Group Blog
All Blog
<<< “ธรรมเป็นที่พึ่งของใจอย่างแท้จริง” >>>








“ธรรมเป็นที่พึ่งของใจอย่างแท้จริง”

มีใครอยากจะถามอะไรไหม ถามได้นะ

คนถามไม่ได้ว่าคนโง่นะ คนถามเรียกว่าคนฉลาด

ฟังแล้วยังไม่เข้าใจหรือยังไม่แจ่มแจ้ง

ถามแบบนี้ไม่ใช่ว่าเป็นคนโง่

 คนเราจะฉลาดได้ต้องยอมรับว่าเราโง่ก่อน

 ถ้าเราคิดว่าเราฉลาดแล้วเราก็จะเป็นคนโง่ตลอด

เพราะเราจะไม่สนใจที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม

 แต่ท่านบอกว่าคนที่คิดว่าตนเองยังโง่อยู่นี้

ท่านบอกยังมีโอกาสที่จะเป็นคนฉลาดได้

 แต่คนที่คิดว่าตนเองฉลาดแล้วเนี่ย

ท่านบอกเป็นคนโง่ที่แท้จริง

เพราะคนที่ฉลาดจริงนี้จะไม่มาเกิดอีก

 ถ้ายังมาเกิดอีกแล้วยังคิดว่าตนเองฉลาดอยู่

นี่แสดงว่ายังโง่อยู่ พระพุทธเจ้าเนี่ยฉลาดจริง

 เพราะจะไม่กลับมาเกิดอีกแล้ว คนโง่นี่ยังกลับมาเกิด

ทำไมถึงว่าการกลับมาเกิดเป็นโง่

 เพราะการกลับมาเกิดก็เหมือนกับ

การเดินเข้ากองไฟนั่นเอง การมาเกิดนี่

ก็เดินเข้าหากองทุกข์เท่านั้นเอง

 มาเกิดให้เรามาหาความทุกข์กันใช่ไหม

 ทุกข์กับคนนั้นคนนี้ ทุกข์กับเรื่องนั้นเรื่องนี้

ทุกข์กับความแก่ความเจ็บความตาย

ทุกข์กับการสูญเสียพลัดพราก

จากสิ่งที่เรารักบุคคลที่เรารัก ถ้ายังกลับมาเกิดอยู่

นี่ก็แสดงว่าโง่ ไม่รู้จักวิธีออกจากกองไฟ

มีแต่จะเดินเข้าหากองไฟ คนฉลาดนี้รู้ว่า

การเกิดนี้เป็นทุกข์ ท่านถึงไม่กลับมาเกิดกัน

แล้วท่านก็ค้นหาวิธีที่จะทำให้ไม่กลับมาเกิด

 ก็คือไอ้ความอยากเนี่ยแหละ

ความอยากที่จะไปโน่นมานี่

ไปดูนั่นดูนี่ ไปฟังโน่นฟังนี่

มันก็ต้องมีตาหูจมูกลิ้นกาย

 มีร่างกาย พอไม่มีร่างกายอันนี้

มันก็ไปหาร่างกายอันใหม่

พอร่างกายนี้ตายไปแล้ว

จที่ไม่ได้ตายไปกับร่างกายนี้

 ใจผู้มีความอยากเนี่ยแหละ

ที่ต้องไปหาร่างกายอันใหม่ พอได้ร่างกายอันใหม่

ก็มาทำอย่างที่เราทำกันอยู่อย่างนี้เหมือนเดิม

 อยากดูก็ไปดู อยากฟังก็ไปฟัง

อยากไปเที่ยวก็ไปกัน แล้วก็ต้องมาทุกข์กัน

 เพราะว่ากว่าจะเที่ยวได้นี้ก็ต้องเหนื่อย

 ต้องหาเงินหาทอง ต้องทำอะไรมากมายก่ายกอง

 แล้วก็เที่ยวก็ได้ความสุขเดี๋ยวเดียว

 พอไม่ได้เที่ยวก็ทุกข์ขึ้นมาอีกแล้ว

พออยากจะเที่ยวไม่ได้เที่ยวก็ทุกข์อีกแล้ว

 เนี่ยเป็นการเดินเข้าหากองไฟกองทุกข์

 คนฉลาดนี้จะไม่มาเกิดกัน คนฉลาดที่แท้จริงคือ

พระพุทธเจ้าพระอริยสงฆ์สาวกนี้ ท่านบอกไม่เอาแล้ว

เกิดไม่เอาแล้ว เกิดเป็นทุกข์ ท่านก็เลยตัดความอยาก

ที่เป็นต้นเหตุของความทุกข์ของการเกิดให้หมดไป

ฉะนั้นพยายามศึกษาอย่าไปคิดว่าตนเองฉลาด

 ตอนนี้เราอาจจะไม่ทุกข์มากเพราะยังไม่ถึงเวลา

 ตอนที่เราเป็นหนุ่มเป็นสาว ตอนที่เรามีกำลังวังชา

 มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง แล้วยังมีเงินทอง

หาเงินทองได้คล่องแคล่วว่องไว อยากจะเที่ยว

อยากจะกินอยากจะดื่มอยากจะทำอะไร

อยากจะซื้ออะไรก็สามารถทำได้หมด

 แต่มันจะไม่เป็นอย่างนี้ไปทุกวัน

จะไม่เป็นอย่างนี้ไปตลอด

 เดี๋ยวสักวันนึงมันจะต้องสะดุด

 เดี๋ยววันนึงเงินทองอาจจะขาดมือขึ้นมา

 หรือสิ่งที่เรารักบุคคลที่รักนี้จากเราไป

เวลานั้นน่ะถึงจะรู้ว่าคำว่าทุกข์ว่าเป็นอย่างไร

 บางคนพอเจอทุกข์แบบกระทันหันนี่ทนอยู่ไม่ได้

ฆ่าตัวตายไปก็มี ฉะนั้นอย่าประมาท

 ความทุกข์กำลังรอเราอยู่ เตรียมหาอาวุธสู้กับมัน

 เราสามารถฟันฝ่าความทุกข์ทุกอย่าง

ที่รอเราอยู่ได้อย่างไม่สะทกสะท้าน

อย่างไม่วุ่นวายไม่เดือดร้อน ถ้าเรามีอาวุธ

 อาวุธก็คือธรรมะ เรียกว่า ธรรมาวุธ

 ถ้ามีธรรมะแล้วใจเราจะไม่ทุกข์กับเหตุการณ์ต่างๆ

 ใครจะจากเราไปจะไม่ทุกข์ ใครจะมาโกงเราไม่ทุกข์

 จะสิ้นเนื้อประดาตัวก็ไม่ทุกข์ กลับไปทำงาน

เขาอาจจะบอกว่าสิ้นเดือนนี้บริษัทจะปิดแล้วนะ

ดูซิว่าจะทุกข์หรือไม่ทุกข์กัน

 เพราะฉะนั้นอย่าประมาท

ถ้าเราทุกข์อยู่แสดงว่าเรายังไม่ฉลาด

 รีบศึกษา ธรรมะให้มากๆ เพราะธรรมะเนี่ยแหละ

ที่จะช่วยทำให้เราหลุดพ้นจากความทุกข์ได้

 ไม่มีอะไรในโลกนี้จะช่วยให้เราหลุดพ้น

จากความทุกข์ได้ มีแต่จะทำให้เรา

ติดอยู่ในกองทุกข์กัน ฉะนั้นพยายาม

อย่าไปหาอะไรอย่าไปพึ่งอะไร

ให้มาพึ่งธรรม พึ่งธรรมะ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

 ธรรมนี้แหละเป็นที่พึ่งของใจอย่างแท้จริง.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

...............................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๐






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 29 กันยายน 2560
Last Update : 29 กันยายน 2560 11:54:05 น.
Counter : 467 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ