนที่ไม่มีความอยาก เฉย สบาย

อย่างตอนนี้ญาติโยมนั่งอยู่ตรงนี้

ไม่มีความอยากอะไร สบายไหม สบาย

 แต่ถ้าเกิดอยากขึ้นมา ไม่สบายแล้ว

 เดี๋ยวนั่งเฉยๆ ไม่ได้แล้ว

 เดี๋ยวต้องไปทำตามความอยากแล้ว

ฉะนั้นเรามาสร้างสติกันขึ้นมา

 เพราะสตินี้เราสามารถหยุดความอยากได้

 ถึงแม้ว่าจะเป็นการหยุดชั่วคราว

 แต่ก็ทำให้เราหยุดความทุกข์ลดความทุกข์ได้

 แล้วเราจะได้ใช้ปัญญามาหยุดมันอย่างถาวรต่อไปได้

ถ้ายังหยุดชั่วคราวไม่ได้ เราจะไม่สามารถใช้ปัญญา

มาหยุดความอยากได้อย่างถาวรได้

ขั้นต้นต้องหยุดชั่วคราวก่อน พอหยุดชั่วคราวแล้ว

ก็สอนใจว่า การทำตามความอยากนี้

มันทำให้เราไม่สบายใจ

 แล้วมันจะทำให้เราต้องทำไปจนไม่มีวันสิ้นสุด

 ตายจากชาตินี้ไปความอยากก็ยังไม่หมดจากใจ

 มันก็จะลากให้เรากลับมาเกิดใหม่

 มามีร่างกายอันใหม่

แล้วก็มาแก่ มาเจ็บ มาตายใหม่

 ถ้าเราเห็นโทษของความอยากด้วยปัญญา

 เวลาเกิดความอยากเราจะได้พยายามฝืนมัน

 พยายามไม่ทำตามมัน โดยใช้สติช่วย

พออยากก็พุทโธๆ ไป

 เดี๋ยวความอยากก็จะหมดกำลังไป

 ถ้าเราไม่ทำตามความอยาก

นี่คือเรื่องของการปฎิบัติธรรม.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

...........................

สนทนาธรรมะบนเขา

วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 14 สิงหาคม 2560
Last Update : 14 สิงหาคม 2560 9:30:34 น.
Counter : 609 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ