Group Blog
All Blog
<<< "การพัฒนาชีวิตสองรูปแบบที่เราสามารถที่จะเลือกพัฒนาได้" >>>









"การพัฒนาชีวิตสองรูปแบบ

ที่เราสามารถที่จะเลือกพัฒนาได้"

ชีวิตของพวกเรานี้มีการพัฒนาได้สองรูปแบบด้วยกัน

คือพัฒนาแบบชั่วคราว กับการพัฒนาแบบยั่งยืน

 การพัฒนาแบบชั่วคราวก็คือการพัฒนาทางร่างกาย

ทางลาภ ยศ สรรเสริญ

ทางความสุขทางตา หู จมูก ลิ้น กาย

 อันนี้จะเป็นการพัฒนาแบบชั่วคราว

 เพราะว่าร่างกายเป็นของชั่วคราวนั่นเอง

ร่างกายนี้อยู่ได้ไม่เกินร้อยปีก็ต้องตายไป

 สิ่งที่พัฒนาร่วมกับร่างกายก็คือ ลาภยศสรรเสริญ

 ความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย ก็จะต้องหมดสภาพไป

ตามกาลหมดสภาพของร่างกาย

ส่วนการพัฒนาแบบยั่งยืนแบบถาวรก็คือ

 การพัฒนาทางด้านจิตใจ

 คือการพัฒนามรรคผลนิพพาน

 เป็นการพัฒนาที่ยังยืนที่ถาวร

เพราะว่าจิตใจนี้เป็นสิ่งที่ยั่งยืนเป็นสิ่งที่ถาวร

ไม่มีวันสิ้นสุดไม่มีวันตายเหมือนกับร่างกาย

พวกเราส่วนใหญ่นี้จะรู้จักแต่การพัฒนาแบบชั่วคราวกัน

 คือพัฒนาทางร่างกาย พัฒนาทางลาภยศสรรเสริญ

 ทางความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกายกัน

 เพราะไม่มีใครรู้จักเรื่องของการพัฒนา

แบบยั่งยืนแบบถาวร คือพัฒนาทางด้านจิตใจกัน

เราจึงได้แต่สิ่งที่เป็นของชั่วคราว

 ได้ความสุขชั่วคราวแล้วเดี๋ยวก็ต้องสูญเสียมันไป

เวลาที่ร่างกายแก่ลงไปเจ็บไข้ได้ป่วยและตายไปในที่สุด

ถ้าเราไม่ได้มาพบกับพระพุทธศาสนา

 เราจะไม่รู้เรื่องของการพัฒนาแบบยั่งยืน

 เรื่องของการพัฒนาจิตใจ

ด้วยการพัฒนามรรคผลนิพพาน

ที่มีพระพุทธเจ้าเป็นพระองค์แรก ที่ได้ทรงค้นพบ

การพัฒนาในรูปแบบนี้

 หลังจากที่พระองค์ได้ทรงค้นพบการพัฒนาแบบยั่งยืน

 พระองค์ก็นำเอาการพัฒนาแบบยั่งยืนนี้

มาเผยแพร่สั่งสอนให้แก่พวกเรา ผู้ที่มีความศรัทธา

หลังจากที่ได้ยินได้ฟังคำสอนของพระพุทธเจ้า

ก็น้อมนำเอาไปปฏิบัติ พอปฏิบัติก็จะได้บรรลุ

มรรคผลนิพพานกัน ได้พบกับความสุขที่ยั่งยืน

ความสุขที่ถาวร ได้พบกับการสิ้นสุดของความทุกข์

ที่ยั่งยืนที่ถาวร  นี่คือการพัฒนาสองรูปแบบ

ที่เราสามารถที่จะเลือกพัฒนาได้

 ถ้าไม่มีพระพุทธศาสนามาสั่งมาสอนเราก็ไม่มีทางเลือก

เราก็มีการพัฒนาเพียงทางเดียว คือทางร่างกาย

 ทางลาภยศสรรเสริญ ทางรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะกัน

 นี่คือลักษณะของผู้ที่ไม่มีศาสนาเป็นที่พึ่ง

เป็นผู้สั่งผู้สอนก็จะพัฒนาอยู่กับทางร่างกาย

 หาลาภ หายศ หาสรรเสริญ

หาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย

 แล้วก็ต้องสูญเสียสิ่งที่หามาได้ไป

เวลาที่ร่างกายตายไปแล้วก็ต้องเสียไปหมด

 แล้วก็ต้องกลับมาพัฒนาใหม่กลับมาเกิดใหม่

จนกว่าจะได้มาพบกับพระพุทธศาสนา

ได้พบกับพระพุทธเจ้าก็ดี

หรือได้พบกับพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าก็ดี

หรือได้พบกับพระอริยะสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าก็ดี

ก็จะได้เรียนรู้วิธีพัฒนาแบบยั่งยืนแบบถาวร

ถ้าน้อมนำเอาคำสอนนี้ไปปฏิบัติ

ก็จะสามารถพัฒนาจิตใจให้เจริญขึ้นไปตามลำดับ

ไปจนถึงขั้นสูงสุดได้ โอกาสที่จะได้พัฒนาจิตใจ

แบบยั่งยืนนี้นานๆ จะเกิดขึ้นได้สักครั้งหนึ่ง

 เพราะนานๆ จะมีพระพุทธศาสนามาปรากฏเป็นผู้นำ

เป็นผู้สั่งสอนให้พวกเราได้รู้จัก

วิธีการพัฒนาแบบยั่งยืนกัน

 ชาติใดที่ได้มาเกิดมาพบกับพระพุทธศาสนา

 จึงเป็นชาติที่วิเศษเป็นโอกาสอันเลิศ

ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก

การมาเกิดเป็นมนุษย์ของพวกเรานี้มันก็ยากอยู่แล้ว

นานๆ จะได้มาเกิดเป็นมนุษย์สักครั้งหนึ่ง

 แล้วการที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์

และได้พบกับพระพุทธศาสนา

 อันนี้ก็เป็นความยากอีกประการหนึ่ง

ยากสองประการ เกิดเป็นมนุษย์นี้ก็ยากแล้ว

 เกิดมาเป็นมนุษย์เพื่อมาพบพระพุทธศาสนา

ก็ยิ่งยากขึ้นไปอีกหนึ่งเท่า

 เพราะการปรากฎของพระพุทธศาสนานี้

ก็นานๆ จะปรากฏขึ้นสักครั้งหนึ่ง

 เช่นหลายล้านๆ ชาติด้วยกัน

ถึงจะมีพระพุทธศาสนาปรากฎขึ้นมาสักครั้งหนึ่ง

 แล้วการมาเกิดเป็นมนุษย์ก็หลายล้านชาติเหมือนกัน

กว่าจะได้มาเกิดสักครั้งหนึ่ง

 เพราะการไปเกิดเป็นอย่างอื่นมันง่ายกว่า

 เกิดเป็นเดรัจฉานนี้ง่ายกว่าเป็นมนุษย์

ดังนั้นการที่เราได้มาเกิดเป็นมนุษย์

และได้มาเกิดได้มาพบกับพระพุทธศาสนานี้

เป็นสิ่งที่ยากมาก และเป็นโอกาสที่ดีมาก

ที่จะทำให้เราได้มารู้จักวิธีการพัฒนาแบบยั่งยืน

 เพื่อเราจะได้ไม่ต้องมาพัฒนาแบบชั่วคราวกัน

พัฒนาแบบชั่วคราวนี้เดี๋ยวก็ต้องกลับมาพัฒนาใหม่

 เวลามาเกิดแล้วเรามาทำมาหากินหาเงินหาทอง

หาอะไรต่างๆ อาจจะร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี

 อาจจะเป็นใหญ่เป็นโต เป็นนายกรัฐมนตรี

เป็นประธานนาธิบดี เป็นพระมหากษัตริย์

 เป็นพระมหาจักรพรรดิก็เป็นได้ชั่วคราวเท่านั้น

 พอร่างกายตายไปสิ่งที่เราหามาได้มันก็หมดสภาพไป

 เราก็ต้องไปต่อไปเกิดเป็นอะไรต่อตามบุญตามบาป

ที่เราได้ทำกันในขณะที่เราเป็นมนุษย์

 แล้วหลังจากที่เราได้ไปใช้ผลบุญผลบาป

เราถึงจะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์กันอีกครั้งหนึ่ง

 แล้วก็มาพัฒนาชั่วคราวกันอีกครั้งหนึ่ง

เพราะเป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่เรารู้จักพัฒนากัน

จนกว่าเราจะได้มาเกิดเป็นมนุษย์

และได้มาพบกับพระพุทธศาสนา

 เราถึงจะได้เรียนรู้เรื่อง

ของการพัฒนาแบบยั่งยืนแบบถาวร

 แบบที่ทำให้เราไม่ต้องกลับมาเกิดมาแก่มาเจ็บมาตาย

มาพัฒนาสิ่งต่างๆ

 อย่างที่เรากำลังพัฒนากันอยู่ในขณะนี้

อย่างไม่มีวันสิ้นสุด นี่คือความวิเศษ

ของการที่เราได้มาเกิดเป็นมนุษย์

และได้มาพบกับพระพุทธศาสนา.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

............................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๐

"การพัฒนาชีวิต"




ขอบคุณที่มา fb.พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอยคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 22 สิงหาคม 2560
Last Update : 22 สิงหาคม 2560 9:08:36 น.
Counter : 579 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ